Superstars of Tomorrow ตอนที่ 16 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.16 - สำเร็จการศึกษา


016 สำเร็จการศึกษา

แว่นตาและหูฟังที่มีคุณภาพช่วยให้ฟางจ้าวสัมผัสกับบรรยากาศดีขึ้นและฟื้นคืนประสบการณ์อารมณ์ในเวลาเดียวกัน

เทคโนโลยีไซเบอร์สเปซ​ เป็นเหมือนกับเทคโนโลยีแบบจำลอง หรือสิ่งที่ผู้มักเรียกว่าเทคโนโลยีภาพเสมือน

เวทีคอนเสิร์ตวิชวลไอดอลมีสองประเภท คือการแสดงสด และภาพคอนเสิร์ต

การแสดงสดหมายถึงการแสดงในชีวิตจริงที่แฟน ๆ ต้องซื้อบัตรเพื่อเข้าร่วม ส่วนภาพคอนเสิร์ตเป็นเวทีออนไลน์ด้วยความช่วยเหลือของไซเบอร์สเปซ​

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีภาพเสมือน​ช่วยให้ผู้คนได้สัมผัสกับพลังภูเขาไฟที่แผ่รังสีจากเวทีในพื้นที่และเวลาที่แตกต่างไป

โดยไม่ต้องคำนึงว่าภาพระยิบระยับของเวทีเป็นของจริงหรือไม่ ตราบที่เหล่าแฟน ๆ จะให้ความสำคัญ​ ความสนใจเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขาคือคนที่อยู่บนเวทีนับแต่ชั่วขณะที่พวกเขามาถึงลานแสดงแล้ว​

ฉากอลังการงานสร้าง และเสียงเอฟเฟ็กต์ที่เขย่าหู เป็นการสร้างขึ้นมาใหม่ โดยไม่ต้องคำนึงถึงคุณภาพของเพลงที่ร้องโดยผู้แสดง ฟางจ้าวเน้นความสนใจไปที่แก่นสำคัญของคนที่สามารถขับความเคลื่อนไหวของผู้ชมได้

มีวิชวลไอดอลยอดนิยมมากมาย เหมือนกับคนดังจริง ๆ ที่มีสไตล์หลากหลาย​ วิชวลไอดอลที่เปิดตัวโดยทีมโปรดักชั่นมีบุคลิกเฉพาะตัว ทั้งแบบร่าเริงสดใส, ค่อนข้างหดหู่, เป็นผู้ใหญ่ หรือสายน่ารักบ้องแบ๊ว​

ไม่เหมือนกับคนจริง วิชวลไอดอลไร้อายุ วิชวลไอดอลที่อายุ 16 ปีก็ 16 ปีอยู่วันยังค่ำ ไม่เหมือนไอดอลคนจริงที่ต้องปกปิดอายุตัวเอง

ฟางจ้าวไม่สามารถดูการแสดงของวิชวลไอดอลยอดนิยมทุกคนได้ ดังนั้นเขาจึงแค่เลื่อนผ่าน ผลผลิตวิชวลไอดอลในปัจจุบันเห็นจะมีกลุ่มเป้าหมายที่วัยรุ่น ซึ่งนั่นก็สมเหตุสมผล — วัยรุ่นชายหญิงเต็มใจที่จะติดตามดาราอย่างใกล้ชิดและใช้เวลากับพวกเขา คนแก่กว่าอย่างเย่ว์ฉิงไม่วุ่นวายด้วยหรอก

ฟางจ้าวยังคงไร้ทิศทางหลังจากดูฟุตเทจทั้งหมด

มีวิชวลไอดอลหลายประเภทที่เติบใหญ่ โดยเฉพาะในยุคเร็กซ์ สมิท บิดาแห่งวิชวลไอดอล มนุษย์, สัตว์, พันธุ์ผสม, เซียน และมาร สามารถพูดได้เลยว่าความเฟื่องฟูของผู้มีความสามารถได้ก่อร่างสร้างยุคทองของวิชวลไอดอล ไม่อย่างนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่ไอดอลคนจริงจะถึงจุดที่แทบจะถูกผลักไสออกจากประวัติศาสตร์ไปหรอก

ยุคทองของวิชวลไอดอลยังเป็นที่รู้จักกันในฐานะยุคเร็กซ์ วิชวลไอดอลจำนวนมากอาจไม่ได้ถูกสร้างโดยเร็กซ์ สมิทเอง แต่พวกมันคือผลผลิตจากเทคโนโลยีมิติเร็กซ์กันทั้งหมด

วิชวลไอดอลที่ได้รับความนิยมตอนนี้ล้วนมีเค้าจากยุคนั้น คุณสามารถหาความคล้ายคลึงกันระหว่างวิชวลไอดอลจากทั้งสองยุคได้เลย

ไอดอลของเขาจะยึดพื้นฐานจากไอดอลยอดนิยมในยุคเร็กซ์เป็นไงล่ะ ?

ฟางจ้าวยังคิดไม่ตก และเขาไม่อยากทำงานลวก ๆ อย่างที่ตู้อังแนะนำด้วย สำหรับเขา ถ้าไม่พยายามอย่างเต็มที่ก็อย่าทำเลยดีกว่า

เขาตัดสินใจว่าจะปรึกษาศาสตราจารย์ที่เชี่ยวชาญในเทคโนโลยีวิชวลตอนที่เขาเข้าร่วมพิธีจบการศึกษาวันพรุ่งนี้

วันถัดมา เป็นวันสุดท้ายที่บัณฑิตจะได้ปรากฏตัวในสถาบันในฐานะนักศึกษา ตอนถึงหมดวัน พวกเขาจะถอดคราบสถานะนักศึกษาและทำตามหน้าที่การงานของตน

เป็นธรรมดาที่อาจารย์กับนักศึกษาจะมุ่งเน้นความสนใจยังบัณฑิตคนดัง สาขาวิชาการประพันธ์เพลงมีนักประพันธ์เพลงติด 10 อันดับแรกของชาร์ตผู้บุกเบิกหน้าใหม่ถึง 6 คน ตัดวิชวลไอดอลสองตนออกไป เท่ากับ 6 ใน 8 นักประพันธ์เพลงคือบัณฑิตของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ฉีอาน !

ชาวสาขาวิชา​การประพันธ์เพลงมีความสุข ผู้อำนวยการอารมณ์ดียิ่งกว่า โบกไม้โบกมือ: เอาเลย ! อวยฉันเยอะ ๆ เลย !

การสำเร็จการศึกษาของนักศึกษากลุ่มหนึ่งหมายถึงได้เวลาของการรับสมัครนักศึกษากลุ่มใหม่ ยิ่งมีคนรู้ว่าศิษย์เก่าของพวกเขาทำผลงานได้ดีเพียงใดในการแข่งขันผู้มีความสามารถหน้าใหม่ ผู้เข้าสมัครคัดเลือกของพวกเขาก็มีแต่แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น

ดังนั้นทั้งวิทยาเขตจึงมีบรรยากาศรื่นเริงนักในไม่สองสามวันที่ผ่านมา โดยเฉพาะหัวหน้าสาขาวิชาการประพันธ์เพลงคึกคักเป็นพิเศษ เดินเยื้องย่างไปทั่วด้วยความมาดมั่น — กระทั่งเขาได้ยินว่าซิลเวอร์วิงก์มีเดียโยนโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลให้ฟางจ้าว

"ฉันไม่สน คุณกำลังทำลายเด็กใหม่ ! เสียความสามารถ ! นี่มันเสียของชัด ๆ !"

ตอนที่ฟางจ้าวมาถึง หัวหน้าแผนกกำลังวิดีโอคอนเฟอเรนซ์อยู่​ อีกฝ่ายคือตู้อัง หัวหน้าแผนกแต่งเพลงของซิลเวอร์วิงก์คนปัจจุบัน

ตู้อังดูยอมจำนน หายากที่จะเก็บอารมณ์และอธิบายสองสามคำ — ฟางจ้าวได้รับการปฏิบัติไม่ดีจริง ๆ นั่นแหละ เขาเองก็บอกได้ว่าหัวหน้าสาขาคิดเห็นอย่างไร

เมื่อนักศึกษาชั้นเลิศจากสาขาวิชาของเขาได้รับการปฏิบัติแบบนี้ ต่อให้อีกฝ่ายคือซิลเวอร์วิงก์ หนึ่งในสามยักษ์ใหญ่อุตสากรรมบันเทิง แต่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ฉีอานก็เป็นสถาบันแนวหน้าเช่นกัน สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักก็มีเกียรติเช่นชื่อเสียงของมัน เมื่อถึงเวลาต้องเสียงดังก็ต้องทำ ไม่เช่นนั้นนักศึกษาคนอื่นอาจได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน

เขารู้ว่าเสียงของเขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ได้ แต่การเปลี่ยนแปลงก็เป็นเรื่องหนึ่ง และการพูดก็อีกเรื่องหนึ่ง อย่างน้อยก็ต้องแสดงท่าที

ในใจของตู้อังก่นสาปแข่งจิ้งจอกเฒ่านี้นัก เวลาเหมาะเจาะดีเสียเหลือเกิน โทรมาเพียงตอนที่ฟางจ้าวเข้าไปเยี่ยม นี่มันจงใจกันชัด ๆ

หลังจากวางสายด้วยความโกรธเกรี้ยว หัวหน้าสาขาปรับอารมณ์อ่อนโยนขึ้นเมื่อหันหน้ามาหาฟางจ้าว ดูอย่างกับว่าเขารู้สึกเห็นใจฟางจ้าวและพูดปลอบใจสองสามคำ

"อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป มืออาชีพชั้นนำที่พวกเขาจ้างยังทำวิชวลไอดอลออกมาดีไม่ได้ ไม่ต้องกดดันตัวเองมากเกินไปหรอก"

"ขอบคุณครับ ศาสตราจารย์ ผมทราบดี ว่าแต่หรงเจิ้ง บอกว่าคุณมีบางอย่างจะคุยกับผม ?" ตอนที่ฟางจ้าวมาถึงวิทยาลัย หรงเจิ้ง เพื่อนร่วมเอกการประพันธ์เพลงบอกเขาว่าหัวหน้าสาขาตามหาเขา

"ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากบอกเธอว่าไม่ต้องจริงจังไป ซิลเวอร์วิงก์ไม่ไยดีโปรเจ็กต์ ส่วนเธอก็สร้างสรรค์งานแต่งเพลงระหว่างทำโปรเจ็กต์ต่อไปเถอะ"

หลังจากปลอบใจฟางจ้าวอีกสองสามคำ หัวหน้าสาขายืนยันได้ว่าฟางจ้าวไม่ได้เซื่องซึมอย่างที่พวกเขาคิด จึงปล่อยตัวเขาไป

"เฮ้อ ช่างเป็นต้นอ่อนที่โชคร้ายอะไรแบบนี้ ผลิใบล่าช้าไปอีกปี" หัวหน้าสาขาถอนหายใจขณะมองฟางจ้าวจากไป แต่อารมณ์ของเขาดีขึ้นเมื่อนึกถึงบัณฑิตคนอื่น ๆ

โปรเจ็กต์วิชวลไอดอลอย่างดีต้องใช้เวลาสักปี หรือกระทั่งมากกว่านั้น ถึงแม้เขาจะบอกกับฟางจ้าวว่าเขายังแต่งเพลงต่อไปได้ แต่ใครจะมีอารมณ์และแรงบันดาลใจมาแต่งเพลงกันเล่า ? ดังนั้นการเสียเปล่าไปหนึ่งปีจึงเป็นเรื่องแน่นอน ถึงอย่างไรสาขาวิชาการประพันธ์เพลงก็มีบัณฑิตคนอื่นที่สามารถทำให้การมีอยู่ของพวกเขารับรู้ได้ในอุตสาหกรรมในปีที่กำลังมาถึง ไม่นับรวมฟางจ้าว ไม่ใช่ว่าพวกเขามีบัณฑิตอีกห้าคนที่ติด 10 อันดับแรกในชาร์ตผู้บุกเบิกหน้าใหม่หรอกหรือ ? 'วงดนตรีฉีมู่' ของพวกเขายังคงครองตำแหน่งสูงสุด ไม่มีสถาบันดนตรีใดเทียบได้

ขณะเดียวกัน ฟางจ้าวยังมีความคิดเก่า ๆ แบบตาแก่ ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้เพิ่งเกิดเมื่อวาน ดังนั้นเขาจึงไม่รับคำแนะนำมาคิดจริงจังเกินไป

สิ่งที่กวนใจฟางจ้าวยิ่งกว่าคือ วิธีการที่ผู้สนับสนุนในการแข่งขันหน้าใหม่ของเขาส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงเขา

นอกจากเอกประพันธ์เพลงทั้ง 6 คนที่ติด 10 อันดับแรกในชาร์ตผู้บุกเบิกหน้าใหม่ แผนกต้อนรับปฏิบัติกับฟางจ้าวแตกต่างอย่างชัดเจน ผู้คนไม่ได้เย็นชาหรือห่างเหิน พวกเขาเพียงแค่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร คนที่เข้าหาหยิบยื่นคำปลอบขวัญให้ เหล่านักศึกษารู้ดีจากศิษย์เก่าว่าหนึ่งปีหลังจากการแข่งขันผู้มีความสามารถหน้าใหม่นั้นมีความสำคัญอย่างไร การเสียโอกาสไปหนึ่งปีหรือมากกว่าไปกับโปรเจ็คปิดทางตันคือองค์ประกอบของความไม่แน่นอน อนาคตของเขาแขวนบนเส้นด้ายแล้ว

ฟางจ้าวไม่นำพากับคำปลอบใจ เขาเพียงแค่ยิ้มให้และขอบคุณ

ในฐานะหนึ่งในบัณฑิตที่โดดเด่น ฟางจ้าวต้องขึ้นเวทีในระหว่างพิธีสำเร็จการศึกษาและรับรางวัล ร่วมกับนักศึกษาที่ได้รับเกียรติคนอื่น ๆ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมทุกคนถึงต่อสู้อย่างหนักหน่วงในการติด 10 อันดับแรกในการแข่งขันหน้าใหม่ 10 อันดับแรกเพียงพอที่จะทำให้เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยม

ฟางจ้าวยังได้ยินเสียงกระซิบกระซาบในหมู่คนดูและเห็นความอาลัยที่โยนมาให้เขา บางทีผู้คนคงคาดว่าเขาจะหายลับไปจากกลุ่มนักประพันธ์เพลงของอุตสาหกรรมดนตรีในปีหน้า​แล้ว

ฟางจ้าวไม่ได้อยู่ร่วมกับเพื่อนร่วมชั้นหลังพิธีสำเร็จการศึกษา เจ้าของร่างเดิมไม่มีเพื่อนสนิทที่สถาบัน จึงไม่มีอะไรให้พูดมาก

เขาสมัครบัตรผ่านเข้าชั้นเรียนวิชวลไอดอลสำหรับผู้เยี่ยมชมแทน ตอนนี้เขาจบการศึกษาแล้ว ไม่สามารถอิ่มเอมกับสิทธิ์นักศึกษาได้อีก เขาต้องจ่ายค่าเข้าฟัง

ชั้นเรียนจัดในหอประชุมขนาดใหญ่ที่มีระเบียง เทียบกับการบรรยายผ่านเว็บไซต์แล้ว ชั้นเรียนสด ๆ มีการโต้ตอบกว่ามาก ที่น่าสนใจหลักคือชั้นเรียนนี้มีอุปกรณ์ครบครัน ชุดเครื่องมือโสตทัศนูปกรณ์รุ่นล่าสุดซึ่งเพิ่มประสบการณ์ในการสอนบรรยาย เป็นการมาที่นับว่าคุ้มค่าสำหรับฟางจ้าว

เขาเจอะฉู่กวงตอนที่กำลังรับบัตรผ่าน ฉู่กวงเองก็อยู่เอกการประพันธ์เพลง เขาติดอันดับที่ 4 บนชาร์ตผู้บุกเบิกหน้าใหม่ และสังกัดซิลเวอร์วิงก์เช่นกัน

"บัตรเข้าชม ? นายจะเข้าห้องบรรยายงั้นเหรอ ?" ฉู่กวงแปลกใจ แต่มันก็สมเหตุสมผลหลังจากนึกได้ว่าฟางจ้าวติดแหง็กกับโปรเจ็กต์วิชวลไอดอล "ไม่มีนักเรียนลงทะเบียนในชั้นเรียนนี้มากนัก แต่ว่าอาจารย์ที่สอนเป็นลุงของฉันเอง ชื่อ ฉู่หง ฉันจะบอกเขาให้เผื่อนายมีคำถามอะไรในอนาคต ตอนนี้เขาถูกอาจารย์คนอื่นเรียกตัวน่ะ"

"ขอบใจ" ฟางจ้าวกล่าว

"ไม่เป็นไร พวกเราเป็นทั้งเพื่อนร่วมสาขาและร่วมบริษัท ไม่ต้องขอบคุณหรอก" ถ้าฟางจ้าวไม่ได้รับมอบหมายในโปรเจ็กต์วิชวลไอดอล ฉู่กวงคงจะตั้งการ์ดมากกว่านี้ ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นคู่แข่งกัน แต่ตอนนี้สถานการณ์แตกต่าง เขายินดีจะยื่นมือให้ความช่วยเหลือ

"งั้นลุงของนายสอนวิชาวิชวลไอดอล นายรู้เกี่ยวกับวิชวลไอดอลมากแค่ไหน ?" ฟางจ้าวถาม

"ไม่มาก แต่ฉันรู้เรื่องนึง — ลุงของฉันบอกน่ะ ไม่ใช่ฉัน" ฉู่กวงรีบอ้างคนอื่น

"ไม่เป็นไร ฉันไม่บอกใครหรอก" ฟางจ้าวเข้าใจความกังวลของฉู่กวง

ฉู่กวงสบายใจหลังฟางจ้าวรับปาก หลังจากกวาดสายตาไปรอบ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครแอบฟัง เขาพูดเสียงเบา "มีครั้งนึงฉันได้ยินลุงของฉันพูดกับพ่อตอนเมาว่า 'กลียุคสรรค์​สร้างคนเหล็ก ยุคทองเสกสรร​โฉมงาม​ นั่นแหละคือทิศทางที่วิชวลไอดอลมุ่งหน้าไป'"

ฟางจ้าวขมวดคิ้ว "ทำไม ?"

"เพราะการตลาดไม่จำเป็นต้องมีวีรบุรุษมาตัดสินอนาคตน่ะสิ"

 



NEKOPOST.NET