Superstars of Tomorrow ตอนที่ 54 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.54 - กำสรวล


054 กำสรวล

นี่คือชายที่ยังคงถือครองความอาวุโสที่สุดในตระกูลเรโนลต์ทั้งหมด แม้จะก้าวลงจากอำนาจมาระยะหนึ่งแล้ว แต่กิตติมศักดิ์และยศนายพลของเขายังคงได้รับการสงวนไว้ ทุกวันนี้เขาไม่ได้มีส่วนร่วมในรัฐบาลอีกแล้ว แต่ผู้คนยังคงยอมรับด้วยความเคารพถือเขาในฐานะ 'นายพลเฒ่าเรโนลต์'

เมื่อผู้คนแก่ตัวลง สุขภาพร่างกายก็เสื่อมถอย เร็ว ๆ มานี้นายพลเฒ่าเรโนลต์มีเวลาว่างมากมายให้ครุ่นคิดไตร่ตรอง เขาคิดเรื่องลูกและหลาน ๆ, รำลึกถึงภรรยาผู้ล่วงลับ และเหล่าสหายเก่าในกองทัพของเขา

นั่นไม่ใช่สถานการณ์ที่เป็นประโยชน์นัก ดังนั้นแพทย์จึงแนะนำว่าเขาควรจะออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกบ้าง การอยู่แต่บ้านรังแต่จะทำให้คิดมาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีเลยสำหรับคนในวัยอย่างเขา

ขณะที่คิดว่าจะไปที่ใดดีครู่หนึ่ง นายพลเฒ่าเรโนลต์ก็ตัดสินใจมาเยี่ยมเหลนที่ช่างก่อเรื่องให้สมาชิกคนอื่นในตระกูลเรโนลต์ ต่อหน้านายพลเฒ่าเรโนลต์ สมาชิกคนอื่นในตระกูลได้แต่กล่าวถึงเจ้าเด็กเวรนั่นว่า 'มีชีวิตชีวา' เป็นคำที่สุภาพดี ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะหาคำตอบ แม้ซาโร่รักที่จะก่อเรื่อง แต่โชคดีที่เขาไม่ได้นิสัยชั่วร้ายข้ามเส้นโดยธรรมชาติ เขายังคงทำหลับตาข้างเดียวทำว่าไม่รู้เรื่องไปได้

ก่อนหน้านี้ ตอนที่นายพลเฒ่าเรโนลต์เข้าอินเตอร์เน็ต เขาพบว่าอินเตอร์เน็ตกำลังกระหึ่มไปด้วยข่าวที่เกี่ยวกับซาโร่ ดังนั้น ตอนที่ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ เขาจึงตัดสินใจแวะมาเยี่ยมเหลนของตน

แพทย์ส่วนตัวที่ติดตามมากังวลเล็กน้อย เขาเพียงหวังว่าซาโร่จะไม่ทำให้ปู่ทวดของตัวเองกริ้วจนเกินไป เดิมทีเขาวางแผนให้ทีมแพทย์เฉพาะอีกห้าคนติดตามมา แต่พิจารณาอีกทีแล้ว เขาตัดสินใจเพิ่มเป็นเจ็ดคนเป็นการรับประกัน จากบรรดาเครือญาติทั้งหมดที่สามารถไปเยี่ยมได้ นายท่านใหญ่กลับเลือกซาโร่ที่วัน ๆ เอาแต่สร้างข่าวใหญ่เสียได้

หลังจากผู้ดูแลบ้านชี้แนะสถานที่ ชายชราปฏิเสธความตั้งใจที่จะเรียกตัวซาโร่ออกมาของเขา แต่กลับเดินไปทิศทางที่ผู้ดูแลบ้านชี้แทน เขาอยากเห็นว่าเหลนตัวก่อเรื่องของตัวเองปกติแล้วเป็นอย่างไร ? เขายังอยากรู้ด้วยว่าด้านที่แท้จริงของเด็กรุ่นนี้เป็นอย่างไรกัน

ประตูสตูดิโอเปิดออกเล็กน้อย ใครบางคนไม่ได้ปิดประตูให้ดีหลังจากออกไปเข้าห้องน้ำ ภายในสตูดิโอ เสียงโหวกเหวกของชายหญิงผสมด้วยเสียงของภาพยนตร์ดังออกมาจากช่องว่างของประตู

ผู้ดูแลบ้านที่ติดตามอยู่ข้างหลังอย่างใกล้ชิด ก้มศีรษะของตัวเองลง มือของเขากำแน่นขณะที่เม็ดเหงื่อผุดบนหน้าผากของเขา ในใจพร่ำภาวนา: นายน้อย หุบปากซะ อย่าพูดอะไรเกินเลยเชียวนะเฮ้ย ถึงจะปากมากเป็นปกติ แต่อย่ามาทำตอนนี้ !

ชายชราไม่ได้เดินเข้าไป แต่ยืนที่ทางเข้าประตู ค้ำไม้เท้าในมือข้างหนึ่ง อีกข้างจับประสานมือไว้ แม้เขาจะค่อนข้างง่อนแง่นไปตามอายุ แต่การยืนนิ่งยังคงสร้างความรู้สึกดั่งหินผา ไม่คลอนแคลน

แพทย์ส่วนตัวให้ความสนใจทุกสีหน้าของชายชรา เขารู้ว่าเด็กพวกนั้นเป็นอย่างไรในทุก ๆ วันที่ผ่านมาและเป็นกังวลว่านั่นจะส่งผลให้กับนายท่านใหญ่

คนมากกว่าสิบคนยืนอยู่ข้างนอกทางเข้าประตู ไม่ส่งเสียงสักคำ บ้านทั้งหลังอยู่ภายใต้ความกดดัน พนักงานทำความสะอาดกำลังสั่นกลัวและทุกอากัปกิริยาเพียงน้อยนิดก็ทำด้วยความระมัดระวังสุด ๆ ดังนั้นเสียงของกิจกรรมที่มาจากห้องสตูดิโอจึงดังกระจ่างและชัดเจน

ภายในห้อง ชัดเจนว่าซาโร่กำลังคุยโม้เกี่ยวกับประสบการณ์การแสดงของตน

"ฉันไม่ได้จะอวดนะเว้ย แต่ว่าตอนที่แสดงน่ะ ฉันคิดว่าฉันแสดงได้อย่างกับปู่ทวดของฉันในสมัยนั้นเลย ! เป็นไงล่ะ ? คล้ายมากใช่มั้ยล่ะ ?! ระดับนี้น่ะ คนทั่วไปเล่นไม่ได้หรอก !"

ซาโร่ยังคุยโวอยู่ภายใน คนอื่น ๆ ก็เออออตาม แต่พวกเขารู้ดีว่ากำลังดูอะไรอยู่ ร่างที่เพิ่งกระโจนเข้ายานบินนั่นมันสตั๊นแมนชัด ๆ !

ในภาพยนตร์ กองกำลังทหารจำนวนมากกำลังมุ่งหน้าไปยังเขตภัยพิบัติ ภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ที่ซาโร่เคยทำมาก่อนอาจขาดตรรกะ แต่สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ ด้วยยุทโธปกรณ์ทางการทหารของจริง ๆ พวกเขาไม่สามารถประมาทได้ แน่นอนว่าเครื่องมือที่ใช้จริง ๆ คิดเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ขณะที่คอมพิวเตอร์จะสร้างเอฟเฟกต์พิเศษส่วนที่เหลือเอง การมียุทโธปกรณ์จริง ๆ ในภาพยนตร์จะถูกถือว่าเป็นการปฏิบัติทางการทหารมากกว่าการถ่ายทำภาพยนตร์เอา

ฉากในตอนนี้แสดงให้เห็นเครื่องบินรบและยานบินของกองทัพอากาศทุกประเภท ภายใต้ฉากอันยิ่งใหญ่ที่คลี่คลาย เสียงกลองทิมปานีก็เริ่มดังระรัวในพื้นหลัง ค่อย ๆ เพิ่มความดังขึ้น เสียงโหยหวนจากฮอร์นเปล่งเสียงขึ้นมาคล้ายกับจะสั่นไหวแผ่นดิน สร้างความตะลึงงันให้กับบรรดาผู้ชม ราวกับว่ากระแสไฟฟ้าได้ซ่านผ่านพวกเขาไป ผู้ชมที่เฉื่อยชาเริ่มตื่นตัวและตื่นเต้น

เสียงคำรามของเครื่องบินรบ ร่วมกับเสียงออร์เคสตร้าเป็นพื้นหลัง สร้างบรรยากาศอันเวิ้งว้างสง่างาม การสับเปลี่ยนกันอย่างรุนแรงของเสียงเครื่องเป่าทองเหลืองและเครื่องเป่าลมไม้ พร้อม ๆ กับการต่อสู้อย่างดุเดือดระหว่างสองฝ่าย เอฟเฟกต์พิเศษที่น่าประทับใจกับภาพอันสมจริงผสมผสานได้อย่างลงตัวกับดนตรี ทั้งหมดนี้สร้างแรงกระทบโดยตรงต่อจิตวิญญาณ

"ฮ่า ๆ ! ไงล่ะ ? รู้สึกถึง 'เทพสงคราม' ได้เลยใช่มั้ยล่ะ ? ฮ่า ดูสิ ! ฉันจะออกจากยานรบแล้ว !"

ทุกคนในห้องสตูดิโอยืดหลังตรงและจับตามองฉากตรงหน้าด้วยความสนใจ ประตูเครื่องบินรบเปิดออก เผยให้เห็นเหล่าทหารติดอาวุธครบครันที่อยู่ภายในห้องบรรทุก ในหมู่พวกเขาคือซาโร่ที่รับบทเป็นตัวเอก ภาพถ่ายระยะใกล้บ่งบอกผู้ชมว่าเป็นบุคคลนี้ที่เป็นตัวหลัก ก่อนที่เขาจะสวมแว่นตาและนำทีมของตนกระโจนออกเครื่องบินรบ

แล้วจากนั้นน่ะเหรอ ? ก็ไม่มีแล้ว

ซาโร่เบือนหน้า 45 องศาและออกจากเครื่องบินรบไป ส่วนการแสดงโลดโผนโรยตัวออกจากเครื่องบินรบนั้นเป็นสตั๊นแมนทั้งหมด

ไม่ว่าคนอื่นในห้องสตูดิโอจะอยากหัวเราะเยาะซาโร่ขนาดไหน แต่ทั้งหมดที่หลุดออกมาจากปากล้วนแต่เป็นคำชื่นชม

ภายนอก แพทย์เดาได้เลยว่าคำเยินยอเหล่านั้นทั้งหมดหมายถึงอะไร โอ้ จริงสิ หนังของนายน้อยชื่อ 'เทพสงคราม' นี่ ? โหว ต้องหน้าด้านขนาดไหนเนี่ย ? เทพสงครามเนี่ยนะ ? คิดจะเอาทีมภาพยนตร์ไปเทียบกับกองทัพ 'เทพสงคราม' ของจริงเนี่ยนะ ? เหอะ 'เทพสงคราม' ตัวจริงยืนอยู่ตรงนี้แล้วเว้ย

ผู้ดูแลบ้านก้มศีรษะลงต่ำยิ่งกว่าเดิม หวังอยากให้ธรณีแยกแล้วสูบตัวเองลงไป

แพทย์ส่วนตัวรีบเหลือบมองใบหน้าของนายท่านใหญ่ ร่องรอยยิ้มแย้มใด ๆ ก่อนหน้าอันตรธานไปทั้งหมด กระนั้นเขาไม่ได้ดูโกรธเกรี้ยว แต่เหมือนจะจมไปในภวังค์ เขาไม่ได้ให้ความสนใจนายน้อย แต่นายท่านใหญ่กลับจมไปกับเสียงที่กำลังดังออกมา

เขาอาจจะแก่ตัวลง แต่เขาไม่ได้หูหนวก แม้จะไม่ได้ดูภาพยนตร์ แต่เขาก็สามารถแยกแยะเสียงเครื่องบินขนส่ง, เครื่องบินรบ และเครื่องบินทิ้งระเบิดและปืนประเภทใด ๆ ได้อยู่ จากเสียงระเบิด เขาสามารถบอกรูปแบบของปืนใหญ่และเกราะรถถัง รวมไปถึงประเภทของอาวุธที่ใช้การได้เลย

แม้จะออกจากสนามรบมาหลายปีแล้ว แต่เขายังคงสังเกตการณ์สิ่งที่เกิดภายในกองทัพ เว้นแต่จะหลงลืมไปบ้าง ทว่าบัดนี้ความทรงจำเหล่านั้นหวนกลับคืนมาอย่างกระจ่างแจ้ง

ข้าง ๆ เขา เครื่องวัดสุขภาพของนายท่านใหญ่เริ่มดังเตือน

"ท่านนายพล ?" แพทย์ตระหนักว่ามีความผิดปกติ

เส้นเลือดดำปรากฏขึ้นบนมือที่กำลังจับไม้เท้าแน่น ใบหน้าอันเหี่ยวย่นนั้นสั่นไหวเล็กน้อยราวกับเขากำลังอดทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัส

"ท่านนายพล ? เกิดอะไรขึ้นครับ ?" แพทย์เป็นกังวล เร็ว ๆ มานี้สภาพจิตใจของนายท่านใหญ่ไม่สู้ดี และด้วยวัยของเขา แม้แต่แพทย์ก็ไม่ทราบว่าความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเขาอย่างไร

นายพลเฒ่าเรโนลต์เพียงยืนอยู่ที่นั่น ไม่ส่งเสียงใดอย่างกับว่าเขาไม่ได้ยินเสียงของแพทย์ เขายืนทอดสายตาไปไกลประหนึ่งกำลังตั้งใจรับฟังบางอย่าง คล้ายกับการหวนรำลึก ดวงตาของเขาแดงเถือกและคลอเบ้า ขณะที่เสียงเพลงประกอบและเสียงเอฟเฟกต์ดังมาถึงจุดไคลแมกซ์ เขาหลับตาลง น้ำตาไหลพราก ทั้งร่างกายของเขาเริ่มสั่นเครืออย่างไม่อาจควบคุม

แพทย์ตะลึงงัน ตั้งแต่ที่เขารับงานนี้ต่อจากพ่อของตัวเอง เขาไม่เคยเห็นนายท่านใหญ่อยู่ในอาการแบบนี้มาก่อน

เชี่ย ! แย่แล้ว !

"ทีมแพทย์ ! มาตอนนี้ด่วน !"

มีแค่แพทย์ส่วนตัวที่ติดตามมนายท่านใหญ่ ส่วนทีมแพทย์ที่เหลือกำลังรออยู่ที่ลานจอด

เมื่อได้รับสาย ทีมแพทย์เร่งรีบเข้าไปภายในบ้าน

ขณะที่ประตูของห้องสตูดิโอไม่ได้ถูกงับปิด เสียงโกลาหลทันควันดังให้ได้ยินถึงภายในห้อง ซาโร่รู้สึกไม่ดีกับเรื่องนี้ สาวเท้าออกมาจากทางเข้าและเป็นพยานรู้เห็นในเหตุการณ์ เขารู้สึกราวกับมีสายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านร่างไป ขาของเขาอ่อนแอขณะที่คุกเข่าลงในทางเดิน

มีเพียงคำเดียวดังก้องในความคิดของซาโร่: จบเห่ ตอนนี้ชายชราที่มีสถานะสูงสุดของตระกูลเรโนลต์ ผู้ที่ไม่ควรกระตุกหนวดด้วยที่สุดกำลังหลั่งน้ำตากำสรวล




NEKOPOST.NET