Superstars of Tomorrow ตอนที่ 41 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.41 - หัวข้อนี้เกินความรู้ความสามารถของพวกเรา


041 หัวข้อนี้เกินความรู้ความสามารถของพวกเรา

ถึงแม้ว่า ไดน่า ผู้อาวุโสระดับสูงของวงการจะออกมาให้ความคิดเห็นก่อนหน้านี้แล้ว แต่หลายคนก็ยังคงรอคอยที่จะความเห็นของหมิงชัง

'มหากาพย์' ก็แบ่งออกเป็นสูงต่ำ ในความเห็นของหมิงชัง มีช่องว่างระหว่างมูฟเมนต์ที่หนึ่งและที่สองหรือไม่ ?

นอกจากนั้นไดน่าบอกว่าหมิงชังตื่นเต้นเกินกว่าจะออกความเห็น ตอนที่เขาออกมาแสดงความคิดของตัวเองเมื่อหลายวันก่อน อะไรคือเหตุผลที่ทำให้รองประธานสมาคมดนตรีผู้นี้ต้องตื่นเต้นกัน ?

ดังนั้น แม้ว่าจะไม่ได้เห็นความคิดเห็นของหมิงชังเป็นเวลาห้าวันติดต่อกัน แต่หลายคนก็ยังคงคนเกาะติด 'เสียงแห่งหยานโจว' ที่ก่อตั้งโดยสมาคมดนตรีหยานโจว ทันทีที่หมิงชังปรากฏตัว ทุกคนก็สังเกตเห็น

ภายในเว็บแคสต์ หมิงชังเห็นจะอยู่ในอาการที่ดีมาก สายตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความสุขและความตื่นเต้นที่ยังไม่จางหายซึ่งรองรับกับคำพูดของไดน่าเมื่อห้าวันที่แล้ว

"ขอโทษที บางทีนี่คงเป็นเวลาห้าวันที่ตื่นเต้นที่สุดในการดำรงชีวิตมากกว่าหกสิบปีของฉันเลย !" เสียงของหมิงชังเริ่มสั่นเครือตอนจบประโยค

มือหนึ่งกำลังถือถ้วยชาเข้ามาในจอ

แม้จะเผยเพียงแค่มือเดียว แต่คนที่รู้จักสถานการณ์ครอบครัวของหมิงชังก็รับรู้ได้ว่านั่นคงเป็นมือของภรรยาของเขา บางทีหมิงชังคงพยายามเปิดประเด็น คำพูดของหมิงชังตอนนี้ ทำให้บางคนอยากหยอกล้อ 'ห้าวันที่ตื่นเต้นที่สุด' ไม่ใช่ว่าเป็นวันแต่งงานหรอกเหรอ ? แต่สถานการณ์ในภาพบ่งบอกว่าภรรยาของหมิงชังเองก็เห็นด้วยกับหมิงชัง

อะไรที่ทำให้คู่สามีภรรยาตื่นเต้นขนาดนี้กัน ?

โปรดิวเซอร์ของ 'ไฟลามทุ่ง' ที่มีประสาทในการดมข่าวไว ส่งข้อความไปยังผู้ที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของตัวเองทันที แกะรอยความเคลื่อนไหวล่าสุดของหมิงชัง !

ภายในรายการถ่ายทอดสดของ 'เสียงแห่งหยานโจว' หมิงชังรับถ้วยชาและทำใจให้สงบลง เขาเริ่มพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"หลายคนรู้ดีว่าฉันหมกมุ่นกับอาชีพนักดนตรีใน 50 ปีแรกของชีวิต ตอนที่ฉันอายุ 51 ปึ ฉันแต่งงานกับศาสตราจารย์ซูทงจากสาขาวิชาเรียบเรียงเสียงประสานแห่งวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ฉีอาน ในปีที่ฉันอายุ 52 ปี พวกเรามีลูก แต่พระเจ้าช่างเล่นตลกกับพวกเรา — เขาแตกต่างจากเด็กคนอื่น"

มาถึงจุดนี้ผู้ชมหลายคนจึงนึกขึ้นได้ว่าครั้งหนึ่งหมิงชังเป็นดาวรุ่ง เขาได้ชื่อว่าเป็นผู้อำนวยการของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ฉีอานในวัย 49 ปึ นั่นยังหนุ่มนัก เมื่อพิจารณาจากอายุขัยที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณในยุคใหม่ หมิงชังเป็นคนที่ถูกเรียกว่าเป็นอัจฉริยะมาตั้งแต่เด็ก

ซูทง ภรรยาของหมิงชังเองก็เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในสมัยนั้น ได้รับการยกย่องจากตระกูลนักดนตรี หล่อนมีความสามารถอย่างยิ่งยวด เป็นที่โดดเด่นของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ฉีอาน

ทว่าทันทีที่ลูกชายของพวกเขาเกิด เขาถูกวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสฮัลล์

ในยุคใหม่ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว การรักษาทางการแพทย์มีความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด กว่า 95% ของโรคที่มีอยู่ในยุคหายนะได้รับการรักษาให้หายขาด แต่อีก 5% ยังคงไร้หนทางแก้ไข แม้ว่าความเจ็บป่วยเหล่านั้นจะสามารถเยียวยาได้ แต่ก็ทำได้เพียงการบรรเทาอย่างจำกัด

ไวรัสฮัลล์เป็นส่วนหนึ่งของ 5% นั้น — และแทบไม่มีหนทางรักษา ไวรัสเกิดขึ้นในช่วงยุคหายนะ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อจะติดอยู่ในสภาวะแช่แข็งที่สูญเสียอารมณ์ทั้งหมดไปและกลายเป็นก้อนหินไร้อารมณ์ แม้ว่าร่างกายของพวกเขาจะแข็งแรงสมบูรณ์แบบ แต่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือขั้นพื้นฐาน พวกเขาไม่สามารถพูดได้ ดวงตาไร้ชีวิต เป็นเหมือนกับเปลือกว่างเปล่าที่ไร้วิญญาณ สมองทั้งหมดเป็นเหมือนเครื่องมือที่มีอุปกรณ์ครบครันแต่ปฏิเสธจะทำงาน

ในช่วงโลกาวินาศ นายแพทย์ที่ชื่อ 'ฮัลล์' ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ เขาใช้เวลาเกือบหกเดือนในการป่วยของตัวเองเพื่อศึกษาไวรัส หลังความตายของเขา ร่างที่เหลืออยู่ถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อทำการวิจัยเกี่ยวกับไวรัสซึ่งต่อมาถูกเรียกว่า 'ไวรัสฮัลล์'

บางทีในสายตาของหลาย ๆ คน การมีไวรัสร้ายแรงถูกตั้งชื่อตามชื่อของพวกเขาอาจเป็นการสาปแช่ง แต่สำหรับนักวิจัยที่ศึกษาไวรัสในเวลานั้น มันคือเกียรติ เหมือนกับ​ฮัลล์ที่เป็นคนสติเฟื่องในสายตาของคนรุ่นต่อมา

เชื้อไวรัสฮัลล์แพร่กระจายในอากาศ แม้ว่ามันมีชีวิตในอากาศได้ไม่นานก็ตาม แต่มีพาหะมากมายอย่างพืช, สัตว์ และจุลินทรีย์ต่าง ๆ ยากที่จะป้องกัน

เริ่มแรกผู้คนใช้มาตรการตรวจกรองที่ซับซ้อนเพื่อความไม่ประมาท แต่การวิจัยในภายหลังแสดงให้เห็นว่าอัตราการติดเชื้อมีน้อยกว่า 1 ใน 10 ล้าน

ผู้คนค่อย ๆ ตายใจ: ขอแค่ 1 ใน 10 ล้านนั้น ไม่ใช่ฉันก็พอ หลังจากนั้นก็ไม่มีใครใช้มาตรการตรวจกรองที่เข้มงวดและซับซ้อนอีก

อย่างไรก็ตามโอกาสของการเป็นที่น้อยกว่า 1 ใน 10 ล้านกลับประสบกับหมิงชังและภรรยา ถ้าเป็นไปได้ พวกเขาอยากให้มันเกิดขึ้นกับตัวพวกเขาเองมากกว่าลูกชายคนแรกของพวกเขา !

ตอนที่พวกเขาได้รับทราบข่าว ทั้งคู่แทบจะล้มทรุด หมิงชังลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยก่อนกำหนด ซูทงก็ลาออกเช่นกัน พวกเขาเดินทางไปทั่วโลกกับลูกชายเพื่อค้นหาทางรักษา แต่ครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขาได้รับการต้อนรับด้วยคำตอบเดียวกัน ไม่มีทางแก้ไข ! ไม่มีทางรักษา ! ไม่มีอะไรที่ทำได้เลย !

ญาติและเพื่อนสนิทที่รู้จักหมิงชังกับภรรยาจำได้ว่าในเวลานั้นพวกเขาดูเปราะบางเพียงใด หนุ่มสาววัยละอ่อน — ตามมาตรฐานอายุขัยในยุคใหม่ — คู่รักที่มีแววเริ่มจะมีผมสีดอกเลา

หลายคนเห็นใจกับความจริงที่ว่าสองอัจฉริยบุคคลต้องประสบพบชะตากรรมที่โหดร้ายแบบนี้ ถ้าไม่มีมัน หมิงชังอาจยังคงเป็นผู้อำนวยการของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ฉีอาน สุขสมกับสถานะที่ยิ่งใหญ่และมีเกียรติ ตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยมักดำรงตำแหน่งห้าปี แต่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่จะดำรงสักสอง, สามสมัย หรือมากกว่านั้น หมิงชังมีศักยภาพพอ

มีบางคนเยาะเย้ยว่าเป็นเพราะทั้งสองคนใช้ความโชคดีในห้าสิบปีแรกหมดไปแล้ว ถึงประสบกับเรื่องแบบนี้ ไม่เช่นนั้นจะเผชิญกับกรณีโอกาส 1 ใน 10 ล้านแบบนี้ได้อย่างไร

นี่เป็นบาดแผลบอบบางเกินไปในหัวใจของหมิงชังและซูทงที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง เพราะรอยปริเพียงเล็กน้อยจะไปสู่การเปิดปากแผลขนาดใหญ่ ทว่าในเวลานี้หมิงชังกลับกำลังพูดถึงเรื่องนี้ในการออกอากาศสาธารณะ !

ซ่งซีฮว๋ากำลังดูรายการสดเริ่มเกิดความรู้สึกไม่ดี

ในรายการสด การรำลึกถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดในปีนั้น หมิงชังเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ดวงตาเริ่มแดง

"จากจุดเริ่มต้นของความสิ้นหวังทั้งหมดสู่การค่อย ๆ ยอมรับอย่างช้า ๆ 12 ปีผ่านมาแล้ว ไม่มีอะไรที่จะทุเลาลงได้เลย ลูกกำลังเติบโตขึ้น พ่อแม่ก็แก่ขึ้นเช่นกัน พวกเราคิดมาตลอดว่าชีวิตที่เหลือของพวกเราคงจะดำเนินต่อไปแบบนี้"

เมื่อพูดถึงตรงนี้ เสียงของหมิงชังก็ตื่นเต้นขึ้นอีกครั้ง "หนึ่งเดือนที่แล้ว ฉันได้ฟังเพลงเพลงหนึ่ง ให้ชัดเจนกว่านั้น ฉันได้ฟังมูฟเมนต์หนึ่ง"

ซ่งซีฮว๋าเริ่มกำถ้วยชาในมือแน่นแทบจะบดขยี้มัน

ในเวลานี้หลายคนที่ดูรายการสดกำลังกางหู ดวงตาจ้องที่หน้าจอเขม็ง มาแล้ว !

"เพื่อนสนิทจะรู้ดีว่าฉันหายากจะฟังเพลงบนชาร์ตของเด็กใหม่ แต่ทุกครั้งที่ฉันทำ ฉันจะแบ่งปันพวกมันให้กับหมิงเยวี่ย ลูกชายของฉัน"

แม้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสฮัลล์จะไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง แต่หมิงชังก็ยังคงชอบแบ่งปันเพลงกับหมิงเยวี่ยและแสดงความคิดเห็นของตัวเองอย่างกับว่าลูกชายของเขาเป็นเด็กปกติ เป็นอย่างนี้มาตลอดสิบสองปี

"ฉันบังเอิญเห็น 'ทัณฑ์สวรรค์'​ ที่ซิลเวอร์วิงก์โปรโมท สิ่งแรกที่ฉันเห็นคือต้นไม้ เวลานั้นฉันประหลาดใจนิดหน่อย มันเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นวิชวลไอดอลเป็นมนุษย์ต้นไม้ ฉันก็เลยดูมิวสิควิดีโอ แค่คุณภาพของ 'ทัณฑ์สวรรค์'​ เพียงอย่างเดียวก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นเพลงที่ยอดเยี่ยม แม้ว่าฉันจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในดนตรีซิมโฟนี แต่ฉันรับรู้ได้ถึงรายละเอียดมากมายที่ควรค่าแก่การศึกษา เหมือนทุกที หลังจากฟังแล้ว ฉันจะแบ่งปันความคิดเห็นของฉันให้กับลูกชาย จากนั้นเขียนบทวิจารณ์ แต่ว่า...ตอนที่ฉันหันไปมองดวงตาของลูกชาย ฉันเห็นความเคลื่อนไหวเล็ก ๆ !"

เหมือนกับการถูนิ้วบนหน้าต่างที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่นหนาเตอะตลอดมา

ในเวลานั้นสมองของหมิงชังไม่มีเวลาจะตอบสนอง น้ำตาก็หลั่งใหลโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า เขากลัวว่าสิ่งที่เห็นจะเป็นภาพลวงตา ถึงอย่างไรก็มีอารมณ์เล็กน้อยเกินไปในดวงตาของลูกชายของเขา เขาและภรรยาคุ้นเคยกับร่างกายของลูกชายตัวเองเป็นอย่างดีจากการใช้เวลากับเขาทุก ๆ วัน สำหรับคนอื่นอาจไม่สามารถตรวจจับอารมณ์ที่กระเพื่อมเบา ๆ นี้ได้

ครั้นแล้วหมิงชังจึงเล่นเพลงซ้ำอีกครั้ง ดาวน์โหลดมันและเริ่มเล่นวนลูป

หลังจากการยืนยัน หมิงชังรู้สึกตื่นเต้นมาก เขารีบเชิญศาสตราจารย์ทางการแพทย์ในฉีอานที่เชี่ยวชาญในไวรัสจากยุคหายนะมาตรวจเช็คร่างกายลูกชายของเขาทันที

นั่นยังเป็นเหตุผลที่หมิงชังให้การประเมินผลของ 'ทัณฑ์สวรรค์'​ อย่างรวดเร็ว ให้เพียงคำประโยคสั้น ๆ ไม่ได้วิเคราะห์อย่างละเอียด เขากำลังยุ่งกับการติดตามใครสักคนให้มาวินิจฉัยลูกชายของเขา

สมองของหมิงเยวี่ยมีการตอบสนองเล็กน้อย แต่มันเป็นการตอบสนองที่ไม่โดดเด่น ยากที่จะสรุป

หมิงชังลองสับเป็นเพลงอื่น แต่ไม่มีเพลงไหนเลยที่ทำให้สมองของหมิงเยวี่ยตอบสนอง ถึงตอนนี้ศาสตราจารย์ก็ให้ความสนใจเช่นกัน

"ถ้าเพลงที่สองกระตุ้นการตอบสนองแบบเดียวกันได้ บางทีพวกเราอาจจะค้นพบจุดเริ่มต้นมากขึ้น" ศาสตราจารย์อาวุโสกล่าว

เมื่อเห็นแสงแห่งความหวัง หมิงชังติดต่อไปหาต้วนเชียนจี๋ เขาต้องการรู้ว่าใครเป็นแต่ง 'ทัณฑ์สวรรค์'​ และหากว่าหล่อนจะสามารถจัดการนัดหมายให้ได้ ?

ต้วนเชียนจี๋ปฏิเสธ แต่หล่อนบอกหมิงชังว่ามูฟเมนต์ที่สองกำลังอยู่ในขั้นตอนการบันทึกและมีกำหนดการแล้วเสร็จภายในตุลาคม มันจะถูกปล่อยในเดือนพฤศจิกายน

หลังจากผ่านมา 12 ปี เพียงแค่เดือนเดียวเขารอได้อยู่แล้ว !

หมิงชังเข้าใจต้วนเชียนจี๋ ในมุมมองของนักธุรกิจ การเปิดเผยนักประพันธ์เพลงที่อยู่เบื้องหลังวิชวลไอดอลจะทำลายความน่าสนใจและขัดขวางแผนการตลาดของพวกเขา ในมุมมองของนักสร้างสรรค์ผลงาน เขารู้ว่านักประพันธ์เวลานี้ง่วนกับการแต่งเพลง​และใช้สมอง เขาไม่อยากไปก้าวก่าย เขารู้ดีจากประสบการณ์ส่วนตัวถึงความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ การถูกขัดจังหวะโดยไม่ได้ตั้งใจอาจทำให้กระบวนการสร้างสรรค์ถูกทำลาย เขาจะสูญเสียแสงแห่งความหวังเอาได้ ถ้าไม่รู้จักอดทน

หลังจากหนึ่งเดือนของการรอคอยอันทรมาน ในที่สุดการเผยแพร่​มูฟเมนต์ที่สองก็มาถึง

เวลา 8 โมงเช้าของวันนั้น หลายคนกำลังรอคอยในบ้านของหมิงชัง นอกจากคู่สามีภรรยาแล้ว มีศาสตราจารย์ที่เชี่ยวชาญในไวรัสฮัลล์สองคนและกลุ่มวิจัยของพวกเขา

มูฟเมนต์ที่สองมีการเพิ่มขึ้นของอารมณ์ความรู้สึกมากกว่ามูฟเมนต์แรกอย่างเห็นได้ชัด ในช่วงที่รอคอยมานานหนึ่งเดือน หมิงชังได้ศึกษาบทเพลงซิมโฟนีจำนวนมาก แต่ไม่มีเพลงที่กระตุ้นการตอบสนองของหมิงเยวี่ยเลยสักนิด ทว่าทันทีที่​มูฟเมนต์ที่สอง 'ทะลวงรังไหม'​ บรรเลง การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของหมิงเยวี่ย

หากมูฟเมนต์แรกเป็นรอยเปื้อนเล็ก ๆ บนหน้าต่างที่เต็มไปด้วยฝุ่น เช่นนั้นมูฟเมนต์ที่สองก็เป็นรอยฝ่ามือขนาดใหญ่ที่ทิ้งไว้ !

สำหรับคนอื่น ระดับของการตอบสนองเป็นเพียงพริบตา แต่สำหรับหมิงเยวี่ย มันมีน้ำหนักมากเท่ากับการชนของอุกกาบาต !

หมิงชังในวัยหกสิบปีเหมือนกับนักเดินทางผู้อ่อนล้าที่สามารถปลดภาระของตัวเองได้ในที่สุด เขาทรุดตัวลงกับพื้น ปิดปากของตัวเองไว้ กลัวว่าเสียงร้องของตัวเองจะทำให้อารมณ์เล็กน้อยในดวงตาของหมิงเยวี่ยกระเจิดกระเจิงไป ขณะเดียวกันภรรยาของหมิงชัง ซูทงกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นในห้องกันเสียงที่อยู่ถัดไป ระบายความรู้สึกที่อดกลั้นมาหลายปี

ตอนที่หน้าผากของหมิงชังแตะกับพื้น เขามีรอยยิ้มกว้าง แต่ใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตา

สิบสองปี !

แรงกดดันจากข่าวซุบซิบภายนอก และความกดดันภายในจิตใจของพวกเขา ทั้งคู่แทบจะแหลกสลายไปแล้วหลายครั้ง

12 ปีของการค้นหาและ 12 ปี ของการรอคอย แต่เดิมพวกเขาเตรียมตัวที่จะใช้ทั้งชีวิตสำหรับการรอคอยและค้นหา แล้วดูสิ ในที่สุดคำอธิษฐานของพวกเขาก็ได้รับการตอบรับ !

"ขอโทษที ฉันตื่นเต้นเกินไปอีกแล้ว" หมิงชังหยุดการรำลึกและเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของตัวเองด้วยมือสั่นเทิ้ม เขาสูดลมหายใจเพื่อสงบตัวเอง จากนั้นพูดกับกล้อง "ฉันรู้ว่าหลายคนสงสัยเกี่ยวกับความคิดของฉันที่มีต่อมูฟเมนต์ที่สอง แต่ต้องขอโทษอย่างสุดซึ้ง ฉันไม่สามารถให้การประเมินอย่างเป็นกลางได้เลย — เพราะสำหรับฉัน มันคือพระเจ้า !"

ชั้นปีที่หนึ่งของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ฉีอาน

ห้าวันหลังจากไดน่าให้การประเมินมูฟเมนต์ที่สอง 'ทะลวงรังไหม' คณาจารย์จากสาขาวิชา​ประพันธ์เพลง, สาขาวิชาเรียบเรียงเสียงประสาน และสาขาวิชาการผสมเสียงได้มอบหมายงานใหม่ให้นักศึกษาปีหนึ่งเขียนรายงานการวิเคราะห์ 'ทะลวงรังไหม' มูฟเมนต์ที่สองของแสงเหนือ จากมุมมองในความเชี่ยวชาญของพวกเขา รายงานนี้ทำหน้าที่เป็นข้อสอบกลางภาคเรียนและมีกำหนดส่งใน 10 วัน

เมื่อพวกเขาได้ยินตอนเช้า​นี้ว่าอดีตผู้อำนวยการหมิงชังออกมาแสดงความคิดเห็นแล้ว บรรดานักศึกษาก็ตะเกียกตะกายมาออนไลน์อย่างรวดเร็วเพื่อรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์เพิ่มเติม

แต่ตอนนี้หลังจากฟังแล้ว พวกเขาใบ้กิน

อะไรเนี่ย ?!

พวกเขาคาดหวังการวิเคราะห์ดนตรี ไหงมาพูดถึงการวินิจฉัยทางการแพทย์ล่ะ ?

หลังจากการหารือกัน นักศึกษาปีหนึ่งจากสาขาวิชาการประพันธ์เพลง, สาขาวิชา​เรียบเรียงเสียงประสาน และสาขาวิชา​การผสมเสียงร่วมกันเขียนจดหมายร้องเรียนถึงคณาจารย์ของพวกเขาให้เปลี่ยนหัวข้อรายงานกลางภาคเรียน เหตุผลก็คือ:

หัวข้อนี้เกินขอบเขตความสามารถ​ของพวกเขา และขอเรียกร้อง​ให้​มีการเลือกหัวข้อใหม่

 



NEKOPOST.NET