อิเซไค คาเอริ โนะ ยูฉะ กะ เกนได ไซเคียว! ตอนที่ 60 | Nekopost.net 
NEKOPOST

อิเซไค คาเอริ โนะ ยูฉะ กะ เกนได ไซเคียว!

Ch.60 - ทานากะ ฮานาโกะ ~เซราฟีน่า~ 2


มุมมอง:โมริชิตะ ไดกิ

หลังจากได้รับโซบะมา ก็มีเมลมาจากคุณซาคากุจิ
ก็เลยได้รู้เรื่องราวาส่วนใหญ่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์ทานากะมา
แต่ก็นะ ก็แทบจะเหมือนกันเนื้อที่ได้ยินมาตอนแอบส่องดูเลย 


วันต่อมา อาหารเช้าคือซารุโซบะ
ทั้งๆที่แค่กินในกล่องแท้ๆ พวกของระดับสูงเนี่ยอร่อยเป็นปกติเลย
แต่รุ่นพี่อาเบโนะก็เคยพูดเอาไว้ว่า[พวกศาสนจักรเป็นพวกมีเงิน]ด้วยสินะ พวกนั้นมีเงินจริงๆด้วย
คุณซาคากุจิเองก่อนหน้านี้ก็อาศัยอยู่ที่ห้องสวีตในโรงแรมระดับสูงสินะ

ช่างเรื่องนั้นไป อาจารย์ทานากะผู้สวมเชิ้ตสีแดงตาสีฟ้าผมสีเงินหรือก็คือเซราฟีน่าก่อนที่จะจบโฮมรูมตอนเช้า...

"โมริชิตะ ไดกิ! นายมีเรื่องที่ต้องแนะแนวเป็นพิเศษ! ตอนพักเที่ยงให้มาที่ห้องแนะแนวด้วย!"

ก็จ้องชั้นแล้วพูดแบบนั้นออกมา 


ตอนพักเที่ยง ห้องแนะแนว 
พอเปิดประตูบานเลื่อนออก ก็มีอาจารย์ทานากะนั่งอยู่ที่โต๊ะสำหรับหันหน้าคุยกันแล้ว

"โอ้ มาแล้วเหรอโมริชิตะ"
"ครับ แล้วที่ว่าแนะแนวพิเศษเนี่ย?"
"ก็แค่จะเรียกมาตกลงโดยใช้คำว่าแนะแนวพิเศษน่ะ ได้ยินเรื่องราวมาจากองค์หญิงแล้วสินะ?"
"ครับ เมื่อได้เมลมาแล้ว"
"แต่ว่าตกใจหมดเลยนะ ว่ามีผู้มีพลังเหนือธรรมชาติโดยกำเนิดระบุตัวตนไม่ได้และไม่ได้สังกดองค์กรไหนจัดการเก้าหางไปได้น่ะ..."

เอ๊ะ? คุณซาคากุจิเนี่ยรู้ว่าชั้นเป็นผู้กล้าสินะ? 
แล้วทำไมถึงอธิบายว่าผู้มีพลังเหนือธรรมชาติโดยกำเนิดระบุตัวตนไม่ได้ล่ะ? 
เอาเถอะ ช่างมัน 

"แล้ว ข้อตกลงคือ?"
"ก่อนหน้านั้นนะโมริชิตะ รินชาให้อาจารย์หน่อยสิ"

ตรงที่อาจารย์ชี้ก็คือกระติกน้ำร้อนและกาน้ำชา 

"เอ๊ะ? ให้ผมรินชาเนี่ยนะ?"
"ฉันกับนายเป็นอาจารย์กับลูกศิษย์นะ รู้ตัวด้วยสิว่าใครใหญ่กว่า"
"..."

ชั้นเอาน้ำร้อนกับใบชาใส่กาน้ำชาตามที่บอก แล้วก็รินชาใส่ถ้วยชาสองใบ

"อา โมริชิตะ?"
"อะไรเหรอครับ?"
"ขอหลอดด้วยล่ะ น่าจะมีของกาแฟเย็นอยู่แน่ๆ"

หลอด? 
ขอแปลกๆแฮะ เอาเถอะ คงเป็นเป็นวิธีดื่มของคนต่างชาติเขาล่ะมั้ง?

ชั้นวางถ้วยชาสองใบกับหลอดลงบนถาดแล้วไปวางไว้ข้างหน้าอาจารย์ 

"ครับ ชาได้แล้วครับ"
"อา โทษทีนะ"

อาจารย์ทานากะเอาหลอดใส่ในถ้วยชา แล้วก็ใช้หลอดดูดชาอย่างแรง-- 

--จากนั้นก็สำลักชาพรวดออกมา 

"มีอะไรเหรอครับอาจารย์!?"
"ร้อนยังงี้จะดื่มได้ยังไง!"
"ก็เธอบอกขอหลอดเองไม่ใช่เหรอไงฟะ!?"

ขณะมองคนอังกฤษผมเงินไอค่อกแค้ก ชั้นก็เกิดความรู้สึกเศร้าใจขึ้นมา 

แล้วอาจารย์ทานากะก็ทำสีหน้าผ่อนคลายออกมา

"เอาล่ะ ก่อนจะเข้าข้อตกลง--มาคุยเรื่องในอดีตกันหน่อยดีกว่า"
"เรื่องในอดีตเหรอครับ?"

อาจารย์ทานากะพยักหน้า 

"เป็นเรื่องเมื่อ9ปีก่อนน่ะ ตอนนี้ในฐานะการ์เดียนส์ของท่านเรล่าแล้วก็มีชีวิตอยู่ค่อนข้างจะอู้ฟู่น่ะ"
"อู้ฟู่...จะว่าไปเงินเดือนเท่าไหร่เหรอ?"
"เนื่องจากฉันเป็นหัวหน้าของการ์เดียนส์รางวัลก็เลยสูง ถ้าให้พูดเป็นเงินเยนก็ได้เดือนละ2.5ล้านล่ะนะ ส่วนขององค์หญิงก็เดินละ6.5ล้านเยน"

ก็ค่อนข้างอู้ฟู่จริงๆล่ะนะ 
แต่คุณซาคากุจิได้ขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย คราวหน้า...ตอนที่กินอาหารโรงเรียนด้วยกันต้องให้เลี้ยงบ้างแล้วสิ

"แล้ว ถึจะเป็นพวกเราเอง...สมัยก่อนก็เคยได้รับการปฏิบัติอย่างเลวร้ายมาก่อน"
"การปฏิบัติอย่างเลวร้าย?"
"อัศวินศักดิ์สิทธิ์ธรรมดาก็เป็นแค่พวกลูกน้องของโดมิเนียนส์ แล้วถึงตอนนี้พวกเราจะเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่พอจะมีพลัง แต่ในตอนนั้นก็เป็นแค่อัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังระดับต่ำสุดเท่านั้นเอง"
"...หมายความว่ายังไงกันครับ?"

อาจารย์ทานากะเหม่อมองไปยังที่ห่างไกลแล้วถอนหายใจออกมา 

"วาติกันภูมิใจมากในเรื่องกำลังรบอันยิ่งใหญ่ในหมู่สมาคมมืด เรื่องนั้นรู้แล้วสินะ"
"ก็ ดูสมเป็นวาติกันดีนะครับ"
"นอกจากนั้นก็ยังมีสมาคมเวทมนตร์ของอเมริกา สำนักเซียนของจีน...ก็นะ ก็มีหลายๆกองกำลังเลยล่ะ แล้ววาติกันก็มีความต้องการที่จะแสดงตัวตนอย่างแรงกล้าเลยล่ะ"
"ครับ แล้ว?"
"เคยได้ยินคำว่าสนามประลองใต้ดินที่ฮ่องกงไหม?"
"ไม่ครับ ไม่เคย"
"เป็นที่ที่รสนิยมห่วยๆที่เอาอสูรกับมนุษ๋ย์ หรือมนุษย์กันเองมาสู้กันแล้วพนันกันน่ะ แต่ว่า มันก็เป็นที่โฆษณาในสังคมใต้ดิน...ไม่สิ เป็นของที่มีผลอย่างมากให้การแสดงพลัง"
"แสดงพลังของกองกำลังฝั่งตัวเอง เหมือนกับการสาธิตให้ดู...สินะครับ?"

อาจารย์ทานากะพยักหน้า 

"ตามนั้นล่ะ แต่ว่าไม่ว่ากองกำลังไหนๆก็ไม่ได้ส่งพวกแนวหน้าจริงๆไปหรอก เพราะว่าไม่ได้มีประโยชน์มากไปกว่าการสาธิตพลัง--สำหรับพวกฉันแล้วพวกหน่วยกลบฝังหรือ7บัญชาสวรรค์ก็เลยไม่มีทางไปลงแน่ๆ ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมามันจะเกี่ยวโยงกับจุดยืนขององค์กรน่ะ แต่ว่ามีแค่พวกสำนักเซียนที่จะให้พวกตัวจริงไปอยู่ที่นั่น ก็พวกคนจีนน่ะขี้อวดนี่นะ"
"อย่างนี้นี่เอง"
"แล้วเซียนที่ถูกเรียกว่าแข็งแกร่งที่สุดของฝั่งตะวันออกก็อยู่ในสนามประลองใต้ดินจนสร้างประวัติศาสตร์ชนะเสมอไร้พ่ายขึ้นมา สำหรับฝั่งวาติกันแล้วมันไม่ใช่เรื่องที่สนุกสักนิด"
"แล้ว?"
"สำหรับฝั่งวาติกันแล้ว...ก็จะมีการมอบความหวังให้คนที่มีความสามารถในระดับหนึ่ง...อย่างพวกรุกกี้ที่หวังจะเป็น7บัญชาสวรรค์ก็จะไปท้าทายเซียน ถ้าเกิดล้มเซียนที่แข็งแกร่งที่สุดได้ทั้งในฐานะองค์กรและเจ้าตัวก็จะถูกตีค่ามากขึ้น แล้วสำหรับวาติกันเองถึงแพ้ไปก็เป็นเรื่องปกติก็เลยไม่มีอะไรที่เสีย แล้วถ้ามีคนแบบนั้นปรากฎขึ้นมาสนามประลองใต้ดินก็จะคึกคักยิ่งขึ้น แน่นอนเงินพนันก็จะสูงมากขึ้นไปอีก แต่ถึงตรงนี้ก็จะเกิดข้อเรียกร้องหนึ่งอย่างจากสนามประลองใต้ดินน่ะ"
"ข้อเรียกร้องหนึ่งอย่าง?"
"เป็นงานอีเว้นท์ใหญ่ที่ในหนึ่งคืนจะมีเงินสะพัดหลายหมื่นล้านหน่วย จะมีแค่การแข่งหลัก1งานมันก็น่าเบื่อไปใช่ไหมล่ะ? แม้แต่อีเว้นท์งานประลองเองก็มีจัดพวกงานเปิดกับงานรองอยู่ ก็ เป็นอะไรราวๆนั้นล่ะ"
"หรือก็คือสำหรับฝั่งสนามประลองใต้ดินแล้ว การที่จะอนุมัติคำขอท้าทายเซียนที่แข็งแกร่งที่สุดวาติกันก็ต้องส่งผู้เข้าแข่งขันสำหรับการแข่งเปิดงานสินะ?"

อาจารย์ทานากะพยักหน้าอย่างแรง

"ก็แบบนั้นล่ะ แล้วพวกเราที่เป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ระดับล่างก็เลยถูกคัดให้ไปเป็นตัวเปิดงาน อีกฝ่ายก็เป็นอสูรสุดแข็งแกร่งที่ถูกเรียกว่าแมนติคอร์ ก็นะ...ก็เป็นแค่โชว์สังหารหมู่เพียงฝ่ายเดียวล่ะ ทั้งอย่างนั้น พวกเราก็ยังถูกส่งไปยังสนามประลองใต้ดินเพื่อตายเท่านั้น"
"แต่ว่า อาจารย์ก็ยังมีชีวิตอยู่สินะครับ?"

อาจารย์มองขึ้นไปบนฟ้าแล้วก็วาดรูปกางเขนตรงหน้าอก

"เรียกได้ว่าเป็นประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าอย่างแท้จริงเลยล่ะ พวกเราที่กำลังจะหมดลมหายใจถูกแมนติคอร์ฆ่าตายแล้วนั้น ในสนามประลองที่เต็มไปด้วยเลือด--ท่านเรล่าในวัย7ขวบตอนนั้นก็บุกเข้ามา"
"คุณซาคากุจิเหรอ?"
"อา เธอในตอนนั้นยังเป็นแค่เด็ก ไม่มีทางรับมือกับแมนติคอร์ได้อยู่แล้ว แต่ว่า องค์หญิงน่ะ...[ไอ้เรื่องโหดร้าย...อย่างการโยนทาสลงไปในกรงของอสูร...เพื่อให้ถูกฆ่าเท่านั้นเนี่ย...พอเถอะ...ช่วยพอเถอะค่ะ!]ตะโกนร้องแบบนั้นแล้วเข้ามาแทรกระหว่างพวกเรากับแมนติคอร์น่ะ"
"ถ้าคิดแบบปกติคุณซาคากุจิเองก็น่าจะโดนฆ่าตามไปตั้งแต่ตอนนั้นด้วยเลยนะครับ?"
"ถ้าปกติล่ะนะ แต่ว่าเธอได้ถูกรับรองปาฏิหาริย์จากหน่วยยืนยันปาฏิาริย์ของวาติกันในฐานะทูตสวรรค์ เป็นตัวตนที่พิเศษน่ะ...สำหรับองค์หญิง แล้วหลังจากนั้นก็เกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่โตเลยล่ะ"

จากนั้นอาจารย์ทานากะก็มองไปยังที่ห่างไกลแล้วยิ้มอย่างมาอย่างอ่อนโยน 

"ถึงจะเป็นเรื่องที่ได้ยินมาทีหลังก็เถอะ แต่ดูเหมือนองค์หญิงจะมีความหลังฝังใจหลายๆอย่างกับคำว่าทาสน่ะ แล้วก็ดูเหมือนจะมีความหลังกับ...การแสดงโชว์ฆ่ามนุษย์ของอสูรอยู่จริงๆด้วย"

[สกิล:สมองปลอดโปร่งทำงานแล้ว สมองของโมริชิตะไดกิ... เกิดการเชื่อมโยงระหว่างเรล่า ซาคากุจิกับ--เด็กสาวทาสในกรงในความทรงจำ ท่าทางจะเริ่มรู้สึกตัวนิดหน่อยแล้ว]

รู้สึกเหมือนกับได้ยินเสียงของพระเจ้าเลย 
แต่เอาเถอะ ตอนนี้ช่างมันไปก่อน 

"แล้วพวกเราที่ถูกช่วยชีวิตเอาไว้ก็กลายเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ขององค์หญิง จากนั้นพวกเราก็ต้องผ่านการฝึกที่ราวกับนรก จนได้พลังที่เหมาะสมกับการปกป้ององค์หญิงมา...ถึงจะพูดแบบนั้นยังไม่ได้ก็เถอะ แต่ก็ยังพยายามเพื่อให้เป็นแบบนั้นอยู่ เอาเถอะ เพราะแบบนั้นในฐานะการ์เดี้ยนส์ของวาติกันแล้วก็อยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าแนวหน้าเลยล่ะ"
"มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นระหว่างอาจารย์กับคุณซาคากุจิเลยนะครับ"
"ใช่แล้วล่ะ องค์หญิง...เป็นคนที่มีจิตใจงดงามจริงๆ ในตอนนั้นเธออ่อนน้อมถ่อมตนกับทุกๆคน เข้าใจความรู้สึกของคนรอบข้าง...บริสุทธิ์และน่าเอ็นดู...เอาใจใส่คนอื่นู...มีนิสัยราวกับเป็นยามาโตะนาเดชิโกะเชียวล่ะ"

หืม? ชั้นเอียงคอสงสัย

"ไม่สิ ตอนนี้คนคนนั้น...ทำเพื่อนร่วมชั้นบางส่วนเป็นทาสนะครับ? ไม่ว่าจะพูดยังไงก็รู้สึกว่าเป็นคนอวดดีครับ"
"ก็นะ 9ปีมันก็มีเรื่องต่างๆเกิดขึ้นมากมายน่ะ"
"ชักอยากจะรู้เรื่องมากมายที่ว่านั่นแล้วสิครับ"

แล้วอาจารย์ยามาดะก็ทำสีหน้าราวกับกำลังต้องเคี้ยวแมลง

"...ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าเป็นแบบนั้นได้ยังไง"
"บอกว่าไม่รู้สินะ?"
"ไม่รู้จรืงๆค่ะ"
"ขอถามไว้อ้างอิงหน่อยละกันครับ เธอถูกเลี้ยงดูมาแบบไหนเหรอครับ?"
"การเลี้ยงดูองค์หญิงพวกเราเป็นคนจัดการเองดังนั้นจึงไม่มีปัญหาอะไร ด้านการเรียนเองก็ได้รับการศึกษาระดับแนวหน้า"

จะว่าไปแล้วก็ได้ปริญญาเอกที่อเมริกามานี่นะ 

"ที่ว่าการเลี้ยงดูเนี่ยเลี้ยงดูแบบไหนเหรอ?"
"นั่นสินะ...ยกตัวอย่างเช่นการเปลี่ยนเสื้อขององค์หญิงพวกเราก็เป็นคนทำให้ องค์หญิงเพียงแค่ยืนเฉยๆไม่ต้องขยับสักนิดก็เปลี่ยนเสื้อเสร็จเรียบร้อย รวมทั้งร่มกันแดดเองเราก็คอยถือให้องค์หญิงเสมอ จะปล่อยให้ผิวขาวงดงามขององค์หญิงต้องไหม้ไม่ได้เด็ดขาด เศษหินเศษขยะที่ตกตามถนนที่องค์หญิงเดินก็จัดการทิ้งทั้งหมด คนเองก็เช่นกัน"
"คนเองก็เช่นกัน?"
"...ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีเพื่อนในโรงเรียนคนไหนที่ต่อต้านองค์หญิงเราก็จะจัดการเจ้านั่นให้กลายเป็นทาสขององค์หญิงอย่างไร้ปราณี...นอกจากนั้นถ้าองค์หญิงต้องการอะไรต่อให้เป็นของแบบไหนก็จะซื้อให้หมด ก็นะ ให้สรุปก็คือ ถ้าองค์หญิงบอกว่าขาวต่อให้เป็นสีดำมันก็ต้องขาว ผู้ที่คอยทำเรื่องแบบนั้นคือพวกเราเอง หรือก็คือพวกเราได้มอบสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบสำหรับองค์หญิงไว้ให้เรียบร้อยแล้ว แต่ว่า...ทำไม...ถึงได้กลายเป็นคนนิสัยแบบนั้นได้..."
"ความผิดพวกหล่อนเต็มๆเลยไม่ใช่เหรอฟะ!"

เพราะไอ้การปกป้องที่มากเกินไปถึงได้กลายเป็นคนนิสัยแบบนั้นสินะ
ชั้นคิดว่าแบบนี้นี่เองแล้วก็ถอนหายใจออกมา

"แล้ว อาจารย์? ที่ว่าข้อตกลงกับผมมันคือเรื่องอะไรกันล่ะ?"
"อา เรื่องนั้นน่ะนะ"

อาจารย์ถอดเชิ้ตสีแดงออก 

ชุดชั้นในสีแดงประดับด้วยลูกไม้กับแขนขาเรียวมีผิวสีขาวบริสุทธิ์เผยให้เห็นออกมา
ให้พูดตรงๆก็คือเป็นภาพที่น่าจ้องมาก ที่เป็นคนสาวน่ะแน่อยู่แล้ว แต่รูปร่างก็งดงามมาก
ชั้นใจเต้นตึกตักแล้วถามอาจารย์ 

"ถอด...ทำไมครับ?"
"ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความแล้วใช้ฉันได้แล้ว!"
"เอ๊ะ?"
"ห้ามยุ่งกับองค์หญิงเด็ดขาด! ดังนั้น--เชิญใช้งานฉันตามใจชอบได้เลย!"
"เอ๊ะ? หมายความว่ายังไงกันครับ?"
"ยังจะบอกว่าไม่เข้าใจอีกเหรอ!? ถ้าต้องให้องค์หญิงมาแปดเปื้อนกับคนอย่างแกล่ะก็ฉันจะขอเป็นคนรับเอง! จะเป็นที่ระบายความต้องการอันต่ำตมของแกให้! ห้ามยุ่งกับองค์หญิงเด็ดขาด! ดังนั้น--"

แล้วอาจารย์ก็เงียบไป 
หลังจากนั้นเธอก็ถอนหายใจเข้าออกเฮือกใหญ่แล้วพูดออกมา

"ดังนั้นก็ใช้รูของฉันแทนเถอะ--โมริชิตะ ไดกิ!"
"หยุดเลย ผม...ไม่สนใจรูของอาจารย์หรอกครับ"

แล้วอาจารย์ทานากะก็ตกใจ

"ไม่มีความสนใจพรหมจรรย์--รูหน้าของฉันงั้นเหรอ!? อย่าบอกนะว่าแก...จะเริ่มจากข้างหลังน่ะ!?"

อ๊ะ ยัยนี่ไม่ควรยุ่งด้วยสินะ
วงจรความคิดผิดเพี้ยนระดับเดียวกับรุ่นพี่อาเบโนะเลย...

"ถึงจะเป็นฉันเองถ้าต้องเสียข้างหลังโดยที่ยังบริสุทธิ์อยู่ก็ทนความอับอายไม่ไหวหรอก...ไม่คิดเลยว่าแกจะเป็นHENTAIถึงขนาดนั้น..."

ขณะที่ชั้นกำลังเหนื่อยใจ อาจารย์ทานากะก็ส่ายหน้าอย่างยอมแพ้ 

"คุ๊...ฆ่าฉันเถอะ...!"

ชั้นถอนหายใจออกมาดังเฮ้อ 

ที่น่าเสียดายก็คือ--

--สวมบทบาทได้สมกับเป็นอัศวินสุดๆเลยล่ะ...

"แล้ว จะเอายังไงต่อล่ะ?"
"ไม่ยังไงทั้งนั้นล่ะว้อย!"
"อึก..."

อาจารย์ทานากะหายใจเข้าออก 

"ถ้าอย่างนั้น...ก็มีแต่จะต้อง3Pเท่านั้นสินะ..."
"3P? นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ครับเนี่ย!?"
"ฉันจะคอยสนับสนุนครั้งแรกขององค์หญิงกับนายเอง!"

จากนั้นอาจารย์ทานากะก็หน้าแดง มีเส้นเลือดปุดขึ้นเต็มขมับ ไหล่สั่นด้วยความโกรธแล้วตะโกนออกมา

"การสัมผัสอย่างอื่นที่ไม่จำเป็นนอกจากประเด็นหลักแล้วห้ามทำเด็ดขาดเลยนะ! ห้ามแตะองค์หญิงแม้แต่ปลายก้อยเลยนะ! เข้าใจนะ! นี่คือสัญญากันอาจารย์นะ!"
"พูดอะไรไม่เข้าใจสักนิดเลยว้อย!"
"บอกว่าพูดอะไรไม่เข้าใจงั้นเหรอ...? ถ้าต้องให้ลิ้นกับนิ้วสกปรกๆของแกมาแตะต้องตัวองค์หญิงล่ะก็...ถ้าไม่ว่ายังไงองค์หญิงก็ต้องแปดเปื้อนล่ะก็...ถ้ามันคือชะตาที่มิอาจจะเลี่ยงล่ะก็...สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกก็คือ...ฉัน...ก่อนที่จะได้แปดเปื้อน--"

อาจารย์ทานากะเงียบไป
หลังจากนั้นเธอก็ถอนหายใจเข้าออกเฮือกใหญ่แล้วพูดออกมา

"--ฉันจะเลียองค์หญิงให้ทั่วก่อนเลย!"
"ไม่เข้าใจสักนิดเลยว้อย! ไปหาหมอไป! เดี๋ยวนี้--เดี๋ยวนี้เลยนะ!"

อุหวา...ชั้นตกใจจนพูดไม่ออก
ยัยนี่-- 

--เป็นพวกHENTAIของจริงเลยไม่ใช่เหรอไงกันฟะ... 




NEKOPOST.NET