Superstars of Tomorrow ตอนที่ 30 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.30 - เรารวยแล้ว


030 เรารวยแล้ว

หัวของตู้อังก้มต่ำยิ่งกว่าเดิม บรรยากาศรอบ ๆ พลันเย็นยะเยียบ มันเงียบเชียบชนิดที่ได้ยินเสียงเข็มหล่นได้เลย แรงกดดันที่มองไม่เห็นทำให้ตู้อังหายใจลำบาก

พาหมามาทำงานได้มั้ย ?

นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ยินใครตั้งคำถามพรรค์นี้กับนายใหญ่ในห้องประชุมชั้นบนสุด

ไอ้หนู อยากตายรึยังไง ?!

อยากพาหมามาทำงาน ? ไม่เป็นหมาไปซะเองเลยล่ะ !?

โอกาสดี ๆ แบบนี้ควรจะตักตวงหาผลประโยชน์ใส่ตัวเองให้มากขึ้นไม่ใช่รึไง ? คิดอะไรอยู่ ?!

เขายังเด็กเกินไปจริง ๆ หรือบางทีระบบสมองของศิลปินแตกต่างจากคนทั่วไป ? นี่คือสมองที่สร้าง​มหากาพย์เชียวนะ

หลังจากเกือบ 30 วินาทีของความเงียบงัน ต้วนเชียนจี๋ตอบรับช้า ๆ "ไม่มีปัญหา อย่างที่ฉันบอก บริษัทให้อภิสิทธิ์​กับคนมีความสามารถ"

แน่นอนว่าการปฏิบัติเป็นพิเศษไม่ได้หมายถึงว่าฟางจ้าวสามารถพาสุนัขท่องไปทั่วทั้งบริษัทได้ มันจำกัดไว้ที่ชั้น 50 แผนกวิชวลโปรเจ็กต์ตอนนี้เป็นฐานของฟางจ้าวแล้ว เขาทำอะไรก็ได้ที่เขาต้องการ ต้วนเชียนจี๋มีความต้องการเพียงอย่างเดียวคือ ผลงาน ตราบที่ผลลัพท์เป็นที่น่าพึงพอใจ ไม่ต้องพูดถึงสุนัข ฟางจ้าวจะพาทั้งสวนสัตว์มาที่ทำงาน หล่อนก็ไม่ว่าอะไรทั้งนั้น

"ดังนั้นวาระการประชุมสำหรับแผนกวิชวลโปรเจ็กต์ ฉันอยากเห็นมูฟเมนต์ที่สองก่อนเดือนพฤศจิกายน เอาล่ะ พวกเธอสี่คนไปได้แล้ว" ต้วนเชียนจี๋ว่า

ตู้อังยกศีรษะตัวเองและเหลือบมองเจ้านายตัวเองและรับสัญญาณจากสายตาของผู้จัดการซือ ยืนยันว่าต้วนเชียนจี๋พูดถึงพวกเขาทั้งสี่คน นั่นหมายถึงธุระของพวกเขาเสร็จสิ้นแล้ว การประชุมที่เหลือเหนือตำแหน่งของพวกเขา

หลังจากสะกิดฟางจ้าวที่เก้าอี้เคลื่อนกลับมาที่จุดเดิมแล้ว ทั้งสี่เดินออกจากห้องประชุม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเบื้องหลังจากพวกเขาออกมานั่นก็ไม่ใช่ธุระของพวกเขา

ตู้อังกับสองหัวหน้าแผนกเพิ่งกล้าหายใจเมื่อพวกเขาเข้าลิฟต์เท่านั้น อย่างกับว่าพวกเขาได้เกิดใหม่ หยาเอ้อหลินยังกุมหน้าอกตัวเอง "น่ากลัว กลัวแทบตาย ! เฮ้ ฟางจ้าว ไม่กลัวรึไง ?"

"ทำไมต้องกลัว ?" ฟางจ้าวถาม

จูเลี่ยนมองฟางจ้าวที่สงบนิ่งและนึกถึงคำถามบ้าบิ่นในห้องประชุม จากนั้นมองหยาเอ้อหลินที่ยังชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้วส่ายศีรษะ ทั้งคู่เป็นสายครีเอทีฟเหมือนกัน​ ทำไมถึงต่างกันแบบนี้นะ ?

"ไม่ว่ายังไงก็ยินดีกับการเลื่อนตำแหน่งด้วยนะ ฟางจ้าว" จูเลี่ยนกล่าวพลางหัวเราะ พวกเขาเคยใช้ตำแหน่งถือยศกับเขาได้ แต่ชั่วขณะที่ก้าวออกจากห้องประชุม ตำแหน่งของฟางจ้าวก็ไม่ต่ำกว่าพวกเขาแล้ว และกระทั่งสูงกว่าพวกเขาด้วย เว้นแต่ยังไม่มีอำนาจที่แท้จริงมากนัก แต่ถ้ามูฟเมนต์ที่สองประสบความสำเร็จ...

"ฟางจ้าว !"

ตู้อังคว้าแขนของฟางจ้าวแน่นและจ้องเขาด้วยสายตาแปลก ๆ เส้นประสาทที่เป็นอัมพาตระหว่างการประชุมหายไปแล้ว แทนที่ด้วยความตื่นเต้นและไม่อยากเชื่อ

"ฟางจ้าว ! มูฟเมนต์ที่สองต้องประสบความสำเร็จนะ !"

ตู้อังไม่โกรธที่สูญเสียอำนาจในกาารควบคุมโปรเจ็กต์ไป เขาบอกได้จากสายตาของเจ้านายตัวเอง ว่าเขาจะได้รับค่าตอบแทนราคางามเช่นกัน บวกกับเขาไม่เคยอยากบริหารแผนกวิชวลโปรเจ็กต์อยู่แล้ว เขาไม่โกรธ เขากำลังคิดเรื่องอื่น

ในยุคใหม่ ธุรกิจบันเทิงไม่เคยจำกัดอยู่ที่สินค้าเดียว ไม่ว่าจะเป็นไอดอลจริงหรือวิชวลไอดอลก็ตาม พวกเขาไม่เคยถูกขังไว้ในอุตสาหกรรมดนตรีเท่านั้น ดนตรีเป็นเพียงมุมหนึ่งของวงการบันเทิง

มันคือส่วนเดียวของแผนยุทธศาสตร์ที่กว้างขวางเสมอมา !

ใช้การเปิดตัววิชวลไอดอลของนีออนคัลเจอร์และทงซานทรูเอ็นเตอร์เทนเมนต์เป็นตัวอย่าง หลังจากเพลงของพวกมันติดชาร์ตด้วยดี พวกเขาก็เริ่มวางแผนในงานภาพยนตร์กันแล้ว ไอดอลคนจริงของซิลเวอร์วิงก์เองก็มีเส้นทางเดียวกัน

ความแตกต่างก็คือ นับแต่การก่อตั้งของซิลเวอร์วิงก์ ไม่มีวิชวลไอดอลตัวไหนที่ได้รับการสนับสนุนประเภทนั้นจากบริษัทเลย แต่วันนี้ หลังจากออกมาจากห้องประชุม ตู้อังรู้สึกได้ถึงความผิดวิสัย

ทำไมต้วนเชียนจี๋ให้สิทธิพิเศษกับฟางจ้าว ? กระทั่งคนจากฟลายอิ้งเปกาซัสอาจยังไม่ได้รับการปฏิบัติประเภทนี้เลย ต้องมีบางอย่างที่กำลังรอเขาอยู่ แต่จะยังไม่มีการเคลื่อนไหวใหญ่ จนกว่ามูฟเมนต์ที่สองจะออกมา

"ตอนนี้ขึ้นกับมูฟเมนต์ที่สองของเธอแล้ว"

ตู้อังจะสามารถยืนยันการคาดเดาของตัวเองได้ก็เพียงตอนที่ชิ้นที่สองประสบความสำเร็จเท่านั้น !

ฟางจ้าวไม่รู้ว่าการประชุมที่ชั้นบนสุดใช้เวลานานแค่ไหนหลังจากพวกเขาออกมา แต่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมงหลังจากเขากลับมาที่ชั้น 50 หัวหน้าโฆษกของซิลเวอร์วิงก์ได้กล่าวถึงแสงเหนือในการสัมภาษณ์ เขายังคงรักษารอยยิ้มสงบ ไม่มีใครบอกได้ว่าเขากำลังคิดอะไรและเขาไม่ได้เปิดเผยมากนัก เพียงบอกแฟน ๆ ว่าคาดหวังกับบทที่สองได้เลย เขายังคงทำทีบอกปัดไม่ประกาศวันปล่อย แต่ตู้อังพนันได้เลยว่าโฆษกรู้สึกมั่นใจมากขึ้นแล้ว

ผู้ช่วยของต้วนเชียนจี๋ จู้เจิน ใบแสดงรายละเอียดส่งค่าขวัญกำลังใจให้กับฟางจ้าว คนที่มีส่วนร่วมในโปรเจ็กต์จริง ๆ — เจิงฮว่าง, ว่านเย่ว์, ซ่งเหมี่ยว และผางผู่ซ่ง — ได้รับโบนัส 100,00 ดอลลาร์ต่อคน และ 300,000 ดอลลาร์สำหรับจู่เหวิน หัวหน้าช่างเทคนิค ฟางจ้าวในฐานะโปรดิวเซอร์ได้รับ 1 ล้านดอลลาร์ นี่เป็นเพียงโบนัสเท่านั้น กำไรจากเพลงของเขาจะได้รับในเดือนหน้า

เงินทุนงวดที่สองเองก็มาแล้ว สามารถเริ่มทำงานได้ทุกเมื่อ

หลังจากปรึกษาเจิงฮว่าง, ว่านเย่ว์ และผางผู่ซ่ง ฟางจ้าวเปลี่ยนสถานะของพวกเขาเป็นพนักงานประจำ

หลังจากเป็นพนักงานประจำเต็มตัว ผางผู่ซ่งรู้สึกมีความมั่นใจในตัวเองขึ้นมาก หลังจากเซ็นสัญญาใหม่แล้ว เขารีบแจ้งข่าวดีให้แม่และบอกว่าเขาอยากซื้อของขวัญให้แม่ของเขา

ซ่งเหมี่ยวกำลังวางแผนว่าจะใช้โบนัสซื้อชุดกระโปรง​ที่เธอเล็งไว้นานแล้ว

เจิงฮว่างกับว่านเย่ว์กำลังคิดว่าพวกเขาควรจะซื้อห้องที่พวกเขากำลังพิจารณาอยู่

"จู่เหวิน คุณจะซื้ออะไรเหรอ ?" เจิงฮว่างถามหลังจากสังเกตว่าช่างเทคนิคยังเงียบอยู่

"ฉันเหรอ ? ฉันซื้อบางอย่างแล้ว" เขาหันหน้าจอของกำไลข้อมือและแสดงรายการให้ทุกคนเห็นด้วยความภูมิใจนำเสนอ "อัพเกรดอุปกรณ์ ! สำหรับเครื่องเล่นเกม จะใช้เงินทำอะไรอีกล่ะถ้าไม่อัพเกรดอุปกรณ์ ?"

เจิงฮว่าง "..." เอาที่สบายใจเถอะ

"บอสครับ บอสจะซื้ออะไรน่ะ ?" จู่เหวินถามฟางจ้าว ตอนนี้สรรพนามมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว

ฟางจ้าวกำลังอ่านข้อความที่เขาเพิ่งได้รับ "จู้เจิน ผู้ช่วยของประธานบอกว่าเธอกำลังส่งรถบินมาให้พวกเราสองคัน เธออยากให้พวกเราไปเช็คโรงรถว่ามันไม่ได้รกอยู่​"

"รถบิน ?!" จู่เหวินลืมเรื่องเครื่องเกมอัพเกรดของตัวเองและวิ่งไปที่โรงรถ

ทุกชั้นเหนือชั้นที่ 20 จะมีติดตั้งโรงรถไว้ ชั้นที่ 50 ก็เช่นกัน แต่ก่อนหน้านี้แผนกถูก"ล้างเลือด" ไปก็ไม่มีอะไรเหลืออยู่ พนักงานไม่กี่คนที่เหลืออยู่เท่านั้นและพวกเขาก็ยากจน สิ่งต่าง ๆ เพียงพัฒนาขึ้นเมื่อฟางจ้าวเข้ามา แต่พวกเขายังคงมีงบประมาณที่ฝืดเคือง พวกเขาต้องเช่าอุปกรณ์รายชั่วโมง ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงใช้เงินเกินงบประมาณไปแล้ว

ตอนนี้พวกเขารวยแล้ว !

"เช็คดูแล้ว โรงรถว่าง !" จู่เหวินเปิดประตูโรงรถ

ไม่นานใครบางคนก็นำรถบินสองคันที่ประดับด้วยคู่ปีกสีเงินมาส่ง

พวกมันยังเป็นรถบริษัท แต่ทั้งสองคันดีกว่าคันที่ฟางจ้าวเห็นฟางเซิงใช้ตอนไปถนนมืดมาก ไม่ได้หมายความว่ารถของซิลเวอร์วิงก์จะดีกว่านีออนคัลเจอร์ แต่การใช้รถก็เป็นระบบหนึ่งของสถานะภายในบริษัท ยิ่งตำแหน่งของคุณสูงขึ้นเท่าไหร่ มูลค่าของคุณก็ยิ่งสูงขึ้นและได้รับรถที่ดีขึ้นเท่านั้น

รถสองคันเป็นของแผนกทรัพย์สิน ไม่ใช่สำหรับการใช้งานส่วนตัว พวกมันมีไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน เพื่อที่แผนกจะได้ไม่ต้องไปขอยืมแผนกอื่นสำหรับการเดินทาง

จู่เหวินลูบไล้รถสองคันด้วยความทะนุถนอม​ตั้งแต่บนสุดยันล่างสุด กระทั่งล้อของพวกมัน

"ฉันตัดสินใจแล้วว่าวันนี้จะไม่เล่นเกม แต่จะไปหมุนพวงมาลัย ! บอส บอสบอกว่าอยากกลับสักหน่อยไม่ใช่เหรอ ? ผมไปส่งเอง !" จู่เหวินว่า

ฟางจ้าวให้วันหยุดพนักงาน และวันพรุ่งนี้พวกเขาจะเริ่มทำงานเกินเวลารอบใหม่กันอีกครั้ง บางทีหลังจากนั้นอาจต้องอยู่ที่บริษัทระยะเวลาหนึ่ง ถึงอย่างไรตอนนี้ก็มีพวกเขาเพียงไม่กี่คนที่ครอบครองทั้งชั้น ทุกคนได้รับออฟฟิศของตัวเองและมันก็ยังกว้างขวางมาก ทั้งยังมีเลาจน์​นั่งเล่น พวกเขาไม่รู้สึกทรมาน พวกเขาอาศัยที่บริษัทได้อย่างสะดวกสบาย

เรื่องอาหารและอื่น ๆ พวกเขาไม่เคยต้องกังวล ชุดอาหารที่สั่งจากโรงอาหารของบริษัทไม่ได้ยอดเยี่ยม แต่ก็ไม่เลวร้าย

ตอนที่จู่เหวินขับรถมาส่งฟางจ้าวที่ถนนมืด มันเป็นเวลากลางคืนแล้ว ฟางข้าวไม่ได้ให้จู่เหวินส่งเขาที่ทางเข้าตึก มีการจราจรมากตอนกลางคืน รูปแบบการคมนาคมหลากหลายเข้า ๆ ออก ๆ มีการเลี้ยวไปเลี้ยวมาในอากาศและจู่เหวินก็เป็นคนขับรถทั่วไป ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ฟางจ้าวจึงลงที่สถานีรถไฟ เขาใช้ลิฟท์ลงไปชั้นพื้นและเดินตรงไปที่ตึกของเขา

ถนนมืดหนวกหูมากในตอนกลางคืน ไฟถนนมากมายแตกและถูกปล่อยทิ้งไม่มีการซ่อมแซม ถนนส่องสว่างด้วยป้ายของร้านค้าข้างทางทั้งสองฝั่ง

ฟางจ้าวเดินไปตามถนน กำลังคิดเกี่ยวกับการผลิตมูฟเมนท์ที่สอง และทันใดนั้นเขาหยุด

เขามาถึงมุมถนน ไม่มีร้านค้าทั้งสองฝั่งและไฟถนนก็ดับ เขาอยู่ห่างจากส่วนที่วุ่นวายของถนนสัก 100 เมตร สิ่งที่หยุดฟางจ้าวคือคนสี่คนที่ยืนข้างหน้าเขา หนึ่งในนั้นถือปืนหันมาทางฟางจ้าว ทั้งสี่สวมหน้ากากสีดำและใช้ที่เปลี่ยนเสียงของตัวเอง

"ทำตัวฉลาดแล้วโอน 1,000 ดอลลาร์มาที่บัญชีนี้ซะ" หนึ่งในเด็กหนุ่มสวมแจ็กเก็ตถือแผ่นการ์ดที่มีเลข ID เขียนด้วยหมึกเรืองแสงบนนั้น

เขารู้ทันทีว่านี่คือผู้กระทำความผิดซ้ำซากที่เชี่ยวชาญในการรีดไถเงิน

หลังจากประหลาดใจ ฟางจ้าวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ แม้แต่ตอนที่รู้เรื่องการเลื่อนตำแหน่งที่บริษัทในวันนี้, ได้รู้ว่าเขามีอำนาจในการขอทรัพยากรจากแผนกอื่นเพื่อสร้างมูฟเมนท์ที่สองได้ หรือตอนที่ได้รับคำยกย่องชมเชย เขาก็ไม่ได้หัวเราะเลย

นานแค่ไหนแล้วนะที่มีคนหันปืนใส่เขาแบบนี้ ? ฟางจ้าวจำไม่ได้

มือปืนไม่รู้ว่าฟางจ้าวหัวเราะเรื่องอะไร เขากำลังคิดว่าทำไมปฏิกิริยาของฟางจ้าวถึงแปลกนัด ไม่ใช่ว่าคนปกติต้องสั่นกลัวและโอนเงินแล้วเหรอ ?

ประสาท ? คนบ้า ? โจรสี่คนประเมินฟางจ้าวอีกครั้ง

ไม่ว่าอย่างไรการปล้นก็เป็นเรื่องสำคัญกว่า

"โอนเงินมา ให้ไว !" มือปืนเร่ง

"เพิ่งได้ปืนมาวันนี้สินะ ?" ฟางจ้าวเดินตรงไปที่มือปืน

"อะไร ? หยุดนะ ไม่งั้นฉันยิงแน่ !"

"ใช้ปืนครั้งแรกเหรอ ?" ฟางจ้าวเดินต่อไป

"ไม่ใช่ธุระของแก ! หยุด ไม่ได้ยินรึไง ?!"

"มือสั่นแน่ะ"

"ฉันบอกว่า ฉันจะยิงถ้าแกเดินเข้ามาอีก !"

"รู้มั้ยว่าในยุคของฉัน คนอย่างพวกแกเรียกว่า​อะไร ?"

ทั้งสี่จ้องฟางจ้าวและไม่เข้าใจสิ่งที่หมอนี่ซึ่ง​อายุพอ ๆ กับพวกเขาหมายถึง

ฟางจ้าวยิ้มให้กับโจรทั้งสี่ "ไอ้ลูกหมา"




NEKOPOST.NET