Superstars of Tomorrow ตอนที่ 20 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.20 - อีกหนึ่งตัวประหลาด


020 อีกหนึ่งตัวประหลาด

ตัดสินจากการฝึกอุ่นเครื่องที่เขากำลังทำ เด็กหนุ่มคนนี้กำลังเตรียมการคอรัส

ตอนที่ฟางจ้าวเคลื่อนที่เข้าหา เด็กหนุ่มหยุดการฝึกของตัวเองในทันที และพบว่าเป้าหมายของฟางจ้าวคือตัวเขาเอง เขาเริ่มตื่นตระหนก

"ขะ-ขะ-ขะ-ขอโทษครับ ผะ-ผะ-ผม-ผมรบกวนคุณเหรอครับ ?" เด็กหนุ่มพูดติดอ่าง

"เปล่า คุณฝึกต่อเถอะ ฉันแค่ฟังเท่านั้น" ฟางจ้าวนั่งลงบนเก้าอี้ที่มุม มุมนั้นว่าง นักร้องคนอื่นต่างหลีกเลี่ยงบริเวณนั้น เก้าอี้จึงว่างเปล่าทั้งหมด

เด็กหนุ่มเกาหัวตัวเองอย่างลังเล เขาเหลือบมองฟางจ้าวและขามุง เขาอ้าปากแต่ไม่มีอะไรออกมา มันอย่างกับว่าเขาถูกห้อมล้อมโดยฝูงชนที่จับตามองเขา ถ้าหากว่าเขากลัวและประหม่าจนเสียงของเขาทำให้คนอื่นกลัวล่ะจะเป็นยังไงน่ะ ? พวกเขาจะเตะเขาออกไปมั้ย ?

หลังจากไตร่ตรองเรื่องนี้ เด็กหนุ่มหยุดโดยสิ้นเชิงและเดินไปที่มุม เขาตัดสินใจพักและค่อยเริ่มใหม่ตอนที่คนอื่นย้ายความสนใจของพวกเขาไปแล้ว

"ชื่ออะไร ?" ฟางจ้าวถาม "เตรียมร้องคอรัสเหรอ ?"

"คณะประสานเสียงซิลเวอร์วิงก์กำลังรับคนเพิ่มน่ะ ผมมาที่นี่เพื่อเสี่ยงโชค" เด็กหนุ่มเค้นแก้วน้ำอย่างประหม่า "ผมชื่อ ผางผู่ซ่ง ฟังดูเหมือนดนตรีเลยใช่มั้ยล่ะ ? ฮ่า ๆ ..."

เขาอยากพูดตลกเพื่อลดความตึงเครียดของตัวเอง แต่ผางผู่ซ่งกลับยิ่งเครียดกว่าเดิมหลังจากหัวเราะ เขาสงสัยว่าหากอีกฝ่ายจะอ้าปากไล่เขาออกไป

"ฉันชื่อ ฟางจ้าว" ผางผู่ซ่งได้ยินอีกฝ่ายพูด "ฉันเป็นโปรดิวเซอร์โปรเจ็กต์วิชวลไอดอลของซิลเวอร์วิงก์"

โปรดิวเซอร์ ! นี่มันขาใหญ่ !

ผางผู่ซ่งรู้สึกเกรงขาม มันชัดเจนว่าอีกฝ่ายอายุพอ ๆ กับตัวเขา และเขาเป็นโปรดิวเซอร์แล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยที่เขาเปล่งรัศมีมีอำนาจแบบนั้นออกมา

"ฉันกำลังมองหาเสียงเริ่มต้น แล้วได้ยินการฝึกอุ่นเครื่องของคุณ คิดว่าคุณอาจเหมาะ แต่อยากฟังอีกหน่อย คุณลองร้องท่อนนั้นอีกทีหน่อย ไม่ต้องอั้น ช่างเรื่องคอรัสไป ร้องแบบที่ปกติคุณร้อง" ฟางจ้าวกล่าว

ผางผู่ซ่งรู้สึกอย่างกับถูกฟาดด้วยก้อนหินยักษ์ เขาหน้ามืดเล็กน้อย เขาสงสัยว่าหากตัวเองจะฟังผิด "ระ-ระ-ร้อง-ร้องอีกครั้ง ?"

"ใช่ ส่วนที่คุณกำลังฝึก ไม่ต้องอั้น ไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรทั้งนั้น" ฟางจ้าวอธิบายอย่างอดทน

"ดะ-ดะ-ดะ-ได้ครับ !" ผางผู่ซ่งวางแก้วน้ำและลุกขึ้น เขาไม่ได้วางแก้วน้ำดี ๆ มันจึงแทบล้มและหมุนลุน แต่เขาไม่ได้หันกลับไปมอง เขาจริงจังอย่างกับทหารเตรียมออกศึก

สายตารอบ ๆ ยังจับความสนใจที่เขา ทำให้ผางผู่ซ่งลังเลและเคลียร์ลำคอของตัวเอง แต่ไม่มีเสียงออกจากปาก

"ร้องไปสิ คุณจะมองพวกเขาทำไม ?" ฟางจ้าวถาม

"ครับ" ผางผู่ซ่งรวบรวมความคิด เขามาที่ซิลเวอร์วิงก์เพื่อออดิชั่นสำหรับตำแหน่งในคณะประสานเสียง การออดิชั่นถูกกำหนดเวลาหลัง 4 โมงเย็น ลุงของเขามีเพื่อนคนหนึ่งที่รับประกันให้เขาเข้าผ่านพื้นที่ซ้อมสาธารณะได้ นี่เป็นที่ที่เขาใช้ฝึกซ้อมก่อนการออดิชั่น เขาไม่คาดคิดว่าจะโชคดีแบบนี้ การเป็นต้นเสียงให้วิชวลไอดอลคือลำไพ่ที่ดีกว่าการร้องเพลงในคณะประสานเสียงนัก มันแตกต่างระหว่างตัวเอกกับเป็นตัวสนับสนุน

เขาพยายามอย่างยิ่งในการเมินความสนใจของคนอื่นและปล่อยวางความกังวล ผางผู่ซ่งเริ่มร้องซ้ำในส่วนที่เขาฝึก

ในตอนแรกเขามีปัญหาในการผ่อนคลาย แต่หลังจากการร้องไม่กี่ที เขาก็ไม่ยั้งอีกต่อไป

นักร้องสองสามคนที่สวมหูฟังอยู่ใกล้ ๆ กำลังร้องเพลงตามจังหวะที่เล่นในหูฟังของพวกเขา แต่พวกเขาเริ่มมีปัญหาในการร้องต่อ พวกเขาขมวดคิ้ว ปิดเสียงหูฟังของตัวเอง และเริ่มตะคอกใส่ผางผู่ซ่ง "ถ้าแกอยากร้องเพลงก็ออกไปข้างนอก แกไม่ได้รับการต้อนรับที่นี่ !"

"ใช่ แกไม่ได้รับการต้อนรับที่นี่ !"

"ทำไมไม่ถามให้ฟางจ้าวพาแกลงไปชั้นล่างแล้วร้องที่นั่นซะล่ะ ?"

"ถ้าแกกล้า ก็ลงไปข้างล่างกับฟางจ้าว ที่นั่นแกร้องได้ตามใจเลย" คนชมเหตุการณ์ร่วมวงด้วย

ครั้งนี้ผางผู่ซ่งหวาดผวา เขามองฟางจ้าวอย่างว่างเปล่า

ฟางจ้าวไม่สะทกสะท้านจากการต่อว่า ฉีกรอยยิ้มแทน เขาดูจะอารมณ์ดี

"นี่เป็นพื้นที่ฝึกซ้อมสาธารณะ ก็หมายความว่าทุกคนสามารถร้องได้อย่างอิสระที่นี่ คุณไม่มีสมาธิเองแล้วกล่าวโทษคนอื่น ? ถ้าคุณกล้า ทำไมไม่ไปฝึกในพื้นที่ซ้อมเดี่ยวเสียล่ะ ?" ฟางจ้าวกวาดตามองผู้กล่าวหา แล้วไม่พูดอะไรอีก ไม่มีประโยชน์ที่จะสิ้นเปลืองคำพูดกับคนที่เขาชิงชัง การกลั่นแกล้งรังแกพบเจอได้ทุกที่

เขาชี้ผางผู่ซ่ง "คุณมากับฉัน"

ผางผู่ซ่งดูอย่างกับเด็กหลงทาง หดคอที่สั้นอยู่แล้วและติดตามฟางจ้าวออกไปจากพื้นที่ฝึกซ้อมสาธารณะ

"โอ้ มันคิดว่ามันเป็นคนใหญ่คนโต !" ใครบางคนมองหลังของฟางจ้าวแล้วหัวเราะเยาะ

"ฟางจ้าวคงจะมาที่นี่เพื่อหาต้นเสียง"

"แหง ๆ เหอะ ต่อให้มาขอร้อง ฉันก็ไม่ไปหรอก"

"ทั้งหมดที่เขาทำได้ก็คือหลอกคนนอกที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เท่านั้นแหละ ดูไอ้งั่งที่มีความสุขตอนออกไปเมื่อกี้สิ"

……

หลังออกจากพื้นที่ซ้อมสาธารณะ ฟางจ้าวนำผางผู่ซ่งมาที่ออฟฟิศบนชั้น 50 และถามหากว่าอีกฝ่ายมีธุระอะไรหรือไม่ในอนาคต หากไม่ เขาอยากให้ผางผู่ซ่งเริ่มอัดเสียงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

"ไม่มีครับ ! เร็ว ๆ ผมไม่มีอะไรต้องทำเลยครับ !" ผางผู่ซ่งอดไม่ได้ที่จะขยับมาที่ขอบเก้าอี้ เขารอสิ่งที่ตามมาอย่างใจจดใจจ่อ

"นี่คือสัญญาของคุณ ดูก่อนเถอะ" ฟางจ้าวเปิดไฟล์บนมินิคอมพิวเตอร์บนโต๊ะของเขา มันเป็นเทมเพลต เขาสามารถใช้มันปรับเปลี่ยนเล็กน้อยให้ผางผู่ซ่งได้

ผางผู่ซ่งศึกษาสัญญาอย่างถี่ถ้วนและพบว่าทุกอย่างเป็นไปตามลำดับ เขาพยักหน้า

แม้ว่ามันยังเป็นการทำงานตามสัญญา และเขาไม่ได้กลายเป็นพนักงานประจำของซิลเวอร์วิงก์ แต่ผางผู่ซ่งก็ตื่นเต้นจนแทบลุกขึ้นเต้น หลังจากเซ็นสัญญาแล้ว เขารู้สึกอย่างกับเดินบนสวรรค์ชั้นเจ็ด

เขาไม่ได้หน้าตาดีพอที่จะขึ้นเวที ทำได้แค่งานเบื้องหลัง แต่มีงานเบื้องหลังหลายแบบ อย่างงานก่อนของเขา เขาต้องแบ่งงานกับอื่น ๆ ตลอด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เซ็นสัญญาแบบฉายเดี่ยว นี่หมายถึงว่าเขาเป็นตัวเอกแล้ว !

"ฉันจะส่งข้อมูลของคุณให้ คุณจะได้รับแจ้งตอนที่มันผ่านแล้ว" ฟางจ้าวว่า

"ยะ...ยะ...เยี่ยมเลย ! ขอบคุณครับ ! ขอบคุณ !" ผางผู่ซ่งอยากโค้งให้ฟางจ้าว เขาตื่นเต้นมากตอนที่ออกไปก็เดินชนประตู

ฟางจ้าวส่ายหัว "ช่างเถอะ ฉันลงไปกับคุณเอง ฉันต้องไปพบบางคนที่ชั้นล่าง"

ฟางจ้าวอยากพบตู้อัง แต่อันดับแรกเขาไปส่งผางผู่ซ่งที่ล็อบบี้ ผางผู่ซ่งยังมึนงงอยู่ ฟางจ้าวกังวลเรื่องสภาพจิตใจของเขา ถ้ามีอะไรผิดพลาดขึ้นมาล่ะ ? เขาไปจะหานักร้องอีกคนในเวลาสั้น ๆ ได้ที่ไหน ?

ขณะที่พวกเขาก้าวออกจากตึกซิลเวอร์วิงก์ ฝูงรถบินลอยอยู่ข้างบน

ไม่เหมือนกับพนักงานทั่วไปอย่างฟางจ้าว ดาราใหญ่ที่บริษัทจะถูกจัดสรรให้อยู่ชั้นที่สูงกว่าซึ่งมีที่จอดรถแยก ดังนั้นจึงยากสำหรับฟางจ้าวที่จะได้เห็นพวกเขาตัวเป็น ๆ เพราะพวกเขามักตรงไปที่ชั้นที่เกี่ยวข้องของพวกเขาด้วยรถบิน

รถบินมุ่งหน้าไปเหนือชั้น 100 บางทีคงเป็นหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่ไม่กี่คน

"ถ้าผมเข้าถึงระดับของพวกเขาได้ ผมคงตายตาหลับล่ะ" ผางผู่ซ่งมองขึ้นไปด้วยความนับถือ ยืดลำคอสั้นของตัวเอง

ฟางจ้าวเพียงแค่หัวเราะ "ใครจะรู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง"

ฟางจ้าวกลับเข้าข้างในขณะที่ผางผู่ซ่งเข้าคิวขึ้นรถไฟ เขาได้ยินพนักงานใหม่ของเขาโทรหาแม่พร้อมข่าวดี

"ฮัลโหล แม่...ใช่ ๆ วันนี้ผมมาฝึกร้องที่ซิลเวอร์วิงก์... ใช่ครับ ใช้บัตรผ่านที่ลุงให้... ไม่มีปัญหา จริง ๆ ผมพูดเบาจะได้ไม่รบกวนคนอื่น แต่ว่า... เดี๋ยว ใจเย็นก่อนสิ ให้ผมพูดให้จบก่อน อย่าคิดว่าเป็นข่าวร้ายเพราะได้ยินคำว่า 'แต่' สิ วันนี้ผมได้เซ็นสัญญา... ใช่ เป็นสัญญาโปรเจ็กต์ภายในของซิลเวอร์วิงก์... ไม่ใช่ร้องคอรัส ผมร้องคนเดียวเลย โปรดิวเซอร์ของโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลอยากใช้เสียงของผม..."

จากตัวประกอบกลายเป็นตัวหลัก แม้ว่ามันจะเป็นโปรดักชั่นเล็ก ๆ แต่ก็ยังเป็นตัวหลักอยู่ดีไม่ใช่เหรอ ? สำหรับตัวประกอบมีประสบการณ์แล้ว มันคือเรื่องสำคัญนัก

หลังจากเข้าไปข้างใน ฟางจ้าวถามตู้อังเรื่องการอนุมัติของผางผู่ซ่ง จากนั้นกลับชั้นที่ 50 เพื่อรับการอัพเดทจากจู่เหวิน

ตอนที่ผางผู่ซ่งเข้ามา จู่เหวินมุดอยู่ในออฟฟิศของตัวเอง หลังจากได้ยินว่าฟางจ้าวได้นักร้องเซ็นสัญญาแล้ว เขาพูดโผล่ง "มันโง่ป่ะเนี่ย ?"

เมื่อฟางจ้าวชำเลืองมอง จู่เหวินแก้คำ "ไม่ ฉันหมายถึง เป็นคนดีจัง" สัญญาไม่ได้ระบุระยะเวลาของโปรเจ็กต์ ถ้าลงเอยด้วยการขยายเวลาไม่ใช่ว่าพวกเขากำลังจับนักร้องเป็นตัวประกันอยู่หรอกเหรอ ? จู่เหวินคิดว่าผางผู่ซ่งซื่อเกินไป ถูกชักจูงง่ายเกินไป

แต่จู่เหวินยังคงสงสัย "คุณเลือกเขาจากคนทั้งหมดในพื้นที่ซ้อมยังไงน่ะ ?"

ฟางจ้าวไตร่ตรองคำถาม เขาไม่พูดตามตรง แต่ถามแทน "คุณรู้ไหมว่า 'ราศี' คืออะไร ?"

จู่เหวินส่ายหัว แม้แต่ทีมวิชวลโปรเจ็กต์ทีมก่อนก็ไม่เคยมีใครพูดถึงเรื่องนั้น

"'ราศี' ไร้รูปลักษณ์มองไม่เห็นด้วยตา มันสามารถปรากฏในความเงียบและมอบความรู้สึกกังวลและตึงเครียดให้ผู้คน สามารถปรากฏในเสียง ทำให้ผู้คนมีความรู้สึกของความหวาดกลัว, ความโศกเศร้า, ความสุขสันต์, ความตื่นเต้น และอื่น ๆ ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น สำหรับนักร้อง มันไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการถ่ายทอดเนื้อเพลงเท่านั้น แต่ยังต้องปรับองค์ประกอบของเสียงเพื่อเสริมประสบการณ์ในการรับฟังขึ้นไปอีกระดับและส่งอิทธิพลต่อจิตใจของผู้ฟัง นั่นแหละคือพลังของ 'ราศี'​" ฟางจ้าวอธิบาย

"เหมือนกับเพลงเดียวกัน คนนึงร้องทำให้ผู้คนรู้สึกซาบซึ้ง แต่อีกคนร้อง ผู้คนกลับลืม ?" จู่เหวินว่า

"ถูกต้อง มันเป็นเรื่องของทักษะ เมื่อเสียงมีการเปลี่ยนแปลง 'ราศี' ที่ซ่อนเร้นจะถูกปลดปล่อย ดึงความรู้สึก, จับจิตใจ และสะเทือนจิตวิญญาณของคนฟัง ยังไงก็ตาม บางคนสามารถเปล่ง 'ราศี' ได้เจิดจ้ากว่าคนอื่นโดยธรรมชาติ"

"นายหมายถึงเจ้าเด็กที่เพิ่งเซ็นสัญญา ?"

"ใช่ แค่อย่างเดียวก็คือ 'ราศี' นั้นยากที่จะควบคุม นั่นเป็นสาเหตุที่เขาต้องยับยั้งเสียงพิเศษของตัวเองตอนฝึกซ้อม พยายามกลืนเข้ากับฝูงชน และทำให้ตัวเองเป็นเหมือนกับคนอื่น เขารู้สึกว่ามีสัตว์ประหลาดหลับใหลในเสียงของเขา สัตว์ประหลาดนี้ทำให้เขาแตกต่าง ตอนร้องคอรัส มันจะกีดขวางคนอื่น เมื่อฝึกซ้อม มันจะรบกวนผู้คน เสียงของเขาถูกกีดกันจากทุกที่ นั่นเป็นเหตุผลที่เขายับยั้งมันไว้ แต่เขาไม่รู้หรอกว่า นั่นคือศักยภาพที่เป็นตัวเปลี่ยนเกม ! มันไม่ใช่สัตว์ประหลาด มันคือพรสวรรค์"

จู่เหวินลูบแขนที่เริ่มขนลุกของตัวเอง เขารู้สึกว่า นั่นแหละสัตว์ประหลาด !

อย่างไรก็ตาม เมื่อจู่เหวินคิดเกี่ยวกับมัน หนึ่งคือเสียงประหลาด และอีกหนึ่งคือต้นไม้วิชวลประหลาด เป็นการรวมตัวที่ยอดเยี่ยมเสียจริง !

สัตว์ประหลาดพากษ์เสียงตัวประหลาด ใช่แล้ว เขาเริ่มจะมองเห็นเค้าลางของความคาดหวังบ้างแล้ว




NEKOPOST.NET