Superstars of Tomorrow ตอนที่ 5 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.5 - การแข่งขันผู้มีความสามารถหน้าใหม่


สิ่งที่น่าผิดหวังสำหรับนักธุรกิจจำนวนมากที่ลงทุนในไอดอลและดาราคนจริงก็คือความจริงที่ว่าวิชวลไอดอลไม่ได้หายลับไปโดยสมบูรณ์ในหลายปีที่ผ่านพ้น ถึงแม้ว่าอิทธิพลของพวกมันจะจางหายไปนับแต่หลายปีที่ชี้ชัดไปแล้วก็ตามที ถึงแม้ว่าวิชวลไอดอลจะมีชั่วเวลารวบรัดกว่าดาราคนจริง แต่พวกมันก็ยังคงมีนัยสำคัญในอุตสาหกรรมบันเทิง

ดนตรี​เริ่มบรรเลงในรถไฟ จับความสนใจของฟางจ้าวได้อีกครั้ง มันเป็นผลงานคลาสสิคโดยดาราผู้มีชื่อเสียงจากหลายต่อหลายปีมาแล้ว มันเป็นการบรรเลงเดี่ยวปราศจากเนื้อเพลง

ฟางจ้าวหลับตาลงและปล่อยให้ดำดิ่งไปในท่วงทำนอง

บทเพลงมักถูกใช้ในฐานะสิ่งที่น่าจดจำโดยคนขับรถโดยสารสาธารณะ ไม่ใช่เพียงแค่คนขับ ผู้โดยสารเองก็มีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน บ้างพูดติดตลกว่าดนตรีนั้นกลายเป็นเพลงชาติของออฟฟิศ — ฟังแค่ไม่กี่ครั้ง คุณก็จะมีแรงฮึกเหิมในการทำงาน

ดนตรีถ่ายทอดอารมณ์เร่าร้อนและฉวัดเฉวียน ผู้โดยสารที่นั่งบนที่นั่งของตัวเองเริ่มสั่นขาของตัวเองตามจังหวะ ศีรษะง่วงงุนในการจับเจ่าของยามบ่าย จิตวิญญาณของพวกเขาเห็นจะลุกโชนขึ้นขณะที่การสั่นขาของพวกเขาเพิ่มขึ้นถี่ ๆ

รับฟังบทเพลงเดียวกัน เพื่อนร่วมเดินทางต่างก็รู้สึกถึงความสนิทสนมกลมเกลียว

นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้รู้สึกแบบนี้ ?

ฟางจ้าวรู้สึกว่าเลือดในเส้นเลือดของตัวเองเริ่มเดือด เขายังตื่นเต้นจนแทบอยากจะแผดเสียงร้อง

โลกนี้ ช่างน่านิยมชมชอบนัก !

รถไฟอยู่บนเส้นทางเวียนรอบเมือง แม้ว่ามันจะเป็นเพียงการวนเวียนในส่วนเล็ก ๆ ของเมืองเท่านั้น — แถมยังเป็นส่วนชานเมือง ไม่ใช่ตัวเมืองอีกต่างหาก — ฟางจ้าวรับรู้ได้ถึงสภาพภูมิประเทศ ความทรงจำใหม่ของเขามีการบูรณาการแทบจะทั้งหมด

ตอนที่เขากลับถึงสถานีที่ที่เขาขึ้นและแตะชานชาลา เขาอยู่ในอารมณ์ที่แตกต่าง เขากระตือรือร้นที่จะกลืนเข้ากับโลกนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ — แล้วจากนั้นก็เพลิดเพลินกับมัน

ค่าโดยสารถูกกำหนดตามระยะการเดินทาง ฟางจ้าวเริ่มจ่ายค่าโดยสารในทันทีที่เขาวาดกำไลของตัวเอง ถึงอย่างนั้นการเดินทางสาธารณะก็ค่อนข้างมีราคา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางฟางจ้าวจ่ายไป 50 ดอลลาร์​ ค่อนข้างจะถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับรูปแบบการโดยสารประเภทอื่น มันค่อนข้างจะหรูหรานักเมื่อพิจารณาจากเงินที่มีอยู่จำกัดในมือของฟางจ้าว ทว่าเขาคิดว่าคุ้มค่าแล้ว

กลับไปที่ถนนมืด ฟางจ้าวรับสุนัขของตัวเองจากร้านขายยาก่อนเป็นอันดับแรก สุนัขสกปรกที่มีขนพันยุ่งเหยิงแต่เดิมดูจะผอมลงหลังจากโกนขน กระดูกของมันปูดโปนออกมาอย่างชัดเจนใต้ผิวหนัง

สุนัขดูจะไม่สงบนักหลังจากที่มันถูกโกนขน เจ้าของร้านขายยาเองก็สีหน้าซีด

"หมาของเธอเกือบจะพังที่ตัดขนของฉัน" เจ้าของร้านบ่นกับฟางจ้าว "แต่เพราะฉันบอกแล้วว่า 50 ดอลลาร์​ ฉันไม่ผิดสัญญาหรอก"

ขนหมาแข็งขนาดนั้นเลยเรอะ ? ฟางจ้าวกังขา เพราะว่าขาของสุนัขพันเป็นปมและเปรอะเปื้อนอย่างเลวร้าย เขาจึงไม่สามารถบอกผิวสัมผัสของมันได้ ตอนนี้ที่เจ้าของร้านขายยากำลังบ่น เขาก็สงสัยนักว่าหากขนสุนัขจะหยาบขึ้นนับแต่โลกาวินาศ

แต่เจ้าของร้านอาจจะไม่ได้พูดความจริงก็ได้ เขาคงจะพูดจาเกินเลยไปสักหน่อย

"ยังไงก็เถอะ เอาหมาของเธอไปซะ ฉันต้องไปนอนล่ะ" เจ้าของร้านโบกมือของตัวเอง บนถนนมืด ธุรกิจใด ๆ ต่างก็คึกคักที่สุดในช่วงกลางคืน ดังนั้นเขาจึงนอนหลับในระหว่างวัน

ฟางจ้าวจากมาเงียบ ๆ อุ้มสุนัขโกนขนในแขนของตัวเอง

ตอนที่เจ้าของร้านทำความสะอาดที่ตัดขนของตัวเองหลังจากฟางจ้าวจากไป เขาตระหนักว่ามันไม่ทำงานอีกแล้ว สาบานเลยว่าเขาไม่ได้แค่แต่งเรื่อง

"เจ๊งหลังจากตัดขนหมาจริงดิ ?" เจ้าของร้านตรวจสอบที่ตัดขนอีกครั้งอย่างงงงวยและยืนยันว่ามันพังแล้วจริง ๆ

"ดีนะที่เป็นของถูก ฉันจะไม่ตัดขนหมาอีกแล้ว" เจ้าของร้านขายยาพึมพำ

ในระหว่างทางกลับบ้าน ฟางจ้าวผ่านร้านค้าของเย่ว์ฉิงและเลือกซื้ออาหารเพิ่มเติม

เขากลับไปที่ห้องเช่าชั้นสองของตัวเอง ผู้พักอาศัยบนชั้น 80 หรือสูงกว่านั้นของอาคารโชคดีเพียงพอที่จะเพลิดเพลินกับแสงอาทิตย์ได้อีกสักหน่อย แต่กับผู้คนที่อาศัยอยู่ในชั้นที่ต่ำกว่าลืมเรื่องนั้นไปได้เลย ไม่ต้องพูดถึงว่าฟางจ้าวอาศัยอยู่ที่ชั้นสองซึ่งมืดเสียยิ่งกว่า ก่อนที่จะเปิดไฟ ห้องของเขากระทั่งมืดกว่าตอนที่เขาตื่นเสียอีก

หลังจากจัดระเบียบห้องเช่า ฟางจ้าวไล่สายตาที่หน้าจอบนกำไลของตัวเองซึ่งระบุสายเรียกเข้าที่ถูกบล็อก 17 สาย

จากทั้ง 17 สาย 3 มาจากเอเย่นต์ที่ดูแลเด็กฝึกงานของซิลเวอร์วิงก์มีเดีย, 4 จากว่านเย่ว์ และอีก 10 จากเจิงฮว่าง

ว่านเย่ว์และเจิงฮว่างคือเพื่อนสมัยเด็กอีกสองคนของเจ้าของร่างเดิม แต่ไม่เหมือนกับฟางเซิง ถึงแม้ว่าคู่นี้จะไม่ได้ใช้เวลามากนักกับเจ้าของร่างเดิมแบบฟางเซิง แต่พวกเขาจริงใจ พวกเขาเพียงแยกตัวไปตอนเรียนมหาวิทยาลัยด้วยการยุยงของฟางเซิง พวกเขากระทั่งติดต่อกันน้อยลงหลังจากที่เขาเริ่มฝึกงานที่ซิลเวอร์วิงก์มีเดีย

ไม่เกินสองนาทีหลังจากปลดการบล็อกสาย เจิงฮว่างก็โทรเข้ามาอีกครั้ง

ฟางจ้าวกดปุ่มรับสายบนกำไลของตัวเองและฉายภาพโฮโลแกรมของเจิงฮว่างที่ร้อนรน

"นายโอเครึเปล่า ต้าจ้าว ?" เจิงฮว่างถอนหายใจหนักอย่างโล่งอกหลังจากเห็นฟางจ้าว ฟางจ้าวยังมีสีหน้าสงบ เขาอยากจะออกความเห็นบางอย่าง แต่ก็หยุดพูดและประเมินอารมณ์ของฟางจ้าวอย่างถี่ถ้วน "ฉันล่ะห่วงว่านายจะคิดมากแล้วทำอะไรโง่ ๆ"

เรื่องโง่ ๆ ได้ทำไปแล้วล่ะ ฟางจ้าวคิดกับตัวเอง

สังเกตถึงอารมณ์ที่จริงใจบนใบหน้าของเจิงฮว่าง ฟางจ้าวตอบรับ "ฉันโอเค"

"ดีแล้ว ตราบที่นายยังคิดรอบคอบ เสี่ยวหง..." เจิงฮว่างหยุด เมื่อตระหนักได้ว่ามันโหดร้ายที่จะพูดถึงแฟนเก่าที่เพิ่งเลิกราไปได้ไม่นาน เขาเปลี่ยนเรื่องและกล่าว "ไอ้ฟางเซิงสารเลวนั่นต้องยินดีปรีดามากแน่ ต้าจ้าว นายจะฟ้องมันมั้ย ? มันทำปัญญาอ่อน​กับคนนอกได้ แต่ไม่ใช่กับพวกเรา เพลงพวกนั้นชัดเจนว่าเป็นของนาย พรสวรรค์อย่างไอ้ฟางเซิงแต่งเพลงแบบนั้นไม่ได้หรอก"

"ตอนนี้ไม่ต้อง" ฟางจ้าวว่า

"ถ้านายห่วงเรื่องเงิน ว่านเย่ว์กับฉันยังมีที่เก็บออมไว้อยู่นะ"

"ไม่ต้องจริง ๆ ฉันไม่มีเวลาจะไปงัดข้อกับมันตอนนี้หรอก" ฟางจ้าวว่า "การแข่งขันหน้าใหม่เริ่มไปแล้ว ฉันต้องไล่ตามให้ทัน"

เจิงฮว่างอึ้ง เขาไม่เคยคิดว่าฟางจ้าวจะยังลงแข่งในเกมที่สายป่านนี้ สองเดือนผ่านมาแล้วในการแข่งขันฤดูกาลปัจจุบัน เหลือเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น การเข้าร่วมในเดือนมิถุนายนทำได้อยู่หรอก แต่ฟางจ้าวไม่มีวัตถุดิบใดที่จะยื่นส่งได้เลย

เจิงฮว่างฉงน แต่ในเมื่อฟางจ้าวพบความมั่นใจของตัวเองอีกครั้ง เจิงฮว่างก็ไม่อยากไปขัดขา ตราบที่ฟางจ้าวสามารถเอาตัวรอดในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้...

"งั้นก็ลุยเลย ! ถ้านายต้องการอะไร บอกพวกเราด้วยล่ะ นายมีเงินพอรึเปล่า ?" หลังจากหลุดคำถามนั้นออกไป เจิงฮว่างกังวลว่าจะทำร้ายความทระนงของฟางจ้าว ถึงอย่างไรฟางจ้าวก็เกลียดเวลาที่มีคนมาพูดถึงการเงินที่ฝืดเคืองของตัวเองนัก

ก่อนที่เจิงฮว่างจะได้อธิบายด้วยตัวเอง ฟางจ้าวกล่าว "ฉันยังมีเงินอยู่สักหน่อย พอจะอยู่ได้อีกสักเดือนสองเดือน"

"โอ้... ดีเลย แต่นายต้องบอกให้พวกเรารู้ด้วยล่ะ ถ้านายถึงจุดฝืดน่ะ"

"เข้าใจแล้ว วันนี้ฉันจะเริ่มเก็บตัวแล้ว"

'เก็บตัว​' คือคำสแลงที่นิยมกันในสายครีเอทีฟ มันหมายถึงว่าพวกเขาจะดำดิ่งไปในงานของพวกเขาเองและเตะทุกเรื่อง​ทุกคนออกไป

เจิงฮว่างรู้ว่านั่นหมายความว่าฟางจ้าวจะพร้อมที่จะแต่งเพลงอีกครั้งแล้ว และเขาก็ไม่ควรไปจุ้นจ้าน ยกเว้นว่าจะเป็นเรื่องด่วน ฟางจ้าวเคยอยู่ในสภาพแบบนั้นมาก่อน แต่ตอนที่ฟางจ้าวเตือนพวกเขาแบบนั้นในอดีต เขาฟังดูขัดใจ ตอนนี้เขาไม่เป็น เพียงแค่พูดออกมาตามตรง

เจิงฮว่างดีใจที่เห็นฟางจ้าวไม่ได้ขุ่นเคืองเขากับว่านเย่ว์ หลังจากถูกฟางเซิงหักหลัง อันที่จริงดูจะเป็นมิตรมากขึ้นอีกต่างหาก พวกเขาทั้งห้าเติบโตผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน เจิงฮว่างโตที่สุดในกลุ่ม หลังจากที่พวกเขากลายเป็นเด็กกำพร้า เขารู้สึกถึงความรับผิดชอบต่อกลุ่มส่วนที่เหลือ เหมือนกับเป็นพี่ชาย ถึงอย่างนั้นขณะที่เติบโตขึ้น พวกเขาทั้งห้าก็แยกย้ายกันไป

กระนั้นเจิงฮว่างก็ยังเป็นห่วง​ หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้น ฟางจ้าวไม่ได้อยู่มหาวิทยาลัยและไม่บอกพวกเขาด้วยว่าอาศัยอยู่ที่ไหน พวกเขาไม่รู้ว่าจะไปตามหาได้อย่างไร หนำซ้ำฟางจ้าวยังไม่รับโทรศัพท์อีก ดังนั้นเจิงฮว่างและว่านเย่ว์จึงเสียศูนย์ ตอนนี้เมื่อได้ยืนยันว่าฟางจ้าวยังมั่นคง เจิงฮว่างก็ผ่อนคลายลงได้ในที่สุด

หลังจากวางสายของเจิงฮว่าง ฟางจ้าวมองหาเบอร์โทรศัพท์ของเอเย่นต์ของเขา ตู้อังและต่อสาย

ทันทีที่มีการโทรออก ตู้อังที่ดูจะกำลังโกรธเกรี้ยวก็ลั่นเสียง "ฟางจ้าว เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น ? แกยังอยากเป็นพนักงานประจำอยู่มั้ย ? ยอมแพ้เรื่องการแข่งขันหน้าใหม่แล้วรึไง ? นี่มันวันที่เท่าไหร่แล้ว หา ? แทบจะเดือนมิถุนายนแล้ว มิถุนา ! รู้มั้ยว่านั่นหมายความว่าอะไร ? ได้เวลาลงดาบของการแข่งขันหน้าใหม่ในฤดูกาลนี้แล้ว จากเด็กฝึกงานทั้ง 10 ของพวกเรา 6 คนเข้าร่วมการแข่งขันแล้ว ส่วนอีก 4 คนที่ยัง 3 คนก็ยื่นเพลงของตัวเองกันแล้ว พวกเขาบันทึกเสียง​กันเสร็จและจะปล่อยซิงเกิ้ลของตัวเองกันพรุ่งนี้ แกเป็นคนเดียวที่เหลืออยู่ ของแกอยู่ที่ไหน ฟางจ้าว ?"

"ยังไม่เสร็จครับ" ฟางจ้าวตอบ หัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ ความเห็นอื่นใดก็ไม่เข้าหู​ภูเขาไฟตู้อังทั้งนั้น สิ่งที่ตู้อังอยากได้ยินคือผลลัพธ์ สถานการณ์อื่น ๆ อย่างงานถูกขโมยไปหรือไม่ — เรื่องพวกนั้นไม่ได้อยู่ในขอบข่ายของเขา

ตู้อังเหลือบมองอย่างไม่อยากเชื่อและสูดลมหายใจลึก ในโฮโลแกรม ดวงตาโปนของเขาจ้องมองฟางจ้าวอย่างกับว่ามันจะหลุดออกมา

ลงท้ายตู้อังก็คุมอารมณ์ของตัวเอง ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากด่าฟางจ้าว แต่เขาไม่อยากเสียเวลา

ตู้อังกล่าวอย่างกึกก้อง "สิบวัน ถ้าเธอสามารถให้สักอย่างกับฉันได้ในสิบวัน ฉันจะส่งเธอเข้าแข่งขัน ฉันจะกันที่ไว้ให้ ถ้าไม่ ก็ไสหัวไปซะ" เขาวางสายก่อนที่ฟางจ้าวจะได้ตอบรับ

ฟางจ้าวไม่หัวเสียกับอารมณ์ของตู้อัง ตู้อังโกรธที่ฟางจ้าวไม่ส่งเพลงหลังจากตลอดเวลาเหล่านี้ทั้งหมด แถมยังไม่รับโทรศัพท์อีก เขาทำงานตามหน้าที่ของตัวเองและไม่สามารถแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ เขาเข้าถึงตัวฟางจ้าวได้ในที่สุด แต่ก็ยังกลับไปแบบมือเปล่า ก็เป็นธรรมดาที่จะอารมณ์เสีย

ถึงตู้อังจะฟังดูเกรี้ยวกราดในโทรศัพท์ แต่ฟางจ้าวรู้จากความทรงจำใหม่ว่าเอเย่นต์อยู่ข้างเขา เขาจัดแจงขยายเวลาให้ 10 วัน ถ้านี่เป็นเอเย่นต์คนอื่นคงได้ไม่ถึงห้าวัน ไม่ต้องพูดถึงสิบ ตอนนี้เขาอาจจะถูกไล่ออกไปแล้วด้วยซ้ำ

การแข่งขันผู้มีความสามารถหน้าใหม่ที่ตู้อังกล่าวถึง ใจความสำคัญของมันคือชาร์ตเพลงผู้บุกเบิกหน้าใหม่ ชาร์ต​อันเป็นที่ปรารถนาของเหล่าเด็กหน้าใหม่ทั้งหมด

ไม่ใช่ทุกคนที่มีคุณสมบัติติดชาร์ต ผู้สมัครจะต้องเซ็นสัญญากับค่ายบริษัทและได้รับการพิจารณา มีไม่กี่คนที่โดดเด่นได้เซ็นสัญญาตั้งแต่ตอนที่พวกเขายังอยู่ในระบบการศึกษา

บริษัทมากมายที่ไม่ได้เซ็นสัญญากับเด็กใหม่ก็ยังติดตามชาร์ตเพลงอย่างใกล้ชิด หวังจะค้นฟ้าคว้าดาวในบรรดาพวกที่เหลือ พวกเขาหวังที่จะกักเก็บเด็กใหม่ที่มีแววหรือชิงตัวจากบริษัทอื่น

พูดถึงชาร์ตเพลงผู้บุกเบิกหน้าใหม่ ก็ยังต้องพูดถึงอีกเรื่องหนึ่ง การถือกำเนิดของวิชวลไอดอลคือสิ่งยอดเยี่ยมสำหรับนักแต่งเพลงโดยแท้

ใครจะไปสนเรื่องนักร้องล่ะ ? บริษัทต่าง ๆ ที่สร้างวิชวลไอดอลสามารถสร้างเสียงเอาได้ ช่างเทคนิคคนไหนก็เปลี่ยนเสียงคางคกให้เป็นเสียงจากสรวงสวรรค์ได้ ดังนั้นในความแตกต่างกัน ค่ายเพลงที่มุ่งเน้นในวิชวลไอดอลจึงเน้นด้านความเชี่ยวชาญในเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์เป็นพิเศษ​ วิชวลไอดอลใด ๆ ที่ปล่อยบนชาร์ตผู้บุกเบิกหน้าใหม่ต่างก็ส่องแสงสปอตไลท์ให้กับผู้ประพันธ์​เพลง

มันคือโอกาสใหญ่สำหรับนักประพันธ์เพลงมือใหม่ที่ทะเยอทะยานในอุตสาหกรรมดนตรี

มันคือการต่อสู้ระหว่างนักประพันธ์เพลงเช่นเดียวกับการต่อสู้ของบริษัทต้นสังกัด

ฟางจ้าวเข้าออนไลน์กำไลของตัวเอง อย่างที่ตู้อังพูด ในบรรดาเด็กฝึกงานที่เซ็นสัญญากับซิลเวอร์วิงก์มีเดียเวลาเดียวกับเขา หกคนมีคุณสมบัติที่จะติดชาร์ต​ผู้บุกเบิก​หน้าใหม่ และห้าคนก็ติด 50 อันดับแรกแล้ว ตราบที่บริษัทยังคงโปรโมทพวกเขา เพลงของพวกเขาก็จะยิ่งกลายเป็นที่นิยม พวกเขาจะสิ้นสุดการแข่งขันด้วยอันดับที่สูงยิ่งขึ้น




NEKOPOST.NET