อิเซไค คาเอริ โนะ ยูฉะ กะ เกนได ไซเคียว! ตอนที่ 52 | Nekopost.net 
NEKOPOST

อิเซไค คาเอริ โนะ ยูฉะ กะ เกนได ไซเคียว!

Ch.52 - VS คุณแก๊งยากูซ่า 8


โรงแรมธุรกิจที่เจ้าของบริษัทเงินกู้ที่หิ้วเงินสำหรับหลบหนีหลบซ่อนตัวอยู่
เพื่อที่จะไปที่นั้นชั้น รุ่นพี่อาเบโนะ และคุณซาคากุจิจึงได้ขึ้นมานั่งอยู่ตรงที่นั่งด้านหลังของแท็กซี่ 

"แล้ว ที่บอกจะไปชิงมานี่หมายความว่ายังไงกันครับ!?"
"ไอ้การจะอธิบายเรื่องนั้น...คนขับแท็กซี่มันเกะกะน่ะ สำหรับคนธรรมดาแล้วมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าตกใจค่ะ"

[สกิล:แยกมิติทำงานแล้ว]

"ตัดขาดการสั่นสะเทือนของอากาศในช่วงระยะหนึ่งแล้วครับ เท่านี้ก็ไม่มีทางได้ยินเสียงครับ"
"สกิลนี่สะดวกจริงๆเลยนะ"
"แล้ว หมายความว่ายังไงกันครับ?"
"ทั้งตระกูลอาเบโนะทั้งวาติกันเนี่ย...เป็นองค์กรในเบื้องหลังของโลกนะ"
"ครับ นั่นสินะครับ"
"แล้วยากูซ่าก็เป็นองค์กรในเบื้องหลังของโลกนะ"
"ครับ เรื่องนั้นก็ใช่ครับ"
"การสืบทอดมรดกของของตระกูลอาเบโนะไม่ได้ใช้กฎของคนทั่วไปสินะคะ ถึงมันจะการสืบทอดมรดกแบบที่เก่าแก่แต่ก็ได้รับการยอมรับค่ะ"
"ไม่เห็นจะเข้าใจเลยครับ..."

แล้วรุ่นพี่อาเบโนะก็ถอนหายใจเบาๆ

"ดังนั้นคุณถึงได้เป็นขี้แห้งไงคะ"

อ๊ะ จากขี้เปียกกลับมาเป็นขี้แห้งแล้ว 
ดูเหมือนว่าพอพบที่อยู่ของเจ้าของสำนักงานบริษัทเงินกู้ความโกรธก็ลดลงไปเยอะ

"แล้ว มันหมายความว่ายังไงกันครับ?"

แล้วคุณซาคากุจิก็แทรกเข้ามา

"นายโง่สินะ? โง่สินะ? โง่ระดับเดียวกับไรน้ำสินะ? พูดถึงขนาดนี้แล้วทำไมยังไม่เอะใจอะไรอีก?"
"ไม่อยากจะถูกเธอบอกว่าโง่เลยนะ..."
"หา? ฉันเป็นสาวน้อยนักปราบผีรูปงามสุดอัจฉริยะนะ?"
"อัจฉริยะ...อา จะว่าไปเธอได้ปริญเอกจากอเมริกามาแล้วนี่นะ"

คุณซาคากุจิยืดอกเล็กๆแล้วก็พยักหน้า 

"หรือก็คือ พวกฉันน่ะอยู่นอกกฎหมายยังไงล่ะ"
"นอกกฎหมาย? ก็คือกฎหมายปกติทำอะไรไม่ได้...สินะ?"
"ในอดีตเมื่อนานมาแล้ว กลุ่มผู้ก่อตั้งองค์กรนักปราบผีของพวกเรา...แต่ละคนมีกำลังรบระดับที่มหาศาลสำหรับระดับอารยธรรมในเวลานั้น ในญี่ปุ่นยุคโบราณเองหมอผีก็มีอิทธิพลมหาศาลใช่ไหมล่ะ?"
"พวกลัทธินับถือวิญญาณสินะ ศรัทธาในวิญญาณเพราะหวาดกลัวพลังของธรรมชาติ..."
"เพื่อเลี่ยงความวุ่นวายก็เลยอธิบายให้คนทั่วไปแบบนั้น แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ค่ะ หมอผี...หรือก็คือผู้มีพลังเหนือธรรมชาติได้ทำการปกครองอยู่เบื้องหลังด้วยพลังอันเหนือล้นค่ะ"

ก็นะ ถ้ากำลังอย่างรุ่นพี่อาเบโนะหรือคุณซาคากุจิไปอยู่ในยุคสามก๊กก็คงจะอยู่ในระดับเดียวกับขุนพลที่สามารถปะทะกับกองทัพได้ด้วยตัวคนเดียวแบบที่เห็นในการแสดงสาก๊กจริงๆล่ะนะ
ยังไงก็ตาม กับคู่ต่อสู้คนธรรมดาแล้วถึงจะต้องสู้กับคนถือดาบร้อยกว่าคนก็คงจัดการได้ราวกับเรื่องปกติไม่ผิดแน่ 

"จากนั้นพอระดับอารยธรรมเพิ่มขึ้นอาวุธกับกลยุทธ์ก็ถูกพัฒนา ตำแหน่งที่เหนือสุดเสมอของผู้พลังพิเศษก็ถูกทำลายลง แต่ว่าพวกฉันก็ยังมีพลังระดับที่รัฐบาลของแต่ละประเทศไม่สามารถเมินได้อยู่"
"ถ้าสักคนหรือหลายสิบคนทำการก่อการร้ายขึ้นมาก็จะไม่สามารถรับมือได้สินะ แต่กระนั้นถ้าต้องก่อสงความกับกองทัพของประเทศต่างๆถึงจะเป็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติก็ยังลำบาก...สินะ"

แล้วคุณซาคากุจิก็ผิวปากออกมา 

"เห เข้าใจถึงขนาดนั้นเลยสินะ ที่บอกว่าโง่ระดับไรน้ำเนี่ยคงต้องแก้ให้แล้วสินะคะ"
"ต้องขอบคุณละกัน"
"แก้ให้แน่ค่ะ ดูท่าจะมีความรู้ระดับเดียวกับเอปนะคะ"
"พูดได้โหดร้ายสุดๆเลยว้อย!?"

ถึงตรงนั้นรุ่นพี่อาเบโนะก็ทำหน้าตกใจออกมา

"ทำไมเหรอครับรุ่นพี่อาเบโนะ?"
"แม้แต่ฉันที่มีค่าคะแนนมาตรฐาน76...ยังถูกเรียกว่ารู้ระดับ Australopithecus เองนะคะ? พูดว่าเอปเนี่ยถือเป็นคำชมจากเรล่า ซาคากุจินะคะ...ไม่สิ...อย่าบอกนะว่า...เดเระแล้วน่ะค่ะ?"
"พวกเธอนี่เพี้ยนกันหมดแล้วสินะ!?"

บอกว่าเป็นขี้แห่งกับเอปนี่มันเดเระแล้วเหรอ... 
อาการปวดหัวของชั้นเริ่มทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น 

"แต่ประมาณก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่งได้มีการทำข้อตกลงว่าจะไม่แทรกแซงกันกันค่ะ ข้อตกลงว่าจะไม่แทรกแซงกันน่ะ"
"ไม่แทรกแซงกัน?"
"พวกเราจะไม่เปิดตัวอยู่ในเบื้องหน้าของประวัติศาสตร์ ทั้งการรบกวนรัฐบาล ทั้งการโจมตีรัฐบาล ทั้งกับคนธรรมดาจะไม่ทำการแทรกแซงเกินความจำเป็น เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนพวกเราจะไม่ถูกผูกมัดด้วยพันธนาการจากรัฐบาล--หรือก็คืออยู่นอกกฎหมายน่ะ"
"...อย่างนี้นี่เอง"

แล้วรุ่นพี่อาเบโนะก็ตบมือดังปั้งเป็นการบอกว่าควรจบเรื่องนั้นได้แล้ว

"เพียงแต่ ในกรณีที่ก่อความรุนแรงหรือทำผิดกฎหมายที่เรียกได้ว่า...ส่งผลต่อคนธรรมดามากเกินไป ก็จะมีการตัดสินแบบพิเศษผ่านระดับสูงของแต่ละองค์กร แต่ว่านะ--"
"แต่ว่า?"
"ถ้าเป็นเรื่องพิพาทระหว่างองค์กรมืดด้วยกันก็คนละเรื่อง โดยพื้นฐานแล้วก็สามารถใช้กำลังกันได้เต็มที่ค่ะ"

ถึงตรงนั้นชั้นก็ต้องกลืนลมหายใจ

"ยากูซ่าเป็นองค์กรมืด...ตระกูลอาเบโนะเองก็เป็นองค์กรมืด..."
"ใช่แล้ว กฎหมายอาญาทั้งหมดรวมทั้งการฆ่าคนไม่สามารถเอามาใช้ได้"
"แต่ว่าทำถึงกลายเป็นช่วงเวลาเก็บเกี่ยวทอง...เรื่องเงินเรื่องทองได้ล่ะครับ?"
"การที่ยอมรับเรื่องการฆ่านั้น ก็แน่นอนว่ายอมรับเรื่องการปล้นและขโมยด้วย แล้วยากูซ่าก็จะเก็บพวกเงินสกปรกเอาไว้ด้วย ดังนั้นเมื่อวาน...ฉันจึงได้ไปทำการอะไรในเบื้องหลังหลายๆอย่างค่ะ การที่จะทำให้องค์กรระดับล่างระดับที่มันไม่ต่างจากนักเลงถูกยอมรับว่าเป็นองค์กรมืดนี่มันยากเอาการเลยนะคะ"
"...อย่างนี้นี่เอง"

คุณซาคากุจิก็เข้ามาแทรกการสนทนาด้วยท่าทางดีใจ

"หรือก็คือ สิ่งที่พวกเราจะทำต่อจากนี้--จะเป็นการบดขยี้!"
"บดขยี้?"

จากนั้นเรล่า ซาคากุจิก็ยืดอกเล็กขึ้นแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก

"ทุกท่าน! เป้าหมายของพวกเราคืออะไรกัน!?"

รุ่นพี่อาเบโนะตอบกลับคำพูดของคุณซาคากุจิที่กำลังเล่นใหญ่ด้วยน้ำเสียงที่ดูแสดง

"บดขยี้ขอรับ! บดขยี้พวกชอบรังแกคนอ่อนแอขอรับ! ฯพณฯ!"

ฯพณฯ!? 
เมินชั้นที่ถูกทิ้งไว้ แล้วคุณซาคากุจิก็พูดตอบรุ่นพี่อาเบโนะ 

"พวกยากูซ่าน่ะมันไม่มีค่าอะไรทั้งนั้น! สิ่งที่พวกเราควรจะทำคืออะไรกันล่ะ!? บดขยี้! บดขยี้ไอ้พวกขยะสังคม! ช่วงชิงเงินมา! ช่วงชิงเกียรติยศมา! เกียรติทุกสิ่งมาให้หมด! ไอ้พวกแร้งที่รุมทึ้งผู้อ่อนแอ--ต้องถูกบดขยี้!"

โอ้...ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจก็เถอะแต่ดูเหมือนคุณซาคากุจิจะเริ่มแสดงเป็นฮิตเลอร์แล้วแฮะ

"ทุกท่าน! ฉันชอบเงิน! ชอบเงินที่เก็บจากการหลอกลวง! ชอบเงินที่เก็บจากการค้ายาเสพติด! ชอบเงินที่เก็บจาก Insider Trading! ชอบการแย่งชิงเงินสกปรก!"

แล้วรุ่นพี่อาเบโนะก็ยกแขนขวาขึ้นตะโกนอยู่ในแท็กซี่ 

"เงิน! เงิน! เงิน!"
"แย่งชิง! เอาเงินมาให้หมด! ทั้งเยน! ทั้งดอลลาร์! ทั้งยูโร! ทั้งหยวน! หรือดอลลาร์ออสเตรเลีย--ก็ชิงมาให้หมด! แต่ดอลลาร์ซิมบับเวก็เอาไปโยนลงถังให้หมดซะ!"
"เงิน! เงิน! เงิน!"
"จงบดขยี้! จงทำลายล้าง! จงล้างผลาญให้สิ้น! หักกระดูก! เฉือนเนื้อ! เหยียบหัวของเจ้ายากูซ่าที่ลงไปคุกเข่า! แย่งชิง! ช่วงชิง! ไปชิง--เงินมา!"
"เงิน! เงิน! เงิน!"

ไม่ไหวแล้วล่ะยัยพวกนี้...ท่าทางจะสนุกกันสุดๆ 
พอเห็นทั้งสองคนที่กำลังตื่นเต้น ชั้นก็รู้สึกเหนื่อยใจ 
แต่ทั้งๆที่บอกว่าไม่ถูกกันแท้ๆแต่เข้ากันสุดๆเลยไม่ใช่หรือไงฟะ 

"แต่ว่านะ ถึงพวกเธอจะบุกไปเต็มกำลังแล้วก็เถอะแต่จะไม่เป็นไรจริงๆเหรอ?"
"หมายความว่ายังไงเหรอคะโมริชิตะคุง?"
"ที่ที่ซ่อนอาจจะมีลูกน้องอยู่ก็ได้ มีอาวุธแบบไหนซ่อนอยู่ก็ยังไม่รู้ใช่ไหมล่ะ?"
"ถ้าระดับปืนพกก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ แต่ฉันเองถ้าต้องเจอกับคนถือปืนกลมือหลายคนก็มีโอกาสสูงที่จะพลาดได้ค่ะ"
"ใช่ไหมล่ะ?"
"ฟุฟุ แต่ว่าสบายใจได้ค่ะ ถึงตอนนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของสมบัติอันล้ำค่าแห่งวาติกัน...ท่านเรล่า ซาคากุจิค่ะ"
"เติมท่าน...สินะ หึ! ในที่สุดอาเบโนะ คากุยะเองก็ยอมรับพลังที่แท้จริงของฉันแล้วสินะ?"

พอได้เห็นคุณซาคากุจิทำท่าดีใจ ชั้นก็รู้สึกสังเวชขึ้นมา 
จะบอกว่าเต้นตามเกมเขาโดยสมบูรณ์แบบหรือยังไงดี ก็แค่ถูกใช้งานตามต้องการไม่ใช่เหรอฟะ
ยัยนี่บางทีถึงจะหัวดีแต่ก็ไม่ได้ฉลาดสินะ

ช่างเรื่องนั้นไปก่อน แล้วคุณซาคากุจิก็พยักหน้าอย่างแรง

"ก็นะ ถ้าเป็นฉันแค่ระดับปืนกลมือก็ไม่มีอะไรต้องกลัวหรอกนะคะ เพราะว่ามีความสามารถในการฟื้นฟูอัตโนมัติอยู่แล้ว"
"แต่ว่านะ คุณซาคากุจิ?"
"อะไรเหรอ?"
"ถ้าอีกฝ่ายมีอาวุธที่ทรงพลังขึ้นมาล่ะจะทำยังไง?"
"ต่อให้เป็นฉันเองถ้าต้องเจอไรเฟิลต่อต้านรถถังก็คงหัวเราะไม่ออกเหมือนกันนะคะ"

แล้วรุ่นพี่อาเบโนะก็ยิ้มออกมา

"ตอนนั้น--ก็เป็นตาของผู้กล้าจากต่างโลกค่ะ เพื่อเป็นหลักปประกันสุดท้ายจึงได้พาคุณมาด้วยยังไงล่ะคะ โมริชิตะคุง"
"เอ๊ะ!? ชั้นเหรอ!?"

ดูท่าจะโดนนับเข้าแก๊งล่ายากูซ่าไปแบบไม่รู้ตัวแล้วสิ

แล้วตอนนั้นเองแท็กซี่ที่พวกเรานั่งก็มาถึงยังโรงแรมธุรกิจที่กลบดานของบริษัทเงินกู้ 




NEKOPOST.NET