Superstars of Tomorrow ตอนที่ 19 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.19 - ตัวประกอบมืออาชีพ


019 ตัวประกอบมืออาชีพ

ฟางจ้าวเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมต้องใช้ทั้งทีมในการสร้างวิชวลไอดอล เขาและจู่เหวินทำงานกันแทบตาย แต่ความคืบหน้ามีเพียงกระจึ๋งเดียว

หาคนเพิ่ม ?

ทุกคนหลีกเลี่ยงชั้น 50 อย่างกับโรคระบาด ไม่มีใครอยากโดนดูดกลืน

งบประมาณของพวกเขามีจำกัด ดังนั้นการจ้างใหม่เป็นไปไม่ได้ ฟางจ้าวทำได้แค่ยืมคนจากแผนกอื่น

หลังจากตัดสินใจรูปลักษณ์เริ่มต้นของวิชวลไอดอลแล้ว ฟางจ้าวต้องหาต้นเสียงและช่างเทคนิคที่สามารถควบคุมเรื่องเสียงได้

ช่างเทคนิคในการยืมตัวคิดค่าบริการเป็นรายชั่วโมง พวกเขาหาไม่ยากหรอก มันสามารถรอจนกว่าเขาตัดสินในต้นเสียงแล้วได้

จู่เหวินแนะนำฟางจ้าวในหาหนึ่งในนักร้องในสังกัด บริษัทเองก็มีความสามารถในทางการพากษ์ แต่ไม่ได้กว้างขวางนักและพวกเขาก็ยุ่งกับงานที่ได้รับมอบหมายกันแล้ว ต่อให้มีใครที่สามารถย้ายมาได้ พวกเขาก็ไม่ใช่ราคาถูก บุคลากรมากมายเป็นนักพากษ์ให้ดาราดังและอาจไม่แยแสโปรเจ็กต์วิชวลไอดอล มันอาจจะง่ายกว่าที่จะจ้างนักร้องที่ว่างงาน นักร้องชั้นสองที่ถูกกว่า แม้ว่าพวกเขาจะทำงานในบริษัทเดียวกัน แต่ราคามีกำหนด​ไว้อยู่แล้ว

ฟางจ้าวอยากหานักร้องใหม่ก่อน ตู้อังยังเป็นหัวหน้าของเขา ฟางจ้าวต้องหาเขาก่อนอันดับแรก

เปลือกตาของตู้อังกระตุกไม่หยุดตั้งแต่ตื่น เขามีลางสังหรณ์ว่าบางทีเรื่องแย่ ๆ กำลังจะเกิดขึ้น ดังนั้นเขาจึงตรวจสอบงานที่กำลังทำและทำเสร็จแล้วของตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้พลาดอะไรไป — อุปกรณ์ที่ต้องดูแล, โปรเจ็กต์ที่กำลังดำเนินงาน และงานที่กำลังจะเข้ามา

การมอบหมายงานให้นักร้องหน้าใหม่ของเขาได้รับการแก้ปัญหา แบบร่างโปรเจ็กต์ที่เอเย่นต์ส่งมา เขามีหน้าที่แค่ดู เรียบร้อยดี

นักแต่งเพลงหน้าใหม่ก็ไม่มีปัญหาใด ๆ

เพลงที่พวกหน้าใหม่แต่งมา... เขามอบหมายให้หยาเอ้อหลินนั่นแล้ว ไม่มีอะไรที่เขาต้องกังวล

เขาทำรายงานการประชุมเสร็จสิ้นแล้วเมื่อวาน

อะไรอีกล่ะ ?

เหมือนจะมีอีกแผนกที่เขาข้ามไป...

ติ๊ง !

ข้อความจากภายในดังแจ้งเตือน เป็นผู้ช่วยของเขาเอง

"หัวหน้าตู้ ฟางจ้าวขอเข้าพบครับ"

เชี่ย !

ตู้อังรู้สึกเปลือกตากระตุกรุนแรงยิ่งขึ้น

เป็นครั้งแรกที่ตู้อังรู้สึกประหม่าที่ต้องพบลูกน้องยิ่งกว่าตอนพบเจ้านายตัวเอง

เขาดื่มน้ำเพื่อสงบสติอารมณ์

หลังจากสูดลมหายใจลึกและปลอบตัวเอง ตู้อังเคลียร์ลำคอและพูดด้วยน้ำเสียงมีอำนาจ "ให้เขาเข้ามา"

ทันทีที่ฟางจ้าวเข้าออฟฟิศของตู้อัง เขาพบว่าอาการของตู้อังไม่สู้ดี แม้เขาจะดูจริงจังและสงบ แต่ประสบการณ์และสายตาของฟางจ้าวบอกว่ากล้ามเนื้อของตู้อังกำลังขึงตึง อย่างกับว่าฟางจ้าวคือระเบิดเวลา

ฟางจ้าวแสร้งทำทีไม่สังเกตเห็นและเข้าเรื่อง "หัวหน้าตู้ต้องการอัพเดทของโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลรึเปล่าครับ ?"

"ฉันยุ่งน่ะ ไม่ใช่ว่าฉันบอกว่าเธอใช้ดุลยพินิจของตัวเองในทำโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลได้เลยหรอกเรอะ" ตู้อังทำทีชี้หน้าจอทำงาน​ของตัวเอง

ฟางจ้าวพยักหน้า แสร้งทำไม่เห็นคำ 'เสร็จแล้ว' ที่ท้ายหน้าจอ

"ผมตัดสินใจเลือกหน้าตาของวิชวลไอดอลแล้ว จู่เหวินกำลังขัดเกลาตัวต้นแบบ พวกเรามีคนไม่พอ ผมต้องการเลือกต้นเสียง แล้วก็จำเป็นต้องมีนักแสดง ตัดสินจากแบบร่างโปรเจ็กต์ของปีก่อน ผมสามารถยืมช่างเทคนิคสักสองสามคนหลักจากตำแหน่งลงตัวแล้วได้ แต่ว่าต้นเสียงไม่สามารถรอได้ คุณช่วยตรวจสอบได้มั้ยว่ามีนักร้องใหม่คนไหนว่างรึเปล่า ?"

ตอนที่เขาได้ยินฟางจ้าวพูดว่าตัดสินหน้าตาของวิชวลไอดอลแล้ว ตู้อังเกือบพูดว่า "ให้ฉันดูซิ" แต่เมื่อได้ยินคำร้องของฟางจ้าว เขากลืนคำนั้นไป เขาห่วงเด็กใหม่ของตัวเองมากกว่าหน้าตาของวิชวลไอดอลที่ไหนไม่รู้มากกว่าเยอะ เขาเสียฟางจ้าวไปแล้ว เขาไม่สามารถยอมเสียคนไปหลุมมรณะมากกว่านี้ได้อีก

"เร็ว ๆ นี้พวกเขายุ่งกันมาก ฉันไม่ได้พูดซั่ว ๆ นะ เป่ยจี๋กับคนอื่นถูกส่งไปค่ายฝึกตั้งแต่วันก่อนแล้ว ฉันบอกชัดเจนไม่ได้ว่าเมื่อไหร่จะกลับมา"

คำตอบของตู้อังจริงบางส่วน เป็นความจริงที่นักร้องใหม่ถูกส่งไปอบรมพิเศษ ถึงแม้ว่าผลงานของพวกเขาจะทำได้ดีในการแข่งขันผู้มีความสามารถหน้าใหม่ แต่ทักษะเสียงของพวกเขายังสามารถพัฒนาได้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับงานที่ดีขึ้นของพวกเขา เอเย่นต์ของตู้อังจัดฝึกอบรมตามจุดอ่อนของพวกเขา ตู้อังได้เซ็นลงนามและนักร้องออกนอกสถานที่ไปแล้ว พวกเขาไม่สามารถติดตามได้

แต่ตู้อังโกหกเกี่ยวกับเวลาในการกลับมาของพวกเขา เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรกัน ? พิจารณาจากที่เขาเป็นคนเซ็นการฝึกอบรม

ฟางจ้าวจ้องมองตู้อังที่ตอบเสร็จ สังเกตเห็นว่าเปลือกตาของเขากระตุกเป็นเส้น

ตู้ฟังเปลี่ยนเรื่อง "ไม่มีเด็กใหม่คนไหนว่าง เธอลองไปที่ห้องซ้อมบนชั้น 51 ดูแล้วกัน นักร้องของพวกเราชอบไปฝึกที่นั่นตอนพวกเขาว่าง มันอยู่เหนือออฟฟิศของเธอแค่ชั้นเดียว ไม่ได้ไกลนัก"

แผนกวิชวลไอดอลเคยใช้พื้นที่สองสามชั้นบนและล่างของชั้น 50 แต่เมื่อความมั่งคั่งของแผนกลดลง ทุกชั้นยกเว้นชั้นที่ 50 จึงได้รับการจัดสรรใหม่

ตัวอย่างเช่น ชั้น 51 เปลี่ยนเป็นพื้นที่ซ้อมสาธารณะ

หลังออกจากออฟฟิศของตู้อัง ฟางจ้าวมุ่งหน้าตรงไปชั้น 51 พนักงานประจำทั้งหมดได้รับอนุญาตโดยไม่มีข้อยกเว้น แต่ไม่ใช่กับเด็กฝึกงานหรือคู่สัญญา พวกเขาต้องได้รับการอนุมัติเป็นพิเศษ

ตอนนี้ฟางจ้าวเป็นพนักงานประจำและโปรดิวเซอร์ของโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลแล้ว เป็นธรรมดาที่เขาจะผ่านได้

มีพื้นที่รวมหลังจากเข้าประตู เป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนและเก็บของใช้ส่วนตัว

ตอนที่ฟางจ้าวปรากฏตัว มีกลุ่มคนเจ็ดถึงแปดคนกำลังพูดคุยกันอยู่ เมื่อพวกเขาเห็นฟางจ้าว พวกเขามองอย่างสงสัย ขาประจำของชั้นนี้ทั้งหมดรู้ว่าฟางจ้าวเป็นคนแปลกหน้า

ในแง่ของหน้าตา ฟางจ้าวก็พอไปวัดไปมาได้ แต่ในบริษัทมีไอดอลและดาราเดินกันขวั่กไขว่ หน้าตาดีกลายเป็นพบได้ทั่วไป หน้าตาปานกลางเป็นได้เพียงตัวประกอบพื้นหลัง

แต่โปรเจ็กต์วิชวลไอดอลเป็นประเด็นบนบอร์ดข้อความภายในมาสักระยะหนึ่งแล้ว ผู้คนจึงจำได้ว่าฟางจ้าวหน้าตาเป็นอย่างไร

คนที่ไม่รู้จักฟางจ้าวเตรียมจะทักทาย ก่อนที่เพื่อนคนข้าง ๆ จะกระซิบที่หูของเขา เขาจึงหุบปากเงียบ บางคนแสร้งทำเป็นไม่เห็นฟางจ้าว ที่เหลือเพียงยิ้มและพยักหน้า รอยยิ้มเห็นใจและกระอั่กกระอ่วนของพวกเขา ฟางจ้าวไม่ได้นำพาและยิ้มอย่างสุภาพกลับไป ก่อนจะก้าวเข้าไปในพื้นที่ซ้อมอย่างเป็นทางการ

เขาเดินผ่านประตู ตอนที่เปิดออกเพียงวินาที เสียงดังที่ปนเปกันก็ทะลักเข้าหาเขา ซึ่งทำให้เขาวิงเวียนไปชั่วครู่หนึ่ง

แต่ฟางจ้าวทนต่อเสียงที่เลวร้ายกว่านี้มากมายนักในช่วงโลกาวินาศ ดังนั้นทั้งหมดที่เขาทำถึงการนิ่วคิ้วเล็กน้อยก่อนหาที่นั่งข้าง ๆ ของพื้นที่ฝึกซ้อม

นักร้องที่ซ้อมที่นี่ไม่ใช่ขาใหญ่ นักร้องที่มีพรสวรรค์หรือคอนเน็กชั่นจะฝึกที่ชั้นอื่นซึ่งมีห้องแยกของแต่ละบุคคล นี่คือพื้นที่สาธารณะ

ทุกคนสวมหูฟังและจดจ่อกับธุระของตัวเอง

ฟางจ้าวกวาดสายตามองกลุ่มคน มีสัก 80 คนหรือมากกว่า ไม่ใช่ทั้งหมดที่เป็นนักร้อง บ้างเป็นพนักงานทั่วไปที่อยากระบาย ที่ตึกมีห้องคาราโอเกะ แต่พวกมันถูกจำกัดไว้ให้สมาชิก ดังนั้นการร้องเพลงในห้องซ้อมสาธารณะจึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า และมันก็ฟรี

นักร้องบางคนสังเกตเห็นฟางจ้าว พวกเขาชี้เรียกเพื่อนที่อยู่ใกล้เคียงและเริ่มซุบซิบนินทา มองฟางจ้าวเป็นครั้งคราว บางทีคงรู้เหตุผลว่าทำไมฟางจ้าวมาอยู่ที่นี่

สำหรับหลายคน โปรดิวเซอร์แผนกวิชวลโปรเจ็กต์คือตำแหน่งไร้กำลังที่ไม่ได้สัญญาถึงความร่ำรวยหรืออำนาจเลย ดังนั้นต่อให้พวกเขารู้จักฟางจ้าว พวกเขาก็ไม่วุ่นวายเข้าหาหรอก

ฟางจ้าวไม่สนใจว่าผู้คนจะพูดหรือมองเขาอย่างไร เขาเพียงมุ่งความสนใจที่เสียง นับแต่เข้ามาในห้อง ในการหาเสียงเริ่มต้น สิ่งทั้งหมดก็คือเสียง หน้าตา, อายุ หรือประสบการณ์ไม่เกี่ยวข้อง

ถึงแม้เขาจะสามารถใช้ขาจรทำเสียงเริ่มต้นได้ แต่ฟางจ้าวก็หวังจะได้พบที่ตรงตามความต้องการของเขาโดยตรง

สายตาของเขาสอดส่ายและหูของเขาเริ่มแยกเสียงที่แตกต่างภายในห้อง ทันใดนั้น เขาเน้นความสนใจที่จุดหนึ่งของห้อง

ในห้องแน่นขนัดด้วยผู้คนและข้าวของที่รกเกินไปบดบังสายตาของเขา ดังนั้นฟางจ้าวจึงไม่ได้สามารถระบุแห่งที่มาของเสียงได้ในทันที เขาลุกขึ้นและมุ่งหน้าไปตามเสียง

ผู้คนที่กำลังนินทาฟางจ้าวต่างให้ความสนใจและเคลื่อนไหวตามเขา

ฟางจ้าวเดินตามเสียงไปถึงมุมที่ที่เขาพบกับเด็กหนุ่มที่ดูเหมือนเพิ่งเรียนจบ เขาตัวเตี้ยกว่าคนอื่นรอบตัว นั่นเป็นสาเหตุที่ฟางจ้าวมองไม่เห็นเขา

หน้าตาของเขางั้น ๆ เป็นประเภทที่ไม่โดดเด่นในฝูงชน ถ้าให้ชี้ลักษณะเฉพาะ ลำคอของเขาออกจะสั้น โชคดีที่เขาไม่อ้วน เพราะไม่อย่างนั้น คงจะไม่สามารถเห็นคอของเขาได้เลย

นักร้องคนอื่นปลีกตัวห่างจากเด็กหนุ่ม นักร้องที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างอย่างน้อย 10 เมตร สวมหูฟังปิดหู

ฟางจ้าวสังเกตเด็กหนุ่มที่ห้อยป้ายคู่สัญญาบนหน้าอก นักร้องแบบเขาบ้างทำหน้าที่เป็นเสียงประสาน บ้างเป็นคอรัสตอนขาดคน ไม่ใช่พนักงานของซิลเวอร์วิงก์อย่างเป็นทางการ ไม่ได้รับสวัสดิการทั้งหมด สถานะกระทั่งต่ำกว่าเด็กฝึกงาน

กลุ่มคนแบบเขาเป็นที่รู้จักในฐานะ ตัวประกอบมืออาชีพ เป็นพวกชายขอบและขาดความมั่นคงในอาชีพ ไม่รู้ว่าอะไรบ้างที่รออยู่ข้างหน้า




NEKOPOST.NET