Superstars of Tomorrow ตอนที่ 9 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.9 - เลขาน้อยของนายเป็นแบบนั้นเองสินะ


009 เลขาน้อยของนายเป็นแบบนั้นเองสินะ

ตามเวลาของวัน แม้แต่คนสันหลังยาวก็ลุกขึ้น ยังมีนักศึกษาอีกมากที่ไม่มีคาบเรียนออนไลน์ตอนเช้า เมื่อพวกเขาเห็นโพสต์นั้นก็คลิกทันที

มีบ้างที่ยังไม่วุ่นวายคลิกและเข้ามาพูดคุยแทน

【กีตาร์ครวญ】: เพลงสุดเจ๋งประเภทไหนกันที่ปลุกให้นายตื่น ?

【เพลงเจ๋งของสุดหล่อ】: เหอะเหอะ สุดที่รักครับ

【ป ปลาแหวกว่าย】: ...อะไรนะ ?

【เพลงเจ๋งของสุดหล่อ】: ไปค้นหาด้วยตัวเองไป ฉันไปหาอะไรกินล่ะ มีนัดกับเทพนิมิตตอนบ่าย

【หมี่อวี๋ที่รัก】: เดี๋ยว ! นายพูดถึง "ศจ.โจว" หนึ่งในสามนักสะกดจิตของสถาบันพวกเราน่ะเหรอ ?

【เพลงเจ๋งของสุดหล่อ】: แน่นอน

【กีตาร์ครวญ】: ...ฉันจะไปเช็คเพลงนั้นล่ะ

【ป ปลาแหวกว่าย】: ฉันด้วย !

【หมี่อวี๋ที่รัก】: เหมือนกัน !

คนอื่นที่ตามอ่านบทสนทนาก็คลิกที่เพลงตามเป็นผลลัพธ์ พวกเขาอยากรู้นักว่าเพลงอะไรกันที่ต้านทาน​ต่อการ 'สะกดจิต' ของเทพนิมิตได้

'ศจ.โจว' คือศาสตราจารย์อาวุโสที่สถาบันซึ่งยังไม่เกษียณ เขาเคยสอนปรัชญา แต่ตอนนี้ข้ามมาสอนการเรียบเรียงเสียงประสาน ตาเฒ่าทนจากพลังงานที่ถดถอยในไม่กี่ปีที่ผ่านมา ดังนั้นเขาจึงย้ายมาสอนวิชาเลือก มีวิชาเลือกจำนวนเพียงหยิบมือ ปริมาณของอาจารย์มีน้อยกว่าหลักสูตรที่จำเป็นอีก

ปัญหาคือศาสตราจารย์คนนี้เป็นคนพูดช้ามาก ๆ ตามคำของนักศึกษา ศาสตราจารย์โจวพูดอย่างกับตัวสล็อต กล่อมให้ทุกคนหลับใหล นักศึกษาอุทธรณ์ให้ศาสตราจารย์โจวสอนผ่านเว็บแทนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เขาปฏิเสธ

ถึงคาบเรียนจะเป็นการสะกดจิตโดยแท้ แต่การเข้าชั้นคือข้อบังคับ มันสมเหตุสมผลสำหรับนักเรียนที่จะหลีกเลี่ยงคาบเรียนของเขาอยู่หรอก แต่ว่าสิ่งที่หลักสูตรนั้นให้เต็มไปด้วยเครดิต ดังนั้นนักศึกษาไม่กี่คนจึงลงทะเบียน ฉะนั้นจึงมีผู้คนเป็นกระบุงที่ถูกสะกดจิต เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบของนักศึกษา มีอาจารย์หนุ่มที่ไม่เชื่อและตัดสินใจไปดูด้วยตัวเอง หลังจากนั้นเขาก็ไม่ปรากฏตัวอีกเลย ไม่มีใครเห็นว่าอาจารย์หนุ่มนั่งในคาบเรียนของศาสตราจารย์โจวอีกเลย

ศาสตราจารย์โจวมีวัยวุฒิและเขาก็มีส่วนในความสำเร็จของสถาบัน ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าประจันหน้ากับเขา ใคร ๆ ก็ไม่อยากรับมือกับเขา ดังนั้นคาบเรียนของศาสตราจารย์โจวจึงยังได้รับการเสนอชื่ออยู่ นานนับปีศาสตราจารย์โจวเริ่มเสพติดชั้นเรียน เขาเข้มงวดมากในคาบ นักศึกษาสามารถเมินการบรรยายของเขาได้ แต่ห้ามทำอะไรทั้งนั้น รวมถึงการนอน การละเมิดร้ายแรงจะนำไปสู่การถูกตัดเครดิต

วันนั้นศาสตราจารย์โจวเดินเข้าห้องเรียนตามปกติและกวาดสายตาที่ผู้เข้าฟังของเขา เขามีสายตาแย่ — ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มใหญ่ ดังนั้นเขาจึงคิดว่าการเข้าร่วมเป็นไปด้วยดี

ตามกิจวัตร เขาตรวจสอบภาพวงจรปิดของตัวเอง พิจารณาทุกมุมของห้องเรียนขนาดใหญ่ที่มีนักเรียนเกือบ 1,000 คน ดี ไม่มีใครเล่นกำไลข้อมือของตัวเอง เป็นแบบเดียวกันในมุมอื่น ๆ

ศาสตราจารย์โจวดีใจเป็นอย่างมาก เรื่องประหลาดอย่างเดียวก็คือนักศึกษาในชั้นเรียนดูอย่างกับซอมบี้ มองเพดานอย่างกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง กลุ่มนักคิดพูดคุยกันเรื่องดาวฤกษ์ดาวเคราะห์ อีกนัยหนึ่งคือกำลังฝันกลางวันกัน !

ศาสตราจารย์โจวเมินนักฝันกลางวันสักหนึ่งหรือสองคนไปได้ แต่ยิ่งบรรยายนานเท่าไหร่ ความประหลาดก็ยิ่งเพิ่มขึ้น มันไม่ใช่แค่ไม่กี่คน ไม่ใช่แค่ชนกลุ่มน้อย — ทั้งห้องเรียนกำลังฝันกลางวัน !

พิลึกไปแล้ว !

ศาสตราจารย์โจวชะลอลงและหยุดในที่สุด มีบางอย่างไม่ถูกต้องในบรรยากาศ เขาพูดต่อไม่ได้

ศาสตราจารย์โจวกดปุ่ม "เราคนนั้นน่ะ ทวนที่อาจารย์เพิ่งพูดไปสิ"

นักศึกษาที่ถูกเรียกตาสว่างด้วยไฟกะพริบ​บนโต๊ะตัวเองซึ่งบ่งชี้ว่าเขาถูกเรียก เขาอยากลุกขึ้นและพูดว่า 'ผมไม่ได้ตั้งใจฟังครับ'​ แต่ปากเจ้ากรรมกลับหลุดเสียง "เหอะเหอะ" แทน

ศาสตราจารย์โจว "..."

นักศึกษาคนอื่นในห้องเรียน "..." ท่านผู้กล้า !

ศาสตราจารย์อาวุโสโจวเลิกคาบเรียนด้วยสีหน้าถมึงทึง นอกจากนี้ยังออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่เหมือนการเคลื่อนไหวอย่างตัวสล็อตเช่นอดีต เหล่านักศึกษาขนสยองพองเกล้า หวั่นเกรงพายุที่กำลังก่อตัว

ไม่มีอารมณ์จะนำพาปฏิกิริยาของนักศึกษา ศาสตราจารย์โจวเปิดอินเตอร์​เน็ต​ทันทีที่กลับถึงออฟฟิศ เขารู้ว่าปัญหาคืออะไรจากนักศึกษาของตัวเอง ทันทีที่เขาล็อกอินก็เข้าหาตัวอย่างฟังทันที

สวมหูฟังของตัวเอง ศาสตราจารย์โจวอยากจะตั้งใจฟังดี ๆ เพลงประเภทไหนกันที่สร้างหายนะให้กับคาบเรียนของเขา !

ตอนที่เขาได้ยินเสียงมนุษย์ตอนเริ่มเพลง ศาสตราจารย์โจวขมวดคิ้วแน่น "เด็กสมัยนี้ร้องเพลงบ้าอะไรเนี่ย..."

ศาสตราจารย์โจวหยิบปากกาและเตรียมจะเขียนวิจารณ์ แต่การเคลื่อนไหวและความคิดของเขาหยุดชะงักในทันทีด้วยโหมโรงนำ

เขาสูดลมหายใจลึกตอนที่เพลงจบ เคาะแผ่นกระดาษเปล่าด้วยปลายปากกาและวางปากกาลง แทนที่ด้วยการมองหาเครดิตของเพลง ย้ายความสนใจไปที่ชื่อนักประพันธ์เพลงที่หน้าสอง

"ฟางจ้าว ?"

หลังจากกวาดสายตาผ่านเครดิต ศาสตราจารย์โจวโพสต์: "ฉันเจอเพลงใหม่ที่อยากแนะนำในวันนี้ การเรียบเรียงเสียงค่อนข้างน่าสนใจและท้าทายธรรมเนียมปฏิบัติ เด็กจบใหม่ของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ฉีอานปีนี้สุด ๆ ไปเลย !"

"ฮ่า ๆ หายากที่จะมีเพลงที่ล้วงเอาคำยกย่องแบบนี้จากแกได้ พอคิดว่าเป็นงานของเด็กใหม่ คงไปดูหน่อยล่ะ" เพื่อนเก่าแก่แสดงความอยากรู้อยากเห็น แม้แต่เพื่อนที่ไม่รู้เรื่องการเรียบเรียงเสียงประสานก็ร่วมด้วย

สองวันต่อมา

มันคือหลักสูตรวิชาเลือกของศาสตราจารย์​โจวอีกครั้ง

เหล่านักศึกษามีความใส่ใจเป็นพิเศษ พวกเขาไม่เล่นอินเทอร์เน็ต​หรือสวมหูฟัง ต่อให้ทำ พวกเขาก็ไม่ได้เปิดเพลง พวกเขาอยากเห็นว่าวันนี้ศาสตราจารย์โจวมีท่าทีอย่างไร เขาอารมณ์ไม่ดีในคาบที่แล้ว ซึ่งปล่อยให้พวกเขากังขาตลอดสองวัน เกรงว่าศาสตราจารย์โจวจะให้สอบตกพวกเขายกชั้น

ดังนั้นพวกเขาจึงประหลาดใจ เมื่อเห็นศาสตราจารย์โจวอารมณ์ดีตอนที่เข้ามาในห้องเรียน

ศาสตราจารย์โจวกวาดสายตาในห้องเรียนและเปิดโปรเจ็กเตอร์ "วันนี้พวกเราจะวิเคราะห์เพลงใหม่กัน นี่เป็นส่วนสำคัญ และใช้ในการสอบปลายภาค"

ด้านหลัง อักษรหกตัวโตปรากฏบนหน้าจอ — เหอะเหอะ สุดที่รักครับ

เบื้องหน้าของหน้าจอศาสตราจารย์โจวกำลังยืนยิ้ม

นักศึกษาทั้งหมด "..."

.......

เย็นวันนั้น กลุ่มบัณฑิตกำลังมารวมตัวกันเพื่อฉลองวันสุดท้ายของชีวิตนักศึกษา

บาร์คาราโอเกะเป็นสถานที่กว้างให้ระบาย เด็กเสิร์ฟยิ้มอย่างเป็นมืออาชีพขณะที่เขาโผล่ไปในห้องส่วนตัวพร้อมกับถาดอาหาร รอยยิ้มของเขาไร้ที่ติ แต่เขาถอนหายใจในใจ

การเลิกราก่อนเรียนจบเป็นเรื่องทั่วไปมาก ในช่วงนี้ของทุกปี พวกเขาเห็นเด็กใกล้จบที่สะเทือนอารมณ์เป็นพิเศษสองสามคน

ในห้องส่วนตัวที่ทางซ้าย เด็กหนุ่มสูงสัก 1.9 เมตรร้องไห้อาลัยอาวรณ์กับความสัมพันธ์ในชีวิตมหาวิทยาลัยของตัวเอง ในห้องขวา หญิงสาวตัวน้อยกำลังร้องเพลงอกหักด้วยเสียงกรรโชกของตัวเอง

เฮ้อ เด็กพวกนี้...

เด็กเสิร์ฟถอนหายใจยาวในใจ แต่เขาไม่ได้คิดเรื่องนี้ต่อ ทั้งหมดที่พวกเขาต้องทำก็คือยิ้มแย้ม นึกถึงธุรกิจขาขึ้นและโบนัสที่จะได้เดือนนี้ รอยยิ้มของเขาเหยียดกว้าง

ภายในห้องส่วนตัวทางซ้ายที่เด็กเสิร์ฟเพิ่งเดินผ่าน

นักศึกษาเจ็ดคนกำลังปันอาหารกัน พวกเขาหยุดหลังจากการร้องเพลงไปหนึ่งยก ปิดโปรเจ็คเตอร์และเครื่องเสียง นักศึกษาหกคนปลอบใจชายหนุ่มร่างสูงตัวเทอะทะที่นั่งตรงกลาง เสียงเพลงดับลงและบรรยากาศหมองหม่น

"ว่าไป วันนี้ฉันยังไม่ได้เช็คเพลงแนะนำของเลขาน้อยของฉันเลย" ชายหนุ่มร่างโย่งตัวผอมที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พยายามเปลี่ยนประเด็น เมื่อเห็นว่าการปลอบไม่ไปถึงไหนเลย

'เลขาน้อย'​ ที่เขาพูดถึงคือระบบที่เป็นส่วนหนึ่งของแอพ 'เพลงรู้ใจคุณ'​ ยอดนิยม มันแนะนำเพลงและจัดเรียงเพลย์ลิสต์ตามพื้นฐานเพลงที่เคยฟังในประวัติ เหมือนกับระบบทั่วไป แค่จ่ายสตางค์เพิ่มเติม คุณจะสามารถเลือกอวาตาร์ให้มันได้

ขณะที่เขาเปิดแอพของตัวเอง ชายหนุ่มร่างโย่งก็ปลาบปลื้ม "เลขาน้อยของฉันคือ หมี่อวี๋ล่ะ โย่ว~"

ตอนที่พูด ร่างเพรียวของหมี่อวี๋ก็ปรากฏเหนือกำไลของเขาราวกับว่าเธอเดินทอดน่องบนนั้น ในเวลาเดียวกัน เสียงที่น่าหลงใหลกล่าว "ยินดีต้อนรับกลับสู่ เพลงรู้ใจคุณ ค่ะ"

"ฉิบ แกตั้งให้หมี่อวี๋เป็นเลขาน้อยของตัวเอง ! จ่ายไปเยอะขนาดไหนวะเนี่ย ?" นักศึกษาคนอื่นต่างอิจฉา

ภาพของไอดอลยอดนิยมบังเกิดค่าลิขสิทธิ์ ยิ่งดาราโด่งดังเท่าไหร่ ค่าลิขสิทธิ์ก็มากขึ้นเท่านั้น หมี่อวี๋เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ ดังนั้นค่าลิขสิทธิ์ของเธอสูงมาก แฟน ๆ ส่วนใหญ่ไม่ทุ่มกับ 'เลขาน้อย'​ หรอก

นักศึกษาร่างโย่งปลาบปลื้มกับการเป็นที่สนใจและเกือบจะคุยโว แต่พิจารณาจากการปรากฏตัวของพี่ชายอกหัก เขาจึงกลืนกลับไป พูดแทนว่า "มาดูสิว่าวันนี้เลขาน้อยของฉันแนะนำอะไร" เขาเคยฟังเพลงที่มีจังหวะเร็วหลายเพลง ดังนั้นเพลงแนะนำของวันนี้ควรจะช่วยปลุกจิตวิญญาณ

"ฉันฟังทุกอย่างที่หมี่อวี๋แนะนำทั้งนั้นแหละ" นี่คือแฟนเดนตายของหมี่อวี๋ แม้ว่าสิ่งที่เขาอ้างถึงจะเป็นแค่แอพเพลงที่ใช้อุปมาว่าเป็นความชอบของหมี่อวี๋ก็เถอะ

"ช่าย มาดูกันสิ ! มาเร่งเร้าอารมณ์อีกครั้งกันเถอะ !"

เสียงเอะอะคือยาถอนพิษที่ดีที่สุดในอารมณ์แง่ลบ พวกเขาปลอบเพื่อนร่วมหอที่สะเทือนอารมณ์และอกหักของเขาทุกทางแล้ว

แอพเชื่อมต่อกับระบบเครื่องเสียงในห้องส่วนตัว

"เหอะ ๆ เหอะ ๆๆ..."

เสียงหัวเราะที่คายส่วนของความสมเพชตัวเอง อีกส่วนคือความเศร้าโศกดังขึ้น

ทั้งห้องเงียบกริบ รวมถึงนักศึกษาที่อกหักซึ่งจมอยู่กับความสิ้นหวัง และย้ายสายตาไปที่นักศึกษาร่างโย่งราวกับจะตำหนิ: นี่เป็นรสนิยมของแกเรอะ ? นี่เป็นวิธีการสร้างอารมณ์ของแก ?! นี่คือสิ่งที่แกหมายถึงเร่งเร้าจังหวะ ?!!

นักศึกษาร่างโย่งเริ่มอารมณ์บูดเช่นกัน เขาอยากเฆี่ยนเลขาน้อยของตัวเองนัก แต่เห็นใบหน้าสมบูรณ์แบบของหมี่อวี๋ เขาทำไม่ลง พึมพำแทนว่า "ไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็นเลขาแบบนี้"

"ช่างเถอะ เปลี่ยนเพลงดีกว่า" นักศึกษาร่างโย่งยกมือ แต่เขานิ่งงันไปเมื่อเสียงหัวเราะสิ้นสุดและลำนำเริ่มบรรเลง

เสียงประสานย้อนยุคเล็กน้อย จังหวะก้าวกระโดด และดนตรีบรรเลงที่ผสมปนเป ปรากฏราวกับการรวมตัวของพายุทราย

"เนิ่นนานแล้วนะ

ที่เราได้คุยกันครั้งสุดท้าย

...

ในเมืองเดิม ๆ

มากเกินจะหยุดรั้ง

เวลาผ่านเร็วเหลือเกิน

ฉันยังหวาดหวั่นอยู่เลย..."

เสียงร้องนำ, เสียงประสาน และเสียงเครื่องดนตรีผสานกันอย่างสมบูรณ์แบบระบายเป็นท้องเรื่อง ที่ที่ตัวเอกเป็นทหารนักเดินทางซึ่งถูกทอดทิ้งเพียงลำพัง เดินย่ำพลางระลึกถึงเหตุการณ์และการพบเจอในอดีต

ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เป็นของธรรมดา คล้ายกับที่ฟังทุกวัน แต่ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ของเพลงนี้อยู่ในหมวดที่ท้าทาย ผู้ฟังที่เชี่ยวชาญมักบอกได้เลยว่าผู้ประพันธ์เพลงสังกัด​สถาบันใด แต่ในกรณีของเพลงนี้ พวกเขาไร้เบาะแส !

ครึ่งเพลงแรกคือความเศร้าโศกและฝืนทน ท่อนเสียงสูงคือความเศร้า​บาดจิต แต่จากนั้นท่วงทำนองก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป หลังจากการขับร้องที่งดงามมีชีวิตชีวา เพลงก็ขึ้นไปสู่อีกขั้นที่กลายเป็นความยิ่งใหญ่อลังการ​

อารมณ์อันร้อนระอุพวยพุ่งอย่างกับกระแสน้ำพลันซัดกระหน่ำใส่เขื่อนมั่นคง ผู้ฟังถูกส่งขึ้นรถไฟตีลังกา​ที่ทะยานสู่เส้นขอบฟ้า

บางครั้งเพลงเพลงเดียวก็มีค่าเป็นคำนับพัน

ในห้องส่วนตัว นักศึกษาที่นั่งอยู่ตรงกลางเช็ดน้ำตาและน้ำมูกของตัวเอง "นั่นชื่อเพลงว่าอะไร ? ฉันอยากร้อง"

นักศึกษาร่างโย่งได้สติ ขมวดคิ้วตอนได้ยินคำถามนั้น และผุดรอยยิ้มในที่สุด "มันเป็นเพลงใหม่ ยังไม่มีในระบบน่ะ"

"ถ้างั้นฉันจะร้องแบบไม่มีดนตรี"

"..."

คนอื่นเปิดปากพยายามจะพูดบางอย่าง แต่กลืนคำลงไป "แน่นอน ถ้านายมีความสุข"

สิ่งที่น่ากลัวก็คือการฟังเสียงนักร้องนอกสนามร้องเดี่ยวเสียงดังด้วยอารมณ์รุนแรงเนี่ยแหละ ?!

ตอนที่เพื่อนตัวโตร้อง 'เหอะ' คำแรก นักศึกษาคนอื่นก็เบะหน้าเหยเก และดึงเอาหูฟังของตัวเองออกมา

ลืมไปเถอะ คงดีกว่าที่พวกเขา​จะฟังต้นฉบับเพื่อล้างหูตัวเอง

 



NEKOPOST.NET