Superstars of Tomorrow ตอนที่ 29 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.29 - บริษัทให้อภิสิทธิ์กับผู้มีความสามารถ


029 บริษัทให้อภิสิทธิ์​กับผู้มีความสามารถ

ไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีเบื้องบนพูดอะไร พวกเขากำลังรอนายใหญ่อยู่

"บอส... บอสต้วน ?" เสียงของหยาเอ้อหลินสั่นยิ่งกว่า "ไม่ใช่ว่าเธอไปหวงโจวเหรอ ?"

"ฉันจะไปรู้ได้ไง ?!" ตู้อังไม่รู้จะทำอะไรแล้ว พวกเขาคาดหวังว่าคราวนี้บริษัทจะไม่ทำเรื่องนี้เป็นของเด็กเล่น แต่สิ่งที่พัฒนามันเหนือความคาดหมายของพวกเขา

"คนของเปกาซัสต้องไปฟ้องเธอแน่ ๆ !" หยาเอ้อหลินคาดเดา

"ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็เตรียมตัวให้พร้อม ฉันจะติดต่อฟางจ้าว พวกเราจะขึ้นชั้นบนสุดด้วยกัน"

บนชั้นที่ 50 ฟางจ้าวดูผลตอบรับบนอินเตอร์เน็ต เขาแปลกใจเล็กน้อยเมื่อได้รับข้อความ​จากตู้อัง เขาไม่คาดคิดว่าประธานใหญ่จะมีส่วนร่วม

หลังจากลุกขึ้นและจัดเสื้อยับให้เป็นระเบียบแล้วบอกคนอื่น "พวกคุณพักเถอะ ฉันต้องขึ้นไปประชุมข้างบน"

"ประชุมที่ไหน ?" จู่เหวินถาม

"ห้องประชุมชั้นบนสุด"

"ชั้นบนสุด ?!" จู่เหวินดีดตัวจากที่นั่งตัวเอง "น้องชาย แนะนำให้นิดหน่อยนะ ตอนที่เจอนายใหญ่ จำเอาไว้หกคำ: 'อย่าไร้สาระ พูดความจริง'"

ประธานของซิลเวอร์วิงก์คือ ต้วนเชียนจี๋ หลานสาวของ ต้วนอวี้จือ ผู้ก่อตั้งซิลเวอร์วิงก์และราชาแห่งวงการบันเทิง หล่อนอยู่ในวัย 70 ปีแล้ว ว่ากันว่าตอนที่ต้วนอวี้จือยังมีชีวิต ต้วนเชียนจี๋ที่ยังเด็กมักติดตามงานของต้วนอวี้จือบนหน้าจอ เมื่อต้วนอวี้จือเสียชีวิตลง ต้วนเชียนจี๋ก็เข้าควบคุมซิลเวอร์วิงก์

ฟางจ้าวนึกถึงข้อมูลที่เขาเคยค้นหาก่อนหน้านี้ ข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตมีจำกัด ทั้งยังมีการเสริมเติมแต่ง สำหรับต้วนเชียนจี๋ตัวจริง ฟางจ้าวไม่เคยเห็นและรู้เกี่ยวกับหล่อนน้อยนัก เขาได้แต่คาดเดาจากปฏิกิริยาของจู่เหวิน, ตู้อังและคนอื่น ว่าประธานไม่ใช่คนอารมณ์ดีและไม่ใช่คนที่ยิ้มตลอดเวลา

ลิฟท์สำหรับพนักงานหางแถวไปไม่ถึงชั้นบนสุด ฟางจ้าวติดตามตู้อังกับพรรคพวกไปลิฟท์ที่แตกต่าง ยิ่งลิฟท์เลื่อนสูงขึ้น ตู้อังกับอีกสองคนก็ยิ่งประหม่ามากขึ้นเท่านั้น ฟางจ้าวสัมผัสได้

ในตอนแรก ตู้อังยังให้คำแนะนำกับฟางจ้าวสักข้อสองข้อได้อยู่ แต่ท้ายที่สุดเขาก็กลายเป็นเงียบกริบ ร่างกายทั้งหมดของเขาแข็งเกร็ง มันดูอย่างกับว่าความกดอากาศลดลง

ประตูลิฟท์เปิดออกเผยโถงทางเดินยาวห้าเมตร ขนาบข้างด้วยผนังโลหะเย็นเยียบ แม้แต่แสงอาทิตย์ก็ไม่สามารถปัดเป่าความยะเยือก​ที่มองไม่เห็นได้

หลังจากยืนยันตัวตน ชายหนุ่มสีหน้าไร้อารมณ์โบกมือให้พวกเขา ส่งสัญญาณให้พวกเขาตรงไป ฟางจ้าวสังเกตว่าสายตาของชายคนนั้นอ้อยอิ่งที่เขาสักสองสามวินาที

ตอนที่พวกเขาเข้าไปในห้องประชุม เสียงพูดคุยเงียบลงโดยพร้อมเพรียง และสายตามากกว่า 20 คู่จับจ้องมา แต่ละคนที่อยู่ที่โต๊ะคือผู้บริหารระดับสูงกว่าผู้จัดการ หัวหน้าแผนกระดับล่างอย่างตู้อังปกติแล้วไม่มีธุระที่นี่

การจ้องมองที่หยั่งเชิงและประเมินด้วยสายตา อย่างกับมีมือขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็นกดลงมา พวกตู้อังสามคนยิ้มแข็งทื่อ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้ยินเสียงหัวใจเต้นหนักของตัวเองได้เลย

เมื่อได้รับสัญญาณจากเจ้านายโดยตรงของตัวเอง ตู้อังกับคนอื่น ๆ เดินตรงไปที่สี่ที่นั่งสุดท้าย พวกเขามีตำแหน่งต่ำกว่า จึงนั่งได้แค่ที่นั่งท้ายสุด

โต๊ะประชุมเป็นแบบตัว V กลับหัว ที่นั่งตรงข้อต่อเป็นของประธาน มันยังคงว่างอยู่ ยังมีอีกที่ว่างข้าง ๆ ของประธาน ไม่ชัดเจนว่าเป็นของใคร

ฟางจ้าวไม่ประหม่า​ เขาเพียงมองห้องประชุมและคาดเดาว่านายใหญ่จะมีท่าทีอย่างไร ถ้าหล่อนไม่พอใจพวกมัน เขาก็จะไม่ออมชอม กรณีที่แย่ที่สุดก็แค่ออก แล้วถือโอกาสพาทั้งทีมไปด้วย เขาเชื่อว่ามีบริษัทค่ายเพลงมากมายเต็มใจที่จะรับพวกเขา

น้อยกว่าหนึ่งนาทีหลังจากนั่งลง ก่อนที่ผู้บริหารอาวุโสอยากรู้อยากเห็นที่เหลือจะได้ตั้งคำถาม ประตูของห้องประชุมก็เปิดออก ความอึงอลที่ต้อนรับการมาของฟางจ้าวกับคนอื่นหายไป มันกลายเป็นความเงียบกริบ ทุกการหายใจสามารถได้ยินได้เลย นี่ไม่ใช่การหยุดสงสัยอย่างตอนที่ฟางจ้าวเข้ามา แต่เป็นความจริงจังและกดดัน

ฟางจ้าวเห็นผู้หญิงหน้าตาเข้มงวดเดินเข้ามาพร้อมกับก้าวย่างอันยิ่งใหญ่ เพราะอายุขัยที่เพิ่มขึ้นในยุคใหม่ ถึงแม้ต้วนเชียนจี๋จะใกล้อายุ 80 ปีแล้ว แต่หล่อน​ก็ยังดูเหมือน​คนอายุสัก 40 ปีในยุคก่อนโลกาวินาศ มีรอยตีนกาที่หางตาของหล่อนบ้าง แต่หล่อนดูค่อนข้างเฉียบขาด ฉายรัศมีของผู้ที่เหนือกว่า

ต้วนเชียนจี๋มีลูกน้องติดตามสี่คน — เลขาสองคนและผู้ช่วยสองคน พวกเขาไม่แสดงอารมณ์มากนัก แต่ดูจะผ่อนคลายและจริงจังน้อยกว่านายของตัวเอง

ชายสูงวัยอีกคนหนึ่งเข้ามาพร้อมกับต้วนเชียนจี๋ หลังจากหล่อนนั่งลงที่นั่งประธาน เขานั่งที่นั่งถัดจากหล่อน

ฟางจ้าวเหลือบมองชายสูงวัยที่มีสัญลักษณ์ม้ามีปีกที่หน้าอก เขาเป็นคนของฟลายอิ้งเปกาซัส

"คนไหนคือฟางจ้าว ?" ต้วนเชียนจี๋ตัดเข้าประเด็นหลังจากนั่งลงแล้ว

ตู้อังก้มศีรษะลง ใช้มือใต้โต๊ะส่งสัญญาณให้ฟางจ้าวลุกขึ้น มืออีกข้างเช็ดเหงื่อเย็นเยียบที่หน้าผากตัวเอง เขาหายใจลึกในจินตนาการ ถ้าหล่อนเรียกถามฟางจ้าวก่อน นั่นหมายความว่าหล่อนไม่ได้หัวเสียกับการตัดสินโดยไม่ปรึกษาของพวกเขาใช่ไหม ?

"ผมครับ" ฟางจ้าวลุกขึ้น

พรึ่บ—

ที่นั่งของฟางจ้าวโยกจากจุดเดิมและย้ายไปยังพื้นที่ว่างตรงกลางโต๊ะประชุม ตรงข้ามกับตำแหน่งประธาน

ในระหว่างกระบวนการนี้ ต้วนเชียนจี๋สังเกตปฏิกิริยาของฟางจ้าว ถ้าเป็นเด็กใหม่คนอื่นที่เข้าร่วมประชุมที่ชั้นบนสุดเป็นครั้งแรก การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็ควรสร้างความกดดันมากแล้ว แต่ฟางจ้าวไม่สะทกสะท้าน เขาไม่ประหม่า แต่กลับมองเก้าอี้ที่เคลื่อนไหวของตัวเองด้วยความสงสัยแทน สายตารอบ ๆ ไม่ส่งผลกับเขาสักนิด

นี่ไม่ใช่เด็กใหม่ธรรมดา เขาสงบเกินไปสำหรับวัยของเขา

"เธอเป็นคนแต่ง 'ทัณฑ์สวรรค์' ?" ต้วนเชียนจี๋จ้องที่ฟางจ้าว เมื่อหล่อนตั้งคำถาม

"ครับ เป็นต้นฉบับของผมเอง" ฟางจ้าวกล่าวโดยไม่เลี่ยงสายตาของต้วนเชียนจี๋

สัมผัสได้ว่าไม่ได้โกหก สีหน้าของต้วนเชียนจี๋ผ่อนคลายขึ้นสักหน่อย "ในแผนของเธอ ซีรีส์​ 'ร้อยปีแห่งหายนะ' มีอีกกี่มูฟเม้นท์ ?"

"อีกสามครับ"

เสียงสูดลมหายใจดังมาจากรอบโต๊ะ มันเป็นปฏิกิริยาเดียวกับตู้อังตอนที่เขาได้ยินข่าวนี้ ชายสูงวัยจากฟลายอิ้งเปกาซัสที่อยู่ถัดจากต้วนเชียนจี๋ต้องการพูดบางอย่าง แต่ต้วนเชียนจี๋ยกมือขึ้นหยุด มีความวุ่นวายใจเล็กน้อยในดวงตา

"เธอทำมูฟเมนต์ที่เหลือแล้วยัง ?" ต้วนเชียนจี๋ถาม

"ยังครับ งบหมดแล้ว"

อีกเสียงสูดลมหายใจ

พวกตู้อังทั้งสามก้มหัวต่ำลงกว่าเดิม

ขอทุนเพิ่มเติมต่อหน้านายใหญ่โดยตรง เจ้าหนู ช่างกล้า !

ต้วนเชียนจี๋เงียบไปสองวินาที มีประกายของรอยยิ้มหายากในดวงตา

"50 ล้านสำหรับมูฟเมนต์ที่สองและมิวสิควิดีโอ ฉันอยากเห็นงานเสร็จก่อนเดือนพฤศจิกายน"

"ไม่มีปัญหาครับ"

ต้วนเชียนจี๋นึกถึงบางอย่างและถาม "ใครเป็นแบบดวงตาในมิวสิควิดีโอ ?"

"ผม"

"แล้วทีมที่ปรึกษา ?"

"มีแค่ผม"

ผู้คนรอบ ๆ มองฟางจ้าวอย่างกับเขาเป็นสัตว์ประหลาด ผู้จัดการที่ดูแลภาพยนตร์และโทรทัศน์กลอกตาและปิดเปลือกตาลง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

คราวนี้ต้วนเชียนจี๋เงียบไปนานกว่าเดิม "แต่นี้ไป เธอคือผู้จัดการแผนกวิชวลโปรเจ็กต์และโปรดิวเซอร์ของโปรเจ็กต์แสงเหนือ การจัดสรรบุคลากรเธอตัดสินใจเอง สำหรับรางวัลค่าขวัญกำลังใจของทีมโปรเจ็กต์แสงเหนือ จู้เจินจะเป็นคนติดต่อหลังการประชุม"

หนึ่งในผู้ช่วยที่ยืนด้านหลังต้วนเชียนจี๋ก้าวขึ้นมาและยิ้มให้ฟางจ้าว

"บริษัทให้อภิสิทธิ์​กับผู้มีความสามารถ" ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมีอารมณ์เสถียร ต้วนเชียนจี๋ถามฟางจ้าวที่ดูกำลังคิดอะไรบางอย่าง "มีเรื่อง​อะไรหรือ ?"

"เรื่องนึงครับ"

"ว่ามา"

"ผมพาหมามาที่ทำงานได้มั้ย ?"

"..."




NEKOPOST.NET