Superstars of Tomorrow ตอนที่ 53 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.53 - ท่านปู่ทวด


053 ท่านปู่ทวด

หลังจากการผลิตมูฟเมนต์ที่สามเสร็จสมบูรณ์ ซิลเวอร์วิงก์ได้ส่งมอบตัวก๊อปปี้ให้กับซาโร่

ซาโร่พอใจกับเพลงและการตัดสินใจของตัวเองเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามโน้ตเพลงก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ 'เทพสงคราม' เท่านั้น พล็อตเรื่องของภาพยนตร์มีความแตกต่างจากมิวสิควิดีโอ หากเป็นสถานการณ์ปกติ ซาโร่คงจะใช้มันทันทีโดยไม่แยแส แต่งวดนี้เขาอยู่ภายใต้ความกดดันและต้องทำงานอย่างจริงจัง ดังนั้นหลังจากการหารือกับซิลเวอร์วิงก์มีเดีย เขาจึงต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเพื่อให้นักประพันธ์เพลงทำการแก้ไขการเรียบเรียงเสียงประสานให้ลงตัวกับภาพยนตร์ยิ่งขึ้น

'ไวร์เลสมีเดีย' ไม่ขาดแคลนนักเรียบเรียงเสียงประสาน ทว่าซาโร่รู้สึกว่านักประพันธ์เพลงต้นฉบับควรจะสามารถทำงานได้ดีกว่า

ในด้านซิลเวอร์วิงก์ แน่นอนว่าการปรับปรุงแก้ไขกระทำโดยฟางจ้าวเอง หลังจากได้ดูคลิปของ 'เทพสงคราม' ที่ต้วนเชียนจี๋ส่งให้ มูฟเมนต์ที่สามก็ได้รับการแก้ไข

ภายในฉากอลังการของภาพยนตร์ มีองค์ประกอบเสียงมากมาย ไม่ใช่เพียงแค่เสียงดนตรี แต่ยังมีเสียงเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ของภาพยนตร์เอง หากดนตรีและเสียงเอฟเฟกต์เหล่านั้นไม่ได้รับการเรียบเรียงอย่างเหมาะสม ก็ง่ายที่จะถูกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกลืนกิน ไม่ว่าจะเป็นเสียงหลักหรือเสียงรอง ต่างก็มีผลต่อประสบการณ์ในการรับชม

ดังนั้นตอนที่ฟางจ้าวปรับปรุงมูฟเมนต์ที่สาม เขาได้รวบรวมเสียงที่คล้ายคลึงกับในคลิปภาพยนตร์มาไว้ในบทเพลงด้วย เขาปรับเปลี่ยนเสียงสูงต่ำ, ระดับเสียงและจังหวะ รวมไปถึงเสียงประสานและท่วงทำนอง เสียงอิเล็กทรอนิกส์บางส่วนถูกถอนออกไปและแทนที่ด้วยเสียงเอฟเฟกต์ที่ใช้ในภาพยนตร์เพื่อความกลมกลืน

ทางด้าน 'ไวร์เลสมีเดีย' เพลงประกอบไม่ได้ถูกให้ความสนใจมากนัก ซาโร่รู้สึกว่าเพลงประกอบนั้นเหมาะสมกับการเปิดตัวยิ่งใหญ่อลังการของเขาเป็นอย่างมาก เอเย่นต์ของซาโร่คิดว่าบทเพลงใช้ได้เลย แต่ไม่คิดว่ามันจะส่งผลให้กับภาพยนตร์มากมายนัก

ขณะที่นาฬิกามาถึงเวลา 11 นาฬิกา เหล่าพนักงานของ 'ไวร์เลสมีเดีย' ต่างจับตามองบนชาร์ตหนัง ให้ความสนใจที่ยอดขาดสำหรับรอบปฐมทัศน์

ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี อุปกรณ์เครื่องฉายและระบบเสียงได้รับการปรับปรุงเป็นอย่างมาก ทำให้จำนวนของโรงภาพยนตร์ลดลง นอกจากโรงภาพยนตร์ที่สำคัญภายในศูนย์กลางการค้าของทุกเมืองแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะรับชมภาพยนตร์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตโดยตรง

โรงภาพยนตร์จริง ๆ ได้ถูกเปลี่ยนเป็นเครือข่ายแบบจำลองเสมือนจริงแทนที่

ผู้คนของทุกเมืองในเหล่ยโจวเตรียมโสตทัศนูปกรณ์ของตัวเองพร้อมแล้ว แน่นอนว่าพวกเขาส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่ซาโร่แห่งเรโนลต์ผู้โด่งดัง บ้างเพียงอยากดูภาพยนตร์ก่อนที่จะนำไปเขียนบทวิจารณ์ในฐานะ 'หนูลองยา' รุ่นบุกเบิก

ซาโร่เชื้อเชิญเพื่อนสนิทเป็นพิเศษของตัวเองมาดูรอบปฐมทัศน์ที่ห้องสตูดิโออันหรูหราของตัวเองที่บ้าน

"เริ่มแล้ว ! ฮ่า ๆ พวกนายมาดูกันสิว่าข้าปกป้องโลกยังไง !"

ซาโร่ไม่วุ่นวายตรวจสอบตัวเลขการตลาดบนอินเตอร์เน็ต ถึงเขาจะเป็นพวกเจ้าสำราญ แต่ไม่ใช่คนโง่ เขารู้ว่าคุณภาพภาพยนตร์ตัวเองต่ำกว่า 'ราชาสไนเปอร์' อย่างแน่นอน แต่เขา 'ต่อกร' และไม่ท้อถอย เขาทำเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของตัวเอง ไม่ว่าสุดท้ายตัวเลขบนบ็อกซ์ออฟฟิศและ 'เทพสงคราม' จะสามารถคืนทุนได้หรือไม่ นั่นเป็นเพียงแค่เรื่องรอง

ทำไมผู้คนส่วนใหญ่ไม่คาดหวังกับ 'เทพสงคราม' นักน่ะเหรอ ? เพราะเพียงแค่ดูตัวอย่าง คุณก็สามารถคาดเดาเนื้อเรื่องได้แล้ว ในท้ายที่สุดมันก็เป็นเพียงแค่พล็อตเรื่องเชย ๆ ของวีรบุรุษช่วยสาวงามและปกป้องโลก ตามคำของชาวเน็ตที่ว่าการดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่งของซาโร่ก็เหมือนกับได้ดูทุกเรื่องแล้ว

'เทพสงคราม' มีพล็อตเรื่องง่าย ๆ พระเอกเป็นทหารที่โดดเด่นในกองทัพ นางเอกเป็นนักข่าว เมื่อเมืองหนึ่งถูกสัตว์ประหลาดบุกเข้าโจมตี นางเอกก็มุ่งไปเขตภัยพิบัติเพื่อรายงานข่าว ในช่วงเวลาที่วิกฤต พระเอกได้นำทีมของเขาเข้ามาช่วยเหลือ กำราบสัตว์ประหลาดและช่วยสาวงาม จบลงอย่างมีความสุข

การชมภาพยนตร์ไม่ควรจริงจังเกินไป ทันทีที่คุณจริงจัง คุณจะพบว่ามีหลายส่วนเลยที่ไม่สมเหตุสมผล อย่างไรก็ตาม คงเป็นเพราะว่าซาโร่มีส่วนร่วมในการแสดง ทั้งนักแสดง แม้แต่ทีมงาน รวมถึงดาราสาวที่ซาโร่ให้เล่นเป็นนักแสดงนำหญิงก็เอาจริงเอาจัง พวกเขาไม่เคยเล่นผิดพลาดใหญ่โตเลย กระทั่งตัวซาโร่ที่ไม่ได้ถนัดในการแสดงนักก็มุมานะอย่างหนัก ไม่เหมือนกับภาพยนตร์เจ็ดเรื่องแรกที่เป็นดารารับเชิญ

กล่าวได้ว่ามีความพัฒนาขึ้นอย่างมาก

กระนั้นเหล่าผู้ชมที่มีสายตาเฉียบขาดบางคนก็สามารถบอกได้ถึงความแตกต่างของซาโร่กับตัวแสดงแทนที่คล้ายคลึงกัน

ตรงนี้ใช้สตั๊นแมน, ตรงนี้ก็สตั๊นแมน, แล้วก็ตรงนี้.... โอ้ ดูเหมือนจะตัดต่อนะ ตรงไหนก็ตามที่เป็นเงามืดหรือย้อนแสงต่างก็กระทำโดยสตั๊นแมนทั้งหมด

โคตรแย่ ! ไร้ความเป็นมืออาชีพ ! หักแต้มวิจารณ์ลงไปอีก !

ผ่านไปครึ่งเรื่อง ภาพยนตร์เน้นพื้นที่ภัยพิบัติที่สัตว์ประหลาดโจมตี ภายใต้หมอกควันหนาสีดำราวกับกลุ่มเมฆ เหล่ามนุษย์ตัวจ้อยกำลังรวมตัวกัน ระเบิดจุดประกายบนร่างกายคล้ายกับจะแผดเผาถึงไขกระดูก สร้างฝุ่นควันหนาที่ยากจะหายใจ

ทุกอย่างดูสมจริงภายใต้ภาพโฮโลแกรม !

เมื่อได้ชมฉากนี้ ในใจผู้ชมมีคำสองคำผุดขึ้นมา — หนังห่วย !

ภาพยนตร์เชิงพาณิชย์ที่เต็มไปด้วยเอฟเฟกต์พิเศษและพล็อตเรื่องน่าเบื่อมีเป็นดาษดา เพียงเหลือบมองก็เกินพอที่จะรู้ได้แล้วว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคใหม่ ที่ภาพยนตร์และโทรทัศน์รุ่งเรือง ภาพยนตร์ล้าสมัยไร้ความหมายแฝงและตรรกะใหม่ ๆ จะถูกจัดว่าเป็น 'หนังห่วย' โดยสาธารณะ

เมื่อหลายคนได้ชมฉากนี้ พวกเขาก็กระจ่างแจ้งและเป็นไปอย่างที่คาดไว้ พล็อตเรื่องเหมือนกับที่คิดเป๊ะ ๆ เลย

เยี่ยม ถัดไปก็ควรจะเป็นฉากชูโรงของชายใหญ่น้อยซาโร่ที่นำทัพออกมาพิทักษ์โลกแล้ว หลายคนทำทีว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังตลก และตอนนี้เวลาของฉากไคลแม็กซ์ที่มวลชนล้วนคาดหวังที่จะได้หัวเราะลั่นก็มาถึงแล้ว

ภาพยนตร์ที่ซาโร่ลงทุนเรื่องนี้ประโลมโลกและไร้ตรรกะ แต่อย่างน้อยที่สุดมันก็สร้างบรรยากาศของฉากและเอฟเฟกต์พิเศษได้อย่างน่าทึ่ง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้พอจะถูไถไปได้อย่างง่ายดาย

"ใกล้แล้ว ! พวกนายจะได้เห็นกันว่าฉันเข้าฉากอย่างเด่นสง่าขนาดไหน !" ซาโร่โหวกเหวกขณะที่นั่งสั่นขาบนโซฟาอย่างตื่นเต้น

ในเวลานั้นเอง ที่นอกคฤหาสน์ของซาโร่ ยานบินกำลังร่อนลงมาอย่างเชื่องช้า

พื้นที่บริเวณนี้คือที่อยู่อาศัยเดี่ยว ด้วยสวนที่กว้างขวางเบื้องหน้าเป็นลานลงจอดสำหรับรถบิน, เครื่องบิน และอื่น ๆ

ผู้ดูแลบ้านของซาโร่ที่กำลังง่วนกับการเตรียมอาหารและเครื่องดื่มไปเสิร์ฟที่ห้องสตูดิโอ ตอนที่เห็นยานพาหนะกำลังร่อนลง เขาแทบจะทิ้งสิ่งที่กำลังทำอยู่และเรียกข้ารับใช้ที่เหลือในบ้านให้รีบออกมาให้การต้อนรับแขก แม้ว่าผมของเขาจะยุ่งเหยิง แต่ผู้ดูแลบ้านไม่ใช้มือสางผมเลย แทนที่จะเป็นแบบนั้นเขากลับยืนนิ่งค้างที่จุดนั้นราวกับเป็นรูปปั้น

ตอนที่เสียงหึ่งของเครื่องยนต์สงบลง ประตูยานก็เปิดออก ผู้ดูแลบ้านและข้ารับใช้ก้มศีรษะลงต่ำ เกรงว่าจะสบสายตาเข้า ชำเลืองมองผ่านหางตา ทั้งหมดที่พวกเขาเห็นคือรองเท้าบู๊ทของผู้อารักขาส่วนตัวสองสามคน

ชายสูงวัยที่ผมขาวเต็มศีรษะก้าวออกมาจากยานพาหนะ แพทย์ส่วนตัวข้างกายเขายกมือเสนอการประคับประคอง แต่ถูกปัดปฏิเสธ

ชายชราพินิจพิจารณาบ้านที่อยู่เบื้องหน้าเขาด้วยรอยยิ้มเจือจาง ด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยนั้น เขาถอนหายใจ "ดูเหมือนจะไม่ได้มาที่นี่มาเป็นสิบปีแล้วนะ" แล้วหันไปทางผู้ดูแลบ้านที่กำลังรออยู่ด้วยความเคารพ เขาถาม "ไอ้หนูซาโร่อยู่บ้านรึเปล่า ?"

"นายน้อยอยู่บ้านครับ กำลังดูหนังกับเพื่อนอีกเจ็ดคนของเขาในห้องสตูดิโอครับ" ผู้ดูแลบ้านตอบอย่างสุภาพ น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความประหม่า

"ดีมาก" ชายชรากล่าวพลางเดินตรงไป

ผู้ดูแลบ้านก้าวล่วงหน้ามาสองสามก้าวและเปิดประตู เพียงหลังจากชายชราเข้าไปในห้องแล้ว เขาจึงเลิกศีรษะขึ้นและเหลือบมองห้องตรงกันข้ามด้วยความกังวล ผู้ดูแลบ้านไม่ห่วงหรอกว่าซาโร่อาจถูกดุด่า แต่เขากังวลว่าซาโร่อาจจะก่อเรื่องให้กับชายชรา นี่คือบุคคลที่มีสถานะสูงสุดในตระกูลเรโนลต์ ทุกวันนี้แม้แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงแห่งเหล่ยโจวก็ยังต้องไว้หน้าและให้ความเคารพนับถือสูงสุด ใครให้เขาเป็นพ่อของผู้ว่าการทวีปล่ะ ?

นี่คือชายชราที่ในรุ่นซาโร่เรียกเขาว่า ท่านปู่ทวด




NEKOPOST.NET