อิเซไค คาเอริ โนะ ยูฉะ กะ เกนได ไซเคียว! ตอนที่ 62 | Nekopost.net 
NEKOPOST

อิเซไค คาเอริ โนะ ยูฉะ กะ เกนได ไซเคียว!

Ch.62 - ทานากะ ฮานาโกะ ~เซราฟีน่า~ 4


--งานพิธี
พี่ธีที่สยบสิ่งชั่วร้ายที่มีอยู่ทั่วโยโกฮาม่า 

ฉันสวมชุดมิโกะเหมือนทุกที ถือบิเซนโอซาฟุเนะไว้แล้วยืนหันหลังให้ซุ้มประตูศาลเจ้ากลางเขา

"หลังจากยุคโทคุงาวะญี่ปุ่นในตอนนี้สภาพวิญญาณก็เสถียรมาตลอด ต้องเป็นใครหน้าไหน...ถึงจะมาบอกว่าจะโจมตีญี่ปุ่นในตอนนี้กันนะคะ...บ้าจริงๆเลยค่ะ"

เอาเถอะ ถึงอย่างนั้นในฐานะตระกูลหลักอาเบโนะแล้วก็อยากได้ผลงานโดยการส่งผู้พิทักษ์ที่มีฝีมือมาให้พิธีนี้ล่ะนะ 

พลังของฉันในตอนนี้นั้นเพราะได้โมริชิตะ ไดกิก็เลยทักเทียมกับโดมิเนียนส์--แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น ก็ไม่สามารถเอาชนะเรล่า ซาคากุจิตอนปลดปล่อยเต็มพลังพร้อมลองกินุสได้หรอกนะ--แต่ก็เป็นผู้มีความสามารถในระดับหนึ่ง 
ถึงจะฟังดูอวยตัวเองไปหน่อย แต่ถ้าแค่ในพื้นที่แคบๆอย่างญี่ปุ่นก็เป็นผู้มีพลังระดับค่อนข้างสูงเลยล่ะ

แล้วตอนนั้นก็ได้ยินเสียงคำสวดของเจ้าอาวาสของศาลเจ้า
อืม ทางนี้ก็ดูเหมือนจะเตรียมระดับแนวหน้าไว้ พลังเวทที่อยู่ในบทสวดไม่ใช่ธรรมดาๆเลย บางทีที่ส่งมาในฐานะนักปราบผีเองก็คงจะเป็นคนที่มีพลังระดับเดียวกับฉัน 

แล้วฉันก็หาวออกมาหนึ่งฟอด
ก็นะ ให้พูดตรงๆ โอกาสที่จะได้สู้ในเหตุการณ์นี้มันไม่มีเลย 
เพราะรู้สึกเหนื่อยฉันก็เลยนั่งลง 

--เอาเถอะ ถ้าแค่ถูกโยนงานระดับนี้มาแลกกับการเมินเรื่องแก๊งยากูซ่าไปได้...ให้พูดตรงๆก็ต้องขอบคุณ แล้วเกี่ยวกับเรื่องสมบัติของชาติเพราะได้วาติกันกับองค์กรที่ระดับสูงกว่าตระกูลหลักมาช่วยไว้ถึงทำให้เป็นการซื้อขายอย่างถูกกฎหมายในฐานะสมบัติของตระกูลสาขาอาเบโนะอย่างไปได้สวยแล้วก็เถอะ...แต่ก็นะ ท่าทางจะยังเหลือเป็นความบาดหมางกับทางตระกูลหลักอยู่

แล้วตอนนั้นเองฉันก็รู้สึกได้ถึงแรงดันวิญญาณกำลังปีนบันไดยาวขึ้นภูเขาของศาลเจ้าก็เลยลุกขึ้นทันที
จากนั้นก็ตรวจสอบบิเซนโอซาฟุเนะที่เอว
เหงื่อเย็นๆไหลออกมาเต็มหลัง จากนั้นฉันก็เอามือจับไปที่ยันต์ในกระเป๋าเสื้อ ตรวจสอบจำนวนที่เหลือเป็นครั้งสุดท้าย

--มาแล้ว

ตอนที่คิดแบบนั้น ก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดุดันของมอเตอร์ไซค์ดังขึ้น 
แสงจากไฟหน้าส่องจากข้างล่างของบันไดใส่ฉัน 

"มอนสเตอร์ไบค์ขนาด1,500CCวิ่งขึ้นบันไดมาด้วยความเร็วสูง...งั้นเหรอ"

ระหว่างที่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ ฉันก็ถอยหลังไปยืนอยู่ตรงกลางซุ้มประตูศาลเจ้า
ตรงนั้นเป็นใจกลางของลานกว้างรัศมีประมาณ30เมตร 
ฉันถอดบิเซนโอซาฟุเนะออกมาจากฝักเรียบร้อยแล้ว 

--ข้างหลังเชื่อมต่อกับลานใหญ่โดยตรง ถ้าผู้บุกรุกสามารถฝ่าฉันที่เป็นกำแพงไปได้ทุกอย่างก็จบ 

การที่ผ่านฉันไปได้ก็หมายถึงโยโกฮาม่าจะตกอยู่ในภัยพิบัติ

"อัศวินควบม้าเหล็กขนาดใหญ่เหรอ...เอาเถอะค่ะ ปรับตัวได้เข้ากับยุคสมัยดีนี่นา"
"ตามนั้นล่ะ! อัศวินก็ต้องขี่ม้าใช่ไหมล่ะ!?"

คนที่ขี่มอเตอร์ไซค์มาที่ลานกว้างพร้อมกับถือหอกสีขาวเงินในมือก็คือ--อาจารย์ประจำชั้นของโมริชิตะคุงที่สวมชุดยางสำหรับนักแข่งพร้อมกับหมวกเกราะปิดหน้า เซราฟีน่า...ไม่สิ ทานากะ ฮานาโกะ 

"ถ้าอย่างนั้นจะไปล่ะนะ!"

บิดคันเร่งของมอเตอร์ไซค์เต็มกำลัง ม้าเหล็กวิ่งเข้าใส่ฉันด้วยความเร็วที่รุนแรง

แล้วสิ่งที่มาถึงในเวลาไม่นานนั้นก็คือการโจมตีอันรุนแรงจากหอกสีขาวเงินที่อาศัยความยืดหยุ่นจากลำตัวท่อนบนช่วยในการพุ่งออกมา

--แก๊ง

เสียงดาบกับหอกปะทะกันดังขึ้นในคืนพระจันทร์เต็มดวง 

หอกสุดแรงของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่ขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยความเร็ว100กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ถึงจะใช้ดาบเบี่ยงวิถีที่แทงเข้าหัวใจไปได้ แต่มือของฉันที่ถือบิเซนโอซาฟุเนะอยู่ก็ชาไปหมด 

"ด้วยเหตุผลบางประการเราจึงต้องมาเพื่อขัดขวางพิธีวางฤกษ์! มิโกะแห่งตะวันออก--อาเบโนะ คากุยะ!"
"วาติกัน...งั้นเหรอ"

ฉันกัดฟันให้กับความประมาทแบบสุดๆของตัวเอง
เพราะคิดว่าเป็นมิตรกับเรล่า ซาคากุจิก็เลยตัดความเป็นไปได้นั้นทิ้งไปในหัวตั้งแต่เริ่ม

พอมาลองคิดดูดีๆแล้ว ไอ้พวกที่ให้ความสำคัญกับการล่าสังหารอสูรเป็นอันดับหนึ่งคงไม่มีทางมองข้ามอีเว้นท์ที่จะมีภูติผีปีศาจที่ถูกผนึกผุดออกมาอยู่แล้ว 

"ถึงจะไม่ได้มีความโกรธแค้นอะไรกันเธอ แต่นี่คือบัญชาจากวาติกัน! ถ้ายอมถอนตัวไปดีๆจะยอมไว้ชีวิตให้! ข้าคืออัศวินศักดิ์สิทธิ์--เซราฟีน่า! เอาล่ะ--ขอผ่านไปล่ะนะ!"

จากการปะทะกันครั้งแรกเมื่อกี้แล้ว ก็สมกับเป็นการ์เดี้ยนส์ของเรล่า ซาคากุจิผู้ถือครองพระธาตุศักดิ์สิทธิ์จริงๆ

ถ้าฉันไม่เอาจริงก็ไม่สามารถรับมือได้แน่ 

ฉันหยิบยันต์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ

มือขวาถือบิเซนโอซาฟุเนะ มือซ้ายถือยันต์24ใบ 

"ลูกหลานของอดีตเจ้าแห่งองเมียวเซย์เมย์--ผู้พิทักษ์แห่งตะวันออก:อาเบโนะ คากุยะ ฉันไม่มีทางยอมก้มหัวให้กับพวกตะวันตกไร้มารยาท...ที่ย่างกายเข้ามาในประเทศของคนอื่นแล้วทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของหรอกนะคะ ถ้าอยากจะผ่านไปล่ะก็ผ่านศพของฉันไปก่อนเถอะค่ะ"




NEKOPOST.NET