Superstars of Tomorrow ตอนที่ 17 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.17 - ความคิดสร้างสรรค์


017 ความคิดสร้างสรรค์

ฟางจ้าวยังคงขมวดคิ้ว ดังนั้นฉู่กวงจึงเปิดหน้าจอกำไลข้อมือของตัวเองและปรับเป็นโหมดวาดภาพ

"เอาง่าย ๆ นะ..."

ฉู่กวงวาดวงกลมสองวงบนหน้าจอของตัวเองและเชื่อมพวกมันด้วยเส้นตรง เขาชี้วงกลมทางซ้าย "นี่คือแบบแข็งแรง" จากนั้นชี้วงกลมทางขวา "นี่คือแบบบอบบาง"

ฟาวจ้าวพยักหน้า

ฉู่กวงวาดวงกลมที่สามตรงกลางเส้น "นี่คือแบบผสม ในยุคเร็กซ์ วิชวลไอดอลส่วนใหญ่เป็นแบบตรงกลางและค่อนไปทางซ้าย ถึงจะมีแบบทางขวา แต่มันก็น้อยมาก แต่หลังจากยุคเร็กซ์ วิชวลไอดอลหันเหไปทางขวา นั่นเป็นเหตุผลที่ลุงของฉันให้ความเห็นแบบนั้น ถึงเขาจะพูดจาเกินเลยและมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นก็เถอะ แต่ข้อมูลโดยรวมสนับสนุนแนวโน้มนี้"

ฟางจ้าวเข้าใจแล้ว เขาเคยอ่านเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของวิชวลไอดอลในการค้นคว้าของเขาเช่นกัน เพื่อแข่งขันกับไอดอลคนจริง วิชวลไอดอลต้องนำเสนอรูปแบบใหม่ของตัวเอง และวิวัฒนาการจึงเอนไปทางขวาอย่างที่ฉู่กวงว่าไว้

ฉู่กวงปิดหน้าจอกำไลข้อมือ "นี่คือยุควิชวล มาตรฐานของความงามเปลี่ยนจากรุ่นสู่รุ่น ไอดอลยอดนิยมในยุคเร็กซ์อาจไม่ประสบความสำเร็จก็ได้ถ้าพวกเขายักย้ายมาในปัจจุบัน นายสามารถเห็นเค้าของไอดอลคลาสสิคจากยุคเร็กซ์ในตัววิชวลไอดอลปัจจุบันได้ แต่ว่าพวกมันได้รับการปรับให้สอดคล้องกับมาตรฐานความงามในปัจจุบัน แม้แต่นักแต่งเพลงอย่างพวกเรา สไตล์การแต่งเพลงก็มีการเปลี่ยนไปตลอดช่วงชีวิตเหมือนกัน"

"มีนักธุรกิจเคยกล่าวว่า 'การตลาดถูกต้องเสมอ ถ้าคุณไม่สามารถอยู่ในการตลาดได้ คือคุณเองนั่นแหละที่เป็นปัญหา คุณต้องเปลี่ยนไปตามเวลาและอย่าต่อสู้กับการตลาด'"

ฟางจ้าวยังดูสับสน ดังนั้นฉู่กวงจึงพูดปลอบใจ "แต่นายไม่ต้องเอาจริงเอาจังนักหรอก นายเป็นนักแต่งเพลง ไม่ใช่โปรดิวเซอร์มืออาชีพ บวกกับซิลเวอร์วิงก์ไม่สนใจโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลเลยจริง ๆ แค่ออกแบบตามวิชวลไอดอลตัวก่อน ๆ ของบริษัทแล้วปิดโปรเจ็กต์ให้เร็ว ๆ การแต่งเพลงคืองานหลักของนาย พวกเราจะรอนายอยู่บนชาร์ตเพลงเอง"

มีชาร์ตเพลงมากมายนอกจากชาร์ตผู้บุกเบิกหน้าใหม่ ชาร์ตผู้บุกเบิกหน้าใหม่เป็นแค่ชาร์ตจุดเริ่มต้น พวกเขามีชาร์ตอื่นให้ไต่เต้าอีกมากมาย

หลังจากออกจากวิทยาลัย ฉู่กวงขับรถบินของตัวเองจากไป ฟางจ้าวโดยสารรถไฟอีกครั้ง เขาสับรถไฟครั้งหนึ่งเพื่อไปยังถนนมืด

ตอนที่ฟางจ้าวถึงบ้าน เป็นเวลา 4 โมงเย็นแล้ว ถนนมืดยังคงมืดสนิท

เจ้าขนหยิกรับรู้การมาถึงของฟางจ้าวได้และกำลังรออยู่ที่ประตู เมื่อฟางจ้าวเข้ามา มันครางหงิง ๆ และกระดิกหางอย่างขมักเขม้น

ฟางจ้าวกวาดสายตามองห้องเช่าของตัวเอง ไม่มีอะไรแตกหัก เขาลูบหัวสุนัขและเทอาหารลงในจานของมัน

เขาเพิ่งจะวางกระเป๋าเอกสารของตัวเองและกำลังจะหยิบแก้วน้ำ ตอนที่กำไลมีสายเรียกเข้า

ฟางจ้าวเลิกคิ้วเมื่อเห็นสายที่โทรเข้ามา

เมื่อเขารับสาย ใบหน้าของฟางเซิงก็ปรากฏ

หลังจากถูกฟางจ้าวเบียดตกบนชาร์ตผู้บุกเบิกหน้าใหม่ หุ้นของฟางเซิงที่นีออนคัลเจอร์กระทบกระเทือนอย่างไม่ต้องสงสัย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้แพ้โดยสมบูรณ์​แบบก็เถอะ

มันเป็นการติดต่อครั้งแรกในระยะเวลาหนึ่ง ฟางเซิงดูน่าสะพรึงกลัว ลูกตาบวมสีซีดน่ากลัวของเขา และมีวงสีเขียวเข้มรอบ ๆ มันบ่งชี้ว่าเขาไม่อยู่ในสภาพที่ดี มันเป็นเวลาสักระยะหนึ่งแล้วที่เขานอนหลับสบายครั้งสุดท้าย

"ฟางจ้าว ไอ้สารเลว !" ฟางเซิงกัดฟันแน่น

"ขอบคุณสำหรับคำชม" ฟางจ้าวไม่สนความไม่พอใจในคำพูดของเขาสักนิด ขโมยมีสิทธิ์โกรธด้วยเหรอ ?

"แกคงมีความสุขนักสิที่เล่นกับฉันแบบนี้ ?" ฟางเซิงแน่ใจว่าฟางจ้าวเก็บเพลงไว้กับตัวเองเพื่อเป็นการป้องกัน ! ไม่อย่างนั้น เพลง 'เหอะเหอะ'​ จะโผล่มาจากหลุมไหน ? เขาไม่รู้เกี่ยวกับมันเลยตอนที่พวกเขาอยู่ใกล้กัน

ฟางจ้าวไม่โทษสำหรับความสงสัยของฟางเซิง ถึงยังไงไดอารี่ที่เขียนตอนอกหักก็เป็นเรื่องส่วนตัวมาก จนกว่าฟางจ้าวจะเสร็จชิ้นงานโดยสมบูรณ์ เขาไม่มีวันเอาออกมาให้ใครเห็นหรอก แม้แต่กับฟางเซิงที่แต่ก่อนเคยนับว่าเป็นเพื่อนสนิท

ฟางจ้าวเมินคำถามไป เขาวางแก้วน้ำลงและมองฟางเซิง "คิดว่าจบแล้วงั้นเหรอ ?"

ฟางเซิงตั้งใจมาหัวเราะเยาะฟางจ้าวที่ต้องติดแหง็กกับโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลของซิลเวอร์วิงก์ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของฟางจ้าว เขาตะลึงงัน "...แกหมายความว่ายังไง ?"

"คอยดูก็แล้วกัน"

คอยอะไร ?

ฟางจ้าวคิดจะทำอะไรอีก ?

นอกจากผลงานทั้งสามชิ้นนั้น ฟางจ้าวยังซ่อนงานอื่นไว้อีกงั้นเรอะ ?!

"ฟางจ้าว พูดมาให้ชัด ๆ แกหมายความว่ายังไง ?!"

ฟางจ้าวตัดสาย หลบความตื่นตระหนกของฟางเซิง

เขาเดินไปที่มุมแต่งเพลงและดึงลิ้นชักที่เจ้าของร่างเดิมเก็บไดอารี่ไว้ เขาวางเหรียญที่ได้รับในพิธีจบการศึกษาจากสมาคมดนตรีหยานโจวสำหรับการติดอันดับที่ 5 ในการแข่งขันผู้มีความสามารถหน้าใหม่

แม้ฟางจ้าวจะเป็นคนเรียบเรียงเสียง แต่เจ้าของร่างเดิมคือคนประพันธ์เพลง เขาสมควรได้รับเครดิต

"ที่เหลือฉันดูแลเอง"

ตอนนี้เขาจบการศึกษาแล้ว ฟางจ้าวไม่ต้องไปวิทยาลัยอีก ทั้งยังเป็นช่วงปิดเทอมฤดูร้อน หลักสูตรวิชวลไอดอลครั้งถัดไปยังไม่เริ่มจนกว่าจะเดือนกันยายน ตอนนี้เพียงต้นเดือนกรกฎาคม เวลาอีกมากกว่าหนึ่งเดือน

ฟางจ้าวต้องร่างโปรเจ็กต์ในเดือนถัดไป ไม่อย่างนั้นเขาจะยุ่งเกินกว่าจะนั่งในชั้นเรียนวิชวลไอดอลตอนที่เปิดเทอม

การหาคนเพิ่มสามารถรอได้ อย่างแรกฟางจ้าวต้องตัดสินใจเรื่องรูปลักษณ์ของวิชวลไอดอลของเขา

ฟางจ้าวเข้าใจทุกอย่างที่ฉู่กวงพูด แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนจากอดีตที่โดดร่มเข้ามาในยุคปัจจุบัน เขายังคงหมกหมุ่นอยู่ดี

ทำไมไม่เก็บแก่นของวิชวลไอดอลในอดีตมาเปลี่ยน 'ผิว'​ ใหม่เสียล่ะ ?

วิชวลไอดอลมีข้อได้เปรียบที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องเป็นมนุษย์ มีตลาดขนาดใหญ่สำหรับเทพเซียนปิศาจและสัตว์ขนปุยน่ารักที่ครองตลาดในยุคเร็กซ์ บางรุ่นคลาสสิคกินเวลาหลายชั่วอายุคน สไตล์ที่แตกต่างก็รองรับกลุ่มชนที่แตกต่างกัน

การตลาด ?

จะตอบสนองกับตลาดอย่างไรน่ะเหรอ ?

การตลาดเป็นสิ่งพิศวงที่คาดเดาไม่ได้อยู่แล้ว ไม่มีใครให้คำตอบที่ชัดเจนได้หรอก

ฟางจ้าวยังคงล้มเหลวในการหาทางออกจนถึงวันต่อมา

ตอนที่เขากำลังกินอาหารมื้อเช้า ฟางจ้าวสังเกตเห็นกระดาษสมุดบันทึกโผล่มาจากกระเป๋าเอกสารของเขา เขาใช้มันบันทึกข้อมูลที่ค้นคว้า​ที่ออฟฟิศ ในท้ายที่สุดก็มีข้อมูลมากเกินกว่าจะจดได้ ดังนั้นเขาจึงเริ่มแสกนหน้ากระดาษด้วยกำไลข้อมือแทน

แต่ท่ามกลางไม่กี่บรรทัดในสมุดบันทึก ข้อความหนึ่งที่ติดใจเขา เป็นบางอย่างที่บิดาแห่งวิชวลไอดอล เร็กซ์ สมิทได้กล่าวไว้: ฉันเทิดทูนแต่สิ่งที่ฉันสร้าง

การประพันธ์เพลงเป็นรูปแบบหนึ่งของความคิดสร้างสรรค์

แม้ศิลปินอยู่ในห้องขัง แต่หัวใจยังคงเป็นอิสระเสรี

"ฉันเทิดทูนแต่สิ่งที่ฉันสร้าง"

ฟางจ้าวทวนประโยคอีกครั้งด้วยเสียงต่ำและหัวเราะ เขาเปิดสมุดบันทึกและเริ่มวาดภาพด้วยปากกา

ไม่มีใครรู้ว่าแก่นของร่างนี้เคยผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความตายกว่าร้อยปี ฟางจ้าวไม่สามารถลบองค์ประกอบของอายุในวิญญาณของเขาได้

แทนที่จะมัวแต่กังวลจับต้นชนปลาย เป็นการดีกว่าที่จะปล่อยให้มือและเท้านำพา !

เวลาผ่านไปและแสงเริ่มส่องผ่านหน้าต่าง อาทิตย์เที่ยงวันกำลังมาถึง

เย่ว์ฉิงสวมเสื้อกั๊กกับกางเกงขาสั้น ลากเก้าอี้มาที่หน้าร้านค้าของตัวเองเพื่ออาบแดด เขาแปลกใจที่ยังไม่เห็นฟางจ้าว

"เด็กนั่นไปข้างนอกเหรอ ?" อ้ายหวันแวะหยุดถาม

"ไม่รู้สิ ตอนเช้าไม่เห็นนะ" เย่ว์ฉิงมองหน้าต่างห้องของฟางจ้าวซึ่งเปิดอยู่

"ไม่ได้ไป เด็กนั่นยังอยู่" เย่ว์ฉิงยืนยัน

"แปลก ผิดปกติมาก" อ้ายหวันส่ายศีรษะ ด้วยความเคยชินจากการทำงาน เขาศึกษาฟางจ้าวมาหลายวัน มีบางอย่างแปลก ๆ เกี่ยวกับเขา ออกจะระมัดระวังตัวหน่อย บางทีศิลปินคงจะเป็นแบบนั้นกันทุกคน

ภายในห้องเช่า เจ้าขนหยิกเพิ่งเสร็จมื้อเช้าของมันและกำลังนอนพักเงียบ ๆ มันลู่หูสอดคล้องกับความวุ่นวายข้างนอกเป็นครั้งคราว

แสงแดดยามเที่ยงและเสียงรบกวนไม่มีผลกับสมาธิของฟางจ้าวแม้แต่น้อย




NEKOPOST.NET