Superstars of Tomorrow ตอนที่ 15 | Nekopost.net 
NEKOPOST

Superstars of Tomorrow

Ch.15 - คุณตามดารารึเปล่า ?


015 คุณตามดารารึเปล่า ?

"ถ้างั้นคุณคิดว่าวิชวลไอดอลของพวกเราควรเป็น​ยังไง ?" ฟางจ้าวถาม เขาเป็นหน้าใหม่เมื่อมาถึงเรื่องของวิชวลไอดอล แม้จะมีวิชวลไอดอลก่อนโลกาวินาศ แต่นั่นก็คนละเรื่องกัน ตอนนี้วิชวลไอดอลเป็นผลิตภัณฑ์​สุกงอม มันยากที่จะเลือกระหว่างพวกมัน

"อย่าถามฉัน" จู่เหวินดีดตัวจากเก้าอี้ ราวกับเขานั่งบนตะปู "นายไม่อยากถามฉันหรอก ฉันเป็นแค่ช่างเทคนิคทำตามหน้าที่ หน้าตาของวิชวลไอดอลถูกตัดสินใจโดยโปรดิวเซอร์ ฉันแค่รับผิดชอบในการปั้นรูปตามที่โปรดิวเซอร์ต้องการ พูดง่าย ๆ คือ ฉันแค่ทำสิ่งที่นายบอกให้ฉันทำ นาย โปรดิวเซอร์ ต้องตัดสินว่าเราจะทำอะไร"

จู่เหวินไม่อยากเป็นแพะรับบาป นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอดในโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลของซิลเวอร์วิงก์ ถ้าความคิดใด ๆ ของเขามีส่วนทำให้โปรเจ็กต์ล่ม เขาก็เป็นเนื้อตายแล้ว

เมื่อเห็นว่าทุกคนหลีกเลี่ยงจะเสนอไอเดียอย่างกับเป็นโรคระบาด ฟางจ้าวตระหนักได้ว่าเขาต้องออกแบบหน้าตาของวิชวลไอดอลเอง ไม่มีใครอื่นที่อยากแตะต้องเรื่องนี้

"ถ้าหมดเรื่อง​แล้ว ฉันกลับล่ะ" จู่เหวินแค่อยากรายงานตัวและดูว่าโปรดิวเซอร์คนใหม่เป็นอย่างไร

"ได้ คุณกลับไปก่อนเถอะ"

จู่เหวินที่ถูกปล่อยตัวไม่พูดอะไรและก้าวออกไป ปล่อยฟางจ้าวอยู่ในออฟฟิศห้องใหญ่ อ่านหนังสือบนโต๊ะเพียงลำพัง

วิชวลไอดอลควรจะมีหน้าตายังไง ?

สายเรียกเข้าที่กำไลข้อมือของเขา

มันเกี่ยวกับห้องเช่าที่ถนนมืดของเขา เขาได้ว่าจ้างผู้รับเหมาให้รีโนเวทสตูดิโอของตัวเอง

ซิลเวอร์วิงก์ชำระเงินให้เขาแล้ว ตามสัญญา ฟางจ้าวได้รับส่วนแบ่ง 100,000 ดอลลาร์ เพราะผลงานของเขาในการแข่งขันหน้าใหม่มียอดดาวน์โหลด 1.9 ล้านครั้ง เป็นเครื่องหมายของการได้ติดอันดับที่ 5

ฟางจ้าวสามารถใช้เงินเช่าห้องที่ดีกว่าหรือกระทั่งซื้อสตูดิโอขนาดเล็กที่ชานเมืองได้เลย บริษัทถามเขาแล้วหากว่าเขาจะต้องการที่อยู่อาศัยของบริษัทซึ่งพนักงานประจำมีสิทธิ์ได้รับ

ฟางจ้าววางแผนจะซื้อสตูดิโอในชานเมือง แต่ทิ้งความคิดไปหลังจากรับโปรเจ็กต์วิชวลไอดอล เขาต้องใช้เวลาส่วนมากในออฟฟิศของตัวเองเป็นระยะเวลาหนึ่ง นักประพันธ์เพลงสามารถกำหนดตารางของตัวเองได้ แต่ในฐานะโปรดิวเซอร์ของโปรเจ็กต์วิชวลไอดอล เขาต้องหาข้อมูลจำนวนมากที่สามารถเข้าถึงได้ฟรีที่ออฟฟิศเท่านั้น เขาต้องจ่ายเงินจำนวนมากในการเข้าถึงเครือข่ายของบริษัทจากที่ห่างไกล

เขาสามารถค้นคว้าที่ออฟฟิศได้ — กระทั่งนอนที่นี่ได้ ในกรณีนั้น การหาห้องเช่าใหม่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอีกแล้ว เขาใช้ชีวิตในที่เลวร้ายกว่านักในช่วงโลกาวินาศ เขาไม่เร่งรีบอัพเกรดที่พักของตัวเองหรอก รอจนกว่าโปรเจ็กต์เสร็จสิ้นคงดีกว่า ดังนั้นฟางจ้าวจึงตัดสินใจรีโนเวทห้องเช่าปัจจุบันของเขาแทน

หลังจากขอตัวจากตู้อัง ฟางจ้าวออกจากซิลเวอร์วิงก์และกลับไปที่ห้องเช่าของตัวเอง

หลังจากตัดสินใจไม่ซื้อที่พักใหม่ ฟางจ้าวอัพเกรดหูฟัง, แว่นตา และระบบเครื่องเสียงของตัวเอง ผู้รับเหมาติดตั้งหน้าต่างกันเสียงและระบบระบายอากาศ

การติดตั้งเสร็จสิ้นน้อยกว่าชั่วโมง

เขาเช็คเวลา 5 โมงเย็นแล้ว ฟางจ้าวลงบันไดและติดตามด้วยสุนัขขนหยิก

เขาซื้ออาหารบางส่วนที่ร้านค้า ตอนนี้เขามีเงินบ้างแล้ว ไม่ทารุณตัวเองอีก สั่งอาหารคุณภาพดีขึ้นมา

เย่ว์ฉิงยื่นอาหารที่ลดการบีบอัดแล้วให้ฟางจ้าว มื้อนี้น่าทานและละมุนมากขึ้น เป็นธรรมดาที่จะกลิ่นหอมกว่าติ่มซำลดการบีบอัดที่เขาเคยกินก่อนหน้านี้​

"เท่าไหร่ ?" ฟางจ้าวถาม

"ไม่ต้อง ฉันเลี้ยง ยินดีด้วยกับความสำเร็จในการแข่งขันหน้าใหม่" เย่ว์ฉิงไม่ได้ติดตามวงการดนตรี เขาแค่ได้ยินเพราะมีวัยรุ่นสองสามคนคุยกันในร้านของเขาเมื่อวาน

ฟางจ้าวไม่ปฏิเสธ รับอาหารมา "ขอบคุณครับ"

"ว่าแต่ เถ้าแก่เย่ว์ คุณชอบดาราแบบไหนงั้นเหรอ ? แบบเสมือนหรือคนจริง ?" ฟางจ้าวถาม

"ดาราเหรอ ?" เย่ว์ฉิงนิ่งงันและจากนั้นส่ายหัว "ฉันไม่ได้ตามดารา ดาราเดี๋ยวนี้ไม่โดนใจฉันจริง ๆ ตอนที่ฟังเพลงดัง ๆ ฉันไม่วุ่นวายไปดูหรอกว่าใครร้องใครแต่ง เหตุผลที่ฉันรู้เรื่องการแข่งขันหน้าใหม่ก็เพราะได้ยินคนอื่นเขาคุยกัน ฉันไม่ได้การแข่งขัน แต่ว่า..."

เย่ว์ฉิงหันศีรษะกวาดสายตามองร้านอย่างระมัดระวัง หลังจากแน่ใจว่าภรรยาของเขายังทำงานอยู่ เขาว่า "แต่ฉันจำดาราหุ่นดีได้คนนึง" เย่ว์ฉิงวาดภาพหุ่นของเธออย่างเคลิบเคลิ้ม "ชื่ออะไรกันนะ ? ฉันจำชื่อไม่ได้แล้ว"

"เป็นวิชวลไอดอลหรือคนจริง ๆ น่ะครับ ?" ฟางจ้าวถาม

"ไม่แน่ใจ นั่นมันแตกต่างงั้นเหรอ ? ไอดอลพวกนั้นเกินเอื้อมทั้งนั้น" เย่ว์ฉิงว่า

"เถ้าแก่เย่ว์ มีคนที่คุณนับถือบ้างไหม ?" ฟางจ้าวถาม

"คนที่นับถือ... ช่าย อดีตผู้บังคับบัญชาของฉันเอง ก่อนที่เขาจะเกษียณจากกองทัพ..." เย่ว์ฉิงนึกย้อนถึงวันวานในกองทัพของเขา แต่กลับมามีสติอย่างรวดเร็ว "แกถามคำถามพวกนี้เพื่ออะไร ?"

"ผมรับงานโปรเจ็กต์วิชวลไอดอลมาน่ะ" ฟางจ้าวตอบ มันไม่ใช่ความลับ ดังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องโกหก

"ถ้างั้นฉันคงช่วยอะไรไม่ได้ ดารากับไอดอลพวกนั้นไม่ได้อะไรมากเลยจริง ๆ สำหรับฉัน ต่อให้จำได้ว่าพวกเขาหน้าตาเป็นยังไง ฉันก็จำชื่อเพลงของพวกเขาไม่ได้หรอก ไม่ต้องพูดถึงว่าวิพากษ์วิจารณ์พวกเขายังไง ฉันแค่เซฟเพลงที่ฟังแล้วชอบ แต่เดี๋ยวนี้น้อยเพลงมากที่จะนึกถึง — พวกมันทั้งร่าเริงเกินไปหรือสะเทือนแก้วหูเกินไป ไม่ใช่รสนิยมของฉัน" เย่ว์ฉิงไม่ใช่แฟนเพลง เขาไม่ได้ฟังเพลงมากนัก

ใครบางคนเรียกฟางจ้าว

"เฮ้ ฟางจ้าว ! มานี่ !"

ฟางจ้าวหันไปตามเสียงและเห็นเจ้าของร้านขายยาโบกมือให้เขา

"อ้ายหวันมีเรื่องจะคุยกับแกแน่ะ" เย่ว์ฉิงกล่าว

อ้ายหวัน คือเจ้าของร้านขายยา

ฟางจ้าวยัดอาหารที่เหลือ คืนจาน และพุ่งจากร้านค้าไปร้านขายยา

"มีอะไรเหรอ ?" ฟางจ้าวถาม

อ้ายหวันมองสุนัขของฟางจ้าว ซึ่งติดตามมาใกล้ ๆ "เกี่ยวกับเจ้าหมาขนหยิกน่ะ"

หลังจากเชิญฟางจ้าวเข้ามาข้างใน อ้ายหวันยื่นปึกผลการทดสอบจากไม่กี่วันก่อนให้ หลังจากเขาโกนขนสุนัข เขาสงสัยว่าขนสุนัขที่พังที่ตัดขนของเขาได้นั้นมีอะไรเป็นพิเศษ แต่ผลการทดลองเผยว่าไม่มีอะไรผิดปกติเกินไป

"มีธาตุโลหะหายากห้าอย่างที่เกินมาตรฐานและไม่เคยได้รับการตรวจพบมาก่อน แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก บางทีคงมาจากการคุ้ยเขี่ยคุ้ยกินจากกองขยะเป็นเวลานาน ที่ทิ้งขยะมีขยะที่มีสารพิษเยอะแยะ ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล" อ้ายหวันว่า

ฟางจ้าวกวาดตาผ่านรายงานการทดสอบและถาม "นี่คือเรื่องที่คุณอยากบอกผม ?"

"แน่นอนว่าไม่" อ้ายหวันเอาผลการทดสอบอีกปึกออกมา "ตอนที่ฉันวิเคราะห์ขนหมา ฉันตรวจสอบการจัดลำดับ DNA ของมันกับฐานข้อมูล ไม่ใช่ว่าเธอถามว่ามันพันธุ์อะไรเหรอ ? ปรากฏว่าบางทีมันอาจสืบมาจากพันธุ์เคิร์ลลี่ โค้ท รีทรีฟเวอร์ หรือวอเตอร์ สแปเนียลก่อนช่วงหายนะ แต่ว่าขนหมาของเธอหยิกเป็นพิเศษและกลายพันธุ์หลายสายพันธุ์ในช่วงโลกาวินาศ ดังนั้นผลลัพธ์เลยเชื่อถือไม่ได้ทั้งหมด นั่นคือทั้งหมดที่ฉันทำได้ — ฐานข้อมูลมีจำกัด เพราะสัตว์จำนวนมากสูญพันธุ์ไปแล้วในช่วงโลกาวินาศ แต่ฉันได้เช็คกับฐานข้อมูลหมาของยุคใหม่ด้วย"

อ้ายหวันนำตารางอีกอันออกมา "บางทีเธอคงไม่รู้​ว่าหลังจากยุคโลกาวินาศ มียีนที่มีเครื่องหมายแตกต่างไปในหมาปฏิบัติการที่รอดชีวิตจากการสูญพันธุ์อยู่ หมาจรที่รอดชีวิตมียีนต่างออกไป นั่นเป็นวิธีการที่นักวิชาการ​สามารถบอกได้ว่าหมานั้น ๆ สืบสายมาจากหมาปฏิบัติการหรือหมาจร"

อ้ายหวันชี้ตารางและชี้สุนัขขนหยิกที่นั่งถัดจากฟางจ้าว "ฉันพบว่ามีทั้งสองยีนในตัวเจ้านี่"

"แล้วบทสรุปของคุณคือ ?" ฟางจ้าวถาม

"หนึ่งในบรรพบุรุษของมันคือลูกหลานของหมาปฏิบัติการกับหมาจร แต่บางทีในรุ่นของมัน ยีนหมาจรคงเด่นกว่า ถึงยังไงมันก็เป็นหมาตัวเล็กนั่นแหละ หมาปฏิบัติการมักจะตัวใหญ่ ๆ แน่นอนว่ามีความเป็นไปได้ที่จะสืบมาจากหมาปฏิบัติการพันธุ์เล็กที่หายาก แต่ฉันเชื่อในสมมติฐานของฉัน"

สุนัขป่าจากยุคใหม่เป็นที่รู้พวกมันมีร่างเล็กและมีทักษะการเอาชีวิตรอดสูงมาก สุนัขป่าที่ตัวใหญ่กว่าสูญพันธุ์ไปนานแล้ว

"นึกย้อนดูสิว่ามันหน้าตาเป็นยังไงตอนที่เธอรับมันมาเลี้ยงตอนแรก และพิจารณาจากธาตุโลหะหนักของมัน มันคงจะตายไปแล้วล่ะถ้าเป็นสายพันธุ์อื่น เป็นยีนหมาจรที่ทำให้มันรอด"

ขณะที่อ้ายหวันพูด เขาเอื้อมมือไปหาสุนัข แต่มันเบือนหน้าหนี

"เฮ้ แกเป็นเด็กดีอยู่เลยตอนที่ฉันโกนขนให้แก" อ้ายหวันตำหนิ

"ขอบคุณมากครับ" ฟางจ้าวว่า เขาไม่ได้ร้องขอการทดสอบ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกขอบคุณนักที่อ้ายหวันใช้เวลาในการวิเคราะห์พวกมันและแบ่งปันผลลัพธ์ให้

อ้ายหวันโบกมือไล่คำขอบคุณของเขา "ด้วยความยินดี ฉันแค่สงสัยน่ะ หวังว่าเธอจะไม่ใส่ใจ"

ฟางจ้าวนิ่ง จากนั้นถาม "เถ้าแก่อ้าย คุณเป็นแฟนคลับของไอดอลหรือดาราคนไหนรึเปล่า ?"

"ไอดอลหรือดาราเหรอ ? มีสิ ! ชื่ออะไรนะที่เล่นเป็นนางพยาบาลในหนังปีที่แล้ว ฮ่ะ ๆ น่ารักมากเลยล่ะ"

"คุณจำชื่อเธอได้มั้ย ?" ฟางจ้าวถาม

"ฉันลืมชื่อไปสักพักแล้วล่ะ"

"เธอเป็นวิชวลหรือว่าไอดอลคนจริง ๆ น่ะ ?"

"วิชวลน่ะ จะดีแค่ไหนถ้าเป็นคนจริง ๆ ฉันอาจจะวิ่งเข้าใส่เธอสักวันก็ได้ เธอดีกว่านักแสดงคนจริง ๆ อีก เล่นเป็นนางพยาบาลที่ทำให้ฉันนึกถึงนางพยาบาลที่ห้องฉุกเฉินเลย นักแสดงคนอื่นดึงท่าทางแบบนั้นได้ไม่ติด พวกเขาหลอกคนที่มีพื้นเพทางการแพทย์ไม่ได้หรอก"

หลังจากกลับจากร้านขายยา ฟางจ้าวกลับห้องเช่าชั้นสองของตัวเอง และดูภาพยนตร์กับคอนเสิร์ตสองสามเรื่องที่นำเสนอวิชวลไอดอลที่เป็นที่นิยมในช่วงเวลาที่ผ่านมาบนโปรเจ็คเตอร์เครื่องใหม่ของเขา เขาอยากเห็นว่าวิชวลไอดอลที่โด่งดังหน้าตาเป็นอย่างไร




NEKOPOST.NET