Superstars of Tomorrow ตอนที่ 35 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.35 - คืนสังเวียน ?


035 คืนสังเวียน ?

มีสถานพักฟื้นผู้ป่วยหลายแห่งในเมืองจิงกัง เมืองชายฝั่งทะเลของหยานโจว จิงกังเป็นเมืองที่มีทัศนียภาพงดงามอาบด้วยแสงแดดอันอบอุ่นแม้แต่ในฤดูหนาว มีคนมากมายชอบมาพักฟื้นตัวที่จิงกัง

ภายในสถานพักฟื้นผู้ป่วยเมืองจิงกัง

นักดนตรีชื่อดังและโปรดิวเซอร์วิชวลไอดอล กิลเฟตซ์ กำลังนั่งถัดจากหน้าต่างขนาดใหญ่ในห้องของเขา โดยทั่วไปแล้วนี่เป็นช่วงเวลาของวันที่เขาจะสามารถรับแสงอาทิตย์ของจิงกังได้อย่างสงบสุข ทว่าวันนี้เขาไม่มีอารมณ์เพลิดเพลินกับการอาบแดดอันอบอุ่นที่หลายคนอิจฉา

กิลเฟตซ์ขมวดคิ้วมุ่นขณะอ่านข่าวที่ได้รับจากผู้ช่วยของเขา

ที่กำลังยืนอยู่ถัดจากกิลเ็ตซ์คือหนึ่งในอดีตนักเรียนของเขาเอง หนึ่งในพนักงานที่ถูกต้วนเชียนจี๋บีบออก เมื่อโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลปีที่แล้วล้มเหลว

"อาจารย์ครับ ติดตามความเคลื่อนไหวใหม่จากซิลเวอร์วิงก์เหรอครับ ?" ชายหนุ่มถาม

"ใช่" กิลเฟตซ์หลับตา เขาอยากครุ่นคิดว่าซิลเวอร์วิงก์กำลังคิดทำอะไร

กิลเฟตซ์ดำเนินงานโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลเมื่อปีก่อน ขณะที่เขาไม่เข้าใจการคิดของผู้บริหารระดับสูงของซิลเวอร์วิงก์ทั้งหมด แต่มักเดาได้สักครึ่งหนึ่ง ซิลเวอร์วิงก์ไม่เคยให้ความสนใจกับโปรเจ็กต์วิชวลไอดอล นั่นเคยเป็นวัฒนธรรมที่มีมาแต่การก่อตั้งซิลเวอร์วิงก์ บริษัทไม่เคยผลิตวิชวลไอดอลที่นำเสนอได้เลย แม้ว่าจะเคยมีการตัดสินใจใช้เกมเพื่อสร้างผลกำไร แต่มันก็ต้องใช้เวลา อย่างน้อยนั่นก็คือสิ่งที่กิลเฟตซ์คิด

กิลเฟตซ์คิดว่าปัจจัยความล้มเหลวในโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลของเขา ก็คือปัญหาระบบภายในของซิลเวอร์วิงก์เอง ไม่ใช่ความผิดของเขา ถึงอย่างนั้นคนภายในอุตสาหกรรมและผู้สังเกตการณ์ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวกลับได้รับอิทธิพลจากสื่อให้คิดว่าความล่มจมของโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลของปีที่แล้วมาจากตัวเขาเอง ตลกสิ้นดี !

กิลเฟตซ์ยืนกรานว่าต้นเหตุไม่ใช่ตัวเขา และกระทั่งบอกกับหมู่เพื่อนที่คุ้นเคยด้วยว่า "โปรเจ็กต์วิชวลไอดอลของซิลเวอร์วิงก์เกินเยียวยาแล้ว" และเพียงแค่สองวันหลังจากพูดแบบนั้นไป ไม่รู้ว่าใครที่ส่งข้อความนี้ไปถึงหูของต้วนเชียนจี๋ และแผนกวิชวลโปรเจ็กต์ก็ถูกล้างบาง นักเรียนหลายคนที่เขาเป็นคนเลือกมาถูกไล่ออก กิลเฟตซ์เสียหน้าเป็นอย่างมากและกลายเป็นเรื่องตลกในหมู่เพื่อนร่วมอาชีพ

เพราะซิลเวอร์วิงก์ไม่เคยทำโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลมากนัก ข่าวหลายสำนักจึงไม่กล้าด่วนสรุป — ไม่ว่าโปรเจ็กต์จะพังเพราะกิลเฟตซ์หรือเป็นผลปัญหาภายในซิลเวอร์วิงก์เองก็ตาม จนกระทั่งปลายปีนี้ที่แสงเหนือได้เปิดตัว ทำให้หลายคนนึกถึงการถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ ของกิลเฟตซ์ หลังจากโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลของซิลเวอร์วิงก์ปีที่แล้วล้มเหลว

น่าเสียดาย นักข่าวที่ต้องการสัมภาษณ์กิลเฟตซ์หาตัวเขาไม่พบและเขาปฏิเสธที่จะสัมภาษณ์ผ่านวิดีโอด้วย เมื่อคนที่ต้องการตามตัวไม่พบ นักข่าวจึงทำได้แค่เพียงคาดเดาในรายงานข่าวประจำวันของพวกเขาไปเท่านั้น

เมืองจิงกังอยู่ห่างไกลจากเมืองฉีอานที่เป็นศูนย์กลางทางการเมืองและการเงินแห่งหยานโจว และผู้คนในจิงกังไม่ให้ความสนใจกับอุตสาหกรรมบันเทิงนัก ดังนั้นประเด็นร้อนแรงในฉีอานจึงแผ่มาไม่ถึงจิงกัง นั่นเป็นเหตุผลที่กิลเฟตซ์เลือกจิงกังเป็นที่พักฟื้น

ความล้มเหลวของโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลเมื่อปีก่อนทำให้กิลเฟตซ์ได้รับผลกระทบอย่างมาก แต่เขาไม่เคยคิดว่าเป็นความผิดของตัวเอง เขาฟื้นตัวได้นานแล้ว

แล้วทำไมเขายังอยู่ในสถานพักฟื้นน่ะหรือ ?

ประการแรก คือการแสดงให้เห็นว่าเขาทำดีที่สุดแล้วในโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลปีก่อน ทุ่มเทพลังไปทั้งหมดจนป่วยสาหัส สร้างความประทับใจของความขยันขันแข็งและอุทิศตนกับการทำงาน การแสดงความอ่อนแอที่เหมาะสมจะทำให้ความเห็นของมวลชนมีอคติต่ออีกฝ่ายมากขึ้น

ประการที่สอง เขากระดากใจที่จะปรากฏตัวในที่สาธารณะ ความล้มเหลวของโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลปีที่แล้ว ทำให้ชื่อเสียงของเขาด่างพร้อยจริง ๆ ดังนั้นเขาจึงอยากรอจนกระทั่งซิลเวอร์วิงก์เปิดตัววิชวลไอดอลของปีนี้เสียก่อน ถ้าโปรเจ็กต์ยังคงน่าเบื่อ แบบนั้นผู้คนก็จะสรุปได้แล้วว่าโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลของซิลเวอร์วิงก์เกินการช่วยเหลือแล้ว

ด้วยวิธีการนี้ เสียงวิพากษ์วิจารณ์เขาก็จะบรรเทาลง ทุกคนจะคิดว่าเป็นซิลเวอร์วิงก์ที่ทำชื่อเสียงของเขาย่อยยับ​ และกระทั่งทำเขาเข้าโรงพยาบาล

กิลเฟตซ์เฝ้ารอมาตั้งแต่เริ่มต้นของปีแล้ว แต่ไม่มีสัญญาณการเคลื่อนไหวของซิลเวอร์วิงก์มีเดีย เขาโล่งอกในที่สุดเมื่อได้ยินบางคนบอกว่าซิลเวอร์วิงก์โยนงานโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลให้เด็กใหม่ กระทั่งซิลเวอร์วิงก์เองก็ยังยอมแพ้ ยุติการระดมทุนสำหรับโปรเจ็กต์วิชวลไอดอล ไม่มีใครเต็มใจที่จะกวนน้ำให้ขุ่นอีกแล้ว มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องโปรดิวเซอร์ แต่เป็นซิลเวอร์วิงก์เองต่างหากล่ะ !

แต่ตอนนี้ ในที่สุดก็หางงอกแล้ว !

มากกว่าครึ่งปีและสามฤดูกาลเข้าไปแล้ว ซิลเวอร์วิงก์จะต้องมีคนหนุนหลังแน่ ๆ ! ดังนั้นกิลเฟตซ์จึงสั่งการให้คนของเขาตรวจสอบ เขาไม่เชื่อหรอกว่าซิลเวอร์วิงก์จะวางเด็กใหม่มารับหน้าที่โปรเจ็กต์วิชวลไอดอล

"ฮ่า ซิลเวอร์วิงก์หลอกคนอื่นได้ แต่ไม่ใช่กับฉัน ! ต้วนเชียนจี๋ต้องวางแผนเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว !"

ติ๊ง !

กิลเฟตซ์ได้รับข้อความ

เมื่อเห็นเนื้อหาของข้อความ ดวงตาของกิลเฟตซ์เปล่งประกายครุ่นคิด

"อาจารย์ มีข่าวอะไรเหรอครับ ?" ชายหนุ่มที่อยู่ข้างเขาถาม

"มูฟเมนต์ที่สองจะปล่อยก่อนเดือนพฤศจิกายน" เขาเช็คเวลา วันนี้เป็นวันที่ 25 ตุลาคม มันควรจะมาวันสองวันนี้แล้ว กิลเฟตซ์ตั้งการแจ้งเตือนหลายช่องทาง เขาจะได้รับการแจ้งในทันทีเมื่อมีข่าวเกี่ยวกับมูฟเมนต์ที่สอง

มูฟเมนต์แรกเป็นเพียงทีเซอร์ มีแค่มูฟเมนต์ที่สองเท่านั้นจะได้เห็นเจตนาของซิลเวอร์วิงก์ !

ดูสิว่าจะต่อเนื่องจาก 'มหากาพย์' รึเปล่า ? หรือว่าจะใช้ลูกเล่นอย่างอื่น ?

กิลเฟตซ์รู้ว่าไม่ว่าเขาจะสามารถคืนสังเวียนได้หรือไม่ก็ขึ้นกับมูฟเมนต์ที่สองแล้ว

......

ภายในสำนักงานใหญ่ของซิลเวอร์วิงก์ในเมืองฉีอาน ฟางจ้าวถือมิวสิควิดีโอที่ทำเสร็จแล้ว ส่งเสียงเข้าไปในสตูดิโอ "จู่เหวิน ขึ้นไปข้างบนกับฉัน"

"ไปชั้นไหน ?" จู่เหวินหาว เขาอยากเล่นเกมเพื่อลดความเหนื่อยล้า

"บนสุด" ฟางจ้าวตอบ

จู่เหวินแทบลมจับหลังจากได้ยินสองคำ 'บนสุด'​

"บนสุด ?!"

"เร็วเข้า เตรียมตัวให้พร้อม พวกเราจะขึ้นไปในห้านาที ประธานต้วนกำลังรอพวกเราอยู่​" ฟางจ้าวเหลือบมองเวลา

ถึงแม้ว่าซิลเวอร์วิงก์จะให้อำนาจฟางจ้าวเต็มที่ แต่หลังจากทำเสร็จ​แล้ว พวกเขายังจำเป็นต้องเปิดผลงานให้ผู้บริหารระดับสูงดูก่อน ซิลเวอร์วิงก์เริ่มให้ความสนใจกับมัน บวกกับความสำเร็จของมูฟเมนต์ที่สองเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวถัดไปของซิลเวอร์วิงก์ นี่คือสิ่งที่ต้วนเชียนจี๋เน้นย้ำตอนที่หล่อนให้จัดสรรงบประมาณ

ฟางจ้าวต้องพาช่างเทคนิคไปด้วย จู่เหวินเป็นช่างเทคนิคมือหนึ่งของสตูดิโอ ก็เป็นธรรมดาที่ฟางจ้าวจะนำเขาไป หากเครื่องโปรเจกเตอร์จำเป็นต้องมีการปรับแต่งระดับให้เหมาะสม จู่เหวินก็จะทำมันได้ทันที

เมื่อได้ยินว่านายใหญ่กำลังรออยู่ที่ชั้นบน จู่เหวินรู้สึกว่าขาของเขาอ่อนแรงยิ่งกว่าเดิม เขาตะเกียกตะกาย ตอนที่ล้างหน้า มือก็สั่นกึก ความประทับใจของเขาเกี่ยวกับการประชุมสรุปหลังความล้มเหลวของโปรเจ็กต์เมื่อปีที่แล้ว ทั้งหมดที่เขาจำได้ก็คือสีหน้าดุดันของต้วนเชียนจี๋และผู้บริหารระดับสูงคนอื่น ๆ ทีมงานโปรเจ็กต์ทั้งหมดถูกดุด่าอย่างกับหมา ไม่กล้าตอบโต้สักครึ่งคำ ทั้งหมดที่พวกเขาทำได้คือขดตัวอยู่ในมุม

หลังจากจัดแจงตัวเองแล้ว จู่เหวินติดตามฟางจ้าวไปที่ลิฟท์พิเศษ

"บอส ผมประหม่า" กระทั่งสูดลมหายใจลึกแล้วเขาก็ไม่สามารถสงบใจได้ จู่เหวินรู้สึกอย่างกับว่าอุณหภูมิภายในลิฟท์ลดลงพรวดพราด

"คิดอย่างนี้สิ หลังจากมูฟเมนต์ที่สอง พวกเราจะได้เครื่องเล่นเกมแล้ว"

"ไม่ แบบนั้นผมยิ่งประหม่ากว่าเดิม ถ้าพวกเราล้มเหลวล่ะ ?"

จู่เหวินประหม่าเสียจนฟันสั่นกึก เขาหันมองฟางจ้าวที่คงความสงบเช่นทุกที เขางุนงง มันเป็นความสงบของจริง ไม่ใช่เสแสร้ง

"บอส ผมมีคำถาม แต่ไม่แน่ใจว่าควรถามรึเปล่า" จู่เหวินว่า

"ถ้าไม่แน่ใจก็ไม่ต้องถาม"

"แต่ผมอดไม่ได้" จู่เหวินจ้องฟางจ้าง "คุณไม่ประหม่าเลยได้ยังไง ? ถ้ามูฟเมนต์ที่สองล้มเหลวล่ะ ? แน่นอน ผมไม่สงสัยคุณภาพหรอก ผมเองค่อนข้างชอบมันเลย แต่ว่าคนอื่นจะชอบรึเปล่า ? สมาคมดนตรีหยานโจวจะให้ผลการประเมินเป็นบวกมั้ย ? โปรเจ็กต์แสงเหนือจะจบแบบประสบความสำเร็จจริง ๆ เหรอ ? ทุกครั้งที่ผมคิดเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ผมอดไม่ได้ที่จะกังวล นอนไม่หลับ แล้วก็ไม่สบายใจ คุณไม่รู้สึกอะไรเลยได้ยังไง ?"

ฟางจ้าวชี้ที่หัวของตัวเอง "เพราะเมื่อใดก็ตามที่เพลง BGM บรรเลงในหัว ฉันรู้สึกว่าไม่มีอะไรต้องกลัว" ตั้งแต่ในสนามรบ จนถึงตอนนี้ก็เช่นกัน

"..." จู่เหวินมองฟางจ้าวให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น "มันเกินความเข้าใจของผม ในหัวคุณมีอะไรอยู่เนี่ย ?"

"บางทีคงเป็นวงซิมโฟนีออร์เคสตร้า"




NEKOPOST.NET