อิเซไค คาเอริ โนะ ยูฉะ กะ เกนได ไซเคียว! ตอนที่ 64 | Nekopost.net 
NEKOPOST

อิเซไค คาเอริ โนะ ยูฉะ กะ เกนได ไซเคียว!

Ch.64 - อาริเอล


มุมมอง:เรล่า ซาคากุจิ 

ตอนที่ฉันไปถึงมันก็เป็นภาพที่โหดร้ายแล้ว 

อาเบโนะ คากุยะแขนขาถูกหอกเสียบหมดสติห้อยอยู่กับต้นไม้แล้วก็ถูกมัดด้วยเชือก 
บนพื้นหินเต็มไปด้วยเลือด สีหน้านิ่งตามปกติของเธอหายไป--กลายเป็นสีหน้าที่อ่อนแอ เสียเลือดมหาศาลจนใกล้จะตายอยู่แล้ว 

"พอได้แล้ว!"
"แต่ว่า...องค์หญิง?"

ฉันตบเซราฟีน่าเต็มแรง

"ช่างเถอะน่าพอได้แล้ว!"
"แต่ว่า พวกเราต้องทำตามคำสั่งทีี่ว่าห้ามปราณีกับผู้ที่ขัดขวาง..."
"คำสั่งแบบนั้น...ฉันไม่ได้เป็นคนสั่งค่ะ!"
"แต่ว่า ท่านรินฟอร์ดบอกว่าให้ทำแบบนี้...!"

บัดซบ...ไอ้รินฟอร์ด...
นี่คิดจะทำให้ฉันหงุดหิดถึงขนาดไหนกัน!?
ไหนบอกว่าวันนี้จะปล่อยให้ฉันจัดการที่นี่ไง!

ฉันเกือบจะร้องไห้อออกมาแล้ว จากนั้นก็ใช้ลองกินุสตัดเชือกที่มัดอาเบโนะ คากุยะห้อยอยู่ 
แล้วก็จับชีพจรของเธอที่หน้าซีดสุดๆ

--ดีจริงๆ...ยังมีชีวิตอยู่

เท่าที่ดู พวกเซราฟีน่าเองก็ออมมือก็เลยไม่มีแผลไปถึงภายใน

ตอนที่ฉันสบายใจนั่นเอง--ก็มีสายลมพัดไปรอบๆ จากนั้นก็มีแรงดันวิญญาณแห่งความโกรธเกรี้ยวพุ่งมา 

พริบตาที่พวกฉันหันไป-- 

"นี่มันเรื่องอะไรกัน? คุณซาคากุจิ?"

พวกการ์เดี้ยนส์ที่นำโดยเซราฟีน่าก็โดนออร่าแสดความปฏิปักษ์อันรุนแรงที่โมริชิตะ ไดกิปล่อยออกมาจนเข่าอ่อน ทรุดลงไปกับพื้นจนหมด 
แม้แต่ฉันเองยังขาสั่นไปหยุด--แล้วถึงตอนนั้นก็มีเสียงคำรามดังออกมา 

"--ก็ถามว่านี่มันเรื่องอะไรกันไงว้อย! ตอบมาซะคุณซาคากุจิ! ทำไมรุ่นพี่อาเบโนะ...ถึงได้ปางตายแบบนี้!"

โมริชิตะ ไดกิเดินมาที่ฉันแล้วก็จับไหล่ของฉันอย่างแรง-- 

"เดี๋ยวสิ! มันเจ็บนะ!"

แล้วเซราฟีน่าก็เหวี่ยงหอกเงินใส่โมริชิตะ ไดกิ 

"แก! ห้ามทำอะไรองค์หญิงนะ! อั๊ก!"

หลังมือในเสี้ยววินาที 
เซราฟีน่าปลิวไปไกลราวกับเศษผ้าขี้ริ้ว

"พวกลูกกระจ๊อกน่ะหุบปากไปซะ! เมื่อกี้น่ะออมมือให้ แต่ว่าครั้งแต่ไปจะไม่มีอีกแล้ว คราวหน้าจะใช้หลังมือเป่าให้หายไปทั้งหัวเลย!"

โมริชิตะ ไดกิโกรธจัด 
แล้วการ์เดียนส์ที่เหลืออีก4คนก็ตัวสั่นไม่หยุด 
ทั้งๆที่เข้าใจถึงความต่างของพลังแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นพวกเธอก็พยายามตั้งท่าขู่เพื่อปกป้องฉัน 

"อย่าเข้าใกล้องค์หญิงนะ! ไอ้สัตว์ประหลาด!"
"พวกเรา...คือการ์เดี้ยนส์ของท่านเรล่า! ต่อให้แลกด้วยชีวิตก็ไม่เสียใจหรอก!"
"ถ้าเป็นคนดีขนาดมาเพื่อช่วยเพื่อน...! ถ้าอย่างนั้นก็ต้องใช้ตัวประกัน...!"

ถึงตอนนั้นฉันก็พยายามตะโกนสุดชีวิต 

"ทุกคน! ขอร้องล่ะ! ช่วยอย่าเข้าไปใกล้โมริชิตะ ไดกิกับอาเบโนะ คากุยะเลย!"
"แต่ว่า องค์หญิง...?"
"เอาเถอะน่าห้ามเข้าไปใกล้เด็ดขาด! ถ้าฝ่ายนี้ไม่เริ่มโจมตีเขาก็ไม่เอาชีวิตไปหรอก! ไม่มีทางชนะหรอก...ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางชนะเขาได้เด็ดขาด!"

ด้วยคำพูดของฉันทำให้สีหน้าโหดเหี้ยมของโมริชิตะ ไดกิผ่อนลงเล็กน้อย

"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมมันถึงได้กลายเป็นแบบนี้? นี่ คุณซาคากุจิ?"
"...มันคือคำสั่งของวาติกัน ถึงจะไม่ใช่เรื่องที่แก้ตัวได้ก็เถอะ...แต่ฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้"

โมริชิตะ ไดกิคิดอะไรสักพักแล้วถามฉัน 

"มีเมลมาจากรุ่นพี่อาเบโนะน่ะ เมลบอกว่าขอให้ช่วย คนคนนี้...หัวรั้นสุดๆถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่จริงๆไม่มีทางขอร้องชั้นแน่ แต่คนคนนี้ก็ส่งเมลมาให้ชั้น หวาดกลัว รู้สึกถึงความตาย แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ"
"...นั่นสินะ"
"แค่พูดว่าคำสั่ง หรือไม่รู้เนี่ย...คิดว่ามันจะจบเหรอ? คนทั้งคน...เกือบจะตายแล้วนะ?"
"...ไม่ขอโทษหรอกนะคะ"
"หา?"
"เรื่องที่องค์กรที่ฉันสังกัดอยู่ ไม่สิ...ที่ลูกน้องฉันเป็นคนทำ มาขอโทษเอาตอนนี้ก็ไม่ได้อะไรแล้วค่ะ"
"...แล้ว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
"วาติกันเป็นองค์กรที่เข้มงวดเรื่องการปฏิบัติตามคำสั่งตามยศสูงต่ำ พวกฉันก็มีเหตุผลของพวกฉัน...เรื่องนี้ มันก็แค่นั้น"
"...พอจะเข้าใจเรื่องราวแล้ว แต่ว่า ชั้นเองก็มีเรื่องที่คิดอยู่"
"เรื่องที่คิด?"
"พวกเราเนี่ย...สำหรับเธอแล้ว...เป็นอะไรกันแน่?"
"..."
"ชั้นน่ะ...รุ่นพี่อาเบโนะเองก็เหมือนกัน บางที...เกี่ยวกับเธอก็ไม่ได้คิดว่าเป็นคนนอกหรอกนะ"
"..."
"จะทำความเข้าใจกันไม่ได้เลยเหรอ? เรื่องที่ทำไปแล้วมันก็ช่วยไม่ได้ความขุ่นแค้นก็ไม่ได้หายไปได้ง่ายๆ แต่ว่า คุณซาคากุจิเองก็ไม่ได้รู้ใช่ไหมล่ะ? ดังนั้น ถ้าเป็นตอนนี้...ต้องยังทันอยู่แน่ๆ"
"..."

โมริชิตะ ไดกิยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วยื่นมือขวามาที่ฉัน

ตอนที่ฉันจะเอื้อมไปจับมือที่เขายื่นออกมา... 

"...องค์หญิง?"

การ์เดี้ยนส์คนหนึ่งส่งเสียงทักออกมา 

แล้วฉันก็ต้องส่ายหน้า 

อยากที่จะจับมือของโมริชิตะ ไดกิ ไม่อยากจะปล่อยไปอีก--อยากจะจับให้เต็มแรง 

แต่ว่า10ปีมานี้ฉันโตมาที่วาติกัน ถูกสั่งสอนในแบบของวาติกัน 

เรื่องในคราวนี้จากใจจริงแล้วไม่อาจจะยอมรับได้ 
แต่ว่าด้วยเหตุผลของวาติกันแล้วเข้าใจดีว่ามันถูกต้อง 
แล้วถึงจะทิ้งทุกสิ่งด้วยเรื่องจิ๊บจ๊อยแบบนั้นไปให้หมด แต่--ฉันในตอนนี้ตลอด9ปีมีกลุ่มคนที่คอยสนับสนุนฉัน...คนที่แสนสำคัญ...ที่ต้องปกป้องอยู่ 

ฉันน่ะเดิมทีก็ไม่ได้เกิดที่วาติกันอยู่แล้ว ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดก็ยังมีตัวเลือกที่จะถอนตัวออกจากวาติกัน 
แต่ว่ากับพวกเธอที่เกิดมในฐานะอัศวินศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่สมัยเป็นเด็กทารกแล้ว มันลำบากเกินไปที่จะทำอย่างนั้นสำหรับพวกเธอที่ไม่รู้จักเรื่องการใช้ชีวิตที่อื่นนอกจากวาติกัน 

แล้ว-- 

--บางทีรินฟอร์ดคงเป็นคู่ต่อสู้ที่ต่อให้เป็นโมริชิตะ ไดกิเองก็ทำอะไรไม่ได้

หากฉันตั้งตัวเป็งปฏิปักษ์ต่อรินฟอร์ด ฉันกับการ์เดี้ยนส์ทุกคนก็จะถูกฆ่าเหมือนกับเศษขยะ
โมริชิตะ ไดกิเนี่ย...จากบุคลิกของเขาแล้ว ถ้าฉันขอความช่วยเหลือไปต่อให้จะมีอะไรเขาก็จะเข้ามาช่วยอย่างเต็มที่แน่ๆ 
ถึงจะไม่ต้องถึงขั้นเป็นปฏิปักษ์...แต่แค่เลือกที่จะขับไล่วาติกันออกไปเฉยๆ...แค่นั้นก็มีโอกาสที่จะกลายเป็นเป้าหมายในการกำจัดของวาติกันแล้ว 
ไม่สิ ฉันเองก็คงจะกลายเป็นแบบนั้น

--ถ้าอย่างนั้นก็จำเป็นที่จะต้องให้โมริชิตะ ไดกิแยกลากับพวกฉันที่นี่ 

เพื่อไม่ให้หลังจากนี้จะมีอันตรายย่างกายเข้ามาหา...โมริชิตะ ไดกิกับการ์เดี้ยนส์ 

ฉันถามโมริชิตะ ไดกิเป็นครั้งสุดท้าย 

"นี่ โมริชิตะ ไดกิ?"
"มีอะไร?"
"ฉันจะทำตามเหตุผลของพวกฉัน จะทำให้โยโกฮาม่าตกอยู่ในภัยพิบัติ"
"ไม่ทีทางยอมเรื่องนั้นได้หรอกนะ ในเมืองที่ฉันอาศัยอยู่มันก็มีทั้งครอบครัวของฉันและคนรู้จักอยู่อีกตั้งเยอะแยะ"
"อืม นั่นสินะ? แล้ว อยากจะถามอีกเรื่องหนึ่งค่ะ"
"หืม?"
"ขอพูดตรงๆเลยนะคะ? เด็กสาวผมทองที่เก็บได้ที่ต่างโลก แล้วก็ ฉัน คิดอะไรออกบ้างไหม?"
"...ทำไมเธอถึงได้...หมกมุ่นอยู่กับเรื่องของอาริเอลขนาดนั้น"

ใบหน้าสับสนเล็กน้อยของโมริชิตะ ไดกิทำให้ฉันน้ำตาแทบไหลออกมา 
ความรู้สึกมากมายผุดออกมา

--ไม่สิ แต่ว่า...ดีแล้วล่ะ

เพราะแบบนั้นก็เลยทิ้งไปได้ 
ฉันยืดอกแล้วใช้นิ้วชี้มือขวาชี้ไปที่โมริชิตะ ไดกิ 

"โมริชิตะ ไดกิ? พิธีวางศิลาฤกษ์ถูกพวกฉันทำลายไปหนึ่งที่แล้วนะคะ"
"อา ก็ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วล่ะว่าคุณเจ้าอาวาสนอนจมกองเลือดอยู่น่ะ"
"นี่คือการเตือนครั้งสุดท้ายค่ะ อีก3วันให้หลังพวกฉันจะโจมตีที่เหลืออีก2ที่ค่ะ ใช่--โจมตีแน่ๆ ต่อจากนี้จะเป็นโลกของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยเลือดจากเหตุผลของวาติกันค่ะ ดังนั้น--ห้ามมาขัดขวางพวกฉันเด็ดขาด ครั้งต่อไปคงจะปกป้องพวกคุณให้ไม่ได้แล้ว ต่อให้คุณแข็งแกร่งขนาดไหน...ก็ไม่มีทางชนะเจ้านั่นได้หรอก"
"เจ้านั่น?"
"ฉันสังกัดอยู่วาติกันค่ะ ดังนั้นเดิมทีก็ไม่มีทางญาติดีกับพวกคุณได้อยู่แล้ว แถม...ฉันเองบนโลกใบนี้ก็มีกลุ่มคนที่อยากจะปกป้องอยู่ คนที่คอยเอาใจใส่ฉันราวกับคนบ้า คนที่ยอมทิ้งชีวิตเพื่อฉันจริงๆ...ฉันได้เจอกับกลุ่มคนที่แม้จะบ้าๆบอๆแต่ก็รักมากอยู่ค่ะ ไม่คิดว่านี่คือความสุขบ้าเหรอคะ?"

ฉันพยายามฝืนยิ้มทั้งน้ำตา--ฝืนยิ้มให้พี่จ๋า 
จากนั้นก็อุ้มเซราฟีน่าที่นอนชักอยู่บนพื้นขึ้นมา แล้วก็หันหลังโบกมือให้พี่จ๋า 

--นี่คือการจากลา หรือก็--คำประกาศถึงความรักที่ไม่สมหวัง

"ดังนั้น ลาก่อนนะ ขอร้องล่ะอย่างมายุ่งเกี่ยวกับพวกเรามากไปกว่านี้อีกเลย...คิดว่าคงจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วล่ะ ลาก่อนค่ะ...พี่จ๋า"
"...พี่...จ๋า?"
"ลาก่อนนะ"
"นี่ เดี๋ยวก่อนสิ! เธอ เมื่อกี้...พูดว่าพี่จ๋า..."

ฉันไม่สนใจคำพูดของโมริชิตะ ไดกิแล้วก็พาพวกการ์เดี้ยนส์จากไป 




มุมมอง:โมริชิตะ ไดกิ

หลังจากนั้น--

ชั้นใช้เวทรักษากับรุ่นพี่อาเบโนะที่หน้าซีดสุดๆ 

ใช้เวลารักษาไป2ชั่วโมง เพราะอย่างนั้นMPถึงได้เกลี้ยง แต่ว่ารุ่นพี่อาเบโนะก็พ้นขีดอันตรายแล้ว
ถ้าหลังจากนี้ได้รับการถ่ายเลือดก็คงจะกลับมาพูดอะไรหมาๆได้ตามปกติ 

ระหว่างที่ใช้เวทรักษากับรุ่นพี่อาเบโนะ ชั้นก็นึกถึงเรื่องราวต่างๆจนถึงตอนนี้ 

--แล้วในหัวของชั้นตอนนี้...ด้วยคำพูดว่าพี่จ๋าเลยเชื่อมโยงระหว่างอาริเอลกับคุณซาคากุจิได้ในที่สุด 

"นี่...ต้องโง่ขนาดไหนเนี่ยตัวชั้น"

สัญญาณที่คุณซาคากุจิปล่อยมาก่อนหน้านี้ ชั้นไม่ได้รู้สึกตัวสักนิด 
ทั้งๆที่เธอ พยายามในแบบของเธอ...เพื่อจะบอกใช้ชั้นรู้แล้วแท้ๆ

แต่ว่าก่อนหน้าเรื่องนั้นก็ยังมีอีกเรื่องอีก

ไม่ใช่ในฐานะอาริเอล แค่ในฐานะเรล่า ซาคากุจิ เธอคือหนึ่งในเพื่อนอันน้อยนิดของชั้น เรื่องนั้นไม่ผิดแน่นอน 
รวมถึงเธอกำลังถูกอะไรบางอย่างผูกมัดไว้จนไม่สามารถทำอะไรตามใจได้ ไม่สิ บางทีนั่น...อาจจะเป็นปกป้องชั้นด้วยก็ได้ 
ทั้งๆที่คบกันมาขนาดนี้แต่ก็ยังไม่เข้าใจชั้นนี่มันงี่เง่าสิ้นดี 

"เอาล่ะ..."

ชั้นพารุ่นพี่อาเบโนะที่ยังคงหลับอยู่ไปส่งที่โรงพยาบาลแล้วก็กลับไปที่บ้าน 


กลับมาถึงก็เป็นตอนเช้าแล้ว
นอนในห้องตัวเอง3ชั่วโมง ตอนบ่านชั้นก็มานั่งดื่มกาแฟอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น 
แล้วคุรแม่ก็มานั่งข้างๆ 

"ไดกิจัง? หน้าซีดหมดเลยนะคะ?"

มาพูดแบบนั้นโดยไม่ได้พูดถึงเรื่องที่กลับมาเช้าหรือโดดเรียน
ก็ เป็นคุณแม่ตามปกติ 

"นี่ คุณแม่?"
"มีอะไรเหรอค่า?"
"มีคนที่อยากจะปกป้อง คนที่อยากจะช่วยอยู่น่ะ บางทีเธอคงกำลัง...ลำบากอยู่"
"โอ๊ะ!? ในที่สุดไดกิจังก็มีแฟนแล้วเหรอค่า~?"

คุณแม่พูดอย่างดีใจ แต่ฉันก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆตอบไป 

"ไม่ใช่แบบนั้นหรอก"
"ถ้าอย่างนั้นมันเป็นยังไงเหรอคะ?"
"ก็แค่คนที่รู้จักตั้งแต่นานมาแล้วน่ะครับ เธอปิดบังอะไรบางอย่างกับผมไว้ บางทีคงจะเก็บเรื่องกังวลที่ตัวเองก็ทำอะไรไม่ได้เอาไว้...แล้วคิดว่าผมเองก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน แต่ ทั้งๆที่ผมเองยังไม่รู้เรื่อราวอะไรเลยแท้ๆ"
"อืม~..."
"แล้วก็บางทีวิธีคิดการใช้ชีวิตและสภาพแวดล้อมของเธอคงจะต่างกับผม คิดว่าถ้าเธอมาอยู่ฝั่งเดียวกับผมเด็กสาวคนนั้นคงจะต้องสูญเสียอะไรบางอย่างไป ไม่สิ อย่างน้อยเธอก็คิดแบบนั้น มันก็คงเป็นทางที่ต้องเลือกเพียงหนึ่งเดียวจากสองตัวเลือกแล้วล่ะมั้ง...ตอนนี้สมองตื้อจนคิดอะไรไม่ออกแล้วครับ"

เหตุผลที่เธอเรียกว่าวาติกัน 
มันคือสิ่งที่ขัดแย้งกับเหตุผลของฝั่งชั้นกับรุ่นพี่อาเบโนะ 
ถ้าให้พูดนี่อาจจะเป็นการให้ชั้นเลือกระหว่างรุ่นพี่อาเบโนะ กับคุณซาคากุจิก็ได้

"..."
"ตัวเลือกที่ผมจะไม่ทำอะไรเลยก็มีอยู่ ถ้าเป็นแบบนั้นคงจะดีกับพวกเธอมากกว่าด้วย...แต่ว่าผมไม่มีทางไม่ทำอะไรอยู่แล้ว"

ก็นะ อย่างน้อยที่อยู่ของคุณซาคากุจิในวาติกันก็คงจะไม่เหลือล่ะนะ 
แต่ว่าถ้าชั้นไม่ทำอะไรก็จะเกิดอันตรายครั้งใหญ่กับคนธรรมดาไม่ผิดแน่
แล้วมันก็ไปขัดกับรุ่นพี่อาเบโนะที่เป็นนักปราบผีที่คอยรักษาสมดลุวิญญาณของประเทศนี้ด้วย ยังไงชั้นก็ยอมไม่ได้อยู่แล้ว 

คุณแม่คิดอะไรบางอย่างแล้วก็มองขึ้นไปบนเพดาน

"ถ้าปกป้องอะไรก็จะเสียอีกอย่างไป...ก็อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้นะคะ ก็มีคำพูดที่ว่าถ้าจับปลาสองมือสุดท้ายก็จะไม่ได้สักตัวอยู่สินะคะ"

แล้วคุณแม่ก็จับไหล่ทั้งสองข้างของฉันกดฉันนอนลง 
อยู่ในสภาพนอนตัก

"แต่ว่านะ ไดกิจัง?"

คุณแม่ยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วก็เริ่มลูบหัวของชั้นเบาๆ 

"สิ่งที่จำเป็นต้องทิ้ง สิ่งที่ต้องปกป้อง บางทีมันอาจจะมีเวลาที่ต้องเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามที่ไดกิจังพูดจริงๆก็ได้นะคะ"
"...อืม"
"แต่ว่าตอนนี้คือเวลานั้นเหรอคะ? มันคือเวลานั้นจริงๆใช่ไหมคะ?"
"...เอ๊ะ?"
"ถึงตอนนั้นก็ต้องปกป้องทั้งสองสิ่งเอาไว้ให้ได้...คุณแม่คิดว่านั่นคือชะตากรรมในฐานะที่เกิดมาเป็นลูกผู้ชายค่ะ"
"ปกป้อง...ทั้งสองสิ่ง?"
"ไดกิจังไปยุ่งเกี่ยวกับอะไรอยู่คุณแม่ไม่รู้หรอกค่ะ แต่ว่า..."
"แต่ว่า?"

แล้วคุณแม่ก็ยิ้มออกมา 

"เด็กผู้ชายที่มองข้ามเด็กผู้หญิงที่กำลังร้องไห้น่ะ คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ได้สอนให้ไดกิจังเป็นคนแบบนั้นนะคะ"

ฉันหัวเราะออกมาทั้งๆที่ยิ้มเจื่อนๆอยู่

"อืม เพราะแบบนั้นล่ะถึงได้มีปัญหาครับ"

คุณซาคากุจิ...อาริเอลเองก็มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมากมายในโลกฝั่งนี้ 
ถูกสายใยหลายๆสิ่งผูกมัดเอาไว้ จนต้องพูดออกมาว่า"อย่าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับพวกฉันอีก"อย่างไม่เต็มใจ 
ดังนั้นในตอนที่ลาเธอถึงได้ยิ้มออกมาทั้งๆที่ร้องไห้อยู่ 

"น่าคิดถึงจังเลยนะคะ ตอนเด็กๆ...ไดกิจังมักจะร้องไห้กลับมาเสมอ แล้วคุณแม่ก็จะลูบหัวให้แบบนี้ล่ะค่ะ"
"อืม"
"ไม่สิ จนถึงไม่นานมานี้ไดกิจัง...ก็ถูกแกล้งที่โรงเรียนใช่ไหมล่ะคะ? แต่ว่าไม่รู้ว่าตั้งแต่ตอนไหนอยู่ๆก็ทำสีหน้าสมกับเป็นลูกผู้ชายขึ้นมาค่ะ คุณแม่ดีใจมากๆเลยนะคะ"
"...อืม"

ฉันเลิกนอนหนุนตักคุณแม่แล้วลุกขึ้นมา

"แล้วสุดท้ายผมจะทำยังไงดีเหรอ? คุณแม่?"

ความจริงปัญหาก็คือต้องทำยังไงถึงจะสามารถแก้ไขทุกอย่างลงได้ชั้นเองก็ไม่รู้
สิ่งที่ฉันในตอนนี้ทำได้...ก็มีแค่ใช้กำลังทั้งหมดคลำทางไปอย่างมั่วซั่วเท่านั้น 

"ฟุฟุ เรื่องนั้นคุณแม่ไม่รู้หรอกค่ะ แต่ว่านะ? แค่ทำอะไรที่อยากทำก็พอแล้วล่ะค่ะ"
"...หา?"

แล้วก็ตบมือดังปั้ง 

"จะซุ่มซ่ามก็ไม่เป็นไรค่ะ จะผิดพลาดก็ไม่เป็นไรค่ะ จะทำพลาดไปก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่ว่า...เพื่อไม่ให้เสียใจภายหลังตัวเราในตอนนี้ก็ต้องพยายามให้เต็มที่ใช่ไหมล่ะคะ? คุณแม่จะคอยสนับสนุนไดกิจังตลอดไปค่ะ"

น้ำตาแทบจะไหลออกมา 
ถึงรูปร่างจะดูเด็ก แต่ก็เป็นคุณแม่ของชั้น 
ทั้งๆที่ไม่รู้เรื่องราวแท้ๆแต่ก็แนะนำมาได้สุดยอดมาก

"ถ้าอย่างนั้น คุณแม่...อยากจะขอหยุดเรียนสักพัก...แล้วไป...เที่ยวเขาหน่อยนะครับ"
"บางที...คงจะกลับมาพร้อมกับเด็กผู้หญิงสวยๆผมสีดำที่มาก่อนหน้านี้กับ คุณเพื่อนบ้าน...ที่ทั้งบ้านเต็มไปด้วยสาวงามจากต่างชาติสินะคะ? ถึงสถานีโยโกฮาม่าแล้วโทรมาด้วยล่ะค่ะ จะเตรียมคาราอาเกะแบบพิเศษไว้ให้เลยค่ะ แบบที่ไม่มีรสชาติที่ซ่อน...ทำแบบปกติโดยไม่ใส่ความตั้งใจลงไปนะคะ"

ถึงตรงนั้นชั้นก็หัวเราะออกมา 
อาหารของคุณแม่ตอนไม่ได้เอาจริงเนี่ยแม้แต่คนธรรมดาก็ชอบ 

"ก็มีแต่พวกชอบใช้แรงดังนั้นช่วยหุงข้ามเตรียมไว้สัก10หม้อด้วยล่ะ"
"รับทราบค่า~"
"ถ้าอย่างนั้น คุณแม่...ขอตัวไปล่ะครับ ฝากเรื่องข้าวด้วยนะ?"
"เรื่องไม่ถนัดอยู่แล้วฝากได้เลยค่า~"
"มันควรจะเป็นเรื่องถนัดไม่ใช่เหรอ?"
"นั่นก็ถูกค่า~"

ระหว่างหัวเราะออกมา ชั้นก็สวมเกราะของราชาผู้พิชิต--เสื้อฮู้ด 
แล้วก็เดินไปประตูบ้านถือไม้เบสบอลโลหะ--คู่หูดาบศักดิ์สิทธิ์:เอกซ์คาลิเบอร์ออกไป

"อาริเอล..."

ฉันพูดกับตัวเองไปพลางนึกถึงรอยยิ้มทั้งน้ำตาของเธอที่เห็นครั้งสุดท้ายที่ต่างโลกซ้อนทับกับภาพรอยยิ้มปนน้ำตาของคุณซาคากุจิที่เห็นที่ศาลเจ้าร้าง

"ไม่ว่ายังไงก็จะช่วยให้ได้ ถ้าเธอตกอยู่ในอันตราย ถ้าเธอมีปัญหาอะไร--ไม่ว่ายังไงชั้นก็จะไปช่วย"

แล้วชั้นก็คิด 
พี่ยันที่เดินทางร่วมกันชั้นในโลกนั้นตายไปแล้ว
ตายเพื่อปกป้องชั้นจากความผิดพลาดเพื่อให้ผู้กล้าอยู่รอดต่อไป 
นอกจากนั้นก็ยังมีคนอีกมากมายที่ตายเพื่อให้ชั้นมีชีวิตรอด 

รวมทั้งอาริเอลก็ตาย เพื่อที่จะช่วยชั้น...ตายเพื่อที่จะให้ผู้กล้ามีชีวิตอยู่ต่อไป 

แต่ว่า เรล่า ซาคากุจิยังมีชีวิตอยู่
ใช่แล้ว อาริเอล...ยังมีชีวิตอยู่ 

เธอยังอยู่ในจุดที่ชั้นเอื้อมมือไปถึง 
ถ้าอย่างนั้นชั้นก็ยังเอารอยยิ้มของเธอกลับมาได้อยู่ 

ชั้นจับไม่เบสบอลโลหะแน่น แล้วก็เอาเอกซ์คาลิเบอร์ใส่ไว้ในถึงกอล์ฟแบกขึ้นหลัง
ที่โลกทางนั้นชั้นสูญเสียอะไรมาเยอะแล้ว ดังนั้นชั้นจึงต้องการพลัง 
เพื่อไม่ให้ต้องเสียใจอีกเป็นครั้งที่สอง เพื่อให้เกิดเรื่องให้ต้องเสียใจ 
แล้วชั้นก็ได้พลังมาแล้ว พลังที่จะปกป้องผู้คนที่คิดจะตาย
ดังนั้น ชั้น--

--จะไม่ยอมเสียอะไรไปอีกแล้ว 


แล้วชั้นก็เดินออกจากบ้าน พอถึงทางเลี้ยวก่อนไปสถานี--ก็เจอหญิงสาวในชุดกะลาสีแบกถุงกอล์ฟแบบเดียวกับชั้นยืนยิ้มอยู่

"อาระ? บังเอิญจังเลยนะ? โมริชิตะคุง? ไม่รู้ศาลเจ้าเป้าหมายแท้ๆจะไปไหนกันคะ?"
"ก็--จะไปหาเรล่า ซาคากุจินิดหน่อยน่ะ ที่หมายไว้ค่อยไปถล่มตระกูลหลักอาเบโนะถามเอาก็ได้"
"อาระ? บังเอิญจริงๆเลยนะ? ฉันเองก็จะไปที่นั่นค่ะ...แล้วฉันก็รู้ศาลเจ้าจุดหมายอยู่แล้วไม่ต้องไปเค้นคอใครถามก็ได้ค่ะ"

แล้วชั้นก็ยิ้มเจื่อนๆ 

"แล้วร่างกายล่ะครับ? ทำไมรุ่นพี่ถึง?"
"ใครก็ไม่รู้ใช้เวทรักษาให้ก็เลยสบายดีแล้วค่ะ บาดแผลภายนอกก็ไม่มีด้วย การถ่ายเลือดก็เรียบร้อยดีค่ะ"
"เป้าหมายของพวกเธอมีอยู่สองจุด บางทีคุณซาคากุจิกับการ์เดี้ยนส์ทั้ง5คนคงจะแยกออกมาเป็นสองกลุ่มครับ ถ้าเป้าหมายสักจุดหนึ่งถูกทำลายก็คือจบสินะครับ? ถ้าขัดขวางไม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบก็จะไม่มีความหมายอะไรครับ แล้วก็ผมกับรุ่นพี่มีร่างกายแค่คนละหนึ่งครับ ไม่ว่าใครจะมา...ก็ต้องชนะให้ได้ใช่ไหมล่ะครับ? แล้ว...ครั้งต่อไปถ้าแพ้คงจะถูกฆ่าแล้วนะครับ?"
ถ้ามีโอกาสชนะอยู่ ก็มีแต่จะต้องชนะสิคะ? แล้วก็ยัยบ้านั่น...ถ้าไม่ได้ตบสักทีก็คงจะไม่รู้ตัวหรอกค่ะ ก็ไม่รู้ว่ากลัวอะไรอยู่หรอกแต่งี่เง่าจริงๆเลยนะคะ--ทั้งๆที่ตรงนี้มีสุดยอดคนดีที่พึ่งได้สุดๆอยู่แท้ๆ"
"เธอเองตอนเก้าหางก็ไม่ยอมพึ่งชั้นแท้ๆ"
"ฟุฟุ จะว่าไปก็มีเรื่องแบบนั้นด้วยสินะคะ"
"ช่วยทำตัวให้มันดีๆหน่อยเถอะนะครับ"
"แต่ว่า เรื่องที่ทำให้เรล่า ซาคากุจิกลัวถึงขนาดบอกลากับคุณได้...เบื้องหลังคงจะมีอะไรที่หัวเราะไม่ออกอยู่แน่ๆค่ะ?"

ชั้นเงียบไป
หลังจากนั้นชั้นก็ถอนหายใจเข้าออกเฮือกใหญ่แล้วพูดออกมา

"เพราะแบบนั้น--ถึงได้เป็นผู้กล้ายังไงล่ะครับ"

รุ่นพี่อาเบโนะผิวปากออกมา 

"ถ้าทำหน้าจริงจังพูดออกมาถึงขนาดนั้นคงจะทำได้จริงๆสินะคะ ทำเอาคาดหวังเลยนะคะเนี่ย"
"ครับ ฝากได้เลยครับ"

แล้วชั้นกับรุ่นพี่อาเบโนะก็จับมือกันเดินไปที่สถานี

--เป้าหมายคือศาลเจ้าที่ผุพัง สถานที่แห่งการตัดสิน




NEKOPOST.NET