Superstars of Tomorrow ตอนที่ 21 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.21 - หลีกหน่อย


021 หลีกหน่อย

หลังจากหาต้นเสียงได้แล้ว ฟางจ้าวไปเช่าอุปกรณ์มืออาชีพในการสร้างเสียง โดยปกติที่บริษัทมีอุปกรณ์ที่ดีที่สุดของด้านนี้ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์และเครื่องมือชั้นยอดอื่น ๆ แต่ทุกคน — โดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งหรือแผนก — ต้องจ่ายค่าเช่าอุปกรณ์

บางอุปกรณ์ที่นิยมมากต้องจองไว้ล่วงหน้า เรื่องดีก็คือไม่มีการแข่งขันในอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับโปรเจ็กต์วิชวลไอดอล ดังนั้นการจองล่วงหน้าจึงไม่จำเป็น ฟางจ้าวคุยกับปู้หลายและขอเครื่องมือที่จำเป็นจากแผนกทรัพย์สิน

ฟางจ้าวยังยืมช่างเทคนิคจากแผนกอื่นมาทำงานด้านเสียงด้วย เธอเป็นเด็กสาวเพิ่งเรียนจบที่มีความชำนาญในการจัดการเพลง, โพสต์-โปรดักชั่น, การปรับเสียง และอื่น ๆ เธอเพิ่งได้รับการว่าจ้างโดยซิลเวอร์วิงก์ เพราะว่าเธอเป็นเด็กใหม่ เมื่อฟางจ้าวขอยืมคน เธอจึงถูกทีมโยนออกมาเป็นลูกแกะสังเวย

"สะ...สวัสดีค่ะ ฉะ... ฉันชื่อ ซ่งเหมี่ยว ฉันเคยมีหน้าที่เป็นช่างเสียง นี่คือ...นี่คือประกาศนียบัตรและใบรับรองการสำเร็จการศึกษาของฉันค่ะ" ซ่งเหมี่ยวยื่นเอกสารรับรองของเธอ เมื่อมาถึงแผนกโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลเป็นครั้งแรก เธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อยและพูดติด ๆ ขัด ๆ

ฟางจ้าวมองพนักงานที่เขายืมตัวมา ผมยาวเล็กน้อยของเธอมัดเป็นหางม้าแบบลวก ๆ แต่งชุดวอร์มกับรองเท้าพื้นราบ เป็นชุดแบบช่างเทคนิคอย่างเห็นได้ชัด เธอถือกล่องเครื่องมือและดูตึงเครียด บางทีคงประหม่าเกี่ยวกับสถานที่ทำงานใหม่ของเธอ

หลังจากถามสองสามคำถามเกี่ยวกับการปรับเสียง ฟางจ้าวเรียกตัวผางผู่ซ่ง "พาซ่งเหมี่ยวไปที่สตูดิโอของพวกเรา"

"ครับ !" ได้เวลาอัดเสียงในที่สุด ผางผู่ซ่งตื่นตัว

การสร้างฐานข้อมูลเสียงที่สมบูรณ์จำเป็นต้องมีระบบมืออาชีพ ตอนนี้อุปกรณ์อยู่ในสถานที่แล้ว ซ่งเหมี่ยวจะเป็นคนดูแลส่วนที่เหลือ เธอต้องบันทึกและประมวลผลตัวอย่างเสียงและสร้างฐานข้อมูลเสียง

โชคดีที่ปัจจุบันอุปกรณ์มีความฉลาดสูงและประหยัดแรงมนุษย์ ไม่อย่างนั้นซ่งเหมี่ยวคงงานล้นมือ ด้วยต้นเสียงได้รับการดูแลแล้ว ฟางจ้าวจึงแวะไปดูจู่เหวินว่าวิชวลไอดอลมีหน้าตาไปถึงไหนแล้ว

"จริงสิ หาคนมาเป็นแบบดวงตาแล้วยัง ?" จู่เหวินถาม วิชวลไอดอลเป็นมนุษย์ต้นไม้ พวกเขาไม่สามารถพึ่งการแสดงออกทางสีหน้าได้มากนัก ดังนั้นสายตาของมันจึงมีความสำคัญมาก

แบบดวงตา คือการถ่ายทำดวงตาให้วิชวลไอดอล นักแสดงบางคนที่หน้าตาไร้มูลค่า ขาดอำนาจและภาระหน้าที่ หรือโชคไม่ดีพอที่จะได้รับการสนับสนุน มีสถานะต่ำในวงการบันเทิงและยากจะได้ยืนบนเวที มีบทบาทไม่มากในภาพยนตร์ และมีสภาวะที่ไม่มั่นคง ดังนั้นพวกเขาจึงมักต้องรับลำไพ่อื่น อย่างการถ่ายทำดวงตาสำหรับวิชวลไอดอล

ทีมโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลที่มีความต้องการไม่สูงมักใช้ดวงตาที่มีอยู่แล้วจากฐานข้อมูลโดยตรง อย่างเช่นดวงตาจากภาพยนตร์เก่าของนักแสดงที่มีทักษะการแสดง นำมารวมเข้าด้วยกันกับวิชวลไอดอล แต่กับทีมโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลที่มีความต้องการสูงกว่ามักถ่ายทำดวงตาใหม่ในตามค่าที่หลากหลาย

แม้แต่ดารานักแสดงเจ้าบทบาท ก็ยังต้องถ่ายทอดการแสดงให้ตรงตามบริบทของเนื้อเรื่องและเข้าถึงตัวละครนั้น ๆ ของพวกเขา หากวิชวลไอดอลถูกสร้างขึ้นในบริบทและบุคลิกแตกต่างกัน เช่นนั้นแบบดวงตาเหล่านั้นก็ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้งาน พวกมันมีแต่จะทำให้คนดูรู้สึกประหลาด

คนที่ต่อต้านวิชวลไอดอลมักใช้เป็นข้อกล่าวหาว่าพวกมันคือของลอกเลียนแบบ แต่ทีมโปรเจ็กต์ที่อยู่เบื้องหลังวิชวลไอดอลเหล่านั้นไม่สนใจ ตราบที่พวกมันสามารถเรียกคนได้

จู่เหวินถามเรื่องแบบดวงตา เพราะเขาสังเกตได้ว่าฟางจ้าวจริงจังเรื่องโปรเจ็กต์ของพวกเขามากแค่ไหน

"เมื่อวาน ฉันบอกหัวหน้าตู้แล้ว เขาว่าเขาจะพยายามหาคนที่เหมาะสมให้"

เพียงตอนที่ฟางจ้าวกำลังพูด ตู้อังก็มาถึงชั้นที่ 50 กับอีกคนหนึ่ง

ถึงแม้ตู้อังจะไม่อยากข้องเกี่ยวกับโปรเจ็กต์วิชวลไอดอล แต่ถึงอย่างไรเขาก็มีหน้าที่เป็นผู้จัดการ ดังนั้นเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงไปได้โดยสมบูรณ์ หลังจากถามฟางจ้าวเกี่ยวกับหน้าตาของวิชวลไอดอลด้วยความอยากรู้ ตู้อังตกอยู่ในภวังค์ลึกภายในห้องทำงานของเขาตลอดวัน เขากระทั่งสงสัยว่าควรจะล้มการตัดสินใจก่อนหน้านี้ของฟางจ้าวและคุมบังเหียนเสียเอง

แต่ลงท้ายตู้อังคิดแล้วคิดอีก เขารู้ว่าเขาไม่ได้มีความคิดสร้างสรรค์แบบนั้น ไม่ว่าฟางจ้าวจะตัดสินใจอย่างไร ตอนนี้โปรเจ็กต์ก็กำลังดำเนินการกันแล้ว เขามีแต่ต้องมอบการควบคุมให้ฟางจ้าว ต่อให้เขาล้มเหลวและกลายเป็นประเด็นขบขัน เขาก็สามารถนับมันเป็นประสบการณ์ชีวิตได้ ถึงอย่างไรเขาก็ยังเป็นเด็ก ความลำบากเป็นเรื่องดี และไม่ว่าโปรเจ็กต์ทางตันจะล้มเหลวแค่ไหน บริษัทก็ไม่เอาเรื่องเอาความกับเด็กใหม่อย่างฟางจ้าวหรอก

ดังนั้นหลังจากฟางจ้าวโผล่มาเมื่อวานนี้ ตู้อังติดต่อเพื่อนสองสามคนที่รับผิดชอบนักแสดง

โดยไม่ต้องคำนึงว่าเป็นนักร้องหรือนักแสดง ทุกคนล้วนมีลำดับขั้นอยู่ภายใน พวกเขาแบ่งประเภทในสัญญาของพวกเขาเป็นเกรด D ถึง A เกรด A คือสถานะสูงสุด ขณะที่คนมีพรสวรรค์ชั้นเลิศถูกจัดเป็นเกรด S ซึ่งเป็นประเภทที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

เกรด D โดยทั่วไปแล้วเป็นเด็กใหม่หรือนักแสดงชายขอบ ตู้อังมองสูงกว่านั้น ดังนั้นเมื่อถามเพื่อนเพื่อยืมคน เขาจึงเข้าหาเอเย่นต์ที่รับผิดชอบนักแสดงเกรด B และ C

"ฉันให้นักแสดงเกรด B ไม่ได้หรอกนะ ฉันเก็บไว้สำหรับขึ้นเกรด A พวกเขาจะมาพลาดไม่ได้ แต่นักแสดงเกรด C ฉันจะลองคัดดู" นั่นคือการตอบรับของเพื่อนเก่าของเขาเมื่อวานนี้ วันนี้เขาพานักแสดงเข้ามา

ได้นักแสดงเกรด C มาก็เพียงพอแล้ว ตู้อังคิด ถึงแม้นักแสดงเกรด C จะไม่เก่ง แต่เขาก็ยังดีกว่าคนอื่น ๆ ถ้าใช้การไม่ได้ แบบนั้นพวกเขาก็ใช้แบบดวงตาจากฐานข้อมูลเอา นั่นประหยัดปัญหาไปได้มาก

"นี่คือจี้โป๋หลุน เขาเคยแสดงในภาพยนตร์เกี่ยวกับยุคหายนะ เขาน่าจะช่วยเธอได้" ตู้อังกลับไปหลังจากพูดคร่าว ๆ กับฟางจ้าว

ฟางจ้าวมองนักแสดงคนใหม่ที่ยืมตัวมา เขาได้ยินมาว่าเป็นนักแสดงเกรด C เขาแยกความแตกต่างระหว่างเกรดแบบชัด ๆ ไม่ได้และไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้องนักในความทรงจำใหม่ ดังนั้นเขาจึงปฏิบัติกับนักแสดงด้วยความสุภาพ ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็มาเพื่อช่วยเหลือพวกเขา

ตรงกันข้ามกับความยับยั้งใจและตึงเครียดของซ่งเหมี่ยว นักแสดงคนนี้ทำตัวเหมือนเป็นดารา จริงทีเดียวที่เขาค่อนข้างหน้าตาดี ในยุคนี้สามารถเป็นดาวเด่นได้เลย ผมของเขาได้รับการหวีอย่างพิถีพิถัน ร่างสูงโปร่ง ท่าทีที่สุภาพและสง่างาม ทว่ามันคือการเสแสร้ง

จี้โป๋หลุนกวาดตาประเมินการตกแต่งของชั้นที่ 50 และเหลือบมองฟางจ้าวกับคนอื่นด้วยสายตาเหนือกว่าและเย่อหยิ่ง

"เริ่มเลยเถอะ นายอยากถ่ายอะไร ? ฉันมีเวลาไม่เยอะ" หลังจากปัดแขนที่ไร้ฝุ่นเสื้อของตัวเอง จี้โป๋หลุนเริ่มเดิน

จู่เหวินมองฟางจ้าวที่พยักหน้า เขานำทางจี้โป๋หลุนไปสตูดิโอถ่ายทำ "ทางนี้"

ฟางจ้าวอธิบายเกี่ยวกับฉากที่พวกเขาต้องการถ่ายคร่าว ๆ เพียงไม่กี่คำ จี้โป๋หลุนก็พูดขัด "ได้ เข้าใจแล้ว ฉันเคยทำที่นายว่ามาก่อน ถอยไปหน่อย" เขาย้ายสายตาไปที่จู่เหวิน "พร้อมล่ะ เริ่มได้"

ฟางจ้าวไม่พูดอะไร ถอยกลับและนั่งบนเก้าอี้ถัดจากจู่เหวิน เขาไม่โกรธท่าทีของอีกฝ่าย ตราบที่งานถ่ายออกมาดี

ทางด้านจี้โป๋หลุน หลังจากปรับอารมณ์ของตัวเองก็เริ่มแสดงอย่างมีพลัง

ไม่ต้องพูดเลยว่าถึงแม้จี้โป๋หลุนจะเป็นพวกหยิ่งผยองและดูถูกคนอื่น แต่เขาก็แสดงอย่างจริงจัง เพียงแต่...

"ฉันว่านะ ทำไมเราไม่แค่หาแบบที่เหมาะในฐานข้อมูลเอาล่ะ ?" จู่เหวินพิมพ์ในกำไลข้อมือของตัวเอง จี้โป๋หลุนกำลังแสดง เขาไม่สามารถพูดสิ่งที่คิดได้

จี้โป๋หลุนจริงจังในการแสดง เห็นได้ชัดว่าไม่ได้แค่ทำลวก ๆ แต่ยังมีช่องว่างมากนักเมื่อเทียบกับนักแสดงชั้นนำ ช่องว่างนั้นยิ่งชัดเจนเมื่อเน้นที่ดวงตา ไม่นานนี้จู่เหวินได้ดูภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับยุคหายนะหลายเรื่อง เทียบกันแล้วทักษะการแสดงของจี้โป๋หลุนออกจะงุ่มง่าม คงดีกว่าที่พวกเขาจะแค่ค้นหาจากฐานข้อมูลเอา

ฟางจ้าวเริ่มขมวดคิ้ว หลังจากอ่านข้อความของจู่เหวิน เขาลุกขึ้น เดินตรงไปที่จี้โป๋หลุนและสะกิดไหล่ของเขา

"อะไรของนาย ? ไม่เห็นรึไงว่าฉันกำลังแสดงอยู่ ?" จี้โป๋หลุนอารมณ์ร้อน "นายรู้มั้ยว่าการเข้าถึงบทบาทคืออะไร ? นายกำลังขัดจังหวะความคิดของฉัน"

จี้โป๋หลุนโกรธที่เขาถูกสะกิดไหล่ตอนที่เขากำลังสวมบทบาท เขาหันศีรษะและมองฟางจ้าวที่ยกมือของตัวเองและชี้ไปด้านข้าง "หลีกไปหน่อย"




NEKOPOST.NET