Superstars of Tomorrow ตอนที่ 50 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.50 - ข้าไม่ถอยว้อย


050 ข้าไม่ถอยว้อย

ในความเป็นจริง ซาโร่ค่อนข้างเฉยเมยกับชาวเน็ตที่ว่าภาพยนตร์ทั้งหมดที่เขาลงทุนคือ 'ภาพยนตร์เส็งเคร็ง' ตัวเขาเองก็รู้ดีว่าภาพยนตร์ที่สร้างไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนเรียกกันว่า 'มีคุณภาพ' ตื้นเขินและขาดมิติ แต่นั่นเป็นภาพยนตร์ประเภทที่เขาชื่นชอบ — เรียบง่าย, ตรงไปตรงมา, ฉากอลังการงานสร้างและตื่นตา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพวกมันทำให้แฟนสาวของเขามีความสุข เขาก็รู้สึกดีกับพวกมันไปด้วย

ตอนที่เขาเรียนจบ ซาโร่ก่อตั้งบริษัทลงทุนสร้างภาพยนตร์เล่น ๆ เท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นเขาไม่ได้คิดมากนักและพร้อมที่จะขาดทุนอยู่แล้ว ใครจะไปคิดว่ามันจะคืนทุน ?

ครั้นแล้วซาโร่จึงเริ่มเสพติด เขาทำตามวิธีการของตัวเอง โดยไม่คำนึงว่าสื่อและสาธารณะชนจะนินทาเขาอย่างไร เขายังคงทำตามอำเภอใจ ใครจะไปสนล่ะว่าคนอื่นจะพูดว่าอะไร ? ครั้งหนึ่งลุงของเขาเคยกล่าวว่า: แกจะเอาชีวิตรอดไปได้ยังไงถ้าไม่หน้าด้านเข้าไว้ ?

แต่ตอนนี้เขาไม่อยากเป็นเพียงผู้ชมอีกแล้ว เขาอยากแสดงด้วยตัวเอง เป็นดาราในเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่และรับบทเป็นฮีโร่อยู่ยงคงกระพันผู้ปกป้องโลก

ทุกคนมีความปรารถนาที่จะเป็นวีรบุรุษในใจ อันที่จริงซาโร่อิจฉาพี่น้องของตัวเองที่ได้เข้าร่วมกองทัพ แต่ช่วยไม่ได้ เขาไม่อยากลำบาก ดังนั้นเขาจึงต้องเติมเต็มความฝันของตัวเองผ่านภาพยนตร์ นั่นง่ายดายกว่าเยอะ

ด้วยแบบนี้เขาจึงพร้อมที่จะถลุงเงิน 10 ล้านสำหรับหนึ่งเพลง แม้ว่ามันจะสูญเปล่า ก็ไม่มีปัญหา ถึงอย่างไรมันก็เป็นภาพยนตร์ถลุงเงินสร้างอยู่แล้ว ถ้าเขาไม่พึงพอใจ ก็ช่างเสียประไร

เขาคิดเกี่ยวกับการชิงตัวนักประพันธ์เพลงที่อยู่เบื้องหลัง 'ทัณฑ์สวรรค์' และ 'ทะลวงรังไหม' เพื่อมาแต่งเพลงให้เขา แต่ซิลเวอร์วิงก์ทำได้อย่างดีเยี่ยมในการปกปิดตัวตนของนักดนตรี ทั้งหมดที่เขาทำได้ก็คือการรอคอย ถ้าเขาชอบมูฟเมนต์ที่สาม เขาจะรุกคืบเข้าหาตัวนักประพันธ์เพลง แต่ถ้าไม่ แบบนั้นเขาจะจัดซิลเวอร์วิงก์และนักประพันธ์เพลงลงในแบล็กลิสต์และไม่ร่วมงานกับพวกเขาอีก

ซาโร่เป็นคนสุรุ่ยสุร่าย แต่ไม่ใช่คนโง่ ถ้าไม่ใช่เพลงที่ชอบ เขาไม่เสร็จสักแดงเดียวหรอก

ส่วนเนื้อเรื่องของภาพยนตร์น่ะเหรอ ?

เขาไม่สน ถึงอย่างไรมันก็แค่หนัง เพียงเพื่อความบันเทิงเท่านั้น เรื่องราวไม่ใช่ปัญหา ปีนี้เป็นเรื่องของคนทั่วไปที่ปกป้องโลกจากการรุกรานของสัตว์ประหลาด ปีหน้าก็เป็นสัตว์กลายพันธุ์ และถัดไปเป็นเรื่องยอดมนุษย์ และจากนั้นก็สัตว์ประหลาดต่อสู้กับสัตว์ประหลาดในอีกปีถัดไป เรื่องดาษ ๆ เลยไม่ใช่เหรอ ?

สำหรับภาพยนตร์เรื่องที่แปดของเขา เขาจะต้องสวมชุดเกราะยนต์เพื่อต่อกรกับสัตว์ร้าย เท่โคตรใช่มั้ยล่ะ ?! ปล่อยให้การต่อสู้ในชุดศึกทั้งหมดเป็นงานของสตั๊นท์แมน ทั้งหมดที่เขาทำก็คือการเผยหน้าตาอันหล่อเหลาของตัวเอง เรื่องกล้วย ๆ

ซาโร่กระทั่งตั้งชื่อภาพยนตร์ด้วยตัวเอง — 'เทพสงคราม'

บางคนหัวเราะเยาะหลังจากได้ยินชื่อเรื่อง: โอ้ ช่างมั่นหน้า เทพสงครามเรอะ นี่ปู่ทวดของมันรู้เรื่องแล้วยัง ?

ปู่ทวดของซาโร่ พ่อของผู้ว่าการแห่งเหล่ยโจวคนปัจจุบัน เคยเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับสมญานามว่า 'เทพสงคราม' ตอนที่เขายังเป็นทหารหนุ่ม ครั้งหนึ่งเขาคือรองผู้บัญชาการทหารกล้าแห่งกองทัพเหล่ยโจว

ตอนนี้เขาเป็นชายชราที่มีอายุกว่า 190 ปี เขาเลิกวุ่นวายกับปัญหาในครอบครัวมานานแล้ว ตั้งแต่ที่ลูกชายกลายเป็นผู้ว่าการแห่งเหล่ยโจว ถึงอย่างนั้นชายชราก็ยังคงมีอิทธิพลมากมาย ทุก ๆ ปีอดีตกองทัพของเขาจะแวะเวียนไปเยี่ยมเยียน

ขณะที่พ่อของซาโร่ถูกตัดสัมพันธ์ทุกครั้งที่ลูกชายของเขาระดมเช่ายานพาหนะและเครื่องมือของกองทัพเพื่อทำหนังของตัวเอง แต่เขาก็ไม่เคยถูกกำจัด นั่นไม่ใช่เพราะปู่ของซาโร่ที่เป็นผู้ว่าการ บรรดาบุคคลสำคัญยังคงรู้สึกว่าพวกเขาต้องเคารพปู่ทวดของซาโร่อยู่ ตราบที่ความต้องการของซาโร่ไม่ได้พิศดาร​เกินไปและเขายังจ่ายสตางค์ พวกเขาก็จะทำหลับหูหลับตา

แต่ซาโร่ไม่คิดว่ามีอะไรแปลกที่จะตั้งชื่อเรื่องว่า 'เทพสงคราม' ครั้งนี้เขาเป็นตัวชูโรง ไม่ใช่ว่ามันจะไม่ควรค่าแก่ความพยายาม เว้นแต่เขาจะสร้างภาพความเป็นวีรบุรุษให้กับตัวเองหรอกหรือ ?

เพียงตอนที่คิดเกี่ยวกับมัน เอเย่นต์ที่หลบไปรับสายก็ถลากลับเข้ามา

"คุณชายใหญ่ พวกเรามีปัญหาแล้วครับ" เอเย่นต์ดูขุ่นเคือง

"อะไรอีกล่ะ ?" ซาโร่ถาม

"'ราชาสไนเปอร์' เปิดเผยวันเข้าโรงแล้ว กำหนดการวันที่ 1 มกราคมครับ !"

ไม่น่าแปลกใจเลยที่เอเย่นต์ของเขาจะตื่นตัว เหตุผลที่พวกเขามีกำหนดการว่าปล่อยภาพยนตร์ของตัวเองในเดือนมกราคมก็เพราะว่ามีการแข่งขันน้อย มีภาพยนตร์ต้นทุนต่ำไม่กี่เรื่องเท่านั้น พิจารณาจากความสามารถในการสร้างกระแสของซาโร่แล้ว พวกเขาแน่ใจว่าจะได้รับผลตอบรับบนบ๊อกซ์ออฟฟิศดี พวกเขาไม่ได้หวังสูงอยู่แล้ว ทั้งหมดที่ต้องการคือได้ทุนคืน

ตัวซาโร่เองเป็นป้ายโฆษณาเดินได้ ผู้คนมากมายจับจ้องที่เขา แม้แต่ในทวีปอื่นก็ยังมีประเด็นการสนทนาเกี่ยวกับเขา

"เปิดตัวแฟนสาวคนใหม่ของคุณชายใหญ่แห่งเหล่ยโจว", "คุณชายขาใหญ่ที่คุณไม่ควรกระตุกหนวดด้วยที่สุดของทุกทวีปในโลก", "เวทีสิบสองดาราประกาศว่า คุณชายใหญ่ซาโร่ได้รับเลือกให้เป็นดาวเด่นแห่งเหล่ยโจวประจำปี" ... มีพาดหัวข่าวไม่สิ้นสุด แม้ว่าซาโร่จะไม่ได้ร้องเพลงหรือเป็นนักแสดงและไม่มีพรสวรรค์ใด ๆ เลย แต่ความสนใจอย่างต่อเนื่องได้ทำให้เขาเป็นคนดังในเหล่ยโจวอย่างไม่ต้องสงสัย

ข่าวการรับบทบาทการแสดงของซาโร่ครองพาดหัวข่าวบันเทิงมาหลายวันแล้ว ความสนใจมหาศาล ดังนั้นเอเย่นต์ของซาโร่จึงไม่กังวลว่าจะไม่มีคนดู นี่เป็นการแสดงนำครั้งแรกของคุณชายใหญ่เชียวนะ ! คนขี้สงสัยมีไม่ใช่น้อย ๆ ภาพยนตร์ไม่จำเป็นต้องดังระเบิดบนบ็อกซ์ออฟฟิศหรอก ตราบที่มันจะคืนทุนได้

แต่ตอนนี้ภาพยนตร์ทำเงินของแท้ 'ราชาสไนเปอร์' ที่ควรจะเข้าโรงในเดือนกุมภาพันธ์ กลับมีกำหนดการเข้าโรงล่วงหน้าหนึ่งเดือน ! ดูเหมือนว่าจะเป็นการเล็งเป้ามาที่ซาโร่ในสักทาง

'ราชาสไนเปอร์' เป็นการร่วมมือกันของสองสตูดิโอภาพยนตร์ชั้นนำของเหล่ยโจว ดาราที่มีชื่อเสียงหลายคนเข้าร่วมในการแสดง ล่ำลือกันต่าง ๆ นานาว่าเรื่องการเข้าชิงรางวัลต่าง ๆ แฟนภาพยนตร์ต่างก็ตั้งตารอคอย ภาพยนตร์ประเภทนี้ที่ให้ความสำคัญกับรสนิยมและคำวิจารณ์มีแนวโน้วที่จะมีเนื้อหาลึกซึ้ง มีความหมายแอบแฝงและลึกล้ำ

เนื้อเรื่องที่ดี, นักแสดงชั้นนำ และทุนสร้างมหาศาล — แม้แต่คนนอกก็สามารถบอกได้ว่าสิ่งนี้จะเรียกเงินเรียกทองได้อย่างแน่นอนและชื่อเสียงของมันจะไม่ใช่ย่อยเลย ดังนั้นตอนที่มีข่าวว่า 'ราชาสไนเปอร์' จะเข้าโรงในเดือนกุมภาพันธ์ พวกเขาจึงโล่งอกที่ไม่ต้องต่อกรกับสัตว์ประหลาดแบบนั้น ดีจริง ๆ

แต่บัดนี้ 'ราชาสไนเปอร์' เลื่อนวันขึ้นมา พวกเขาจะทำอย่างไร ?

เรื่องดีคือพวกเขายังไม่เคยตอกหมุดวันเข้าโรงของพวกเขา พวกเขาเคยประกาศว่าจะเข้าในเดือนมกราคม แต่ยังสามารถถอยร่นเป็นเดือนกุมภาพันธ์ได้อยู่ ทั้งหมดที่พวกเขาต้องทำก็คือการหาข้ออ้างให้กับสื่อ

ซาโร่เริ่มได้รับสายจากสมาชิกในตระกูล

"ครับ ลุง มีอะไรเหรอ ?"

"ซาโร่ แกได้ยินแล้วยังที่ว่า 'ราชาสไนเปอร์' เลื่อนวันฉายขึ้นมา ? ทำไมแกไม่เลื่อนวันฉายของแกไปสักเดือนล่ะ..."

ซาโร่กดตัดสายก่อนที่ลุงจะพูดจบ นั่งทำหน้ามุ่ยบนเก้าอี้ของตัวเอง

ไม่เกินหนึ่งนาทีหลังจากนั้น อีกสายก็โทรมา ซาโร่เหลือบมองชื่อคนโทรและรับสาย

"ครับ ป้า มีอะไรด่วนเหรอ ? ถ้าเรื่องหนังของผม หยุดเลยนะ"

"...ซาโร่ อย่าหัวรั้นไปน่ะ"

ซาโร่ตัดสายอีกครั้ง และ 'พัง' เครื่องมือสื่อสารของตัวเอง

ผู้ช่วยที่อยู่ข้างหลังเขาไม่กล้าหลบ และค่อย ๆ ขยับเท้าของตัวเองทีละนิด เครื่องมือสื่อสารถูกหยิบขึ้นมาจากพื้นเบา ๆ เผื่อว่าชายใหญ่น้อยจะยังต้องการใช้งานมัน

ซาโร่เดือดดาล คำสองคำต่างก็แนะนำให้เขาถอยกลับ เฮ้ คิดว่าเขาโง่นักรึไง ?

ถ้าไม่มีความช่วยเหลือของตระกูลเรโนลต์ที่เหลือหนุนหลัง คนที่อยู่เบื้องหลัง 'ราชาสไนเปอร์' จะกล้าเลื่อนวันเข้าโรงของตัวเองขึ้นมาหรือ ?

ซาโร่เดาถูกต้องแล้ว นี่เป็นความยินยอมของตระกูลเรโนลต์ที่เหลือ จุดประสงค์เพื่อให้ซาโร่เห็นความเป็นจริง เพื่อให้เขาตระหนักว่าความสำเร็จที่ได้มาง่าย ๆ ของเขา แท้จริงแล้วเป็นเพราะความช่วยเหลือของคนอื่นหรอก ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะระเบิดฟองสบู่ เพื่อโจมตีเขาสักนิดและให้เขาได้รู้จักยับยั้งตัวเองผ่านความลำบาก

ซาโร่มีศัตรูมากมายเกินไป เขาว่าร้ายนักแสดงนำหลายคน เพื่อเป็นการเอาคืน เอเย่นต์ของพวกเขาจึงจับมือกันและร่วมมือกับตระกูลเรโนลต์ที่เหลือ และได้รับอนุญาตให้เลื่อนกำหนดการฉายภาพยนตร์

สมาชิกตระกูลเรโนลต์ รวมถึงพ่อของซาโร่ ได้พูดคุยเป็นการส่วนตัวถึงความต้องการสั่งสอนบทเรียนเล็ก ๆ ให้กับซาโร่ผ่านการแข่งขัน พวกเขาไม่ต้องการทำมากเกินไป ถ้าตระกูลเรโนลต์กลายเป็นเสียหน้า สมาชิกตระกูลอื่น ๆ คงไม่อยู่เฉย

แม้ว่าตระกูลเรโนลต์จะไม่ได้ถือสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของทวีปเหล่ยโจว แต่ตระกูลเรโนลต์เป็นตระกูลที่ทรงอำนาจที่สุดในเหล่ยโจว กว่า 500 ปีมาแล้วหลังจากเข้าสู่ยุคใหม่ ตระกูลเรโนลต์ยังคงเฟื่องฟู นั่นแสดงให้เป็นว่าพวกเขามีความเป็นเอกภาพเป็นกำลังสำคัญในตระกูลอย่างไร

ผู้ประกอบการในธุรกิจและบันเทิงที่ชาญฉลาดรู้ดีว่าจะผลักดันสิ่งต่าง ๆ ไปได้ไกลแค่ไหน

ณ เมืองหลวงของเหล่ยโจว นักลงทุนหลายคนที่ดันหลัง 'ราชาสไนเปอร์' กำลังหยอกล้อกันในออฟฟิศของตัวเอง

"ถึงเวลาที่จะทำให้ซาโร่ได้รู้แล้วว่า เหตุผลเดียวที่ภาพยนตร์ของเขาสร้างรายได้และคืนทุนในอดีตน่ะเป็นเพราะว่าพวกเราเปิดทางให้กับนามสกุล 'เรโนลต์' ของเขา !"

"พวกเราไม่เคยบ่น ซ้ำยังช่วยเขาลบพวกพูดจาว่าร้ายอีกต่างหาก เขาควรทำตัวให้ฉลาด ไม่ปากเสียข้างนอกโดยไม่คำนึงถึงใครหน้าไหนทั้งนั้น"

"ให้มันรู้สำนึกจากการแข่งขันของจริงซะบ้าง ว่าอะไรคือความเทียบไม่ติด !"

จะมีอะไรอีกในหนังห่วย ๆ ของซาโร่นอกจากการเป็นกระแส และการเช่ายืมอุปกรณ์ทางทหารที่ใช้เส้นสายตระกูลเรโนลต์มา ?

ขยะน่ะสิ !

ซาโร่โดนเล็งเป้าเข้าแล้ว !!

"เพียงการเปรียบเทียบคุณภาพของภาพยนตร์ก็สามารถบ่งบอกได้เลยว่าช่องว่างกว้างขนาดไหน คนอย่างซาโร่จับตาเกินไป รังแต่จะกวนน้ำให้วงการมัวหมอง ถึงเวลาแล้วที่ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างพวกเราจะต้องออกมารักษามันไว้"

ข่าวเกี่ยวกับการเข้าฉายล่วงหน้าของ 'ราชาสไนเปอร์' สร้างกระแสตอบรับในอุตสาหกรรมบันเทิงเหล่ยโจวได้เป็นอย่างดี

'เทพสงคราม' เองก็ประกาศว่าจะเข้าโรงในเดือนมกราคม ประเด็นการสนทนาเกี่ยวกับภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องจะร้อนแรงขนาดไหน ?

สิ่งที่จะรับประกันคุณภาพได้จากผลงานในอดีต คุณสามารถบอกได้เลยจากชื่อของผู้กำกับ, ผู้เขียนบท, นักแสดง และบริษัทผู้ผลิต และอย่างหลังนี้.... ลืมไปเถอะ ไม่ต้องพูดถึงเลย ทุกคนรู้กันดี

หลังจากการประกาศของ 'ราชาสไนเปอร์' ไวร์เลสมีเดียยังคงไม่เปิดเผยเวลาการเข้าโรงของ 'เทพสงคราม' หลายคนสงสัยว่าซาโร่คงรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้และอยากเลื่อนออกไปแล้วล่ะมั้ง ?

"ท่าทาง 'เทพสงคราม' คงไม่ได้ขึ้นจอในมกราแล้ว" บรรณาธิการของนิตยสารท้องถิ่นกล่าวกับเพื่อนของตัวเองลับ ๆ

"ดีกว่าที่จะถอยตัวกลับ ไม่มีเวลาให้ดื้อด้านแล้ว ต่อให้เขาเป็นเรโนลต์ก็เถอะ แน่ใจได้เลยว่าสมาชิกคนอื่น ๆ ในตระกูลมีปัญหากับชายใหญ่น้อยคนนี้มานานแล้ว ?"

"เฮ้อ คนเราน่ะควรจะรู้จักประนีประนอม แข็งกร้าวเกินไปและหยิ่งเกินไปอย่างเขาน่ะไม่ไหวหรอก คนอายุยี่สิบควรจะมีเหตุมีผลได้แล้ว ซาโร่ก่อเรื่องเล็กเรื่องใหญ่มากเกินไป เกินกว่าที่สมาชิกคนอื่นในตระกูลจะยอมหลับหูหลับตา"

"กระสุนนัดนี้รุนแรงจริง ๆ นี่ไม่ใช่ว่าคราวนี้ซาโร่จะสาหัสเลยเรอะ ?"

"หวังว่าชายใหญ่น้อยคนนี้จะได้เรียนรู้จากบทเรียนนี้บ้างนะ"

"แต่ว่าจากนิสัยของชายใหญ่น้อย เขาจะยอมถอยเร้อ ?" บางคนสงสัย

ซาโร่ที่ชอบทำตัวเหมือนกับเป็น 'หนึ่งเดียวในโลกหล้า' หยิ่งผยองเป็นเนืองนิจ ตอนนี้พบกับอุปสรรค เขาจะยอมแพ้หรือ ?

ณ สำนักงานใหญ่ของ 'ไวร์เลสมีเดีย'

"คุณชายใหญ่ครับ พวกเราหาคนมาเขียนสคริปต์ใหม่ดีมั้ยครับ ?" เอเย่นต์ของซาโร่ถาม

"ไม่ ! พวกเราจะถ่ายทำจะเสร็จอยู่แล้ว จะเปลี่ยนบทตอนนี้ได้ยังไงเล่า ?!" ซาโร่หัวเราะเยาะ "คิดจะปราบฉันเหรอ ? ข้าไม่ถอยหรอกว้อย ! ไปถามซิลเวอร์วิงก์ซิว่ามูฟเมนต์ที่สามจะเสร็จตอนไหน !"

รับรู้ถึงความมุ่งมั่นของซาโร่ได้แล้ว เอเย่นต์ได้แต่ยอมแพ้และต่อสายหาหนึ่งในผู้ช่วยของต้วนเชียนจี๋

หลังจากได้รับคำคร่าว ๆ จากผู้ช่วยของหล่อน ต้วนเชียนจี๋ถามฟางจ้าว "เธอแน่ใจนะว่าจะเสร็จก่อนเดือนมกราคม ?"

"ครับ"

"ดีมาก"

หลังจากวางสายจากฟางจ้าว ต้วนเชียนจี๋ออกคำสั่ง "ตามแผนการเดิม มูฟเมนต์ที่สามจะปล่อยในวันที่ 1 มกราคม บอกทางเหล่ยโจวว่า พวกเราจะส่งมูฟเมนต์ที่สามให้ตอนปลายเดือนธันวาคม"

เอเย่นต์ของซาโร่ที่ได้รับคำตอบหน้าถอดสี คิดว่าซิลเวอร์วิงก์อาจทำไม่ทันกำหนดตามเส้นตายก่อนเดือนมกราคม เขาไม่กล้าโกหกจึงใช้ข้อความของต้วนเชียนจี๋บอกกับซาโร่

"ดี งั้นกำหนดวันเข้าโรงของพวกเราที่ 1 มกรา ! ไม่ต้องถอย !" ซาโร่เตะเท้าสูงอย่างคึกคัก "บอกให้ทีมผลิตเร่งมือเข้า ให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นในปลายเดือนธันวา ! พวกเราจะประกาศว่าวันฉาย 'เทพสงคราม' คือ 1 มกราคม ! ฉันจะตาต่อตาฟันต่อฟันกับพวกมัน !"

แพ้ชนะไม่ใช่ปัญหา เขาไม่สนเรื่องบ็อกซ์ออฟฟิศ เขาแค่ยืนกรานในทัศนคติของตัวเอง !

ตู ! ข้า ! ไม่ ! ถอย ! ว้อย !




NEKOPOST.NET