Superstars of Tomorrow ตอนที่ 42 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.42 - รูปถ่ายของจริง


042 รูปถ่ายของจริง

ไม่มีใครคิดว่าเพียงแค่การเดบิวต์ของวิชวลไอดอลตัวใหม่จะค่อย ๆ โคจรหลุดออกจากการควบคุมแบบนี้

แม้ว่าจะเปลี่ยนหัวข้อรายงานกลางภาคเรียนสำหรับนักศึกษาปีหนึ่งของสามสาขาวิชาในนาทีสุดท้ายไปแล้ว แต่ไม่มีคณาจารย์ของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ฉีอานคนไหนที่กล้าออกความคิดเห็นดั้งเดิมเกี่ยวกับ 'ทะลวงรังไหม'​ อีก ในแง่ของคุณสมบัติและสถานะ พวกเขายังด้อยกว่าไดน่าและหมิงชังนัก แม้แต่ตอนที่มีคนเขียนบทวิจารณ์ มันก็แค่การหยิบยกความคิดเห็นของไดน่าและหมิงชังขึ้นมาและโปรยความคิดเห็นดั้งเดิมลงไปนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้น ล้อเล่นกันรึไง ? ถ้าให้ความคิดเห็นที่ขัดแย้งลงไปเวลานี้เท่ากับวอนโดนกระทืบชัด ๆ นั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาอยากได้หรอก

คุณสามารถขมวดคิ้วให้กับสไตล์มหากาพย์ได้ คุณกระทั่งสามารถเลือกที่จะไม่ฟังมูฟเมนต์ทั้งสองก็ยังได้ แต่คุณไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าพวกมันก่อให้เกิดระลอกคลื่นที่ไม่คาดคิดและน่าตกใจจริง ๆ อิทธิพลของมันไม่ถูกจำกัดแค่ในอุตสาหกรรมดนตรี บางทีตอนนี้แวดวงทางการแพทย์เองก็น่าจะครึกโครมกันไปหมดแล้ว

หลังจากคำพูดของหมิงชังในรายการออกอากาศสดของ 'เสียงแห่งหยานโจว' ตอนท้ายยังมีภาพของหมิงเยวี่ย ลูกชายของเขาที่แสดงอารมณ์ชั่ววูบหนึ่งขณะฟัง 'ทะลวงรังไหม'​ เปรียบเทียบกับการตอบสนองของคนสุขภาพดี มันไม่ได้ชัดเจนนัก คล้ายกับประกายเล็ก ๆ ในสายตาของใครบางคนที่มีบุคลิกเย็นชา แต่พิจารณาจากหมิงเยวี่ยที่ทนทุกข์ทรมานจากเชื้อไวรัสฮัลล์มา 12 ปี มันน่าเหลือเชื่อมาก

ภาพถ่ายทำให้บางคนที่คิดว่าหมิงชังพูดเกินจริงเปลี่ยนใจ หมิงชังกับภรรยาและศาสตราจารย์สองคนอยู่ในภาพด้วย ด้วยสี่คนนี้ภายในภาพ ไม่มีทางเป็นของปลอมได้ !

มันเป็นเรื่องจริง !

หมิงชังชื่นชมภาพถ่ายและยิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะปิดรายการ "เอาเลย ต้นอ่อนน้อยของพ่อ เราต้องเข้มแข็งต่อไป"

ไม่มีอะไรผิดปกติที่จะเรียกลูกชายของตัวเองว่าเป็นต้นอ่อน

อย่างที่หมิงชังได้พูดด้วยตัวของเขาเอง เพราะลูกชายของเขา เขาจึงไม่สามารถให้การประเมินผลงานวิชวลไอดอลที่เพิ่งปล่อยและคนที่อยู่เบื้องหลังมันได้ ดังนั้นเขาจะไม่เผยแพร่ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องใน 'เสียงแห่งหยานโจว' ข้อคิดเห็นที่เผยแพร่ใน 'เสียงแห่งหยานโจว' ไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกส่วนตัวได้ ตอนที่มูฟเมนต์ถัดไปถูกปล่อยออกมา เขาจะวิเคราะห์มันในนามของเขาเอง บางทีนั่นอาจนำไปสู่ความคิดเห็นที่คาดไม่ถึงมากขึ้น

"ขอบคุณแสงเหนือ ขอบคุณทีมโปรเจ็กต์แสงเหนือ และขอบคุณผู้ประพันธ์เพลงที่อยู่เบื้องหลังแสงเหนือ แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร แต่ฉันหวังว่าหลังจากซีรีส์ชุดนี้เผยแพร่ครบถ้วนแล้ว ฉันจะได้ขอบคุณคุณด้วยตัวของฉันเอง" นี่เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย กับความจริงที่ว่าต้วนเชียนจี๋ยังคงปฏิเสธที่จะระบุตัวตนของนักประพันธ์เพลง แต่หล่อนบอกเขาแล้วว่าเหลืออีกสองมูฟเมนต์ หลังจากสองมูฟเมนต์ที่เหลือถูกปล่อย ซิลเวอร์วิงก์จะเปิดเผยตัวตนของนักประพันธ์เพลง

ความจริงที่ว่ายังมีอีกสองมูฟเมนต์เป็นข่าวดีสำหรับหมิงชังมาก เขาอดใจรอไม่ไหวแล้ว เขายังสัญญากับต้วนเชียนจี๋ว่าเขาจะไม่รบกวนหล่อนเกี่ยวกับตัวตนของนักประพันธ์ก่อนที่สองมูฟเมนต์จะถูกปล่อย แต่ขณะเดียวกัน นั่นหมายถึงว่าต้วนเชียนจี๋ห้ามปล่อยให้คนอื่นมาแทนที่ — ซึ่งเป็นเรื่องปกติในแวดงการสร้างสรรค์ผลงาน — เขาไม่ต้องการให้ใครมาสวมรอยผู้มีพระคุณของเขา

คนอื่นไม่รู้เรื่องที่หมิงชังกับต้วนเชียนจี๋คุยกันเป็นการส่วนตัว แต่ประโยคสุดท้ายของหมิงชังในรายการสด ทำให้หลายคนเริ่มคิดอีกครั้ง

ใครคือ 'ผู้ประพันธ์เพลง'​ กัน ?

'ทัณฑ์สวรรค์'​ และ 'ทะลวงรังไหม'​ ทั้งสองมูฟเมนต์ถูกสร้างจากปลายปากกาคนคนเดียวงั้นหรือ ? ไม่ใช่ทั้งทีม ?

สิ่งนี้สร้างความฉงนสงสัยให้กับคนที่ก่อนหน้านี้เคยคาดเดาว่าสตูดิโอ 'ฟลายอิ้งเปกาซัส'​ แห่งซิลเวอร์วิงก์มีส่วนร่วม

หากว่ามีคนแต่งเพลงเพียงแค่คนเดียว ถ้างั้นเป็นใครกันล่ะ ? นักประพันธ์เพลงมีความสามารถแบบนั้นไม่มีทางไม่เป็นรู้จัก เป็น เป็นเซียนคนไหนในฟลายอิ้งเปกาซัสกัน ?

แต่คนในวงการที่คุ้นเคยกับซิลเวอร์วิงก์ยังคงคาดเดาได้ว่าสไตล์ดนตรีของทั้งสองมูฟเมนต์บ่งชี้ว่าไม่ใช่ใครสักคนที่อยู่ในฟลายอิ้งเปกาซัส หรืออย่างน้อยก็ไม่ใช่หนึ่งในสมาชิกที่เป็นรู้จักกันเป็นอย่างดี

แล้วใครกัน ?

แน่นอนว่านั่นคือจุดสำคัญของอุตสาหกรรมดนตรี แต่นอกเหนือจากวงการเพลงแล้ว วงการแพทย์กำลังให้ความสำคัญว่ามูฟเมนต์ทั้งสองนั้นกระตุ้นคลื่นสมองของหมิงเยวี่ยได้อย่างไร ?

ว่ากันว่าหยานโจวได้ออกหนังสือเชิญนักวิจัย​ เพื่อจัดตั้งกลุ่มวิจัยเพื่อศึกษาการรักษาเชื้อไวรัสฮัลล์แล้ว

บ่ายวันนั้น รายการบันเทิงยอดนิยม 'ไฟลามทุ่ง' เชิญผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์มาสัมภาษณ์​ถอดรหัสในรายการสด

โปรดิวเซอร์ของ 'ไฟลามทุ่ง' มีความรู้สึกไวต่อกลิ่นข่าวมาก หมิงชังเพิ่งจะพูดไม่กี่ประโยค เขาก็เห็นโอกาสแล้ว รีบส่งคนไปตรวจสอบก่อน จากนั้นก็เชิญผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิทยาศาสตร์หยานโจวมาวิเคราะห์ปรากฏการณ์ลึกลับนี้ต่อประชาชน​

หลายคนที่ใหัความสนใจในปฏิกิริยาตอบสนองที่คาดไม่ถึงของหมิงเยี่ย รวมถึงบางคนที่สงสัยต่างก็เกาะขอบจอ

"หลายคนทราบอยู่แล้วว่าคลื่นเสียงมีผลต่อสัตว์ แต่ในความเป็นจริงแล้วคลื่นเสียงยังมีผลต่อพืชบางชนิดด้วย คลื่นเสียงบางประเภทส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช บ้างก็ยับยั้งการเจริญหรือทำลายพืชโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าพวกมันจะกระตุ้นพืชอย่างไร โดยหลักการแล้วสิ่งที่ส่งผลสะท้อนให้กับพวกมันคือความอ่อนไหวทางเสียงดนตรี

"ดนตรี คือการส่งผ่านของจังหวะและคลื่นเสียงที่ยืดหยุ่น เมื่อพวกมันเดินทางผ่านสื่อกลาง มันยังสร้างปฏิกิริยาทางเคมีและความร้อน เมื่อดนตรีกระตุ้นเซลล์พืช ปฏิกิริยาเมตาโบลิซึมทางชีวเคมีภายในเซลล์จะถูกกระตุ้นเช่นกัน..."

ศาสตราจารย์ของสถาบันวิทยาศาสตร์ยังกล่าวถึงความสอดคล้องกันของดนตรีที่มีต่อสัตว์และพืช "กล่าวคือ ทุกโน้ตในเพลงหรือท่อนที่เฉพาะเจาะจงอาจสอดคล้องกับโมเลกุลของกรดอะมิโนบางชนิดในพืช โปรตีนประกอบด้วยกรดอะมิโน ดังนั้นจากมุมมองทางชีววิทยา เพลงก็เป็นเหมือนกลุ่มของกรดอะมิโนที่เรียงลำดับเป็นโปรตีนสมบูรณ์ เมื่อพืชได้รับโปรตีนนี้ — ไม่สิ ผมหมายถึงเพลงนี้ เอนไซม์บางอย่างในร่างกายจะถูกกระตุ้นและสร้างปฏิกิริยาทางชีวเคมีของร่างกาย"

......

ศาสตราจารย์พูดยาวเหยียด ผู้ชมบางคนสามารถตามทันได้ บางคนเข้าใจสักครึ่งหนึ่ง ซึ่งทำให้พวกเขาเข้าใจพื้นฐาน

กล่าวคือ ไม่ใช่เรื่องแหกตา ?

เป็นเรื่องจริง !

ถ้าสามารถกระตุ้นพืชและสัตว์ชั้นต่ำได้ แบบนั้นก็เป็นธรรมดาที่มนุษย์จะตอบสนองได้มากกว่า

เชื้อไวรัสฮัลล์เกิดขึ้นในยุคหายนะ ขณะที่สองมูฟเมนต์ 'ทัณฑ์สวรรค์'​ และ 'ทะลวงรังไหม'​ เป็นส่วนหนึ่งในซีรีส์ 'ร้อยปีแห่งหายนะ'​ นี่เป็นส่วนสำคัญที่เชื่อมโยงกันรึเปล่า ? แต่เพลงก่อนหน้านี้ที่เกี่ยวข้องกับยุคหายนะไม่เคยมีผลแบบเดียวกันเลย ดังนั้นมันต้องมีบางอย่างในสองมูฟเมนต์นี้

ที่จริงแล้วบางคนยังทดลองใช้คลื่นเสียงกระตุ้นสมองของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสฮัลล์ เพื่อดูว่าหากสมองที่ '​หยุดงาน'​ จะตอบสนอง ทว่าผลลัพธ์มีเล็กน้อยมาก ตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่ามันไม่ได้ผล ต้องเป็นเพลงที่ใช่เท่านั้น

เหมือนกับสารตั้งต้นที่ต้องจับคู่กับเอนไซม์ที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลง

"ผมล่ะอยากรู้จริง ๆ ว่านักดนตรีที่มาแย่งงานพวกเราไปเป็นใครกัน" ในรายการ ศาสตราจารย์จากสถาบันวิทยาศาสตร์กล่าวด้วยน้ำเสียงอย่างกับนักทวงหนี้ แต่มีรอยยิ้มแห่งความสุขและความคาดหวังบนใบหน้าของเขา

ดนตรีและแพทย์เป็นศาสตร์สองแขนง มีธุระหน้าที่ในงานของตน ทว่าบัดนี้นักประพันธ์เพลงคนนี้มาเคาะประตูและชี้เส้นทางที่ถูกต้องให้กับพวกเขา ส่วนที่เหลือจะทำต่อไปอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับพวกเขาเอง เหตุการณ์นี้หมายความว่ามีหนทางรักษาไวรัสที่เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อมนุษยชาติแล้ว แม้ว่ามันจะไม่ชัดเจนว่าการรักษาจะคิดค้นได้เมื่อไหร่ แต่การมีหนทางเป็นเรื่องที่ดี ตอนนี้ก้าวแรกได้ดำเนินการไปแล้ว กระบวนการส่วนที่เหลือเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น

ข่าวใหญ่ !

สิ่งนี้เรียกความสนใจจากสื่อมวลชนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสายบันเทิงหรือการแพทย์ เหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับโรคที่มนุษย์ยังไม่สามารถเอาชนะได้ เป็นธรรมดาที่เสียงสะท้อนจะดังก้อง

ผู้สื่อข่าวเริ่มวิ่งวุ่น

"แล้วเรื่องของหมี่อวี๋กับแอนดี้ ลีโอล่ะคะ..." ผู้สื่อข่าวที่เพิ่งยื่นเรื่องเกี่ยวกับบทสัมภาษณ์ทีมสร้างสรรค์ที่อยู่เบื้องหลังวิชวลไอดอลยอดนิยมทั้งสองตกอยู่ในตำแหน่งกระอักกระอ่วน

"เฮ้ ตอนนี้ใครจะไปสนใจพวกนั้นกันล่ะ ทิ้งไว้ก่อน เร็ว ๆๆ รวบรวมเรื่องเกี่ยวกับมูฟเมนต์ทั้งสองแล้วก็เชื้อไวรัสฮัลล์มา จับตาความเคลื่อนไหวของหมิงชังไว้ เรียบเรียงข่าวแล้วรีบออกอากาศ !"

ครั้นแล้ว ข่าวของสองวิชวลไอดอลที่ดันขึ้นมาอย่างยากลำบากก็ดังได้เพียงไม่กี่วัน ก่อนที่จะถูกกลบด้วย "แสงเหนือ", "ทัณฑ์สวรรค์", "ทะลวงรังไหม", "เชื้อไวรัสฮัลล์" และอื่น ๆ

ภายในห้องทำงานของประธานแห่งทงซานทรูเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ซ่งซีฮว๋าทำถ้วยชาที่เพิ่งเปลี่ยนใหม่ล่าสุดแตกอีกครั้ง

ซ่งซีฮว๋าโกรธตัวเอง เขาควรจะกำจัดมันไปตั้งแต่ตอนมูฟเมนต์ที่หนึ่งแล้ว !

ตอนนี้สายเกินไปแล้ว !

พวกเขาสามารถเล่นสกปรกในอุตสาหกรรมบันเทิงหยานโจวได้ แต่สถานการณ์ตอนนี้วิวัฒนาการจนเกินขอบเขตอิทธิพลของเขา ตอนนี้การพุ่งขึ้นของแสงเหนือไม่สามารถหยุดยั้งได้แล้ว

เขาควรทำอย่างไรดี ?

แย่งตัวมา ?

หือ ? นั่น... ดูเหมือนจะเป็นความคิดที่ไม่เลวนะ




NEKOPOST.NET