Superstars of Tomorrow ตอนที่ 47 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.47 - ซื้อบ้าน


047 ซื้อบ้าน

ตอนที่ฟางจ้าวได้รับเงินงวดแรก เขาจ้างใครบางคนให้ติดตามฟางเซิง เขารู้ว่าเมื่อฟางเซิงมีตังค์ เขาจะย้ายออกจากหอพักของบริษัท ฟางเซิงยังเป็นพวกชอบเที่ยวกลางคืนด้วย

เขาบอกที่อยู่ของฟางเซิงให้กับนักเลงทั้งสองและปล่อยพวกเขาไป มันคงเป็นราตรีที่น่าตื่นเต้นนักที่บ้านของฟางเซิงในคืนนี้

ฟางจ้าวยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้หลังจากทั้งสองจากไป เขานั่งลงเงียบ ๆ ครู่หนึ่ง ใช้นิ้วลูบไล้ปืนในมือและสูดลมหายใจลึก เขาพยายามระงับสัญชาตญาณในการฆ่าของตัวเอง

ก่อนหน้านี้เขาเกือบจะยิงแล้ว เขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีความคิดจะฆ่า เป็นเพียงเจตนาร้ายเท่านั้น แต่เขามีแรงกระตุ้นให้เหนี่ยวไก

ถึงแม้ว่าเขาจะคืนชีพในยุคใหม่ แต่ฟางจ้าวได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตก่อนในยุคโลกาวินาศ เขายังต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ ถึงแม้ว่าเขาจะดูไม่แตกต่างจากคนอื่นและกลมกลืนกับยุคใหม่ได้ดี แต่เขารู้จักตัวเองดีกว่าเขาเพียงแค่ยับยั้งจิตชั่วร้าย — ที่ก่อตัวและสั่งสมเพิ่มพูนในช่วงวันสิ้นโลกมาเกือบหนึ่งร้อยปี — ของตัวเองไว้ในใจเท่านั้น

เป็นไปได้ว่าสองคนนั้นอาจจะสังเกตเห็น ถึงได้ 'ว่านอนสอนง่าย' แบบนั้น

ฟางจ้าวไม่รู้ว่าเขาจะสามารถยับยั้งชั่งใจได้นานแค่ไหน เขาไม่รู้ว่าหากมันจะค่อย ๆ จางหายไปตามกาลเวลา หรือจะสั่งสมเหมือนตอนวันสิ้นโลก ทั้งหมดที่เขาทำได้ก็คือการเก็บกดมันไว้และพยายามไม่ทำอะไรที่รุนแรง

คราวก่อนที่เขาถูกดักปล้นที่มุมถนน หลังจากแย่งปืนของอีกฝ่ายมา เขาเกือบควบคุมตัวเองไม่อยู่และยิง เสียงปืนที่เย่ว์ฉิงได้ยิน เป็นเขาที่ลั่นไก และกระสุนฝังเข้าที่พื้นเพียงถัดจากหัวของเด็กพวกนั้น​

นับแต่นั้นฟางจ้าวจึงตระหนักได้ถึงจิตอันชั่วร้ายในใจของตัวเองที่ติดตามเขามา

ยุคใหม่เป็นโลกที่ผูกมัดด้วยหลักกฎหมาย แม้แต่ถนนมืดก็ไม่กล้าล่วงเกิน ฟางจ้าวไม่ต้องการทำลายกฎ ทั้งหมดที่เขาทำได้คือการรอโอกาสที่จะได้ระบายพวกมันอย่างช้า ๆ

ทำไมฟางจ้าวถึงคาดหวังจะติดตั้งเครื่องเล่นเกมในออฟฟิศของเขาน่ะเหรอ ? ก็เพราะว่าเกมยุคใหม่สามารถเชื่อมโยงกับความคิดและความรู้สึกของพวกเขาได้ หากในโลกความเป็นจริงไม่สามารถระบายความรุนแรงได้ ฟางจ้าวก็ต้องทำในเกม

เพียงตอนที่ฟางจ้าวกำลังสงสัยว่าหากเขาจะเล่นเกมและระบายความคับอกคับใจของตัวเองได้อย่างเหมาะสม ฟางเซิงที่กำลังรอข่าวอยู่ที่บ้านได้ต้อนรับแขกและโดนอัดกระทืบแล้ว ซ้ำยังถูกบังคับให้จ่าย 500,000 ดอลลาร์เป็นค่าทำขวัญ​ให้อีกฝ่ายอีกต่างหาก

เขาถูกปล้นไป 500,000 ดอลลาร์เพียงตอนที่เขาเพิ่งจะได้รับเงินค่าชดเชย 1.5 ล้านดอลลาร์จากนีออนคัลเจอร์เท่านั้น โชคดีที่เขาระวังตัวและแบ่ง 1.5 ล้านออกเป็นสามบัญชี ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะเสียมันไปทั้งหมด

ฟางเซิงไม่ได้แจ้งความ​เรื่องถูกปล้นหรือถูกทำร้าย การสืบสวนเรื่องดังกล่าวไม่เป็นผลดีกับเขา เขายังสงสัยว่าชายสองคนนั้นรู้ที่อยู่ของเขาได้อย่างไร ? ไม่ใช่ว่าพวกมันสมควรไปขโมยกำไลของฟางจ้าวหรอกเหรอ ? ทำไมพวกมันมากระทืบเขาแทน ?

ฟางเซิงยังจำอีกฝ่ายที่มีฟันสีเขียวเรืองแสงได้ มันบอกว่าเป็นเขาที่ขุดหลุมดักพวกมัน หลุมบ้าอะไรกัน ?

ฟางเซิงเข้าโรงพยาบาลไปห้าวัน และนั่นต้องขอบคุณความจริงที่ว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์ในยุคใหม่ล้ำสมัยกว่าที่เคยเป็นก่อนวันสิ้นโลก ถ้าเขารักษาตัวช่วงก่อนโลกาวินาศ เขาคงต้องอยู่โรงพยาบาลมากกว่าเดือน

อันธพาลทั้งสองคนจัดการฟางเซิงค่อนข้างหนักจริง ๆ พวกเขาหวาดเกรงต่อหน้าฟางจ้าวเพราะสัญชาตญาณที่ขัดเกลาเป็นอย่างดีของพวกเขาบอกว่าฟางจ้าวไม่ใช่เล่น ๆ ถ้าพวกเขาอยากเจอไม้แข็ง สิ่งที่ตามมาจะเป็นการรู้สำนึกด้วยชีวิต — พวกเขารับงานเพื่อการดำรงชีพ พวกเขาไม่ตั้งใจเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยง ดังนั้นจึงเลือกที่จะคร้ามเกรง แต่สำหรับฟางเซิง พวกเขาจึงแสดงสันดานที่แท้จริง พวกเขาต้องการให้ฟางเซิงรู้ว่า 'นักเลงถนนมืด'​ เป็นอย่างไร

ฟางจ้าวอ่านข้อความใหม่บนกำไลของตัวเอง ฟางเซิงย้ายที่อยู่ใหม่หลังจากออกจากโรงพยาบาล บางทีเขาคงตระหนักว่าห้องเก่าของเขาไม่ปลอดภัยอีกแล้ว เขายังต้องการหลีกเลี่ยงนักเลงทั้งสองด้วย

หลังจากส่งข้อความไปให้มือรับจ้าง ฟางจ้าวตรงไปยังอาคารที่อยู่อาศัยใกล้กับถนนวงแหวนที่สามของเมืองฉีอาน ถนนมืดตั้งอยู่นอกถนนวงแหวนที่หก ถนนวงแหวนที่สามนี้ค่อนข้างเป็นใจกลาง แต่ไม่มีอาคารพาณิชย์มากนัก ส่วนมากเป็นอาคารอยู่อาศัย

ฟางจ้าวได้รับคำจากต้วนเชียนจี๋ว่านักประพันธ์เพลงอาวุโสที่ต้องการขายบ้านกลับมาที่เมืองแล้ว เขาอยากพบฟางจ้าวและหารือเกี่ยวกับการขายที่เป็นไปได้

ฟางจ้าวไปถึงตึกตามที่อยู่ที่เขาได้รับ มันเป็นตึกที่มี 120 ชั้น รูปทรงพีระมิดสูงราว 600 เมตร ชั้นล่างมีขนาดหลายพันตารางเมตร แต่ชั้นบนสุด พื้นที่มีเพียง 200 ตารางเมตรเท่านั้น

หมายเลขห้องที่ฟางจ้าวได้รับเป็นเพ้นท์เฮ้าส์ชั้นบนสุด

เจ้าของเพ้นท์เฮ้าส์เป็นชายชราอายุเกิน 160 ปี แก่กว่าร่างก่อนของฟางจ้าวเสียอีก เขาเป็นนักประพันธ์เพลงที่เป็นบรรณาธิการ​ร่วมเขียนตำราการประพันธ์เพลงที่มีอยู่น้อยนิดเพื่อใช้ในสถาบันดนตรี ฟางจ้าวสามารถนึกชื่อหนังสือจากความทรงจำใหม่ได้หลายเล่ม

เซวียจิง เป็นชื่อที่เป็นที่รู้จักกันดีในอุตสาหกรรมดนตรี

ผู้ช่วยของเซวียจิงกำลังรออยู่แล้วตอนที่ฟางจ้าวมาถึง

"เชิญครับ อาจารย์เซวียอยู่ข้างใน" ผู้ช่วยนำฟางจ้าวไปที่ห้อง แต่ไม่ได้เข้าไปด้วย พวกเขาไม่สามารถเข้าห้องนี้ได้ หากไม่มีคำอนุญาตของเซวียจิง

ตอนที่ฟางจ้าวเข้าไป เซวียจิงกำลังนั่งบนโซฟากรอบไม้ ทุกวันนี้มีโซฟาน้อยมากที่ทำจากไม้ธรรมชาติ ชั้นหนังสือ, โต๊ะ และเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ ก็ทำด้วยไม้ ห้องให้ความรู้สึกโบราณอย่างชัดเจน

โซฟาและเก้าอี้ในห้องปิดด้วยหมอนอิงที่มีลายไม้ อุณหภูมิในห้องปานกลาง

"สวัสดีครับ อาจารย์เซวีย" เมื่อมีอายุมากกว่าและเป็นอาจารย์เก่าแก่ ก็เหมาะสมที่จะเรียกเขาว่า 'อาจารย์'

เซวียจิงวางโน้ตเพลงที่เขาอ่านอยู่ลงและชี้ที่โซฟาเดี่ยวตรงข้ามกับเขา "นั่ง"

เซวียจิงอายุราว 160 ปี ซึ่งเทียบเท่ากับ 60-70 ปีในยุคก่อนวันสิ้นโลก

เขามีเรือนผมสีดอกเลา แต่เห็นจะมีกำลังวังชาอยู่มาก

"เธอคิดว่าการตกแต่งบ้านของฉันเป็นยังไง ?" สายตาพินิจพิเคราะห์ของเซวียจิงปราดมาทางฟางจ้าวและสบตาเขา

"ยืนยันได้ว่าอาจารย์ไม่มีสัตว์เลี้ยงครับ" ฟางจ้าวตอบ

ผู้ช่วยที่ได้รับคำอนุญาตของเซวียจิงให้เข้ามาเสิร์ฟน้ำชาได้ยินคำตอบและเหลือบมองฟางจ้าว นักดนตรีคนหนุ่มคนสาวอื่น ๆ ที่เคยมานั่งบนเก้าอี้ตัวเดียวกัน โดยทั่วไปมักสรรเสริญการตกแต่งภายใน จากนั้นก็ยกย่องภาพเขียนบนผนังที่มีโน้ตดนตรีที่เซวียจิงถอดรหัสไม่ออกประกอบ เลียแข้งเลียขาเซวียจิง

ดูเหมือนว่าวงจรสมองของฟางจ้าวจะแตกต่างจากคนอื่น

สัตว์เลี้ยง ?

ผู้ช่วยนึกถึงประสบการณ์ตั้งแต่เขาเข้ามาทำงาน เซวียจิงไม่เคยเลี้ยงสัตว์เลี้ยงจริง ๆ ไม่งั้นตู้หนังสือ, โซฟา และข้าวของอื่น ๆ ในห้องจะเหลือเหรอ ?

เซวียจิงได้ยินสิ่งนี้ก็ตะลึงงันเช่นกัน จากนั้นก็หัวเราะ "จริง เธอมีสัตว์เลี้ยงเหรอ ?"

"ผมมีสุนัขหนึ่งตัว เก็บมาจากถนนมืดน่ะครับ" ฟางจ้าวตอบ

คนส่วนใหญ่มักหลีกเลี่ยงจะที่จะเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับสิ่งที่อาจทำให้ตัวเองเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่าง 'ถนนมืด' แต่ฟางจ้าวไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ มันเป็นความจริงที่เขาอยู่ในถนนมืด ไม่จำเป็นต้องโกหก ไม่มีจุดประสงค์ให้โกหกด้วย เซวียจิงน่าจะได้รับรายละเอียดข้อเท็จจริงจากต้วนเชียนจี๋อยู่แล้ว

"น่าเสียดาย ฉันตั้งใจทิ้งเฟอร์นิเจอร์ไว้กับเธอ" เซวียจิงกล่าวพลางถอนหายใจ เฟอร์นิเจอร์เป็นงานฝีมือโดยช่างไม้ผู้ชำนาญ ไม่ใช่เครื่องจักร​อัตโนมัติ

"โน้ตเพลงเดียวกัน ต่างคนเขียนก็ต่างสไตล์ ไม่ใช่เรื่องน่าเสียดายหรอกครับ" ฟางจ้าวว่า

"นั่นสินะ" เซวียจิงหัวเราะอย่างอ่อนโยน ริ้วรอยลึกขึ้นเล็กน้อยบนใบหน้าของเขา "ทุกวันนี้นักดนตรีรุ่นเยาว์น้อยนักที่ค้นพบความสงบภายในเพื่อแต่งเพลง ถ้าต้วนเชียนจี๋ไม่รับรองกับฉันว่าเธอเป็นคนแต่งสองมูฟเมนต์ ตัดสินจากพวกมันทั้งสองชิ้น ยากที่จะเชื่อว่านักประพันธ์จะยังเด็กมาก แต่ตอนนี้ที่ฉันได้พบเธอ ฉันไม่มีข้อสงสัยแล้ว"

เซวียจิงอธิบายไม่ได้ว่าทำไม แต่ตอนที่มองฟางจ้าว เขารู้สึกว่านี่คือคนที่สามารถผลิตมูฟเมนต์ทั้งสองได้จริง ๆ

"อายุไม่ใช่หนึ่งในปัจจัยของดนตรีหรอกครับ" ฟางจ้าวว่า

"ใช่แล้ว !" เซวียจิงมองออกไปนอกหน้าต่างเงียบ ๆ ปลดปล่อยความรู้สึกสงบสุขที่หล่อหลอมจากประสบการณ์ชีวิตมากมาย จากที่นี่ สามารถมองเห็นตึกที่สูงกว่าจำนวนมาก​ในที่ห่างไกล ครั้งหนึ่งเคยมีตึกที่มีอายุกว่าร้อยปีใกล้ ๆ แต่มันถูกทำลายลงเมื่อไม่นานมานี้ ตอนนี้ตึกใหม่กำลังถูกสร้างขึ้นแทน มันจะสูงยิ่งขึ้น, สวยงามยิ่งขึ้น และดึงดูดสายตาผู้คนยิ่งขึ้น




NEKOPOST.NET