Superstars of Tomorrow ตอนที่ 43 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.43 - โชคช่วยจริง ๆ


043 โชคช่วยจริง ๆ

คนที่ซ่งซีฮว๋าอยากแย่งตัวมามากที่สุดคือนักประพันธ์เพลงตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังสองมูฟเมนต์ เดิมทีเขาสงสัยว่าอาจเป็นเด็กใหม่ที่มีชื่อใส่ในเครดิตของซิลเวอร์วิงก์ แต่หลังจากรู้เจตนาที่แท้จริงของซิลเวอร์วิงก์แล้ว เขาเปลี่ยนความคิด ซิลเวอร์วิงก์ไม่มีทางมอบหมายโปรเจ็กต์สำคัญให้กับเด็กใหม่หรอก

ซ่งซีฮว๋าศึกษาเครดิตที่อยู่ส่วนท้ายของมิวสิควิดีโอทั้งสองครั้งแล้วครั้งเล่า เขายังสั่งการให้ลูกน้องไปสืบทุกคนที่อยู่ในรายชื่อด้วย เขาสรุป: รายชื่อของทีมโปรเจ็กต์ไม่สมบูรณ์ ซิลเวอร์วิงก์ปกปิดชื่อที่สำคัญไว้ !

มีคนจำนวนมากที่คิดเหมือนกับซ่งซีฮว๋า

ในทางปฏิบัติ ตอนแรกจะมีเพียงโปรดิวเซอร์ของโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลเท่านั้นที่ได้รับการระบุตัวตน โปรดิวเซอร์เทียบได้กับผู้กำกับรายการโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ ขณะที่ผู้ประพันธ์เพลง, ผู้เรียบเรียงเสียงประสาน, ผู้ผสมเสียง, นักร้อง และอื่น ๆ จะไม่มีการลงชื่อไว้ ชื่อใด ๆ จะเรียกความสนใจออกจากตัววิชวลไอดอลไป มีเพียงตอนที่วิชวลไอดอลกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วเท่านั้น บริษัทจึงจะเผยรายละเอียดคนทำงานที่อยู่เบื้องหลังนี้

ถึงอย่างนั้นทุกคนก็ยังคงอยากรู้ว่าใครเป็นคนแต่งเพลงทั้งสองมูฟเมนต์และใครเป็นคนผสมและเรียบเรียงพวกมัน คุณไม่สามารถบอกได้เลยจากรายชื่อในเครดิตตอนท้ายของมิวสิควิดีโอ คนส่วนใหญ่เชื่อว่าชื่อที่มีระบุไว้เป็นเพียงช่างเทคนิค และซิลเวอร์วิงก์เก็บชื่อของผู้ประพันธ์, ผู้เรียบเรียงและผู้ผสมเสียงไว้ บางทีพวกเขาคงกลัวว่าจะโดนชิงตัวไป

ภายในสถานพักฟื้นในเมืองชายฝั่งของหยานโจว เมืองจิงกัง

นักดนตรีและโปรดิวเซอร์วิชวลไอดอลมีชื่อเสียง กิลเฟตซ์กำลังนั่งข้างหน้าต่างในห้องของตัวเองเช่นปกติ เว้นแต่ว่าเขาไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะเพลิดเพลินกับแสงแดดอันสดใสมาหลายวันแล้ว ทั้งหมดที่เขาทำคือการมองแท็บเล็ตของตัวเอง เขาดูซีดเซียวและนิ่วคิ้วมากขึ้น

คราวนี้เขาไม่ได้โกหก เขาป่วยจริง ๆ ในวันที่มูฟเมนต์ที่สอง 'ทะลวงรังไหม' ปล่อยออกมา กิลเฟตซ์แทบถูกย้ายไปห้องผู้ป่วยหนัก

ความหวังอันน้อยนิดของเขาสำหรับการกลับไปถูกฟาดด้วยการปล่อยของมูฟเมนต์ที่สอง ความคิดเห็นของหมิงชังทำให้เขาตกที่นั่งลำบาก ยิ่งแสงเหนือได้รับความสนใจมากเท่าไหร่ สถานการณ์ของเขาก็ยิ่งเลวร้ายมากเท่านั้น และโอกาสในการกลับไปของเขาก็ริบหรี่ เพื่อนร่วมอาชีพบางคนเริ่มเยาะเย้ยเขาแล้ว บอกว่าเขากระทั่งสู้เด็กหน้าใหม่ไม่ได้

"ยังไม่ได้เรื่องอีกเรอะ ?" กิลเฟตซ์ถามคนสามคนที่ยืนถัดจากเขา พวกเขาเป็นลูกศิษย์ของเขาทั้งหมด สองคนถูกบีบออกจากแผนกวิชวลโปรเจ็กต์ของซิลเวอร์วิงก์เมื่อปีที่แล้ว

เสียงของกิลเฟตซ์ค่อนข้างแหบแห้งและไม่ชัดนัก แต่โทนเสียงยังคงเสียดหู ทุกคำออกมาอย่างเชื่องช้าสร้างความน่าขนลุก มันฟังดูอย่างกับเป็นฟันเฟืองขึ้นสนิทที่พยายามหมุน มอบความขนพองสยองเกล้าให้กับลูกศิษย์ทั้งสาม

"ยังครับ" หนึ่งในลูกศิษย์กล่าว ก้มศีรษะลง

ลูกศิษย์อีกสองคนหดตัวและหวังนักว่าพวกเขาจะไม่มีตัวตนที่นั่น

กิลเฟตซ์ถามพวกเขาถึงตัวตนของคนแต่งมูฟเมนต์ทั้งสองเพลง นักประพันธ์ที่เป็นกุญแจในความสำเร็จของแสงเหนือ ศิษย์ทั้งสามพยายามใช้ทั้งคอนเน็กชั่นของตัวเองและกิลเฟตซ์บางส่วน แต่พวกเขายังคงกลับมามือเปล่า

ไม่ใช่แค่พวกเขา คนส่วนใหญ่ที่ซิลเวอร์วิงก์ต่างรู้เพียงว่าโปรเจ็กต์ถูกมอบหมายให้กับฟางจ้าว แต่พวกเขาไม่รู้ว่าผู้ประพันธ์เพลงตัวจริงเป็นใครกัน

"ไม่เลย ?" กิลเฟตซ์คล้ายกับกำลังตอบรับและพูดกับตัวเองในเวลาเดียวกัน มีความสิ้นหวังในดวงตาของเขา

กิลเฟตซ์หยุดครู่หนึ่ง จากนั้นโบกมือของเขา ส่งสัญญาณให้ลูกศิษย์ของตัวเองกลับไป

น้ำหนักมหาศาลถูกยกออกจากบ่าของพวกเขา และทั้งสามก็พุ่งตัวไปทันใด ไม่วุ่นวายถามคำถามเพิ่มเติม

กิลเฟตซ์เป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ในห้องอันเงียบสงัด ดวงอาทิตย์ยามบ่ายเจิดจ้า อาบทั้งห้องด้วยแสง ดอกไม้ในแจกันยังสดชื่นเพิ่มความสดใสภายในห้อง แต่ห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงหายใจของกิลเฟตซ์และสัมผัสถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาได้เลย

กิลเฟตซ์สับแท็บเล็ตของเขาเป็นโหมดเข้ารหัสและกดหมายเลข ปลายสายตอบรับหลังจากนั้น 15 วินาที

"มีอะไร ?" คนทางนั้นฟังดูระมัดระวังตัว เขาเบาเสียงและก่อนที่กิลเฟตซ์จะทันพูด เขาก็โพล่งขึ้นมา "ถ้านายโทรมาเรื่องโปรเจ็กต์แสงเหนือ ฉันบอกอะไรนายไม่ได้ทั้งนั้น ต้วนเชียนจี๋จับตามองทุกคนอย่างกับเหยี่ยว ฉันไม่อยากถูกไล่ออก"

คนปลายสายคือผู้บริหารระดับสูงที่ซิลเวอร์วิงก์ผู้ที่เคยมีมิตรสัมพันธ์กับกิลเฟตซ์ ในอดีตเขาเคยได้รับประโยชน์หลายอย่างด้วยความช่วยเหลือของกิลเฟตซ์

"ไม่เป็นไร ฉันรู้ว่านายกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ฉันจะไม่พูดมาก ทั้งหมดที่ฉันอยากรู้ก็คือ ใครเป็นผู้ประพันธ์ที่อยู่เบื้องหลังมูฟเมนต์ทั้งสองของโปรเจ็กต์แสงเหนือตัวจริงเท่านั้นเอง"

"..." ผู้บริหารระดับสูงเงียบหลายวินาที "ต้วนเชียนจี๋ออกคำสั่งเข้มงวดว่าห้ามบอกใคร"

"ฉันแค่อยากรู้ด้วยตัวเอง ฉันไม่บอกใครทั้งนั้น" กิลเฟตซ์รู้ว่าแหล่งข่าวของเขาระวังตัวมาก ดังนั้นจึงกล่าวเพิ่ม "ฉันสาบานฉันไม่บอกใคร"

ความเงียบยาวนานขึ้นที่ปลายสาย เขาลังเล

กิลเฟตซ์ไม่เร่งกดดัน เขาเพียงแค่รออย่างอดทน

หลังจากหนึ่งนาทีของความเงียบ คนคนนั้นพูดด้วยเสียงไม่ชัดเจนนัก "คือฟางจ้าว"

"...ใครนะ ?!" กิลเฟตซ์ลุกขึ้นด้วยความตกใจและแทบจะสะดุดล้ม หลังจากทรงตัวแล้วเขาถามอีกครั้ง

"ก็อย่างที่นายรู้ เด็กใหม่"

"เป็นไปไม่ได้ !"

"แล้วแต่จะเชื่อ"

"นั่นมัน... ไม่มีทางน่ะ... โปรเจ็กต์ที่ซิลเวอร์วิงก์ลงทุนมากขนาดนั้นจะมอบหมายให้กับเด็กใหม่ได้ยังไง ?! เด็กใหม่ไม่มีทางสามารถสร้างสรรค์งานแบบนั้นได้..." กิลเฟตซ์ไม่เชื่อ

"ฉันเตือนนายเลยนะ เก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวเอง อย่าบอกใคร ไม่อย่างนั้นพวกเราทั้งคู่จบเห่​แน่ นายก็รู้จักศักยภาพของต้วนเชียนจี๋ดี" แหล่งข่าวกล่าวก่อนจะตัดสาย

ภายในห้องอันอบอุ่นและสดใส กิลเฟตซ์ทรุดลงบนเก้าอี้ กางแขนขา แท็บเล็ตของเขาหล่นตุบ เขานอนเป็นอัมพาตอย่างกับซากศพที่รอการกลายเป็นฟอสซิล

ทันใดนั้นร่างกายของกิลเฟ็ตซ์กระตุก เขารู้สึกหนาวสั่น

ฟางจ้าว ?

เด็กใหม่ที่เขาตรวจสอบแล้วว่าเพิ่งเข้าซิลเวอร์วิงก์ปีนี้ ?

เขาจำได้ว่าคนคนนั้นเพิ่งเรียนจบใหม่ในวัยยี่สิบต้น ๆ อายุน้อยกว่าหนึ่งในสามของเขาเสียอีก !

เจ้าเด็กเวรนั่นบีบเขาให้ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ !!

ถ้าเพียงฟางจ้าวรู้ว่ากิลเฟตซ์กำลังอะไรอยู่ เขาคงจะบอกว่า: ฉันน่ะเป็นลุงของเธอแล้ว !!

......

โดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่คนอื่นคิด ไม่เลยกับความจริงที่ว่าสื่อบางสำนักกำลังเรียกร้องชื่อของนักประพันธ์เพลงที่อยู่เบื้องหลังแสงเหนือ ฟางจ้าวไม่อยู่ในอารมณ์รับมือกับสื่อ เขาให้ความร่วมมือกับซิลเวอร์วิงก์ ไม่ออกจากบริษัทหากไม่จำเป็น เขาอยากเล่นเกม

เครื่องเล่นเกมที่ขอต้วนเชียนจี๋ไว้มาติดตั้งแล้วในที่สุด !

มีอุปกรณ์ปืนมากกว่าหนึ่งโหลที่แทบจะเหมือนกับปืนจริง สิ่งเหล่านี้เป็นของหายาก พวกมันดูสมจริงมากจนถูกควบคุมอย่างเข้มงวด​มากกว่าปืนประกอบฉากที่ใช้ในแผนกภาพยนตร์ของบริษัทเสียอีก สามีของต้วนเชียนจี๋เป็นข้าราชการทหารและหล่อนมีคอนเน็กชั่นของตัวเอง ถ้าพวกเขาต้องการ บางทีพวกเขาอาจจะจัดหาอาวุธปืนจริงมาได้เป็นกระบุง ไม่ต้องพูดถึงปืนประกอบฉากเลย

กระทั่ง​รปภ.ของบริษัทบางคนยังมีใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน

ต้วนเชียนจี๋ให้วันหยุดแผนกวิชวลโปรเจ็กต์ 20 วัน ฟางจ้าววางแผนว่าจะใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเล่นเกม

กำไลของฟางจ้าวดังขึ้นตอนที่เขากำลังดูช่างเทคนิคติดตั้งเครื่องเล่นเกมในห้องเฉพาะ

เป็นเบอร์ที่ไม่รู้จัก

เขาเดินเข้าไปในออฟฟิศของตัวเองและเรียกเสียงเชื่อมต่อ

"สวัสดี ฟางจ้าว ?" เป็นเสียงชายแปลกหน้า

"พูดอยู่" ฟางจ้าวเดินไปที่หน้าต่างและมองการจราจรของรถบินที่อยู่ใต้ชั้น 50

"ฉันชื่อ เบวิส ฉันเป็นเอเย่นต์เกรด B ของนีออนคัลเจอร์ คุณสนใจอยากร่วมงานกับนีออนคัลเจอร์ไหม ? ไม่ต้องห่วงเรื่องการฉีกสัญญาของคุณกับซิลเวอร์วิงก์ พวกเราจะดูแลเรื่องนั้นให้ ตราบที่คุณยินดีจะย้ายมา พวกเราจะเซ็นสัญญากับคุณทันที คุณจะได้รับการปฏิบัติในฐานะดาราเกรด B งานของคุณจะได้รับการจัดลำดับความสำคัญสูงสุดในช่วงปีแรกของคุณ พวกเรายังจะมอบหมายปรมาจารย์นักประพันธ์เพลงให้เป็นที่ปรึกษาของคุณ และถ้าคุณต้องการอะไรอีก พวกเราจะรับฟังทั้งหมด"

เบวิสค่อนข้างมั่นใจ ข้อเสนอของเขาดีกว่าสิ่งที่เด็กใหม่ส่วนใหญ่จะได้รับ เขาคิดว่าฟางจ้าวเป็นแค่หุ่นเชิดของแผนกวิชวลโปรเจ็กต์ของซิลเวอร์วิงก์ เขาดีกว่าที่จะข้ามฟากมานีออนคัลเจอร์ที่ที่เขาจะได้เพลิดเพลินกับผลประโยชน์ที่แท้จริง เขายังมีสิ่งล่อใจอื่น ๆ อีก แต่เขาอยากประเมินปฏิกิริยาของฟางจ้าวก่อน เขาค่อยขายของเพิ่มเติมหากว่าฟางจ้าวสนใจ

นีออนคัลเจอร์ ? ฟางจ้าวนึกว่าทงซานทรูเอ็นเตอร์เทนเมนต์จะเป็นเจ้าแรกที่เข้าหาเขาเสียอีก ไม่คิดว่านีออนคัลเจอร์จะเปิดก่อน

ฟางจ้าวรู้ว่านีออนคัลเจอร์ต้องการอะไร

ในเมื่อพวกเขาไม่สามารถหาตัวคนที่แต่งสองมูฟเมนต์แรกได้ เช่นนั้นพวกเขาก็ชิงตัวทีมงานโปรเจ็กต์ที่รู้จักแล้วจำนวนหนึ่งซะ ในฐานะโปรดิวเซอร์ของโปรเจ็กต์ เป็นธรรมดาที่ฟางจ้าวจะเป็นชื่อแรกในรายการ ขณะที่ซ่งซีฮว๋ายังคงถกเถียงอยู่ว่าจะยื่นข้อเสนอหรือไม่ นีออนคัลเจอร์ก็เข้าถึงก่อนแล้ว

"เบวิสจากนีออนคัลเจอร์ ? คุณได้เบอร์ของผมมายังไง ?" ฟางจ้าวถาม เจ้าของร่างเดิมใช้เบอร์ใหม่ตอนที่เขาย้ายไปที่ถนนมืดหลังจากเรียนจบ มันคนละเบอร์กับที่อยู่ในสารบบของสถานศึกษา มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีเบอร์นี้

"จะว่าไปแล้วโชคช่วยจริง ๆ หนึ่งในเด็กใหม่ของบริษัทเรามีคนบ้านเดียวกับคุณด้วย คุณน่าจะรู้จัก"

"ฟางเซิง ?"

"ใช่ เขานั่นแหละ บังเอิญจริง ๆ ใช่มั้ยล่ะ ? ฮ่า ๆ !"

ตอนที่เขาขุดคุ้ยประวัติของฟางจ้าว เขาพบว่าฟางจ้าวมีบ้านเกิดเดียวกับหนึ่งในนักแต่งเพลงหน้าใหม่ของนีออนคัลเจอร์ พวกเขาอยู่โรงเรียนการศึกษาขั้นต้นและขั้นกลางเดียวกัน เขาลองถามดู ปรากฏว่าพวกเขารู้จักกันจริง ๆ

ฟางเซิงสีหน้าซีดเผือดตอนที่เบวิสถามหาเบอร์ฟางจ้าวจากเขา แต่เบวิสไม่ได้คิดมาก เขายังคิดว่าฟางเซิงแค่อิจฉาและไม่ได้สนใจเรื่องนี้นัก

"โชคช่วยจริง ๆ" ฟางจ้าวหัวเราะเสียงต่ำ พลางมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนกับแสงเย็นต้องคมดาบ "ทำไมคุณไม่ถามฟางเซิงก่อนล่ะว่า ใครเป็นคนแต่งเพลงทั้งสามของเขาตัวจริง ?"

เขาตัดสายก่อนที่เบวิสจะตอบรับ




NEKOPOST.NET