Superstars of Tomorrow ตอนที่ 38 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.38 - มูฟเมนต์ที่สอง 'ทะลวงรังไหม'


038 มูฟเมนต์ที่สอง 'ทะลวงรังไหม'

1 พฤศจิกายน

วันนี้คือวันที่หลายคนในอุตสาหกรรมเพลงของหยานโจวให้ความสนใจ และยังเป็นวันที่บางคนในอุตสาหกรรมบันเทิงจับตามอง

ซิลเวอร์วิงก์จะรักษาคุณภาพต่อจากมูฟเมนต์แรกได้รึเปล่า ?

ซ่งซีฮว๋า บอสใหญ่แห่งทงซานทรูเอ็นเตอร์เทนเมนต์ซุกตัวอยู่ในออฟฟิศของตัวเองซึ่งมีการติดตั้งโสตทัศนูปกรณ์ชั้นยอด ถึงตอนที่ได้ฟังมูฟเมนต์ที่สอง เขาก็จะสามารถยืนยันความสงสัยของตัวเองได้แล้ว

ซิลเวอร์วิงก์ทุ่มกับมูฟเมนต์ที่สองมากขึ้นรึเปล่า ? ถ้าเป็นแบบนั้นก็เป็นที่ชัดเจนเลยว่าซิลเวอร์วิงก์กำลังใช้ 'มหากาพย์' โปรโมทแสงเหนือและท้าชิงสัญญาแอมบาสเดอร์ !

เวลา 8 นาฬิกา

มันเป็นเวลาของการเดินทางไปทำงานในยามเช้า และยังเป็นเวลามื้อเช้าสำหรับโรงเรียนหลาย ๆ แห่งก่อนที่คาบเรียนจะเริ่มขึ้น

ในยุคใหม่ การศึกษาภาคบังคับแบ่งออกเป็นสามระดับ: ขั้นต้น, ขั้นกลาง และขั้นสูง ในแต่ละระดับมีหกปีการศึกษา ขั้นต้นเทียบเท่ากับชั้นประถมศึกษา​ยุคก่อนโลกาวินาศ ขั้นกลางเป็นการรวมกันของชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลาย ขั้นสูงเป็นการศึกษาหลังชั้นมัธยมศึกษา​ คล้ายกับอุดมศึกษา​ แต่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาการสอนที่ลึกซึ้งมากกว่า

นักเรียนระดับการศึกษาขั้นกลางหลายคนในฉีอานกำลังขี่จักรยานหรือโดยสารรถไฟไปโรงเรียนของตัวเอง ที่ที่พวกเขาตรงไปคือโรงอาหารของโรงเรียน

โรงเรียนในยุคใหม่ได้รับการสนับสนุนอย่างดี อาหารดีและค่อนข้างถูก การเร่งรีบไปโรงเรียนเพื่อกินอาหารเช้าก่อนที่จะเข้าห้องเรียนเป็นกิจวัตรประจำวัน

ในช่วงเวลานี้ของวัน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนประจำหรือไม่ประจำต่างก็กำลังหลั่งไหลเข้าโรงอาหาร

ณ โรงเรียนการศึกษาขั้นกลางฉีอานที่ 1 ภายในโรงอาหารทางตอนเหนือ

จอโทรทัศน์ขนาดใหญ่บนผนังของโรงอาหารกำลัง​เปิดเพลงเร่งจังหวะและทรงพลังในเวลานี้ของวันเพื่อปลุกเหล่านักเรียนให้ตาสว่าง​ โรงอาหารของโรงเรียนระดับการศึกษา​ขั้นกลางมีเสียงดังหนวกหู เพลงช้าและนุ่มนวลไม่สามารถได้ยินได้เลย พวกมันจะถูกกลบภายใต้เสียงรบกวนจนเป็นเพียงทำนองไม่ชัดเจนเบา ๆ

เดือนพฤศจิกายนคือเวลากลางภาคเรียนสำหรับโรงเรียนระดับการศึกษาขั้นกลางส่วนใหญ่ในหยานโจว โรงเรียนให้น้ำหนักการสอบในช่วงเวลานี้ค่อนข้างมาก

นักเรียนกลุ่มเล็ก ๆ กำลังทานอาหารเช้าบ่นเรื่องเกรด, การบ้าน, ชีวิต และความรักแรกรุ่นของตัวเอง

เหล่านักเรียนดื่มซุปและพูดคุยกับเพื่อนร่วมชั้นในเวลาเดียวกับที่สายตามองหน้าจอขนาดใหญ่เพื่อดูว่าจะมีสิ่งที่น่าสนใจสำหรับพวกเขาหรือไม่

"มันเหมือน ๆ เดิมทุกวัน หลับตาเดาได้เลยว่าถัดไปจะเปิดอะไร"

คนที่เติบโตมาในยุคของการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้รับข้อมูลมากมายตั้งแต่เด็ก ๆ ยิ่งพวกเขาโตขึ้น ความแปลกใหม่ที่ค้นพบก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น วิดีโอและเพลงที่เล่นบนหน้าจอขนาดใหญ่อาจทำให้ตื่นเต้นได้ในตอนแรก แต่พวกเขาจะเบื่ออย่างรวดเร็ว พวกเขาเอือมเพลย์ลิสต์ปัจจุบันจะแย่อยู่แล้ว

นักเรียนที่คิดจะเลิกสนใจหน้าจอ พลันได้ยินเพื่อนนักเรียนตะโกน

"ดูนั่น แสงเหนือ !"

"ไหน !?" เหล่านักเรียนกวาดตาไปทั่ว

"บนหน้าจอยักษ์ !"

"จริงสิ เกือบลืมเลย วันนี้วันที่ 1 พฤศจิ เพลงที่สองของแสงเหนือออกแล้ว"

สื่อได้เปิดเผยในรายงานว่า 'ทัณฑ์สวรรค์' เป็นที่นิยมมากที่สุดในหมู่นักเรียนระดับการศึกษาขั้นกลาง ไม่ใช่ขั้นสูง

ถึงแม้นักเรียนระดับการศึกษาขั้นกลางจะเป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่พวกเขาก็ไม่ได้หุนหันพลันแล่นแบบการศึกษาขั้นสูงที่อยู่จุดสูงสุดของการเข้าสู่สังคม มันยังเป็นวัยที่ความรู้สึกอ่อนไหวซึ่งเป็นเหตุว่าทำไมจึงง่ายที่จะชักจูง​

วันที่ 1 พฤศจิกายน เวลา 8 นาฬิกา​ มูฟเมนต์ที่สองของ 'ร้อยปีแห่งหายนะ' ถูกปล่อยออนไลน์

โทนสีโดยรวมของฉากแรกคือความมืด แต่ความละเอียดนั้นคมชัด หน้าจอโทรทัศน์ในโรงอาหารใหญ่เพียงพอ คุณภาพของอุปกรณ์ฉายภาพและฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องเป็นกุญแจสำคัญในการดึงดูดนักเรียนของแต่ละโรงเรียน เป็นเรื่องธรรมดาที่อุปกรณ์เหล่านั้นมีคุณภาพไม่เลวเลย

ในเวลาเดียวกัน โทนสีเหล่านั้นมอบความรู้สึกตึงเครียดและตื่นตระหนก​

เสียงโน้ตต่ำดังต่อเนื่องและจังหวะซ้ำ ๆ ร่วมกับเสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่กลมกลืนกันและเสียดหู ความรู้สึกของความหายใจไม่ออกค่อย ๆ บีบรัดเข้ามา

นักสุนทรียศาสตร์ทางดนตรีมักกล่าวว่า ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ทำให้ความเป็นดนตรีลดลง ทำให้เส้นแบ่งระหว่างดนตรีและเสียงเอฟเฟกต์​เลือนลาง แต่มันก็เพิ่มประสิทธิภาพให้ดนตรีเกิดการกระตุ้น ปลุกเร้าความรู้สึกฉงนสนเท่ห์​และอึดอัดแก่ผู้ฟัง ราวกับว่าวิญญาณของมนุษย์กำลังสื่อสารกับโลกยุคโลกาวินาศในบทเพลง

ร้อยปีแห่งหายนะ — ช่วงเวลาที่เป็นของจริง หากแต่เหนือจริงที่แรงบันดาลใจ

ในมูฟเมนต์ที่สอง ฟางจ้าวได้รวมองค์ประกอบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น

หากมูฟเมนต์แรกเป็นการผสมกันของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และซิมโฟนี​ เช่นนั้นมูฟเมนต์ที่สองก็เป็นดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กลืนเข้ากับบทเพลงอย่างสมบูรณ์แบบ​

สังคมมนุษย์ยุคข้อมูลข่าวสารในปัจจุบันมีการพัฒนาและระดับการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างมากจากยุคก่อนโลกาวินาศ เทคโนโลยีได้รับการพัฒนามากจนมีความซับซ้อนสูง ระบบกลไกอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์เป็นเรื่องทั่วไป​ในชีวิต และด้วยความก้าวหน้าเหล่านี้เอง เสียงของเครื่องจักรยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลากหลายจึงเข้ามา เสียงแบบนี้มีเต็มไปหมดในชีวิตประจำวันของยุคใหม่ ผู้คนต่างก็คุ้นเคยกับพวกมันมานานแล้ว

นักประพันธ์เพลงในยุคใหม่มักรวมเสียงเหล่านี้เข้าไปในดนตรี สุนทรียภาพ​ของมนุษย์มีการเปลี่ยนแปลง รสนิยมของผู้คนมีความแตกต่าง และสิ่งที่เรียกว่าเป็นกระแสก็มีความเปลี่ยนไปเช่นกัน

ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์สร้างโทนและเสียงแบบใหม่ได้มาก เทียบกับเครื่องดนตรีดั้งเดิมแล้ว องค์ประกอบทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถสะท้อนถึงยุคนี้ได้ดีกว่า ทั้งยังง่ายที่จะได้รับการยอมรับจากผู้ฟัง

นั่นเป็นสาเหตุที่นักประพันธ์เพลงในยุคใหม่ใช้เสียงอิเล็กทรอนิกส์อย่างเคร่งครัดหรือผสมผสานดนตรีดั้งเดิมและดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกัน เข้าเมืองตาหลิ่วก็หลิ่วตาตาม ฟางจ้าวอัดองค์ประกอบใหม่เหล่านี้ลงในงานของเขา เพิ่มรสชาติโลหะและอิเล็กทรอนิกส์ให้กับบทเพลง ถึงอย่างไรสไตล์เพลงจากอดีตกาลก็คงยากจะได้รับการยอมรับ​

มูฟเมนต์แรก 'ทัณฑ์สวรรค์' ติดหูใครหลายคนในฐานะสไตล์ทางเลือก มันแปลกใหม่พอที่จะดึงดูดคนฟัง แต่ถ้ามากเกินไป ผลงานจะถูกปฏิเสธ

ณ โรงอาหารทางตอนเหนือของโรงเรียนการศึกษาขั้นกลางฉีอานที่ 1 เสียงรบกวนก่อนหน้านี้ลดลงเล็กน้อย และนักเรียนจำนวนมากให้ความสนใจกับหน้าจอขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น

โรงอาหารมักมีเสียงดังซึ่งเป็นเหตุผลที่ระบบเครื่องเสียงต้องเร่งเสียงเป็นปกติ ขณะที่เสียงพูดคุยเริ่มจางหาย เสียงดนตรีก็ค่อย ๆ โดดขึ้นมา

หยาดฝนตกจากฟากฟ้าที่มืดมัว ภาพของการทำลายล้างมีทั่วทุกหัวระแหง​ มาพร้อมกับท่วงทำนองของดับเบิลเบสบรรเลงเดี่ยวบรรยายความรู้สึก เสียงฮอร์นที่เศร้าสลดลากยาวสร้างรู้สึกจนตรอกอย่างลึกล้ำที่ดูเหมือนจะประสมไปด้วยความวิปโยคและเปล่าเปลี่ยว

มนุษย์ต้นไม้ที่เลือกละทิ้งบ้านเกิดเพื่อแสวงหาการเริ่มต้นใหม่ เห็นความหวังของตัวเองถูกบดขยี้ครั้งแล้วครั้งเล่า อันตรายมีทั่วทุกสารทิศ​ พวกมันไม่รู้เลยว่าที่ไหนที่พวกมันจะปลอดภัย และสงสัยหากว่าจะยังมีดินแดนสงบสุขหลงเหลือให้พวกมันอยู่

เหล่าสหายของพวกมันที่จากบ้านเกิดมาด้วยกันทั้งสิ้นชีพจากการเจ็บป่วยหรือถูกสัตว์กลายพันธุ์ฉีกกระชาก มนุษย์ต้นไม้เต็มไปด้วยบาดแผล, ความสิ้นหวัง, ความเหนื่อยล้า และความท้อใจทั้งภายในและภายนอก

สำหรับพวกมัน ชีวิตอยู่ในจุดตกต่ำแล้ว ความเชื่อในการแสวงหาดินแดนใหม่พังทลายภายใต้ความเป็นจริงอันโหดร้าย ความหวาดกลัวและยอมจำนนที่กัดกินมานานแทบจะกลืนกินจิตสำนึกของพวกมัน

สไตล์แบบคลาสสิคหายไป จังหวะที่เงียบเสียงส่งผ่านความรู้สึกสิ้นหวังและหวาดผวา เสียงร้องประสานเสียงต่ำอันมืดมนค่อย ๆ ดังขึ้นคลอกับเสียงดนตรี​ซิมโฟนี​ที่ดังเป็นพื้นหลัง

คล้ายว่าเสียงนั้นจะกระซิบ "เห็นไหม ?"

เสียงร้องฮัมทุ้มต่ำห้อมล้อมไปด้วยความตึงเครียดของวิกฤตการณ์​ สะท้อนความเยียบเย็นและไร้ปรานีของวันสิ้นโลก และความไร้กำลังของสรรพชีวิต​ที่เหลือรอด

เค้าร่างที่แนวหน้าของกลุ่มเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย กิ่งก้านของพวกมันมีรอยขีดข่วนและแตกหักอย่างเด่นชัด ใบไม้สีเขียวหลุดล่วงจากกิ่งกลายเป็นหร็อมแหร็ม เป็นที่น่าอักอ่วนใจ

ที่ด้านหน้า คือเนินลาดชันมีสัตว์ร้ายที่เปี่ยมไปด้วยความกระหายเลือดและดุร้าย

ที่ด้านหลัง คือเผ่าพันธุ์ของมันที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักด้วยสถานการณ์อันเหี้ยมเกรียม

เบื้องหลังภาพสีเข้มคือเสียงกระซิบของเครื่องสายช่วงเสียงต่ำ ราวกับว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว

ดูสิ นี่แหละโลกที่เหลืออยู่ ไร้ความหวัง ยอมแพ้เถอะ อย่าไปต่อเลย ค้นหาที่ซ่อน ภาวนาให้โชคอยู่ข้างนานพอ – อีกวันหนึ่ง อีกสักวันหนึ่ง

ภาพเหนือจริงควบคู่กับดนตรีซิมโฟนีและดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ สร้างความรู้สึกปกคลุมด้วยความหมดหนทาง ด้วยไร้พลังในการดิ้นรนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดูราวกับการยืนที่ก้นบึ้งของหุบเหวและแหงนมองคำพิพากษาอันเยือกเย็นและไร้ปรานีของพระเจ้า

เพียงความมุ่งมั่นไม่เพียงพอที่จะเป็นเชื้อเพลิงในการฝ่าฟันกับโชคชะตา

ไม่มีที่สำหรับความลังเลอีกแล้ว !

กลุ่มเสียงอิเล็กทรอนิกส์มากมายทำให้เกิดเป็นเสียงเอฟเฟกต์พิลึกพิลั่น เครื่องกระทบดังเป็นจังหวะไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง เสียงแป้นคีย์​ลั่นสะเทือนชั่วแล่นหนึ่ง เสียงทุ้มต่ำบรรเลงเดี่ยวอย่างเปล่าเปลี่ยว ในท่วงทำนองเสียงอันเด่นชัด ร่างที่อยู่เบื้องหน้ากลุ่มต้นไม้ก็เคลื่อนไปข้างหน้า

มันก้าวไปสองก้าวและหันกลับหลัง ไม่มีผู้ใดติดตามมัน เมื่อมันกลับไปมองข้างหน้าอีกครั้ง เงาร่างที่แยกเขี้ยวเผยกรงเล็บก็พุ่งพรวดเข้าหามัน

......

ณ โรงอาหารทางตอนเหนือในโรงเรียนการศึกษาขั้นกลางฉีอานที่ 1 แทบไม่มีเสียงกระซิบ นักเรียนที่กำลังจะตักน้ำซุปหยุดค้างที่ครึ่งทาง ดวงตาจดจ้องบนหน้าจอขนาดใหญ่

เหล่าคนครัวที่ปรุงอาหารในโรงอาหารเคลื่อนไหวเชื่องช้าลง

บรรยากาศภายในโรงอาหารกลายเป็นความตึงเครียด ราวกับว่าเส้นประสาทในสมองถูกกระตุกซ้ำ ๆ

......

ภายในมิวสิควิดีโอ เงาร่างที่อ้างว้างโดดเดี่ยวเดินข้ามเนินลาดชัน กิ่งก้านทั้งสองข้างของมันบิดเข้าหากันขึ้นรูปเป็นแขนแน่นหนา รากของมันรวมตัวกันเป็นขามั่นคงแข็งแรง

เสียงดนตรีเครื่องสายบรรเลงไปมา ราวกับเป็นความรู้สึกภายในที่การขัดขืนและหลีกหนี ดั่งอากาศที่ไร้ตัวตน แต่แผ่คลุมโดยรอบเสมอมา

สองช่วงจังหวะที่ขัดกันในท่วงทำนอง คล้ายกับความขัดแย้ง​กันของพละกำลังและความรู้สึก ประหนึ่งว่ามีรังไหมหนาห่อหุ้มตัวมันไว้ ทุก ๆ ก้าวคือความยากลำบาก

"ทุกสิ่งถูกกลืนกิน

แสงสว่างอยู่ที่ใด ?

..."

มันควรเชื่อฟังโชคชะตา ?

แต่โชคชะตาคืออะไร ?

สหายเก่าดับสูญ มาตุภูมิว่างเปล่า

ชีวิตที่เหลืออยู่มีเพียงความโศกศัลย์อาลัย แต่พวกมันต้องต่อสู้และต่อต้าน !

ในท้องฟ้ามืดมัวด้วยเมฆหนา มีประกายแสงสว่างวาบ สายลมพัดแรงกล้า และสายฝนที่ตกหนักยิ่งขึ้น

เสียงเครื่องเป่าลมไม้ประดุจเสียงลมพัดโหยหวน เสียงกลองลั่นกัมปนาทดั่งฟ้าร้อง ส่อเค้าพายุฟ้าคะนอง

เสียงกลอง, เสียงเครื่องเป่าลมไม้, เสียงดับเบิ้ลเบส และองค์ประกอบอิเล็กทรอนิก ส์สร้างภาพรวมของท่วงทำนอง เสียงร้องฮัมที่ไม่แน่นอนแฝงความเด็ดเดี่ยวอันเศร้าหมอง​ ราวกับพละกำลังลึก ๆ ภายในกำลังจะปะทุ

ร่างนั้นเดินเพียงลำพัง ม่านตาสีน้ำตาลหดลง มองดูการเข้าใกล้ของสัตว์ร้ายสีน้ำตาลแดงอย่างก้อนเลือด มันก้มลงและหยิบก้อนหินจากพื้นขึ้นมาถือไว้ในมือ

ดนตรีเครื่องสายดีดทำนองไม่ปะติดปะต่อกัน

ด้วยการก้าวขากว้าง ร่างนั้นเอนตัวไปข้างหน้าและบิดแขนกิ่งไม้ของมัน ปาก้อนหินในมือวาดวิถีเส้นโค้งในอากาศ ดั่งค้อนที่ถูกเหวี่ยงอย่างรุนแรง และฟาดใส่ร่างที่พุ่งเข้ามา !

ตึง !

กลองลั่นเสียงดัง ขณะที่​สัตว์ร้ายซึ่งเคยแยกเขี้ยวเผยกรงเล็บล้มลงในภาพ คล้ายว่าบางสิ่งที่มองไม่เห็นถูกทำลายลงแล้ว

ร่างนั้นหอบหายใจและมองดูภัยคุกคามที่ล้มลง

การกดแป้นคีย์ซ้ำ ๆ ราวกับจะเน้นย้ำความคิด ทำนองที่ฮึกเหิมเบื้องหลังช่วยผ่อนบรรยากาศที่หนักลง

ในที่สุดมันก็ค้นพบว่าปัญหามากมายไม่ได้น่ากลัวเช่นที่เคยจินตนาการ เมื่อพวกมันเผชิญหน้าด้วยความกล้าหาญ โลกไม่ได้ถูกเขย่าง่ายดายปานนั้น

เพียงแค่นี้... เท่านั้น !!

ดวงอาทิตย์ตกดินในวันนี้และมันจะขึ้นอีกในวันพรุ่ง แม้ท้องฟ้าจะเต็มไปด้วยควันหนาทึบ แต่มันรู้ว่าดวงอาทิตย์ยังคงอยู่ที่นั่น !

มันยกเท้าและกระทืบอย่างแรงลงสัตว์ร้ายที่ทรุดลง ทำลายโอกาสหันคมเขี้ยวใส่อีกครั้งโดยสิ้นเชิง เหยียบย่ำเหล่ากรงเล็บอันแหลมคมและซี่ฟันอันน่ากลัวที่เคยทำให้พวกมันหวาดกลัวเหล่านั้นทั้งหมด !

หลังจากมองย้อนกลับไปที่เผ่าพันธุ์ มันก้าวไปข้างหน้าอีกครั้ง โยนหินในมือของมัน แทนที่ด้วยตะบองหินขนาดใหญ่กว่า และพุ่งเข้าใส่สัตว์ร้ายตัวที่สอง จากการเดินสู่การวิ่ง ร่างที่เคยงุ่มง่ามเห็นจะกลายเป็นคล่องแคล่ว อย่างกับ​มันทะลวงออกจากรังไหมหนาที่เคยห่อหุ้มตัวของมันไว้

"ในโลกมรสุม

เจ้ายังมีชีวิต

..."

เสียงทุ้มต่ำของนักร้องชายกลายเป็นองอาจผึ่งผายด้วยช่วงจังหวะของการต่อสู้ ในบรรยากาศของดนตรีซิมโฟนี​อันยิ่งใหญ่ วิธีการแสดงออกทางดนตรีที่เป็นธรรมชาติและดั้งเดิมที่สุดส่งถึงจิตใจของผู้คนโดยตรง !

สู้ !

ไม่มีตัวเลือกอื่น !

ในเวลานี้ ต้องมีคนที่ก้าวไปข้างหน้า

อย่าขี้ขลาด ! อย่าหดหัว !

โชคชะตาไร้เหตุผลและไร้ปรานี ต่อสู้กับมันให้ถึงปลายทาง !

ชีวิตที่หลงเหลือในวันสิ้นโลก คือการยืนอยู่ในหุบเหวลึก, ร่อนเร่ในความมืดมิด, ไล่ตามแสงสว่าง และไต่ขึ้นไป

การศรัทธาในสิ่งนี้อาจเป็นได้ทั้งน้ำนิ่งและน้ำหลาก เป็นความงดงามและความเปื้อนเลือด

การเรียบเรียงมหากาพย์ซิมโฟนีบูรณาการร่วมกับเสียงอิเล็กทรอนิกส์ ความอันตรายอันเกรี้ยวกราดดื้อรั้นปะทุพร้อมกับบรรยากาศที่ตึงเครียดและท่วมท้นด้วยพลานุภาพ อีกทั้งความเกรี้ยวกราดพลันพรั่งพรูสู่อากาศ !

ดนตรีและภาพยนตร์เป็นสิ่งล่อใจที่ไม่มีใครสามารถต้านทาน โดยไม่ต้องคำนึงถึงยุคสมัย

องค์ประกอบอิเล็กทรอนิกส์ผสานเข้ากับดนตรีซิมโฟนีอันยิ่งใหญ่อย่างสมบูรณ์แบบ ภาพที่เข้ากันกับดนตรี ผู้ชมและผู้ฟังทุกคนรู้สึกราวกับว่ามีก้อนน้ำแข็งไถลที่หลังคอ กระตุ้นให้ตัวสั่นเทาแบบปุบปับ​ แต่กระนั้นหัวใจของพวกเขาราวกับกำลังลุกโหม มันให้ความรู้สึกอย่างกับพวกเขาถูกแยกร่างและประกอบขึ้นใหม่อีกครั้ง

ร่างเงาที่คล้ายกับมนุษย์ในมิวสิกวิดีโอ​ การบรรจบกันของกิ่งก้านบิดเกลียวดูราวกับกล้ามเนื้อหนา ทุกย่างก้าวของมันมาพร้อมกับเสียงกลองรุนแรง คล้ายกับกลองศึกดังลั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างมีพลัง

ร่างนั้นหลุดจากพันธะแน่นหนาดั่งเสือดาวที่ว่องไวและปราดเปรียว ทุกก้าวย่างเปี่ยมด้วยพลังผ่านข้ามจากผืนดิน กระโจนเข้าประจันหน้ากับร่างเงา กวัดแขนของมันและฟาดฟัน ส่งพลังที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม !

กระแสของเวลาดูจะเชื่องช้าลง หยาดเลือดสาดกระเซ็นจากตะบองหินกลางสายฝน น้ำโคลนซ่านเซ็นไปรอบ ๆ จมซี่ฟันแหลมคมที่หลุดออกมิด

เสียงดนตรีระเบิดอย่างรุนแรงท่ามกลางแสงเย็น ท่วงทำนองที่เร้าอารมณ์ถูกแทนที่ด้วยการผสานของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องเป่าทองเหลืองอันกินใจ ราวกับดาบที่หลุดออกจากฝัก — เยือกเย็นและหนักแน่น !

มันคือความเยือกเย็นอำมหิตที่หลงเหลือหลังจากความอบอุ่นถูกลอกคราบไป

เสียงประสานที่เห็นจะไม่กลมกลืนกันคลอกับเสียงที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณของนักร้องชาย เสียงแผดร้อง เสียงคำราม การผสมผสานของดนตรีที่แหกคอกนำมาซึ่งการกระตุ้นประสาทสัมผัสและดับโสตประสาท​เฉียบพลัน เสียงเครื่องดนตรีอันอุดมสมบูรณ์เข้าสอดแทรก มิติของเสียงอันประณีตพาบทเพลงมาถึงจุดไคลแม็กซ์ ทุกโน้ตเต็มเปี่ยมไปด้วยความไม่ย่อท้อในการเอาชีวิตรอดที่น่าหลงใหล

การไล่บันไดเสียงของเปียโนบรรเลงเดี่ยวราวกับเสียงสายลมกรรโชก หมุนเป็นเกลียวขึ้นสู่ท้องฟ้าส่งเสียงโหยหวนจากแดนไกล ผู้คนอดไม่ได้ที่จะสั่นเทา ราวกับว่ากระแสไฟฟ้าซ่านไปทั้งสรรพางค์​และเปิดทุกรูขุมขมของพวกเขา

ร่างเงาที่กวัดแกว่งตะบองหินไม่มองย้อนกลับ เพราะไม่จำเป็น มันได้ยินเสียงฝีเท้าที่มุ่งหน้าติดตามมา กระทืบร่างของสัตว์ร้ายที่ทรุดลง

เบื้องหลังของมัน เท้าที่สอง เท้าที่สาม กำลังเหยียบย่ำสัตว์ร้ายทีละตัว

......

ในวันสิ้นโลก ยุคร้อยปีแห่งหายนะ คือยุคแห่งวีรบุรุษ

หลายคนคิดว่าฟางจ้าวสุ่มเลือกสายพันธุ์ที่ปรากฏในช่วงยุคหายนะมาและใช้บทเพลงมหากาพย์เพื่อปั้นวิชวลไอดอล

แต่การที่ฟางจ้าวเลือกหลงเซี่ยงเทียนหลัวเป็นแสงเหนือ แท้จริงแล้วคือการอุปมาถึงผู้คนอย่างเขาที่เกิดในยุคสงบสุข แต่ใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตในการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด

ความโหดร้ายของโลกาวินาศไม่ใช่เพียงแค่การที่ชีวิตถูกเข่นฆ่า แต่คือการถูกย่ำยีและทำลายจิตวิญญาณของผู้คน การที่ทั้งร่างกายและจิตใจถูกฉีกกระชาก ชีวิตที่ช่างบอบบางและน่าเย้ยหยัน !

วีรบุรุษที่ได้รับการยกย่องและบูชาอย่างกว้างขวางในยุคใหม่ หากนำความเป็นวีรบุรุษและความสูงส่งออกไป ก็มีเป็นเพียงปุถุชนที่ฝ่าฟันเอาชีวิตรอด

เพื่อชื่อเสียงและศักดิ์ศรีหรือ ?

เปล่าเลย ! ในเวลานั้นพวกเขาต่อสู้กับความตาย

เป็นการต่อสู้อันโหดร้ายเพื่อเอาชีวิตรอดที่เปลี่ยนพวกเขาเป็นนักรบมนุษย์เหล็ก

เวลาเปลี่ยนแปลงพวกเขาให้เป็นวีรบุรุษจำเป็น

นั่นเป็นเหตุผลที่ฟางจ้าวเลือกแสงเหนือ

ในมิวสิควิดีโอ ภาพเลื่อนออก สายฝนหนักยังคงปกคลุมอย่างต่อเนื่อง เบื้องหลังของร่างที่อยู่ข้างหน้าสุด หลายเงาโผล่ออกมาจากกลุ่มต้นไม้ที่เฉี่อยชา กิ่งก้านของพวกมันบิดเป็นรูปร่างหนาที่เหมาะสำหรับการต่อสู้ พวกมันย่ำผ่านดินโคลนและติดตาม เหยียบย่ำบนซากศพของเหล่าสัตว์ร้ายที่ถูกเข่นฆ่า

เสียงเครื่องเป่าลมไม้บรรเลงเป็นจังหวะที่บ้าคลั่ง ขณะที่เครื่องสายเล่นโน้ตซ้ำ ๆ อย่างไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้ ท่วงทำนองที่พรั่งพรูพร้อมกับภาพมุมกว้าง ภายใต้พายุฝนฟ้าคะนอง มีลมหายใจอันน่าคร้ามเกรงพร้อมที่จะปะทุแล้ว !

ภาพและเสียงเพลงพลันหยุดชะงัก และท้ายเครดิตปรากฏขึ้น

"นำแสดง: แสงเหนือ

สายพันธุ์: หลงเซี่ยงเทียนหลัว

ชื่อเพลง: 'ร้อยปีแห่งหายนะ' มูฟเมนต์ที่สอง — 'ทะลวงรังไหม'

โปรดิวเซอร์: ฟางจ้าว

ทีมผลิต: ทีมงานโปรเจ็กต์แสงเหนือ,ฟางจ้าว, จู่เหวิน, ซ่งเหมี่ยว, ผางผู่ซ่ง, เจิงฮว่าง, ว่านเย่ว์, ฟู่หยิงเทียน, สเตลล่า, จางอวี่ และคณะ

ซิลเวอร์วิงก์มีเดีย อำนวยการผลิต"

......

โรงอาหารที่เงียบเชียบกลับอื้ออึง​อีกครั้งเพียงตอนที่หน้าจอขนาดใหญ่เริ่มเล่นเพลงอื่น

"ฉันรู้สึกว่าฉันสามารถระเบิดโรงอาหารให้เป็นจุลได้เลย"

"ไม่รู้ว่าทำไมแต่ฉันรู้สึกตระหนักในหน้าที่ขึ้นมาแปลก ๆ"

"นายท่าน ! จัดข้าวมาให้ผมสองชาม ! อิ่มแล้วผมจะไปลุยสนามรบ !" วันนี้มีการสอบอีกสามวิชา

"จัดไป !" คนครัวที่ทำหน้าที่ในโรงอาหารตักข้าวอย่างขมักเขม้น รู้สึกว่าทัพพีจะทรงพลังเป็นพิเศษ ด้านนอกโรงอาหาร นักเรียนบางคนที่เพิ่งมาถึงกำลังมองผู้คนที่วิ่งออกจากโรงอาหารไป

"เกิดอะไรขึ้นน่ะ ?" คนที่มาใหม่ถามเพื่อนของเขา รู้สึกถึงบรรยากาศของความร้อนแรง​โดยรอบ...

"ปฏิญาณตนสำหรับการสอบกลางภาคกันล่ะมั้ง ?"

"ปฏิญาณในโรงอาหารเนี่ยนะ ?"

"คงเป็นพวกเด็กปีสองน่ะ ช่างมันเถอะ พวกนั้นก็ประสาทกันแบบนี้แหละ เรื่องปกติ"

"ไม่นะ ฉันเห็นคนที่อยู่ปีห้าด้วย"

บรรยากาศที่ผิดปกติทำให้นักเรียนบางคนที่มาทีหลังเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม เกิดอะไรขึ้นในโรงอาหารก่อนที่พวกเขาจะมา ?

 


(เพลงอ้างอิงจากคนเขียน: Riders, A Touch of Heaven, Call For Heroes(RockMix), Shadowfall

วงดนตรีแนะนำ Audiomachine,Immediate Music, Two Steps From Hell และ X-ray Dog )




NEKOPOST.NET