Superstars of Tomorrow ตอนที่ 55 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.55 - ชื่อเพลงอะไร ?


055 ชื่อเพลงอะไร ?

ณ สำนักงานใหญ่ 'ไวร์เลสมีเดีย' หลังจากรอบปฐมทัศน์ของ 'เทพสงคราม' ผู้จัดการของซาโร่และผู้บริหารระดับสูงอีกสองสามคนที่เหลือกำลังตรวจสอบเรตติ้งของภาพยนตร์ทางออนไลน์

"5... 5 ดาว !?"

เห็นดังนี้ บางคนตรวจสอบอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาไม่ได้ตาฝาด เมื่อตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่ามีความเห็นวิจารณ์ภาพยนตร์มากกว่าสามร้อยความเห็นแล้ว หลังจากตรวจสอบ ID ของพวกเขาอย่างรวดเร็ว พบว่าในหมู่พวกเขามีบางคนเป็นนักวิจารณ์ภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงด้วย

เหลือบมองเรตติ้งอีกที พวกเขาค่อย ๆ นับดาวทีละดวงอย่างช้า ๆ ตาพวกเขาไม่ได้ฝาด ของจริง ! 5 ดาว ! 5 ดาวเต็ม !

เหลือเชื่อเกินไปแล้ว พล็อตเรื่องห่วย ๆ ได้รับคะแนนสูงขนาดนี้ได้อย่างไรกัน !?

5 ดาวเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของคะแนนเต็ม 10 ไม่ว่าภาพยนตร์จะดีหรือแย่ เรตติ้งจะมอบให้ได้หลังจากชมภาพยนตร์แล้วเท่านั้น ภาพยนตร์ที่คล้ายกับ 'เทพสงคราม' ที่จัดอยู่ในหมวดของภาพยนตร์เส็งเคร็ง โดยปกติแล้วจะได้รับคะแนนประมาณ 3 ดาว นั่นคือคะแนนเรตติ้งเฉลี่ยของภาพยนตร์ก่อนหน้านี้ทั้งเจ็ดเรื่องของซาโร่ ถึงแม้ 5 ดาวยังเทียบไม่ได้กับ 8.6 ของ 'ราชาสไนเปอร์' ก็เถอะ แต่เมื่อเทียบกับภาพยนตร์ที่ผ่านมาของ 'ไวร์เลสมีเดีย' นี่เป็นเรตติ้งที่สูงเกินความคาดหมายจริง ๆ !

ในสายตาของทีมงาน 5 ดาวสูงมากแล้ว นี่เป็นเรตติ้งที่สูงสุดที่การผลิตของซาโร่เคยได้รับเลย !

แคปหน้าจอ ! ถ่ายรูปไว้ !

นี่แหละหลักฐาน !

เอเย่นต์ของซาโร่เกรงว่าระบบจะมีปัญหาเรตติ้งถึงได้สูงขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อระบบ แต่เรตติ้งสูงขนาดนี้มันเกินความคาดหมายของเขา !

ไม่เพียงเอเย่นต์ของซาโร่และทีมงาน 'ไวร์เลสมีเดีย' เท่านั้นที่แปลกใจ คนที่ไม่ได้ดูรอบปฐมทัศน์บนอินเตอร์เน็ตต่างก็ฮือฮาที่ได้เห็นการประเมินระดับนี้

บัญชีที่ใช้ลงทะเบียนในระบบผูกกับทะเบียนจริงส่วนบุคคล ดังนั้นแฟนคลับรับจ้างจึงเป็นไปไม่ได้ ถ้ามีแฟนรับจ้างมากเกินไป จะมีกระบวนการสอบสวนเกินขึ้น

ถ้างั้น เรตติ้งสูงแบบนี้หมายความว่าอะไร ?

"ล้อฉันเล่นป่ะเนี่ย ? ตอนนี้ 'เทพสงคราม' มีคะแนนรวม 5 ดาว ! ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ ๆ !"

"5.1 ดาวแล้ว แล้วยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ !"

"คนที่ไปเป็นหนูลองยาดูรอบปฐมทัศน์ไปไหนกัน ? คายความจริงออกมาซะ !"

"ฉันเพิ่งดูรอบปฐมทัศน์มา จะว่ายังไงดีล่ะ ? ตามตรงเลยก็ เนื้อเรื่องประโลมโลกและห่วยสุด ๆ แต่เท่มาก โดยเฉพาะฉากตอนที่สงครามเริ่มช่วงสุดท้าย ตื่นตะลึงมาก ฉันให้ 5 ดาวครึ่งเลย"

"อันที่จริงฉากในหนังทุกเรื่องของซาโร่ก็พอได้แล้ว แต่คราวนี้ที่ประทับใจเป็นพิเศษ ฉันคิดว่าเป็นความกลมกล่อมของเพลงประกอบนะ ฉันให้ 5 ดาว ตอนแรกตั้งใจว่าจะให้แค่ 3 ดาว แต่พอนึกถึงดนตรี เอาไปอีกสองดาวเลย"

ท่ามกลางคนที่แสดงความคิดเห็นส่วนตัว มีนักวิจารณ์มืออาชีพที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงอยู่ด้วย

"ผมให้เรตติ้ง 5 ดาวครึ่ง พล็อตเอาไปแค่ดาวเดียว ทุกคนก็บอกได้ การผลิตเอาไปสองดาวครึ่ง เทียบกับงานก่อน ๆ มีความพัฒนาขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการแสดง ถึงจะไม่ได้ดีเลิศ แต่ก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาจริงจังในผลงาน หนังเจ็ดเรื่องก่อนผมให้แค่ 2 ดาวเท่านั้น คราวนี้ตามเกณฑ์แบบเดียวกัน ภาพยนตร์เรื่องนี้สมควรได้รับ 3 ดาวครึ่ง เพราะความพัฒนาของพวกเขา แต่สิ่งที่กระตุ้นให้ผมต้องเพิ่มไปอีกสองดาวคือเพลงประกอบ สั้น ๆ แต่งดงาม ผมแน่ใจว่าคนอื่นในวงการก็ต้องเพิ่มให้สองดาวสำหรับเพลงนั้น"

"จริง" นักวิจารณ์ภาพยนตร์มีชื่ออีกคนโผล่มา "เพลงประกอบเป็นส่วนประกอบสำคัญในภาพยนตร์ ปราศจากเสียงดนตรี ภาพยนตร์ก็เป็นเพียงแค่เปลือกกลวง ๆ ดนตรีสามารถขับเน้นเรื่องราว, ดึงดูดอารมณ์ และสร้างมิติได้ เพลงประกอบที่ดีสามารถกล่อมเกลาภาพยนตร์ได้ เพียงลองนึกถึงหนังคลาสสิคยิ่งใหญ่ทั้งหมด ผู้คนส่วนใหญ่อาจจะลืมพล็อตเรื่องไปแล้วว่าเป็นอย่างไร แต่เพลงประกอบอันยิ่งใหญ่ยังอยู่คงไม่เสื่อมคลาย

"เพลงประกอบของ 'เทพสงคราม' สองในสามส่วนของไคลแมกซ์นั้นน่าใจหายจริง ๆ สมัยเรียนมหาลัยของฉัน สาขาโทของฉันคือเพลงประกอบภาพยนตร์ ดังนั้นจากมุมมองของมืออาชีพ ฉันไม่พบข้อบกพร่องใด ๆ ผลงานชิ้นนั้นนำมาซึ่งความสุขและความโศก, การนองเลือดและเกียรติยศ, ความผึ่งผายและการเข่นฆ่าของสงคราม ฉันแค่อยากรู้ว่านักประพันธ์เพลงผู้ยิ่งใหญ่คนไหนกันที่ผลิตผลงานชิ้นเอกนี้ ถึงใครก็ตามที่อยู่ในวงการที่มีข้อมูล ฉันรอฟังข่าวอยู่นะ"

เนื่องจากมาตรการกีดกันทางการค้า ในทวีปเหล่ยโจว เพลงจากทวีปอื่นจึงไม่สามารถเผยแพร่อย่างอิสระได้ ผู้คนส่วนมากในเหล่ยโจวไม่คุ้นเคยกับซีรีส์ 'ร้อยปีแห่งหายนะ' แม้จะเป็นฮือฮายกใหญ่สำหรับมูฟเมนต์ที่สอง แต่ข่าวที่นี่ถูกคัดกรอง ดังนั้นบางคนจึงกระทั่งไม่รู้จักตัวตนของวิชวลไอดอลแสงเหนือ

ขณะที่มีการปล่อยมูฟเมนต์ที่สาม และรอบปฐมทัศน์ของ 'เทพสงคราม' เกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน แม้จะมีบางคนที่ให้ความสนใจกับการปล่อยมูฟเมนต์ที่สามของแสงเหนือในเหล่ยโจว แต่กลุ่มคนฟังก็ไม่ใช่คอหนัง ในเวลานี้ ยังไม่มีใครที่สรุปต้นตอหรือนักประพันธ์เพลงประกอบได้

บางคนคิดว่าเพลงประกอบคงอยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของภาพยนตร์ที่ไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อน ดังนั้นเพื่อที่จะได้รับมัน พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากการเข้าชม 'เทพสงคราม'

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ชื่นชอบเพลงประกอบมากจนเข้าดู 'เทพสงคราม' รอบที่สอง มีคนจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะดู 'เทพสงคราม' หลังจากได้เห็นผลการประเมินทางออนไลน์

ครั้นแล้วในการฉายรอบที่สอง เอเย่นต์และทีมงานของซาโล่จึงพบว่าจำนวนผู้ชมรอบสองนี้มีมากกว่าคนเข้าชมรอบปฐมทัศน์เสียอีก !

สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในภาพยนตร์เจ็ดเรื่องก่อนหน้านี้ !

เป็นมงคลนัก !

มีความสุขโคตร ๆ เลย !

เอเย่นต์ของซาโร่พยายามติดต่อซาโร่เพื่อส่งต่อข่าวดี กระนั้นซาโร่กลับไม่สามารถติดต่อได้

การติดต่อซาโร่ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ เขาย้ายไปติดต่อสมาชิกเพื่อนฝูงของซาโร่แทน อนิจจา ติดต่อไม่ได้เลยสักคนเดียว

นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ?

สถานการณ์ลักพาตัว, แบล็กเมล์ และถูกจับเป็นตัวประกันแว่บผ่านความคิดของเอเย่นต์ และเขาแทบจะแจ้งตำรวจแล้ว แต่หลังจากจำได้ว่าซาโร่เป็นสมาชิกตระกูลเรโนลต์ เอเย่นต์จึงติดต่อลุงของซาโร่ ลุงของซาโร่แจ้งว่า ซาโร่และเพื่อน ๆ อยู่ที่บ้าน และบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงไป ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นอื่นใดเพิ่มเติม และตัดสาย

เอเย่นต์ของซาโร่บอกได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

มีเรื่องอะไรกันเนี่ย ?

ในเวลาเดียวกัน ณ ที่พักของซาโร่

เพื่อนของซาโร่นั่งอย่างเงียบเชียบในห้องสตูดิโอ เครื่องมือสื่อสารทั้งหมดถูกยึดและพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้กลับ แม้แต่การเข้าห้องน้ำก็ยังต้องมีคนติดตาม เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดอาวุธสองคนเฝ้าที่หน้าประตูส่งสายตาเย็นชา ไม่ว่าพวกเขาจะมาจากตระกูลใด ต่างก็ไร้สิทธิพิเศษมอบให้ พวกเขานั่งด้วยความหวาดผวา คร้ามเกรงแม้แต่การส่งเสียงสักเอะเดียว

ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ในชั่วขณะนั้น ไม่มีใครที่กล้าออกไปข้างนอก ทั้งหมดที่พวกเขาเห็นคือซาโร่ทรุดตัวลงทันทีหลังจากเปิดประตู ไม่มีสัญญาณของความอวดดีอีกแล้ว ตอนที่พวกเขากำลังจะมองออกไป พวกเขาก็ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผลักดันกลับไปพร้อมกับอาวุธในมือ

ในตระกูลเรโนลต์ มีสมาชิกเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะมีคนคุ้มกันติดอาวุธ จากท่าทีของซาโร่และความกดดันภายในบ้านแล้ว เป็นไปได้สูงมากว่าท่านนายพลเฒ่าเรโนลต์ที่ยากจะพบเจอมาอยู่ที่นี่แล้ว

แต่ท่านนายพลเฒ่าจะมาที่นี่ได้ยังไงกันล่ะ ? เยี่ยมซาโร่เรอะ ?

พิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันและเห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถืออาวุธปืน หนึ่งในพวกเขาลงมติ — มีเรื่องบางอย่างเกิดกับนายพลเฒ่าเรโนลต์ !

สุขภาพและความเป็นอยู่ของบุคคลสำคัญเป็นเรื่องใหญ่ ก่อนที่ตระกูลเรโนลต์จะเตรียมการใด ๆ มันเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องไม่มีการรั่วไหลไปของข้อมูล ดังนั้น แม้ว่าเพื่อนของซาโร่จะไม่รู้เห็นอะไร เครื่องมือสื่อสารของพวกเขาก็ต้องถูกริบและถูกคุมตัวในห้อง

ทำไมจู่ ๆ นายพลเฒ่าเรโนลต์ก็มีปัญหาสุขภาพขึ้นมาล่ะ ? ดูจากซาโร่ที่คุกเข่าลง บางทีซาโร่คงจะไปทำให้ชายชราโมโหจนไปจุดชนวน​เข้าสินะ ?

คิดแบบนั้นเพื่อน ๆ ของซาโร่ก็สั่นสะท้าน ทั้งหมดที่พวกเขาทำได้คือการไว้อาลัยให้กับซาโร่ ถ้าซาโร่ไปยั่วโมโหท่านนายพลเฒ่าเข้าจริง ต่อให้เขาเป็นหลานสุดที่รักของผู้ว่าการแห่งเหล่ยโจวคนปัจจุบัน ซาโร่ก็ไม่ได้รับการไว้ชีวิตหรอก

ในเวลานั้นซาโร่ซีดเผือดอย่างมาก เขายังคงคุกเข่า แต่ที่ทางเข้าประตูของอีกห้อง เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ข้างในเกิดอะไรขึ้น แต่ดูจากอารมณ์ของท่านปู่ทวดแล้ว บางที...คงไม่สู้ดี

สมาชิกคนอื่นของตระกูลเรโนลต์อีกห้าคนมาถึงในบ้านแล้ว พวกเขาคือลุงกับป้าของซาโร่ เรโนลต์รุ่นปู่ดำรงตำแหน่งที่สำคัญและไม่สามารถละทิ้งทุกสิ่งเพื่อเร่งรีบมาที่นี่ได้

พ่อของซาโร่ก็รีบมาถึงเช่นกัน หลังจากยืนยันว่านายท่านใหญ่ไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต เขาจึงเข้าไปจัดการซาโร่

ในอดีต เมื่อใดก็ตามที่พ่อของซาโร่ดุด่าเขา จะมีคนมาไกล่เกลี่ยเสมอ แต่คราวนี้ไม่มีใครเข้ามาวุ่นวาย แม่ของซาโร่นั่งอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล ตอนที่หล่อนพยายามจะพูดแทรก หล่อนถูกหยุดโดยหนึ่งในป้าของซาโร่ สมาชิกตระกูลไม่รู้เรื่องราวทั้งหมด แต่พิจารณาจากการกระทำที่ผ่านมาของซาโร่ ต้องเป็นความผิดของซาโร่แหง ๆ !

ซาโร่ที่ใบหน้าฟกช้ำยังคงคุกเข่าสะอึกสะอื้น แต่ไม่กล้าส่งเสียงร้องสักคำ ไม่มีความจองหองใด ๆ หลงเหลืออีก

ซาโร่อาจจะเคยตัว แต่เขาไม่ได้ไร้จิตสำนึก เขาไม่อยากเห็นสถานการณ์แบบนี้ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมท่านปู่ทวดถึงร่ำไห้ขนาดนั้น เพราะสิ่งที่เขาพูดในห้องสตูดิโอน่ะเหรอ ? ถ้าเขารู้ว่าท่านผู้เฒ่ายืนอยู่ข้างนอก เขาไม่กล้าพูดอะไรแบบนั้นหรอก !

ขณะที่คุกเข่าสะอึกสะอื้น ประตูก็เปิดออก พ่อของเขาส่งสายตาเย็นชาและกล่าว "ท่านผู้เฒ่าอยากคุยกับแก"

ซาโร่สูดลมหายใจ จับกรอบประตูพยุงตัวเองเพื่อลุกขึ้น หลังจากใคร่ครวญ เขาตัดสินใจกลับลงไปคุกเข่า และคลานเข้าไปในห้องทั้งแบบนั้น

ชายชราหันหลังให้กับประตู ดังนั้นซาโร่จึงไม่เห็นสีหน้าของเขา ทั้งหมดที่เขาทำได้ภายใต้การจ้องมองอย่างเย็นชาของผู้ใหญ่คือการสั่นเทา

"ทะ... ท่านปู่ทวด" ซาโร่พึมพำ

เมื่อเตรียมตัวพร้อมสำหรับการลงโทษที่อาจเกิดขึ้นแล้ว ซาโร่กลับได้ยินสิ่งที่คาดไม่ถึงแทน

"เพลงนั้น ชื่อเพลงอะไร ?" นายท่านใหญ่กล่าว

"เอ๊ะ ?!" สีหน้าซาโร่สับสน

คนอื่นในบ้านก็ประหลาดใจเช่นกัน

"มา 'เอ๊ะ' อะไรเล่า ?! รีบตอบไปเซ่ !" พ่อของซาโร่ฉุนเฉียวเมื่อเห็นลูกชายทำตัวโง่ขึ้นมา ตะคอกพลางมะเหงกกลางกระหม่อมซาโร่เสียงดัง

"โอ๊ย !"

ซาโร่ยอบคอลงและครุ่นคิด ในตอนนั้น มันควรจะเป็นฉากแสดงของเขา ชื่อเพลงประกอบนั้น...

"ภ...ภารกิจ เพลงชิ้นนั้นชื่อว่า 'ภารกิจ' ครับ" ซาโร่กล่าว

"ภารกิจ" นายท่านใหญ่ทวนคำเบา ๆ ราวกับถอนหายใจ สายตาทอดยาวไปที่ไหนสักแห่ง




NEKOPOST.NET