Superstars of Tomorrow ตอนที่ 45 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.45 - ไม่ต้องกลัว


045 ไม่ต้องกลัว

ฟางจ้าวใช้หมากับเขาจริง ๆ !

ฟางเซิงโกรธแทบบ้าจนอยากจะทุบกำไลข้อมือของตัวเองทิ้ง แต่โชคดีที่ยั้งมือไว้ทัน เขาเพิ่งถูกไล่ออก เขาจะไม่มีรายรับไปสักพัก เงินชดเชยของเขายังอยู่ในขั้นดำเนินการ — มันยังไม่ถึงมือเขา รายได้จากส่วนแบ่งของยอดดาวน์โหลดจากเพลงในการแข่งขันหน้าใหม่เหลือไม่มากนักหลังจากที่เขาซื้อบ้านใหม่ กำไลข้อมือนี้เขาซื้อมาหลายหมื่นดอลลาร์ ตอนนี้เขาไม่สามารถโยนทิ้งลงถังขยะได้

ฟางเซิงต้องการระบายความโกรธแค้นของตัวเองที่สูญเสียหน้าที่การงาน เขาไม่กล้าเล่นงานกับคนที่นีออนคัลเจอร์ ทั้งหมดที่สามารถทำได้ในตอนนี้ก็คือฟางจ้าวที่เป็น 'ตัวฉิบหาย' และทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ น้อยนักที่เขาจะคาดคิดว่าฟางจ้าวจะไม่ตอบโดยสิ้นเชิงแล้วปล่อยให้หมาคุยกับเขาแทน นี่มันกำลังเยาะเย้ยกัน ?

ฟางเซิงรู้แล้วว่าการด่าของเขามีเพียงการตอบรับด้วยเสียงของสุนัข เขาสูดลมหายใจลึกและตัดสาย เขาต้องอดกลั้นความคับแค้นใจของตัวเองและจากไป แต่หลังจากเดินไปได้สองก้าว เขาพลันหยุดและมองกำไลข้อมือของตัวเอง

เขาโกรธจัดจนลดการป้องกันของตัวเอง เขาย้อนนึกถึงสิ่งที่เพิ่งพูดไป เขาไม่คิดว่าเขาได้สารภาพไปว่าเป็นคนขโมยเพลง ดังนั้นต่อให้ฟางจ้าวบันทึกการสนทนาไว้ มันก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้มากนัก เป็นไปไม่ได้ที่กฎหมายจะตัดสินว่าเขาเป็นขโมย

เป็นเรื่องดีที่เขายั้งตัวเองไว้ ถ้าเขาพ่นทุกสิ่งออกไปด้วยเสียงหมาเห่าไม่กี่ครั้งและสารภาพว่าขโมยเพลง แบบนั้นก็จบเห่แล้ว

นั่นคือแผนการดั้งเดิมของฟางจ้าว !

"แกอยากจะเล่นกับฉันนักสินะ ?!"

ฟางเซิงมองไปสุดถนน ดวงตาเหี้ยมเกรียม

ในความเป็นจริงฟางเซิงกำลังคิดมากไปเอง และฟางจ้าวรู้ว่าเขาจะไม่พูดง่าย ๆ หรอกว่าขโมยเพลงมา สำหรับใครบางคนที่ระวังตัวมากพอที่จะขโมยเพลงทั้งสามเพลงได้โดยที่เจ้าของร่างเดิมไม่สังเกตเห็นสักนิดและไม่ทิ้งร่องรอยหลักฐาน เขาไม่หลุดปากสารภาพง่าย ๆ หรอก

มีคนจำพวกที่รู้สึกว่าพวกเขามีสิทธิ์ได้รับความเอื้ออาทรจากคนอื่นเสมอ แต่ให้ร่วงหล่นและเห็นได้ชัดว่าพวกเขาเป็นคนผิด พวกเขาก็ไม่เคยยอมรับว่าเป็นเจ้าของความผิดพลาด พวกเขากระทั่งทำตัวว่าตัวเองเป็นเหยื่อด้วยซ้ำ

'ความโลภบังตา'​

ฟางจ้าวเห็นตัวอย่างประเภทนี้มามากและเคยได้ยินมากมายนักในช่วงวันสิ้นโลก ฟางเซิงเห็นทุกอย่างเป็นคำว่า 'ผลประโยชน์' ถ้านี่เป็นวันสิ้นโลก ฟางเซิงคงเจอลูกตะกั่ว​เป่ากระหม่อมไปแล้ว อย่างไรก็ตามยุคใหม่มีกฎหมาย ฟางจ้าวไม่อยากท้าทายกฎหมายของยุคใหม่เพียงเพราะฟางเซิง ทั้งยังเสียโอกาสในการฟื้นคืนชีพอันหายากนี้ไปอีกต่างหาก

"ดีมาก" ฟางจ้าวหยิบกำไลข้อมือขึ้นมาและลูบหัวของขนหยิก เขากำอาหารสุนัขหนึ่งกำมือและวางมันลงบนจานสุนัข

ฟางจ้าวกลับไปที่ล็อบบี้ชั้น 50 หลังจากทำให้แน่ใจว่าช่างเทคนิคติดตั้งเครื่องเล่นเกมเรียบร้อยแล้ว

แผนกอยู่ในช่วงวันหยุด ดังนั้นจึงไม่มีใครเลยในล็อบบี้ เจิงฮว่างกับว่านเย่ว์ใช้เวลาตามประสาคู่รัก พวกเขาไม่ปรากฏตัวเลยในช่วงวันหยุด ผางผู่ซ่งพาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อน ซ่งเหมี่ยวก็ไม่อยู่ในบริษัท คนที่เหลืออยู่มีแค่จู่เหวินกับพรรคพวกในสตูดิโอเพื่อเล่นเกมทุกวัน ในเมื่อไม่มีอะไรมากไปกว่าการเล่นเกม ดังนั้นก็มานอนเล่นเกมในบริษัทดีกว่า ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟ แถมอาหารที่โรงอาหารของบริษัทก็ไม่เลวร้าย ค่อนข้างถูกทีเดียว

ตอนที่ฟางจ้าวผ่านไป หลายคนเพิ่งเล่นเกมเสร็จและกำลังหารืออะไรบางอย่างกันอยู่

นีออนคัลเจอร์ได้ติดต่อจู่เหวินและคนอื่น ๆ เช่นกัน แต่ไม่ใช่ผ่านเอเย่นต์ เป็นช่างเทคนิคสองสามคนของนีออนคัลเจอร์ที่รู้จักจู่เหวินกับพรรคพวกพยายามใช้คำพูดหยั่งเชิงชักจูง แต่จู่เหวินปฏิเสธ

เหตุผลน่ะเหรอ ?

ไม่ต้องพูดถึงศักยภาพอันยิ่งใหญ่ในปัจจุบันของโปรเจ็กต์แสงเหนือ มันหายากนักที่จะเจอเจ้านายที่ติดเกม การเปลี่ยนงานจะคุ้มค่าเหรอ ? สำหรับคนอย่างพวกเขา ตราบที่ไม่ขัดสนเงินทอง เรื่องโบนัสน่ะเป็นรอง สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการที่พวกเขาสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมสันทนาการในที่ทำงานได้ต่างหากล่ะ

ทำไมจู่เหวินถึงยังอยู่ตอนที่แผนกวิชวลโปรเจ็กต์ทั้งหมดถูก 'ล้างเลือด' ไปเมื่อปีที่แล้วน่ะเหรอ ? ไม่ใช่ว่าเขาอยากขี้เกียจ แต่เขาถูกล่อลวงด้วยความคาดหวังว่าหากแผนกวิชวลโปรเจ็กต์ไม่ได้รับการมอบหมายงานใด ๆ อีก เขาจะมีอิสระในการเล่นเกมได้ตลอดวัน

ทั้งกลุ่มหยุดคุย ตอนที่ฟางจ้าวเข้าไปในห้อง

"ฉันจะกลับบ้านสักหน่อย พวกคุณจะยังอยู่ในบริษัท ?" ฟางจ้าวถาม

"ครับ แต่พวกเราจะออกไปดูนิทรรศการกันตอนสาย บอสจะใช้รถบินรึเปล่า ?" จู่เหวินถาม

ที่แผนกมีรถบินสองคัน เจิงฮว่างกับว่านเย่ว์ใช้ไปแล้วคันหนึ่งและเหลืออีกคันหนึ่ง

เห็นจู่เหวินกำลังมองตาปริบ ๆ ฟางจ้าวนึกขำ "ไม่ล่ะ ฉันจะใช้รถสาธารณะ เอาไปขับเล่นเถอะ"

"ขอบคุณครับ บอส !" จู่เหวินโห่ร้อง พวกเขาจะไปนิทรรศการเกมกันตอนบ่าย

"พวกผมจะเอาแบบจำลองมาฝากนะครับ !" อีกคนกล่าว

ฟางจ้าวออกจากออฟฟิศหลังจากเตือนให้จู่เหวินและพรรคพวกล็อกประตูชั้น 50 ก่อนออกไปงานเกม เขาไม่ได้พาขนหยิกไปด้วย การกลับไปที่ถนนมืดเพียงเพื่อหยิบของบางอย่างเท่านั้น และเขาจะกลับมาบริษัทในตอนเช้าวันพรุ่งนี้

รายได้ของเขาเพียงพอที่จะซื้อบ้านในใจกลางเมืองฉีอานได้แล้ว ตราบที่มันไม่แพงและใหญ่จนเกินไป เขาก็สามารถจ่ายได้

อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องยากที่จะหาที่อยู่อาศัยดี ๆ ในเมืองฉีอานตอนนี้ หลายคนที่มีอสังหาริมทรัพย์ดี ๆ ต่างก็ลังเลที่จะปล่อยพวกมันไป ฟางจ้าวไม่มองหาในอินเตอร์เน็ตเพราะต้วนเชียนจี๋สัญญาว่าจะแนะนำให้เขารู้จักกับเจ้าของบ้านคนหนึ่งที่ต้องการขาย เขาเป็นนักประพันธ์เพลงอาวุโส​ แต่นักประพันธ์เพลงอาวุโส​คนนี้แทบจะไม่ได้อยู่ที่บ้านของตัวเอง แต่ก็ไม่ต้องการขายให้คนที่ไม่น่าเชื่อถือเช่นกัน ต้วนเชียนจี๋รู้ว่าฟางจ้าวกำลังมองหาบ้านอยู่ ดังนั้นหล่อนจึงเข้าหานักประพันธ์เพลงอาวุโสคนนี้ แต่ตอนนี้อีกฝ่ายไม่ได้อยู่ในหยานโจว เขาจะกลับมาภายในสองสามวันเพื่อจัดการงานเอกสารและพบฟางจ้าวในเวลาเดียวกัน มันเป็นเพียงเรื่องของเวลา ฟางจ้าวสามารถรอได้

ตอนเย็นบนถนนมืดยังคงเหมือนเดิม บางร้านเปิดเพลงเต้นดังลั่น บ้างเปิดเพลงที่ผ่อนคลาย บางแห่งขี้เมากำลังรวมตัวกันพูดจาไร้สาระ และบางที่เหล่านักเลงวัยรุ่นกำลังทำมาหากินตามวิถีของตัวเอง

ฟางจ้าวซื้อเนื้อบาร์บีคิวมาสองกล่องให้เย่ว์ฉิงที่เปิดร้านอยู่ข้างล่างห้องเช่าของเขา กับอ้ายหวัน เจ้าของร้านขายยา

"ขอบใจ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก ไม่กี่วันก่อนมีขี้เมาอยากปาขวดเหล้าทุบหน้าต่างของแก ฉันจัดการไปแล้ว" เย่ว์ฉิงรับกล่องเนื้อบาร์บีคิว กัดและเริ่มเคี้ยว "แกจะย้าย ?"

เย่ว์ฉิงไม่รู้ว่าอุตสาหกรรมบันเทิงดำเนินการอย่างไร แต่เขาได้ดูมิวสิควิดีโอของสองมูฟเมนต์ และเขารู้จากรายงานข่าวว่าทั้งสองเพลงนั้นโด่งดังสุด ๆ โดยไม่ต้องคำนึงว่าฟางจ้าวจะเป็นคนแต่งเพลงของทั้งสองมูฟเมนต์ตัวจริงหรือไม่ เพียงแค่ดูจากรายชื่อเครดิตตอนท้าย เขารู้ว่าฟางจ้าวได้รับผลประโยชน์มากแน่ ๆ และถึงเวลาย้ายออกจากที่นี่แล้ว

"เร็ว ๆ นี้แหละ แต่ผมยังไม่ย้ายออกในสองสามสัปดาห์​นี้หรอก" ฟางจ้าวว่า

"บอกฉันไว้ล่วงหน้าล่ะตอนที่แกจะย้ายออก ฉันจะได้ซื้อห้อง" เย่ว์ฉิวชิงพูด เขาวางแผนที่จะซื้อบ้านชั้นบนมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ชั้นบนมีการบันทึกผู้เช่าอย่างเป็นระบบ ทันทีที่ฟางจ้าวยกเลิกห้องของตัวเอง มันจะถูกเช่าไปทันที ถ้าผู้เช่าคนอื่นย้ายเข้าไปแล้ว เย่ว์ชิงจะไม่สามารถซื้อมันได้

"จะขยายร้านเหรอครับ ?" ฟางจ้าวถามด้วยรอยยิ้ม

"กะไว้อยู่ ฉันยังติดต่อกับคนเช่าอีกสองชั้นเหนือห้องแกด้วย ฉันน่าจะซื้อห้องพวกนั้นได้ในปีหน้า ฉันเตรียมมานานแล้ว ฮ่า ๆ" ตอนนี้เขามีเงินออมมากพอ เย่ว์ฉิงสามารถดำเนินการขยายร้านได้แล้ว เป็นธรรมดาที่เขาจะอารมณ์ดี แน่นอนว่าคนอย่างเขาเทียบกับฟางจ้าวที่มีรายได้มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ต่อเพลงเพลงเดียวไม่ติด แต่คนทั่วไปก็มีวิถีชีวิตเป็นของตัวเอง เย่ว์ฉิงมีความสุขกับชีวิตของเขาตอนนี้ดี

"ได้ ผมจะบอกล่วงหน้าก่อนที่จะเลิกเช่า"

ร้านของเย่ว์ฉิงเต็มไปด้วยลูกค้า ดังนั้นฟางจ้าวจึงออกไปให้พ้นทาง เขาออกจากร้านและมุ่งหน้าขึ้นบันได

อย่างไรก็ตามทันทีที่เดินขึ้นไป ฟางจ้าวบอกได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

ตอนที่เขาเงยหน้าขึ้น เขาเห็นใครบางคนกำลังยืนอยู่หน้าห้องเช่าของเขา อีกคนเข้ามาจากข้างหลังทางบันได การประกบตัวบ่งบอกว่ามีการเตรียมการล่วงหน้าและเป็นมืออาชีพ

แสงไฟที่ทางเดินมืดสลัว เพื่อประหยัดไฟ ไฟในพื้นที่สาธารณะแบบนี้จึงมีไม่ดีและสลัวนัก

ฟางจ้าวไม่ได้มองย้อนกลับและยังคงเดินไปจนกระทั่งเขาอยู่ห่างจากชายที่ยืนอยู่หน้าห้องเช่าของเขาสองก้าว

ชายคนนี้ดูไม่โตกว่าฟางจ้าวมาก ผมส่วนใหญ่สั้นเตียน ทิ้งไว้แต่ตรงกลางหย่อมหนึ่งดูอย่างกับหงอนไก่ ย้อมสีครึ่งหนึ่งแดงครึ่งหนึ่งฟ้า มีรอยสักรูปสัตว์ดุร้ายที่แก้มขวา

ฟางจ้าวจำได้ว่าเย่ว์ฉิงเคยพูดถึงครั้งหนึ่งว่า อันธพาลของถนนมืดที่มีรอยสักรูปสัตว์บนแก้มขวา ครึ่งหนึ่งของพวกเขาเป็นพวกมือปืนรับจ้าง แทนที่จะต้มตุ๋นหรือปล้นชิงอย่างพวกนักเลงมือใหม่

กล่าวคือ ใครบางคนจ่ายให้พวกเขามาปรากฏตัว

ตอนที่ชายคนนั้นกวาดตามองกำไลข้อมือของฟางจ้าว ฟางจ้าวเดาได้แล้วว่าใครเป็นคนว่าจ้างของพวกเขา

"ฟางจ้าว ?" ชายที่ยืนหน้าประตูใช้สายตาประเมินฟางจ้าว ฟันของเขาย้อมสีเขียวเรืองแสง รอยสักรูปสัตว์บนแก้มเห็นจะอัปลักษณ์กว่าเดิม

บางคนที่กำลังเดินขึ้นมารีบกลับลงไปข้างล่างทันทีเมื่อเห็นสถานการณ์ที่นี่ ไม่กล้ากระทั่งผายลม

เปรี๊ยะ——

เสียงลั่นมาจากกระแสไฟฟ้าที่กระพริบเปรี๊ยะบนท่อนเหล็กไฟฟ้าในมือของชายที่อยู่หน้าประตู เสียงลั่นอย่างชัดเจนในโถงทางเดิน เขาสาวเท้าตรงมายังฟางจ้าว "ไม่ต้องกลัว แค่ส่งกำไลข้อมือของแกมา แล้วพวกเราจะไปทันที มันไม่ดีที่จะขวางทางเดินที่นี่..."

ก่อนที่จะพูดจบ เขาเห็นฟางจ้าวชักปืนและหันปากกระบอกปืนมาทางเขาอย่างกับใช้เวทมนตร์

ฟางจ้าวได้ยินเสียงฝีเท้าที่เข้าหาข้างหลังหยุดกึก ฟางจ้าวเผยรอยยิ้มอบอุ่นและบอกชายที่อยู่ข้างหน้า:

"ไม่ต้องกลัว พวกแกเดินทางมาไกล เข้าไปคุยกันข้างในห้องก่อนเถอะ มันไม่ดีที่จะขวางทางเดินที่นี่"




NEKOPOST.NET