NEKOPOST

[นิยายแปล] Watashi no Oshi wa Akuyaku Reijou.

Ch.2 - โรงเรียนหลวง


[นิยายแปล] ที่ฉันชอบน่ะมีแค่นางร้ายค่ะ

ตอนที่ 2 โรงเรียนหลวง

‘เรย์ ฉันได้ยินมานะว่า พอเธอเข้าเรียนปุ๊บก็โดนท่านแคลร์เพ่งเล็งเลย’

คนที่ถามฉันผู้มีเสียงที่แหบแห้ง ก็คือ มิช่า ยูล เพื่อนร่วมห้องของฉัน
เธอเป็นคนเรียบร้อยและดูสวยแบบผู้ใหญ่ มิช่าสะบัดผมตรงยาวสีเงิน จากนั้นจึงนั่งลงบนเตียง

พวกเราอยู่ห้องเดียวกันในหอพักของโรงเรียนแห่งนี้
ห้องพักมีขนาดเพียงแค่ 10 เสื่อทาทามิ มีโต๊ะสำหรับแต่ละคน และเตียงสองชั้น นอกจากนั้นก็จะมีเฟอร์นิเจอร์พื้นฐานที่ไม่ต้องการพื้นที่ในการจัดมากนัก
แม้ว่าบรรยากาศจะดูแตกต่างจากหอพักญี่ปุ่นยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยทุกอย่างนั้นดูโบราณคร่ำครึไปหมด แต่ก็ยังคงมีความเป็นญี่ปุ่นอยู่

เกม ‘Revolution’ นั้น มีเรื่องราวอยู่ที่ โรงเรียนที่มีชื่อเสียงซึ่งเป็นโรงเรียนอันดับหนึ่งของประเทศ ซึ่งก็คือ โรงเรียนหลวง และยังเป็นโรงเรียนประจำอีกด้วย
ในความเป็นจริงยังมีปัจจัยอีกหลายอย่าง เช่น สถานะทางสังคม หรือ ความร่ำรวย แต่ในทางการแล้วทุกคนจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน โดยการที่นักเรียนทุกคนจะได้เข้าพักกันเป็นคู่ ๆ
มิช่าเป็นเพื่อนร่วมห้องของฉัน(นางเอก) หรือก็คือเพื่อนสนิทที่คอยช่วยเหลือฉันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

‘แทนที่จะเรียกว่าถูกเขาเพ่งเล็ง ควรจะเป็นว่าฉันทำให้ตัวเองถูกเพ่งเล็งต่างหาก’
‘...แล้วเธอไปทำอีท่าไหนกันเนี่ย’

มิช่าได้แต่ถอนหายใจพลางมองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

‘เธอไม่ควรจะไปยุ่งเกี่ยวกับตระกูลฟรังซัวส์มากนัก สามัญชนอย่างเธอจะไปทำอะไรได้’

ตระกูลของแคลร์ หรือก็คือบ้านฟรังซัวส์ นั้นเป็นตระกูลขุนนางชั้นนำของประเทศนี้
พวกเขาทำงานเป็นอธิบดีของกระทรวงการคลังมาหลายชั่วอายุคน ถ้าเรียงลำดับความสำคัญล่ะก็ ตระกูลฟรังซัวส์เป็นรองเพียงแค่พระมหากษัตริย์และนายกรัฐมนตรีเท่านั้น
ในทางตรงกันข้าม มีหลายคนที่ไปแต่งงานกับเชื้อพระวงศ์ จนถูกมองว่าเป็นคนใหญ่คนโต
ส่วนฉันก็มีฐานะเป็นแค่สามัญชน ไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไรเฉกเช่นเถ้าธุลี

แล้วการที่สามัญชนอย่างฉัน ทำไมถึงได้เข้ามาเรียนในโรงเรียนที่มีแต่พวกชนชั้นสูง สงสัยประเทศนี้คงจะต้องมีปัญหาซะแล้วสิ
แม้ว่าโลกของเกม ‘Revolution’ จะมีความคล้ายคลึงกับยุโรปยุคกลาง รัฐบาลของอาณาจักรบาวเออร์ที่เรื่องราวของเรื่องดำเนินอยู่เริ่มจะส่งสัญญาณของการทุจริตคอร์รัปชั่น
ในประเทศนี้ ตำแหน่งงานสำคัญ ๆ มักจะตกทอดรุ่นสู่รุ่นภายในหมู่ชนชั้นสูง และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะจ้างกันผ่านทางเส้นสาย
ช่องว่างระหว่างขุนนางและสามัญชนยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความไม่พอใจของสามัญชนที่เพิ่มขึ้นนั้นทำให้รัฐบาลไม่อาจนิ่งนอนใจอยู่ได้

เพราะเหตุนั้น พระมหากษัตริย์จึงได้ทรงหันมาใช้ระบบหลักคุณธรรมจริยธรรม
ทรงวางนโยบายขึ้นมาว่าตำแหน่งงานนั้นต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของบุคคล โดยไม่คำนึงถึงสถานะทางสังคมหรือความร่ำรวย
แม้ว่าปัญหาอื่น ๆ จะยังคงมีอยู่ แต่มันก็ได้รับความสนับสนุนจากสามัญชนเป็นอย่างดี

ระบบทุนการศึกษาภายในโรงเรียนนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในนโยบายนี้เช่นกัน
หากว่ามีความสามารถ นักเรียนที่ไม่สามารถศึกษาต่อในระดับสูงได้เนื่องมาจากปัญหาทางการเงิน จะได้รับการสนับสนุนจากทางรัฐบาลพร้อมกับการให้เข้าเรียนในโรงเรียนหลวง
และหนึ่งในนักเรียนเหล่านั้นก็มีฉัน(นางเอก)รวมอยู่ด้วย

‘แต่ว่านะ มิช่า ฉันชอบท่านแคลร์ที่สุดเลยนะ’
‘หญิงเห็นแก่ตัวคนนั้นอะนะ? เรย์นี่เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ แล้วจะทำยังไงกับความเกลียดชังของเธอล่ะ? ตราบใดที่ยังมีพวกขุนนางมาเกี่ยวข้อง พวกเราเหล่านักเรียนทุนก็เป็นได้แค่คนที่ไต่ระดับขึ้นมาเองนะ’

แม้ว่าระบบทุนการศึกษาจะได้รับการสนับสนุนจากสามัญชน แต่กับเหล่าขุนนางแล้วเป็นเรื่องตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
อีกอย่างมันมีเรื่องของมุมมองในการรักษาผลประโยชน์อยู่ แต่เหนือสิ่งอื่นใด สำหรับขุนนางที่ยึดถือขนบธรรมเนียมและสถานะทางสังคมอย่างลึกซึ้ง เป็นเรื่องที่อภัยให้ไม่ได้สำหรับสามัญชนที่เข้ามาเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงเช่นที่โรงเรียนหลวงนี้

อนึ่ง มิช่าก็เป็นนักเรียนทุนเช่นเดียวกัน
เธอนั้นมาจากตระกูลขุนนางที่ตกต่ำ แต่สถานะทางสังคมของเธอก็ไม่ได้ย่ำแย่ขนาดนั้นแม้ว่าตอนนี้จะกำลังขัดสนเงินทองอยู่ก็ตาม
เนื่องจากว่าเคยประสบกับความตกต่ำมาแล้ว และความเป็นจริงข้อนี้ได้ปรากฏแก่สายตาของขุนนางด้วยกัน เธอเลยกลายเป็นคนที่สามารถพึ่งพาได้มากที่สุดคนนึง
และเพราะเธอเรียนโรงเรียนมัธยมเดียวกับฉัน เธอจึงสามารถพูดคุยกับฉันได้โดยไม่มีอคติ
ก็แค่ความขี้เป็นห่วงของเธอ หรือพูดอีกอย่างก็คือการเป็นคนชอบเอาใจใส่เป็นหนึ่งในข้อเสียไม่กี่ข้อของเธอ

‘ฉันไม่แคร์หรอกนะว่าจะถูกเกลียด กลับกันนั่นเป็นสิ่งที่ฉันต้องการเสียอีก อย่างน้อยก็ยังดีกว่าโดนเขาหลบหน้าแหละนะ’
‘ฉันว่าสมองเธอเนี่ยน่าจะโดนอะไรสักอย่างกระทบกระเทือนมาแน่ ๆ เลย’
‘ลองคิดสิ อะไรคือวิธีที่ดีที่สุดในการที่จะได้ใช้เวลาร่วมกันกับท่านแคลร์ให้มากขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยล่ะ’
‘เด็กคนนี้นี่ ชักสงสัยแล้วสิว่าปกติเป็นเด็กมีปัญหาแบบนี้รึป่าวนะ...’

แม้มิช่าจะทำท่ากุมขมับราวกับกำลังปวดหัว ทันใดนั้นเธอก็พูดต่อทันทีว่า

‘ทำไมเธอไม่ลองพยายามทำตัวให้กลายเป็นคนที่ท่านแคลร์ไม่อาจละสายตาได้ล่ะ?’
‘เธอหมายความว่ายังไง?’
‘ก็ท่านแคลร์ออกจะเป็นคนที่มีความทะนงตนสูงใช่มั้ยล่ะ? เป็นพวกประเภทสงบจิตสงบใจไม่ได้ถ้าตัวเองไม่ได้เป็นที่หนึ่ง ด้วยเหตุนี้เอง ถ้าเธอขัดเกลาและแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาล่ะก็ ฉันไม่คิดหรอกนะว่าท่านแคลร์จะสามารถเพิกเฉยเธอได้’
‘นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันกำลังต้องการเลย!’

ง่ายอย่างกับปอกกล้วยเข้าปาก
เพียงแค่ฉันทำตัวให้เหมือนกับในเกม
เท่านี้ท่านแคลร์ก็จะสนใจแต่ฉันแล้ว
แล้วยิ่งถ้าฉันพยายามมากเท่าไร ก็จะยิ่งโดนท่านแคลร์กลั่นแกล้งมากขึ้นเท่านั้น
เพราะท่านแคลร์เป็นคนที่มีความตั้งใจแน่วแน่ แม้ว่าการกลั่นแกล้งจะล้มเหลวสักกี่ครั้ง ก็ไม่เคยที่จะหมดหวัง
ท่านแคลร์ได้กลั่นแกล้งฉัน ส่วนฉันก็ได้ชื่นชมท่านแคลร์
เป็นความสัมพันธ์ที่มีแต่ได้กับได้

‘ขอบคุณนะ มิช่า เธอเป็นเพื่อนที่พึ่งพาได้จริง ๆ’
‘...มันแปลก ๆ นะ ที่เธอมาขอบคุณที่ฉันสอนให้เธอทำยังไงถึงจะโดนเกลียดเนี่ย’

ดูเหมือนมิช่าจะเก็บความงุนงงเอาไว้ไม่อยู่ ซึ่งมันก็ไม่แปลกนักหรอก

ตัดสินใจเดินรูท(route)ได้แล้ว
ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุดทั้งเรื่องชีวิตการเรียนและการถูกท่านแคลร์กลั่นแกล้ง
ไม่สิ ควรจะเรียกว่าตั้งใจให้ตัวเองโดนแกล้งเสียมากกว่า

‘ต้องโดนท่านแคลร์กลั่นแกล้งทุกวัน… เป็นสุขค่ะ’
‘ไหวมั้ยเนี่ยเธอ...’

 



NEKOPOST.NET