Superstars of Tomorrow ตอนที่ 33 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.33 - ขยับขยาย


033 ขยับขยาย

การสร้างสรรค์ผลงานและควบคุมการผลิต ฟางจ้าวสามารถทำได้ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตามทีมงานโปรเจ็กต์ที่เหลือไม่ได้มีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งอย่างเขา พวกเขายังได้รับผลกระทบจากแรงกดดัน ทั้งภายนอกและภายใน แม้แต่จู่เหวินก็ประมาททำเรื่องผิดพลาด

"พวกเรามีคนน้อยเกินไป"

ณ การประชุมสามวันครั้ง ฟางจ้าวดูความคืบหน้าของทุกคนแล้วพูดขึ้นมาแบบนั้น

"ขอโทษครับ พักนี้ผมไม่ค่อยมีสมาธิ แต่พวกเราก็ขาดคนจริง ๆ มิวสิควิดีโอสำหรับมูฟเมนต์ที่สองซับซ้อนกว่ามูฟเมนต์แรกมาก มันเป็นเรื่องยากในการรักษาคุณภาพการผลิตให้เสร็จในเดือนถัดไปน่ะ" หลังจากเริ่มทำวิดีโอสำหรับมูฟเมนต์ที่สอง จู่เหวินพบว่ามันท้าทายกว่ามูฟเมนต์แรกมาก เขาไม่เก่งในเรื่องการจัดฉากขนาดใหญ่ เขาทำผิดพลาดบ่อยครั้ง แต่เขารู้สึกไม่สบายใจที่จะมอบหมายให้ช่างเทคนิคแผนกอื่นทำ

"ฉันเห็นด้วย จะดีที่สุดถ้าพวกเรารับช่างเทคนิคมิติเร็กซ์เพิ่มสักสองสามคน คนที่เก่งในการจัดฉากที่มีตัวละครเยอะ ๆ" เจิงฮว่างเห็นด้วยกับจู่เหวิน แม้ว่าพวกเขาจะยืมช่างเทคนิคจากแผนกอื่นได้ แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่ใช่คนของแผนกเอง บางครั้งพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้ง พวกเขาไม่ทำตามคำแนะนำ

"รับคนเพิ่มเถอะค่ะ" ซ่งเหมี่ยวแนะนำ แต่เดิมเธอไม่ใช่คนของแผนกวิชวลโปรเจ็กต์ แต่หลังจากมูฟเมนต์แรกถูกปล่อย เธอยื่นขอย้าย และกลายเป็นสมาชิกของทีมอย่างเป็นทางการ เฉพาะบุคคลภายในของพวกเขาเองเท่านั้นที่จะอุทิศตัวให้โปรเจ็กต์สุดหัวใจ

ฟางจ้าวเบนสายตาไปที่จู่เหวิน "จู่เหวิน มีแนะนำมั้ย ?"

"คนในหรือคนนอกบริษัท ?" จู่เหวินถาม

"คนใน" โปรเจ็กต์แสงเหนือได้รับความสนใจมาก คนภายนอกอาจไม่น่าเชื่อถือ มันดีที่สุดที่จะจ้างคนใน

"รับทราบ ให้ผมถามดูก่อน" ช่างเทคนิคอย่างจู่เหวินมีกลุ่มแชทเป็นของพวกเขาเอง และพวกเขาหลายคนก็คุ้นเคยกัน แผนกเคยลงเอยด้วยมีพนักงานมากเกินไปเมื่อปีที่แล้ว ช่างเทคนิคบางคนถูกบีบออก ตอนนี้แผนกฟื้นฟูอีกครั้งและรับคนเพิ่ม เขาจะลองถามดูก่อนเผื่อพวกเขาอยากกลับมา

ฟางจ้าวเองก็โพสต์ประกาศในบอร์ดเครือข่ายภายในของบริษัท: "แผนกวิชวลโปรเจ็กต์ ชั้นที่ 50 รับสมัครช่างเทคนิคมิติเร็กซ์"

ประกาศนั้นไม่ได้รับการตอบรับมากนัก มีหลายคนที่เห็นประกาศ แต่ทุกคนเลือกที่จะรอดู ภายนอกมีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับโปรเจ็กต์มากเกินไป หากมูฟเมนต์ที่สองล้มเหลว ปฏิกิริยาสะท้อนกลับจะรุนแรงมาก ในเมื่อชะตากรรมของโปรเจ็กต์ไม่ชัดเจน พวกเขาก็ไม่กล้าด่วนตัดสินใจ

"ผมย้ายงานได้มั้ยครับ ?" หลังจากเห็นประกาศ เป่ยจี๋ถามเอเย่นต์ของเขา

เอเย่นต์ของเขาปฏิเสธ​โดยไม่ลังเล "พิจารณาจากไอคิวของแก แกร้องเพลงต่อไปเถอะ"

"นักร้องที่ไอคิวสูง ๆ ก็มีเยอะแยะนะ !"

"แล้วคิดว่าแกเป็น ?"

"..." เป่ยจี๋เงียบกริบ

"อย่าคิดมาก ไปฝึกร้องเพลงใหม่ที่ได้รับเมื่อวานไป ฉันไม่ว่าอะไรถ้าแกอยากไปช่วยชั้นที่ 50 ตอนว่าง แต่อย่าคิดเปลี่ยนงานเชียว เทคโนโลยีมิติเร็กซ์เป็นเรื่องยากเกินไป" เอเย่นต์ของเป่ยจี๋ย้อนนึกถึงวันวานที่ด้อยประสบการณ์ของตัวเองที่ปรารถนาจะเป็นช่างเทคนิคมิติเร็กซ์ น่าเสียดายที่เขาไม่มีพรสวรรค์ เพียงแค่เห็นบรรทัดโค๊ดก็ปวดกบาลแล้ว

จี้โป๋หลุนไม่มีความคิดจะเปลี่ยนอาชีพ แต่เขาได้เคลียร์ตารางเวลาในอีก 10 วันข้างหน้า ทิ้งข้อความให้เอเย่นต์ของตัวเองบอกว่าเขาจะแวะไปที่แผนกวิชวลโปรเจ็กต์บนชั้น 50

คราวนี้เอเย่นต์ของเขาไม่คัดค้านอีกแล้ว ตั้งแต่ 'มหากาพย์' ถูกปล่อย ความนิยมของจี้โป๋หลุนก็เพิ่มขึ้นมาก ที่สำคัญยิ่งกว่า ทักษะการแสดงของจี้โป๋หลุนดีขึ้นเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะหลักสูตรการแสดงที่เขาเซ็นให้จี้โป๋หลุน หรือว่าจี้โป๋หลุนได้เรียนสักอย่างสองอย่างจากชั้น 50 กันแน่ จะในกรณีไหน จี้โป๋หลุนก็บอกว่าเขาได้เรียนรู้มากที่นั่น และเอเย่นต์ก็เห็นด้วย

วันถัดมา สามคนที่จู่เหวินติดต่อก็ปรากฏตัว — ชายสอง หญิงหนึ่ง พวกเขาเคยอยู่ที่แผนกวิชวลโปรเจ็กต์มาก่อน และถูกบีบออกในภายหลัง พวกเขาไม่เคยคิดถึงการกลับมา ถึงแม้แสงเหนือจะประสบความสำเร็จ แต่พวกมันไม่ชัดเจนเกี่ยวกับเปลี่ยนแปลงภายในทีมโปรเจ็กต์ใหม่ ดังนั้นตอนเห็นประกาศของฟางจ้าว พวกเขาจึงไม่พูดอะไร จนกระทั่งจู่เหวินติดต่อไป

นอกเหนือจากสามคนแล้ว มีผู้สมัครคนที่สี่ที่ตอบรับประกาศของฟางจ้าว

"ผมชื่อ ร็อดนี่ย์ จบจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหยานโจวและเข้าซิลเวอร์วิงก์ปีที่แล้วครับ นี่เป็นวุฒิบัตรและใบรับรองผลการเรียนของผมทั้งหมดหกปี แล้วก็นี่คือประกาศนียบัตรรางวัลที่ผมชนะครับ"

ร็อดนี่ย์เรียงประกาศนียบัตรของตัวเองต่อหน้าฟางจ้าว เขาอยากเข้าแผนกวิชวลโปรเจ็กต์ของซิลเวอร์วิงก์หลังจบการศึกษาปีที่แล้ว แต่เวลานั้นแผนกกำลังขยายตัวมากและการแข่งขันก็ดุเดือด เด็กจบใหม่ที่ไม่มีคอนเน็กชั่นใด ๆ อย่างเขาเทียบไม่ได้กับช่างเทคนิคมีประสบการณ์ ดังนั้นเขาจึงสละเวลาของตัวเองในแผนกผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์ ก่อนที่จะได้ยินว่าแผนกวิชวลโปรเจ็กต์กำลังขาดคนมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่ได้แสดงท่าทีใด ๆ เพราะไม่เห็นประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการ เมื่อวานนี้เขาเห็นโอกาส จึงตัดสินใจลองเสี่ยงดวง

ว่ากันตามตรง ร็อดนี่ย์เป็นผู้สมัครที่แข็งแกร่งมาก มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหยานโจวเป็นหนึ่งในสถาบันชั้นนำของหยานโจว คณะมิติเร็กซ์ของที่นั่นอยู่ในอันดับที่ดีของทวีป ใบรับรองผลการเรียนและประกาศนียบัตรที่ร็อดนี่ย์แสดงเป็นที่น่าประทับใจ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาเป็นบัณฑิตเอก บางทีเป็นกระทั่งเด็กเนิร์ดด้วย

แต่ในบริษัทอย่างซิลเวอร์วิงก์ เด็กเนิร์ดมีเต็มไปหมด ทุกแผนกมีบุคคลที่มีความสามารถสูงมากมาย แม้แต่จู่เหวินที่ไม่โดดเด่นก็ยังมีประวัติไร้ที่ติ นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมปีที่แล้ว ตอนที่แผนกวิชวลโปรเจ็กต์ยังได้รับการสนับสนุนจากบริษัท หลายคนถูกบีบออก แต่จู่เหวินยังอยู่ เหตุผลเดียวก็คือ — ทักษะทางเทคนิคเป็นเลิศ

จะว่าไปแล้ว จู่เหวินเองก็จบจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหยานโจว เขาแค่เรียนจบก่อนร็อดนี่ย์ไม่กี่ปี

ฟางจ้าวส่งข้อความหาจู่เหวิน: "รู้จักร็อดนี่ย์มั้ย ?"

จู่เหวินที่กำลังทำงานบางอย่างกับเจิงฮว่างและทีมงาน ตอบทันที: "ไม่เคยได้ยินนะ"

ฟางจ้าวไม่สานต่อ เปลี่ยนความสนใจมาที่วิดีโอ โปรเจ็กต์จบของร็อดนี่ย์แทน — กองทัพมดกำลังออกเดินทาง​ไป​โจมตีเหยื่อในช่วงยุคหายนะ

ในยุคโลกาวินาศ มีการเปลี่ยนแปลงในกองทัพมด พวกมันกลายพันธุ์ ว่องไวขึ้น ตัวโตขึ้น เพิ่มจำนวนรวดเร็วขึ้น พวกมันดุดันอันตรายอย่างมาก

บางทีวิดีโอของร็อดนี่ย์คงมีพื้นมาจากการนำเสนอของสารคดีหรือภาพยนตร์ มีจุดผิดพลาดในรายละเอียดหลายจุด แต่โดยรวม น้ำหนักของกองทัพที่ไร้ความเกรงกลัวนั่นแสดงได้อย่างลื่นไหล ไม่อย่างนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับการจัดอันดับเป็นผลงานดีเด่นของบัณฑิต

ฟางจ้าวไม่พูดอะไรและร็อดนี่ย์อ่านสีหน้าของเขาไม่ออก เขาลูบฝ่ามือบนเข่าตัวเอง ด้วยเหตุผลบางอย่าง ถึงแม้ว่าหัวหน้าโปรเจ็กต์ที่อยู่ข้างหน้าจะอายุน้อยกว่าเขา แต่เขากลับรู้สึกอย่างกับกำลังรับมือกับศาสตราจารย์ที่สถาบัน เขากลัวเกินกว่าจะหายใจและฝ่ามือก็ชุ่มด้วยเหงื่อ

"เล่นเกมรึเปล่า ?" ฟางจ้าวถาม

"หา ?" ร็อดนี่ย์ไม่ทันตั้งตัวกับคำถามแบบปุบปับ

คนที่เกี่ยวข้อง​กับเทคโนโลยี 'มิติเร็กซ์' จะมีสักกี่คนกันที่ต้านทานการล่อลวงของเกมได้ ?

อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ คำถามนี้ตอบได้ไม่ง่ายเลย ตอบว่าเล่น ? ถ้าถูกมองว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเป็นพวกเสียงานเสียการล่ะ ? ตอบว่าไม่ ? การโกหกเห็นจะไม่ใช่เรื่องที่ดี

ร็อดนี่ย์ขบคิดครู่หนึ่งก่อนตอบเสียงเบา "เล่นครับ แต่อันที่จริงผม..."

"คุณถูกจ้าง"

"อันที่จริงผมเล่นเก่งเลยครับ" เขากำลังจะพูดว่าเขาไม่ได้เล่นเกมบ่อยนัก แต่เปลี่ยนเกียร์ทันที ขอบคุณพระเจ้าที่เขาสมองไวและมีการตอบสนองรวดเร็ว

"เขียนใบสมัครของคุณให้เสร็จก่อน 10 โมง ฉันจะโยกย้ายประวัติของคุณให้"

"ครับ ผมจะเขียนทันทีเลยครับ" ร็อดนี่ย์ตอบอย่างรอบคอบ

"ฉันจะให้คุณพักวันนึง แล้วมาวันพรุ่งนี้"

"ได้ครับ ผมจะเตรียมตัวให้พร้อมตอนกลับไปแล้ว"

"จะว่าไป ! คุณค้างที่บริษัทได้รึเปล่า ?"

"ได้ครับ !"

"เก็บข้าวของแล้วมาพักในออฟฟิศ !"

"ครับผม !"

"เตรียมตัวทำโอทีด้วย !"

"ครับผม !"

"มีคำถามมั้ย ?"

"ไม่มีครับผม !"

"ไปได้ !"

ร็อดนีย์หันกลับหลังและตรงเข้าไปในลิฟต์ เขาเช็ดเหงื่อที่หน้าผากตัวเอง พลันรู้สึกงุนงงเล็กน้อย

รู้สึกมีบางอย่างไม่ถูกต้อง




NEKOPOST.NET