Superstars of Tomorrow ตอนที่ 26 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.26 - แรกในประวัติศาสตร์ !


026 แรกในประวัติศาสตร์ !

ในใจของฉู่กวงยังข้องใจเป็นอย่างมาก แต่เขาจะไม่รีบเร่งรัดคำตอบโดยไม่รู้เหตุผล​

เขาอยากฟังเพลงก่อน จูเลี่ยนจัดอันดับเพลงนั้นก่อน เพราะคุณภาพหรือเพราะว่าวิชวลไอดอลได้รับอภิสิทธิ์​กันแน่ ?

มีห้องฉายมากมายที่ซิลเวอร์วิงก์ บางออฟฟิศยังมีโสตทัศนูปกรณ์ที่ใช้เล่นมิวสิควิดีโอ หลังจากเซ็นสัญญากับค่าย ฉู่กวงได้รับออฟฟิศเป็นของตัวเอง ห้องฉายที่มีอุปกรณ์ครบครันตั้งอยู่ใกล้กับที่ที่เด็กใหม่อยู่ ดังนั้นฉู่กวงจึงวางแผนไปที่ห้องฉายและเล่นเพลงด้วยระบบเครื่องเสียงที่นั่น ดูว่าเพลงที่ได้รับเกียรติเป็นอันดับแรกเป็นเพลงประเภทไหนกัน

แต่ก่อนที่เขาจะไปถึง เขาสังเกตเห็นหรงเจิ้งและพวกเด็กใหม่คนอื่นปรากฏตัวกันแล้ว สีหน้าของหรงเจิ้งทั้งงุนงง, ประหลาดใจและไม่อยากเชื่อ — แต่ไม่ดูเหมือนคนที่รู้สึกว่าโดนปล้น

"มาด้วยเหรอ ? มาฟังด้วยกันสิ" หรงเจิ้งชี้ที่นั่งด้านข้าง

ฉู่กวงนั่งลงบนที่นั่งและมองภาพโฮโลแกรมหลังจากเครื่องฉายทำงาน ระบบสเตอริโอที่ล้ำสมัยถ่ายทอดทุกโน้ตเพลงอย่างชัดเจน

เป็นแนวอิเล็กทรอนิกส์, ร็อค หรือแนวยอดนิยมแนวไหนกันนะ ?

ชั่วขณะที่ดนตรีเริ่มขึ้น ฉู่กวงตกใจเมื่อพบว่าไม่ใช่ที่ว่ามาทั้งหมด !

ในมิวสิควิดีโอ

ผืนป่ากว้างใหญ่ไพศาลอันเขียวชอุ่ม เปี่ยมล้นไปด้วยพลังแห่งชีวิต ดอกไม้, พืชพรรณและต้นไม้ปรากฏหน้าตา​เลียนแบบมนุษย์ ลำต้นมีตา, จมูก และปาก

ช่างดูสงบสุข

ฉับพลันนั้นเอง ท้องฟ้าสีครามพลันถูกย้อมด้วยสีแดง

เสียงฮอร์นดังแผ่วสร้างทำนองเพลงที่ชวนไม่สบายใจด้วยเสียงทุ้มต่ำ ช่วงดนตรีที่ดูจะขัดกัน ก่อเกิดความวิตกกังวลอย่างลึกล้ำ เสียงบรรเลงของวงออร์เคสตร้าละม้ายกับเสียงกระซิบ คล้ายจะบอกว่าหายนะกำลังมาถึงแล้ว

"ซิมโฟนี ?!" ฉู่กวงตกใจจนแทบจะลุกขึ้นยืน

ในมิวสิควิดีโอ อุกกาบาตพร้อมประกายเพลิงพุ่งใส่โลก สิ่งมีชีวิตตื่นตกใจกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ก่อนตกอยู่ในก้นบึ้งแห่งความสิ้นหวัง

เสียงกลองหนักหน่วงคล้ายกับเสียงฟ้าร้อง ค่อย ๆ เพิ่มระดับเสียงและเร่ง​จังหวะ ถ่ายทอดการสั่นสะเทือนที่ไม่มั่นคง

ตึงตึง ! ตึงตึง !

มันอาจเป็นการร่วงหล่นของอุกกาบาต, การถล่มของภูเขา หรือเสียงหัวใจของใครบางคนที่เต้นรัวภายใต้ความกดดัน

บรรยากาศของความตื่นตระหนกและหวาดกลัวแผ่ขยาย

หลังจากอึกทึกด้วยการปะทะของดนตรีออร์เคสตร้าและเครื่องกระทบทั้งหมด เสียงร้องต่ำเริ่มร้องฮัม

แตกต่างจากเทคนิคการร้องโอเปร่าที่มีจิตวิญญาณเช่นที่ฉู่กวงคุ้นเคย เสียงนี้เปี่ยมด้วยความบ้าระห่ำและไร้ระเบียบ เสียงทอดถอนใจอันเศร้าสลดดังจากร่างเงาต้นไม้ในภาพ เสียงร้องที่มีอำนาจวิเศษดังผ่านอุปกรณ์เครื่องเสียงและเปล่งประกายตราตรึงลงทุกเส้นประสาทของสมอง

โน้ตดนตรีที่ตึงเครียดของซิมโฟนี​กลับมาอีกครั้ง กลองดังสั่นสะเทือนแก้วหูตีเป็นจังหวะสม่ำเสมอ โทนเสียงต่าง ๆ ที่สร้างด้วยเครื่องสังเคราะห์อิเล็กทรอนิกส์ปล่อยบรรยากาศมืดมนมากขึ้นทุกที เสียงโหยหวนคล้ายกับการบุกรุกจากขอบฟ้าอันไกลโพ้น

โลกกำลังป่วย

การรวมกันของเสียงเครื่องกระทบหนักหน่วงและเสียงเครื่องลมไม้คร่ำครวญเป็นเค้าลางของสัตว์กลายพันธ์ที่ดุร้ายไร้ปรานี

ทุกแห่งเต็มไปด้วยสัตว์ร้าย

ร่องรอยแห่งหายนะเขมือบผืนแผ่นดิน ต้นไม้สูงตระหง่านที่ไม่รู้ว่าเติบโตมานานเพียงใดทรุดล้มลงทีละต้น บ้างถูกอุกกาบาตที่ร่วงหล่น บ้างล้มลงด้วยแรงสั่นสะเทือนขนาดใหญ่ของโลก บ้างยังถูกบดขยี้ด้วยเงาร่างที่ระเห็จหนี ถูกย่ำยีด้วยภัยพิบัติที่ดำเนินต่อเนื่อง ทุกชีวิตถูกชักพาสู่ความตายอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ภายใต้หายนะแห่งธรรมชาติ สรรพสิ่งช่างเล็กจ้อย ดวงอาทิตย์ถูกบดบังด้วยหมอกหนา ความอบอุ่นที่หลงเหลือในชั้นบรรยากาศค่อย ๆ จางหายท่ามกลางโศกนาฏกรรมที่ผุดขึ้นทุกหย่อมหญ้า​

การผสานกันของเปียโนและเครื่องลมไม้สร้างดนตรีที่นำเสนอธีมของ 'วันสิ้นโลก'​ เผยภาพของซากศพที่เกลื่อนกลาดทั่วผืนดิน

เสียงเครื่องสายสลับซับซ้อนกับการเรียบเรียงเสียงที่มีเสน่ห์ ประกอบกับระบบเสียงชั้นยอด ถ่ายทอดเสียงดนตรีสู่สมองของมนุษย์อย่างแม่นยำ ราวกับมีพลังเหนือธรรมชาติมากระชากวิญญาณ ชักพาเข้าสู่ประวัติศาสตร์ยุคนั้นด้วยความไม่สมัครใจได้อย่างง่ายดาย

เสียงทุ้มต่ำของวงออร์เคสตร้าแฝงด้วยความหนักอึ้งของประวัติศาสตร์ ต่อให้คุณหลับตาลง ภาพของความหนักหน่วง, ความโกลาหล, ความทุกข์ยาก และแผ่นดินที่ช้ำระบมก็ยังคงแล่นเข้ามาในความคิด มันคือช่วงเวลาที่ทุกคนในยุคใหม่รู้จักดี

100 ปีแห่งหายนะ !

ทำนองเปียโนเสียงต่ำสละสลวยชวนให้นึกถึงเสียงสะอื้นอันเจ็บปวดมาพร้อมกับฉากของดินแดนรกร้าง ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ก้าวข้ามขีดจำกัดของเครื่องดนตรีดั้งเดิม สร้างบรรยากาศที่น่าใจหายด้วยการเรียบเรียงเสียงที่ผิดขนบ ราวกับเสียงกระซิบกระซาบของดนตรีปริศนา​

เสียงค่อย ๆ เปลี่ยนไปอีกครั้ง คราวนี้เป็นการตอกย้ำความระส่ำระส่ายในจิตใจ เต็มเปี่ยมไปด้วยความวิตกกังวลและตื่นตระหนก

ในดาวเคราะห์ที่ป่วยนี้ เต็มไปด้วยภาพของความโกลาหลและวิปโยค ความตายและการบาดเจ็บมากมาย ผืนป่าที่ครั้งหนึ่งเคยเขียวชอุ่มกลายเป็นหมดสิ้นดูน่าสังเวช สัตว์กลายพันธุ์ย่ำยีกลืนกินร่างตายของวิญญาณไร้เดียงสา ทะเลเพลิงลุกโหมโชติช่วง

เค้าร่างที่ถูกโฟกัสในภาพ มันมองไปรอบตัว ดวงตาเผยให้เห็นถึงความเศร้าโศกและหมดหวังอย่างลึกล้ำ นี่คือจุดจบหรือไร ? สรรพชีวิตบนโลกต้องจบสิ้นลงเช่นนี้หรือ ?

ร่างนั้นเริ่มฮัมเพลงด้วยเสียงทุ้มต่ำ เสียงฮัมคล้ายกับดึงมาจากก้นบึ้งของหัวใจ — ไว้อาลัยแก่บรรดาผู้วายชนม์​ และอนาคตอันไม่แน่นอนที่รออยู่

ดนตรีรุนแรงขึ้น เสียงเศร้าสร้อยของเครื่องเป่าลมไม้ผสมกับจังหวะเครื่องกระทบที่ตีอย่างสม่ำเสมอคล้ายกับก้อนหินกลิ้ง จังหวะหนักและโน้ตที่ทอดยาวบอกเป็นนัยถึงความลังเลในใจของมัน แต่เสียงฮอร์นดังทำลาย และปลุกความหวังในการเอาชีวิตรอดขึ้นมาอีกครั้ง !

อันตรายกำลังใกล้เข้ามา ดินแดนนี้ไม่เหมาะสำหรับการอยู่รอดอีกต่อไป

มันควรขดตัวในมุมมืดและอธิษฐานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มกะลาหัว หรือควรมองหาหนทางอื่น ?

มันยืนอยู่บนขอบของแสงและเงา ยืนอยู่ในอันตรายที่เต็มไปด้วยเลือดและเปลวเพลิง มันต้องตัดสินใจ

จังหวะของดนตรีเปลี่ยนไป ราวกับว่าจุดเปลี่ยนได้มาถึงแล้ว ฟลุตบรรเลงเดี่ยวผนวกกับเสียงสังเคราะห์ที่เร่งความเร็วขึ้น หลังจากการหยุดสั้น ๆ ท่วงทำนองก็กลายเป็นฮึกเหิม

กระแสความคิดที่พรั่งพรู ถูกทำลายด้วยการตัดสินใจต่อสู้

เสียงของเปียโนเพิ่มอัตรา​ความเร็ว​ทีละขั้นอย่างรวดเร็ว เสียงอึกทึกและทรงพลังของกลองทิมปานีทลายความลังเลในจิตใจ ภายใต้สถานการณ์ที่ไร้ความหวัง ความอับจนหนทาง ท่วงทำนองเพลงกล้าหาญและเด็ดเดี่ยว

ภายในมิวสิควิดีโอ มันเคยถูกฝังลึกในพื้น รากของมันปลดปล่อยตัวเองออกจากพันธนาการของโลก หลุดออกจากผืนดิน บิดรากของมันให้มีรูปลักษณ์​ที่เหมาะสมกับการเดิน ใบไม้สีเขียวขจีของมันหงิกงอและกิ่งก้านหนาของมันหดลง

ในที่สุด มันออกเดินก้าวแรก !

เสียงร้องดังขึ้นอีกครั้งถ่ายทอดรัศมีทรงพลังที่ทำให้เส้นผมทุกเส้นบนร่างกายลุกชัน ประหนึ่งพายุที่พลันก่อตัว

"ไม่อาจละทิ้ง

และไม่อาจยอมแพ้

ความหวังยังมี

มุ่งหน้าต่อไป

แม้มีขวากหนามกั้น​

..."

เป็นครั้งแรกในชีวิตของมันที่ยืนหยัด​บนผืนดินโดยสมบูรณ์แบบ มันไม่รู้ว่านานแค่ไหนในการค้นหาปลายทางของมัน แต่ตอนนี้มันได้ออกเดินก้าวแรกแล้ว มันสามารถไปต่อได้ถึงหนึ่งพันก้าว และหนึ่งหมื่นก้าว !

กฎเกณฑ์​ธรรมชาติอาจมีชัย แต่ตัวแปรและกฎเกณฑ์เป็นของคู่​กัน !

หนึ่งการตัดสินใจ เปลี่ยนแปลงโชคชะตา

มันหันกลับไปมองเผ่าพันธุ์ของมัน

แสงอ่อนของรุ่งอรุณแผ่ออก ขณะที่เสียงทรัมเป็ตฟังคล้ายกับปลุกเรียกผู้หลับใหล

หลังจากเสียงแหลมเสียดหู ติดตามด้วยเสียงประสานเสียงสูงที่ไม่กลมกลืน​กันดังให้ได้ยิน อันเพิ่มน้ำหนักแล้วความฮึกโหมให้กับฝีก้าวยืนหยัดบนโลก

ต้นที่หนึ่ง, ต้นที่สอง, ต้นที่สิบ, ต้นที่หนึ่งร้อย, ...

ดั่งผีเสื้อกระพือปีก เค้าร่างเริ่มลุกขึ้นยืนหยัดราวกับกระแสคลื่น

ผู้รอดชีวิตนับพัน แหวกพันธนาการจากผืนดินและลุกขึ้น เหมือน​กับผู้ที่อยู่เบื้องหน้าพวกมัน แปลงกายพวกมันให้เหมาะสมกับการเดิน

นับแต่นี้ พวกมันจะออกจากบ้านเกิดที่หล่อเลี้ยงพวกมัน ความสงบสุขไม่มีอีกแล้ว

นับแต่นี้ พวกมันจะไม่ขี้ขลาดอีกต่อไป

ไม่มีผู้ใดเกิดมาแข็งแกร่ง แต่เพื่อเอาชีวิตรอด ทำไมจึงไม่ออกก้าวแรกเสียล่ะ ?!

ไม่มีทางย้อนกลับ !

เพื่อมีชีวิตรอด พวกมันต้องมุ่งไปข้างหน้า !

บางทีอาจมีสักแห่งบนโลกที่พวกมันจะสามารถใช้ชีวิตได้ ?

เครื่องดนตรีออร์เคสตร้าลากเสียงยาว เสียงกลองดังกัมปนาทราวกับฟ้าร้องเหนือเมฆ ประหนึ่งเป็นการอารัมภบทของเรื่องราวที่กำลังจะมาถึง

ในด้านหนึ่ง คือภาพของผู้รอดชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วนที่ออกจากบ้านเกิดเมืองนอน​ของตัวเอง ในอีกด้าน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยการนองเลือด เค้าร่างของปิศาจปรากฏตัว​ขึ้น​

ภาพเลือนหายไป

เครดิตเลื่อนขึ้นมา —

"นำแสดง: แสงเหนือ

สายพันธุ์: หลงเซี่ยงเทียนหลัว

ชื่อเพลง: 'ร้อยปีแห่งหายนะ' มูฟเมนต์ที่หนึ่ง — 'ทัณฑ์สวรรค์'

โปรดิวเซอร์: ฟางจ้าว

ทีมผลิต: ทีมงานโปรเจ็กต์แสงเหนือ,ฟางจ้าว, จู่เหวิน, ซ่งเหมี่ยว, ผางผู่ซ่ง, เจิงฮว่าง, ว่านเย่ว์, จี้โป๋หลุน, เป่ยจี๋

ซิลเวอร์วิงก์มีเดีย อำนวยการผลิต"

ดนตรีและฟุตเทจจบลงในเวลาเดียวกัน

คนดูในห้องฉายผ่อนลมหายใจยาว ราวกับพวกเขาหายใจไม่ออกเป็นเวลานาน ฟื้นตัวจากความเย็นเยียบถึงกระดูกสันหลัง

"นี่... นี่มัน..." ฉู่กวงไม่มีความกล้าที่จะพูดคำที่อยู่ในความคิด เขาสงสัยการตัดสินของตัวเอง ความขุ่นเคืองก่อนหน้านี้หายลับไปแล้ว

......

ณ แผนกเรียบเรียงเสียงประสาน

หยาเอ้อหลินอยู่ในห้องฉายกับคนของเขา

เขาหลับตาและสูดลมหายใจลึก ราวกับสูดกลิ่นหอมที่อยู่ในอากาศ

"ได้กลิ่นมั้ย ?" หยาเอ้อหลินกระซิบกับนักเรียบเรียงเสียงประสานที่นั่งถัดจากเขา

"อะไรครับ ?" พวกเขายังมึนตึงอยู่

"กลิ่นของมหากาพย์"

มีแนวเพลงในยุคใหม่ที่แตกต่างจากเพลงป๊อปและเพลงคลาสสิคที่ครอบคลุมซ้ำ ๆ บางทีมันคงไม่มีแฟนเพลงมากมายนัก แต่ไม่มีใครที่โต้แย้งสถานะของพวกมัน !

มันแยกความเป็นและความตาย , คืนชีพในความสิ้นหวัง, ความเวิ้งว้างไพศาลแห่งจักรวาลและความยิ่งใหญ่ของกาแล็คซี, กุมความฝันและความหวังอันไร้ขอบเขต, สุนทรียภาพแห่งชีวิต และเป็นปาฏิหาริย์ในยามไร้ความหวัง สั่นสะเทือนถึงจิตวิญญาณโดยแท้จริง !

ผู้คนเรียกมันว่า — มหากาพย์ !

มหากาพย์ !

นั่นคือคำที่หยาเอ้อหลินระงับไว้ตอนที่เขาได้ยินเดโม่ คำเดียวกับที่ฉู่กวงลังเลที่จะพูดออกมา

ตอนที่เขาฟังเดโม่ หยาเอ้อหลินไม่แน่ใจว่าผลงานสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไร เขาจึงไม่อยากสรุปความ เพลงซิมโฟนีไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำ มันยากที่จะสร้างแนวทางที่พึงพอใจโดยปราศจากประสบการณ์ที่เพียงพอ และความไวของประสาทกับความสามารถในการควบคุมผลงานทั้งหมด กระทั่งหยาเอ้อหลินก็ไม่มีความมั่นใจว่าเขาจะสามารถประพันธ์เพลงที่สมบูรณ์แบบแบบนั้นได้

นั่นเป็นเหตุผลที่ตอนได้ยินเดโม่ครั้งแรก หยาเอ้อหลินสงสัยความสามารถของฟางจ้าว เขายังเด็กเกินไป หายากที่มีใครสามารถแต่งและควบคุมเพลงแบบนั้นได้

แต่เมื่อเขาได้ยินการตัดต่อสุดท้าย หยาเอ้อหลินตระหนักว่าฟางจ้าวควบคุมรายละเอียดอย่างความดังและความช้าเร็ว​ได้สมบูรณ์แบบ เขาผสานดนตรีออร์เคสตร้ากับดนตรีอิเล็กทรอนิกจากยุคใหม่ได้อย่างลงตัว มีการคิดอย่างถี่ถ้วนในมิติของเสียงและภาพรวม ทำนองทรงพลัง หากแต่ละเอียดอ่อนอย่างงดงาม ถ่ายทอดอารมณ์ของมิวสิควิดีโออย่างเต็มที่ !

คุ้นเคยกับเนื้อเพลงที่น่ารักมีชีวิตชีวา, ดนตรีบัลลาร์ด​ที่น่าหลงใหลคึกคัก และเพลงสไตล์อื่น ๆ นี่เป็นครั้งแรกที่หรงเจิ้ง, ฉู่กวง และคนอื่น ๆ ได้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของมหากาพย์

ท่วงทำนองไพเราะจับใจ ผู้ฟังทุกคนถูกเคลื่อนย้ายไปในช่วงเวลาที่อันตรายเหล่านั้น ท่องเดินทางผ่านชั้นหมอกโลหิต​เพื่อเป็นสักขีพยานในวิวัฒนาการของเผ่าพันธุ์ ติดตามรอยเท้าของพวกมันทีละต้น ทีละต้น...

นี่คือวันสิ้นโลก เสียงร้องแห่งชีวิต !

ทำนองและเสียงที่ทรงพลังฝังลึกเข้าไปไขกระดูก !

นั่นคือ มหากาพย์ ในพจนานุกรมของหยาเอ้อหลิน !

ภายใต้การผสานกันอย่างลงตัวของโน้ตเพลงและเสียงร้อง อำนาจของดนตรีที่เสียดแทงและสร้างแรงบันดาลอันงดงามและทรงพลัง นี่แหละ !

"ใช่หรือไม่ใช่ บางทีคงจะได้รู้กันในบ่ายนี้"

หยาเอ้อหลินประเมินการตอบสนองของวงการต่ำเกินไป

มันไม่ต้องใช้เวลาทั้งวันเลย วันที่ 1 ตุลาคม 9 โมงตรง หนึ่งชั่วโมงหลังจาก 'ทัณฑ์สวรรค์' ถูกปล่อย

สื่อที่ได้รับการยอมรับที่สุดในวงการของหยานโจว 'เสียงแห่งหยานโจว' ที่ก่อตั้งโดยสมาคมดนตรีหยานโจว โพสต์ความคิดเห็น:

"นับแต่การเริ่มต้นของยุคใหม่ แสงเหนือ คือวิชวลไอดอลตัวแรกที่เดบิวต์ครั้งแรกด้วย 'มหากาพย์'..."

 


(ชื่อเพลงอ้างอิงที่คนเขียนระบุไว้: Last Reunion, Merchant Prince, Beyond Our Dreams, Sin And Restitution)




NEKOPOST.NET