Superstars of Tomorrow ตอนที่ 44 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.44 - จะมากเกินไปแล้ว !


044 จะมากเกินไปแล้ว !

แม้ว่าเบวิสจะโกรธที่ฟางจ้าวตัดสายเขา แต่เขาแปลกใจกับความเห็นของฟางจ้าวก่อนตัดสายมากกว่า

'ทำไมไม่ถามฟางเซินก่อนล่ะว่า ใครเป็นคนแต่งเพลงทั้งสามของเขาตัวจริง' ?

สามเพลงไหน ? คนแต่งตัวจริง ? งั้นฟางเซิงไม่ได้เป็นคนแต่งพวกมันเหรอ ?

เบวิสไม่ได้มีหน้าที่ดูแลเด็กใหม่ เขาไม่รู้สถานการณ์ของแผนกเด็กใหม่ เขาเพียงแค่กวาดสายตาบนรายชื่อของเด็กใหม่ที่นีออนคัลเจอร์เพิ่งรับเข้ามาในปีนี้ ถ้าเจ้านายเขาไม่ได้อยากชิงตัวคนจากซิลเวอร์วิงก์ เขาไม่วุ่นวายไปศึกษารายชื่อหรอก

แต่ถึงเขาจะไม่เข้าใจสถานการณ์ในแผนกเด็กใหม่ เขาก็สามารถอนุมานบางสิ่งบางอย่างจากความเห็นของฟางจ้าวได้

เบวิสที่ถมึงทึง​นั่งอยู่ในออฟฟิศของตัวเองเพื่อไตร่ตรองเรื่องนี้ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาติดต่อกับแผนกเด็กใหม่และขอประวัติทั้งหมดของฟางเซิงเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ยิ่งเขาอ่าน เขาก็ยิ่งสีหน้าทะมึนขึ้นเท่านั้น

ถ้าก่อนหน้านี้เขาสงสัยคำกล่าวหาของฟางจ้าวสักเจ็ดส่วน หลังจากอ่านข้อมูลประวัติ ตัวเลขก็ลดลงไปหลายส่วนแล้ว

ฟางจ้าวจบการศึกษาจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ฉีอานที่บางทีอาจเป็นสถาบันดนตรีที่ดีที่สุดในหยานโจว ขณะที่ฟางเซิงเรียนจบจากสถาบันทั่ว ๆ ไป นั่นไม่ได้สร้างความแตกต่างนักหรอก ในกระบวนการสรรหาบุคลากร การจบการศึกษาจากสถาบันชั้นนำไม่ได้เป็นข้อกำหนดเบื้องต้น ต่อให้คุณเข้ามหาวิทยาลัยระดับล่างและสอบตกทุกวิชา ตราบที่คุณมีความสามารถทางดนตรีสักอย่าง ถ้าเปล่งประกายในสักทาง คุณก็ได้รับการพิจารณา

กล่าวคือ นอกจากปัจจัยภายนอกอย่างประวัติการศึกษาและคอนเน็กชั่นแล้ว — สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ พรสวรรค์ที่แท้จริง !

เหตุผลที่ฟางเซิงเป็นที่จับตาของแผนกเด็กใหม่ของนีออนคัลเจอร์และได้รับการเซ็นสัญญา นั่นก็เพราะเพลงทั้งสามที่เขายื่นส่งมา

ไม่มีอะไรที่โดดเด่นในประวัติของฟางเซิง เขาไม่ใช่นักศึกษาโดดเด่นและไม่เคยได้รับรางวัลใด ๆ แต่เพลงทั้งสามยังเอาชนะใจแผนกเด็กใหม่ได้ เพลงไม่ได้มีคุณภาพยอดเยี่ยม แต่พวกมันดีกว่าสิ่งที่เด็กใหม่ทั่วไปมี หนึ่งในสามเพลงไปได้สวยบนชาร์ตเด็กใหม่ อันที่จริงบริษัทอยากดันฟางเซิง แต่เขาไม่ส่งเพลงใหม่เพลงไหนเลยตั้งแต่นั้นมา

เบวิสเรียกตัวฟางเซิงและเอเย่นต์ของเขา เขากวาดตามองทั้งคู่ด้วยสายตาอำมหิต เบวิสมักมีรอยยิ้ม แต่เขาดูน่ากลัวมากตอนที่จริงจัง

เอเย่นต์ของฟางเซิงยังหงุดหงิดและไม่พอใจเกี่ยวกับการเรียกตัวของเบวิส แม้ว่าเขาจะเป็นคนดูแลเด็กใหม่ แต่เขาก็เคยดูแลดาราเกรด B มาก่อน เขายังใช้เวลาที่นีออนคัลเจอร์มากกว่าเบวิสเสียอีก น้ำเสียงของเบวิสนั้นหยาบคายสุด ๆ แทบไม่ควรค่าแก่การได้รับความเคารพในฐานะพนักงานอาวุโส แต่ตอนที่เขาเห็นสีหน้าของเบวิส เขาบอกได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

"มีอะไรเหรอครับ ?" เอเย่นต์ของฟางเซิงถาม เขารู้ว่าเบวิสเรียกดูประวัติของฟางเซิง แต่เขายังไม่รู้ว่าทำไมเบวิสถึงขอดูพวกมัน

เบวิสเมินเอเย่นต์ของฟางเซิงและจ้องฟางเซิงเขม็งราวกับคมมีด "ฉันอยากรู้ว่า เพลงทั้งสามเพลงที่เธอส่งมาตอนเข้าบริษัท ใครเป็นคนแต่งเพลงตัวจริง ?"

ฟางเซิงค่อนข้างหงุดหงิดเล็กน้อยอยู่แล้ว เมื่อได้ยินคำถามหัวใจของเขากระตุกและเหงื่อเย็นเริ่มแตกที่ข้างหลัง กล้ามเนื้อที่ปากของเขากระตุก แต่เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เขายังคงนิ่งเงียบ แต่มือประสานกันอย่างประหม่า ตอนที่เอเย่นต์มองเขาด้วยคำถาม เขารู้แล้วว่าไม่มีทางซุกซ่อน เขาพยายามอย่างมากในการปกปิดความผิดของตัวเองบนใบหน้าและฉีกรอยยิ้มออกมา "คุณไปได้ยินใครพูดอะไรมาเหรอครับ อย่าไปเชื่อเขา ทั้งสามเพลงนั้นเป็นผลงานของผมเองจริง ๆ !"

"โฮ่ ?" เบวิสไม่พูดอะไร แต่ส่งสายตามองเอเย่นต์ ดวงตาคล้ายกับจะพูดว่า: คุณเป็นคนเซ็นสัญญากับมัน คุณจัดการ

เอเย่นต์จ้องฟางเซิงด้วยสายตาเสียดแทง เขาดูแลศิลปินมาเป็นโหล แม้จะไม่ได้เก่งเท่าเบวิส แต่เขาก็ยังจับจุดคนโกหกได้ การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในการแสดงออกทางสีหน้าของฟางเซิงหลบหนีการสังเกตของเขาไม่พ้น

นั่นคือความตื่นตระหนก ! ร้อนตัว ! ขลาดกลัว ! ขาดความมั่นใจ !!

เมื่อเอเย่นต์ของฟางเซิงเกิดความสงสัย ทุกอย่างก็กระจ่าง นักเรียบเรียงเสียงประสานของทั้งสามเพลงบอกเขาเป็นการส่วนตัวว่าความเข้าใจในเพลงทั้งสามของฟางเซิงค่อนข้างมีปัญหา ค่อนข้างคลุมเครือและไม่ชัดเจนพอ แต่เดิมเขาคิดว่าเด็กใหม่มักมีข้อบกพร่องอยู่แล้ว มันอาจจะดีกว่าหากมีการจัดอบรมและชี้แนะเพิ่มเติม แต่ฟางเซิงไม่ได้ผลิตเพลงใหม่อีกเลยตั้งแต่สามเพลงที่เขาได้ส่งเข้าร่วมในการแข่งขันผู้มีความสามารถหน้าใหม่ เป็นอีกครั้งที่เขาคิดว่าฟางเซิงเหนื่อยล้าจากการใส่แรงบันดาลใจลงไปในทั้งสามเพลง แต่นั่นก็นานมากแล้วที่ไม่มีงานใหม่ออกมาซึ่งเป็นปัญหามาก

เป็นไปได้สูงมากว่าจะขโมยมา !

เขาไม่อยากเชื่อว่าเขาเซ็นสัญญากับคนแบบนี้ ! เขาเคยได้ยินกรณีที่คล้ายกันของการขโมยหรือลอกงานมาก่อน บ้างถูกเปิดเผยและบ้างถูกเก็บเป็นความลับ ผลสุดท้ายขึ้นอยู่กับความสามารถส่วนบุคคลและการตัดสินใจของบริษัท แน่นอนว่าแนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัยที่สุดก็คือการหลีกเลี่ยงคนประเภทนี้ ยิ่งบริษัทใหญ่เท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องห่วงชื่อเสียงมากเท่านั้น มันต้องใช้กำลังคนและทรัพยากรจำนวนมากในการชะล้าง แต่ไหนเลยจะคาดคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นในมือของเขาเอง !

แม้ว่าเขาจะทำความผิดพลาดในการเซ็นสัญญาไป แต่ความผิดพลาดนี้ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ ไม่อย่างนั้นจะเป็นการตบหน้าตัวเอง นอกจากนั้นยังอาจสร้างความยุ่งยากที่ไม่จำเป็นให้กับบริษัท

ฟางเซิงต้องถูกกำจัดออกไปโดยเร็วที่สุด !

ต่อให้การขโมยของฟางเซิงถูกเปิดโปงในอนาคต พวกเขาเตรียมการล่วงหน้าและรับมืออย่างใจเย็นได้

ฟางเซิงได้เซ็นสัญญาสามปี สัญญาของเขาระบุว่าถ้าเขาถูกไล่ออกโดยไม่มีสาเหตุ เขามีสิทธิ์ได้รับการชดเชยเป็นจำนวนสามเท่าของรายได้ระหว่างการทำงาน

นี่ไม่ใช่การไล่ออกแบบไร้ความยุติธรรม แต่บริษัทไม่สามารถเปิดเผยเหตุผลที่แท้จริงของการเลิกจ้างได้ พวกเขายังไม่มีหลักฐานว่าฟางเซิงขโมยเพลงคนอื่นมาจริง ๆ และฟางเซิงก็ไม่ยอมรับ

ตามยอดดาวน์โหลดของทั้งสามเพลงจนถึงขณะนี้ เงินชดเชยของฟางเซิงจะได้มากกว่า 10 ล้านดอลลาร์ นั่นเป็นค่าใช้จ่ายที่บริษัทไม่ต้องการเสีย แม้ว่ามันจะเป็นจำนวนที่ไม่ได้อยู่ในสายตาเลยก็เถอะ แต่พวกเขาไม่ต้องการเสียเปล่าไปกับเรื่องพรรค์นี้

ดังนั้นหลังจาก 'การเจรจาฉันมิตร' ที่บีบบังคับ นีออนคัลเจอร์ยินดีจะจ่ายเงินค่าชดเชย 1.5 ล้านดอลลาร์และฟางเซิงต้องออกจากนีออนคัลเจอร์ทันที

เรื่องการ 'การเจรจา' เป็นเอเย่นของฟางเซิงที่จัดการ ส่วนเบวิสไม่ได้พูดอะไรเลย นั่นหมายถึงเขาเห็นด้วยกับการปฏิบัตินี้ สรุปฟางเซิงได้ขโมยเพลงของใครบางคนมาจริง แถมน่าจะเป็นของฟางจ้าว ต่อให้พวกเขายืนยันหัวขโมยได้ แต่ถ้าฟางจ้าวไม่มีชื่อเสียงและฟางเซิงมีศักยภาพ พวกเขาก็คงไม่ต้องไล่ฟางเซิงออกหรอก พวกเขาอาจจะกระทั่งช่วยหัวขโมยปกปิดด้วยซ้ำ ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นนักธุรกิจ ผลประโยชน์ทางการเงินมาก่อนเสมอ

แต่ฟางจ้าวกำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงด้วยการสนับสนุนอย่างเต็มที่ของบริษัทตัวเอง ขณะที่ฟางเซิงไม่คุ้มค่าแก่การปกป้อง การเลิกจ้างเป็นการรับรองที่ต้องทำโดยเร็วที่สุด ! พวกเขาต้องกำจัดออกไปก่อนที่เรื่องจะแดง !

ถ้ามีคนถาม พวกเขาก็เพียงพูดว่าฟางเซิงมีบุคลิคไม่ดี

คำว่า 'บุคลิคไม่ดี' มีความหมายหลากหลายในวงการ มันอาจหมายถึงปัญหาบุคลิกภาพ — การเข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้หรือมีอารมณ์รุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนรอบข้าง นอกจากนั้นยังอาจหมายถึงพฤติกรรมเฉพาะเจาะจงอย่างเช่นการขโมยหรือลอกผลงาน อย่างแรกน่ะไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก ตราบที่คนที่ว่ามีพรสวรรค์ บุคลิคนิสัยไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่อย่างหลังน่ะคือปัญหาใหญ่

ไม่มีความลับในอุตสาหกรรม หากพวกเขาขุดคุ้ยพอ เหล่านายจ้างจะค้นพบเกี่ยวกับการประเมินด้วยสี่อักษรของนีออนคัลเจอร์ 'บุคลิคไม่ดี' ในประวัติส่วนตัว ต่อให้ฟางเซิงพยายามปกปิดแล้วก็ตาม นั่นเพียงพอที่เขาจะถูกปฏิเสธโดยบริษัทส่วนใหญ่ในอุตสาหกรรมแล้ว

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฟางเซิงถูกไล่ออกจากสำนักงานใหญ่นีออนคัลเจอร์

เขาพยายามรักษาความสงบของตัวเองไว้ขณะที่ถูกจ้องมองจากคนรอบตัว แต่เขาไม่อยู่ต่อ รีบออกไปโดยไว

เขาวิ่งไปถึงมุมที่ไม่มีคน ฟางเซิงก่นสาปแช่งเสียงเบา ดวงตาของเขาแดงเถือก มีแต่พระเจ้าที่รู้ว่าเขานอนหลับเพียงพอครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ใบหน้าของเขาซีดเผือดยิ่งกว่าตอนที่จู่เหวินเล่นเกมติดต่อกันสองวันเสียอีก

สำหรับเงินค่าชดเชย 1.5 ล้านดอลลาร์ ถ้าเป็นอดีต ฟางเซิงคงนอนหลับฝันดีแล้ว แต่หลังจากหลงระเริงกับความเคารพนับถือและได้เงินมาอย่างง่าย ๆ ด้วยเพลงทั้งสาม 1.5 ล้านเป็นเงินขี้ประติ๋วจริง ๆ ! แต่เขาไม่กล้าหาเรื่องนีออนคัลเจอร์

ถ้าเขาอยู่นีออนคัลเจอร์ เขาจะได้รับมากกว่านี้มาก

เขามีสิทธิ์ได้มากกว่านี้...

หลังจากสูดลมหายใจไตร่ตรองสองสามครั้ง ฟางเซิงหันความสนใจไปที่กำไลข้อมือของตัวเองและมองหาเบอร์ของฟางจ้าว

มันเป็นเรื่องของเวลาก่อนที่เขาจะสามารถซื้อเพลงอื่นจากนักเรียนดนตรีที่เงินขาดมือ แต่เบวิสเข้ามาแส่และขัดขวางแผนการของเขา !

เบวิสรู้ได้อย่างไรว่าเขาขโมยสามเพลงนั้นมา ?

ฟางจ้าว !

ทันทีที่เชื่อมต่อ ความเกลียดชังพลุ่งพล่านขึ้นมาประหนึ่งน้ำป่าไหลหลาก: "ฟางจ้าว ! ไอ้สารเลว ! แกบอกว่าเห็นฉันเป็นพี่น้อง แต่แกกล้าทำกับฉันแบบนี้ ?! นอกจากสามเพลงนั้น แกยังมีอะไรซ่อนอยู่เยอะแยะเลยสินะ ? ฮ่ะ ๆ ... ดีมาก ไอ้ปลิ้นปล้อน !" เขาตะโกนเสียงดังจนเส้นเลือดดำที่คอปูดโปน

เขาแหกปากเกือบจะสามนาทีจนเสียงแหบแห้ง แต่ฟางเซิงไม่ได้ยินความเคลื่อนไหวจากอีกฝ่าย

"ใบ้แดกแล้วรึไง ?!" ฟางเซิงแผดร้องสุดเสียง

สองวินาทีต่อมา

"โฮ่ง ๆ โฮ่ง ๆๆ โฮ่ง ๆ !"

ปลายสายตอบรับด้วยเสียงเห่าเป็นชุด เป็นเสียงเห่าของสุนัขจริง ๆ ไม่ใช่เสียงจำลอง หลังเสียงเห่ายังติดตามมาด้วยเสียงหอบแฮ่กดังชัดเจน

ฟางเซิง "..."

เขาด่ายาวเหยียดเกือบสามนาทีให้หมาฟัง !

ฟางเซิงโกรธจนตัวสั่น รู้สึกอยากกระอักเลือด

นี่มัน... จะมากเกินไปแล้ว !




NEKOPOST.NET