อิเซไค คาเอริ โนะ ยูฉะ กะ เกนได ไซเคียว! ตอนที่ 39 | Nekopost.net 
NEKOPOST

อิเซไค คาเอริ โนะ ยูฉะ กะ เกนได ไซเคียว!

Ch.39 - VS จิ้งจอกเก้าหาง Last


"แบบนี้แสดงว่าจบไปอีกเรื่องแล้วสินะครับ"

แล้วรุ่นพี่ก็ส่ายหน้า

"ยัง...มีเรื่องที่สำคัญที่สุดอีกเรื่องที่ยังไม่จบค่ะ"
"หมายความว่ายังไงเหรอครับ?"
"ความสัมพันธ์ของคุณกับฉันน่ะค่ะ"
"เอ๊ะ?"
"คุณ วันนี้โดดเรียนซะ แน่นอนว่าฉันเองก็จะโดดค่ะ"
"...เอ๊ะ?"
"นี่ โมริชิตะคุง?"
"ครับ?"
"--แล้วพวกเรา...ก็ไปทะเลกันสักหน่อยเถอะค่ะ"
"ทะเล...เหรอครับ?"


ชายหาดยามบ่ายแก่ๆ
แสงแดดส่องบนผิวน้ำระยิบระยับ สายลมอ่อนยามบ่ายแก่ๆชวนให้รู้สึกดี
ชั้นกับรุ่นพี่อาเบโนะก็นั่งอยู่บนโขดหินแล้วมองไปที่ทะเล 

"นี่โมริชิตะคุง?"
"อะไรเหรอครับรุ่นพี่?"
"ชอบกินอะไรเหรอ?"
"ก็คงราเมง...ล่ะนะครับ"

รุ่นพี่อาเบโนะหัวเราะแล้วพยักหน้าเบาๆ 

"ฉันเองก็ชอบราเมงค่ะ ถ้าอย่างนั้นคราวหน้า...ไปต่อถอยร้านราเมงที่สามารถต่อแถวได้ด้วยกันกับฉันนะคะ"
"...ครับ"

หลังจากนั้นก็มีความเงียบมาเยือนสักพัก 
ผมที่ยาวราวกับเส้นไหมของรุ่นพี่อาเบโนะก็ลอยไปตามลมทะเล 
แสงที่สะท้อนมาจากผิวทะเลทำให้ผิวสีขาวนั้นดูขาวใสขึ้นไปอีก 
หน้าอกก็ไม่ได้ใหญ่แบบครึ่งๆกลางๆ ถ้าอยู่เงียบๆก็เป็นคนที่สวยอยู่หรอก...แล้วชั้นก็ถอนหายใจออกมา

"นี่โมริชิตะคุง?"
"อะไรเหรอครับรุ่นพี่?"
"หลังจากนี้อีกไม่กี่เดือนก็จะฤดูร้อนแล้วสินะคะ คุณเกลียดทะเลไหมคะ?"
"ก็ไม่ได้เกลียดหรอกครับ"
"ถ้าอย่างนั้นชอบผู้หญิงในชุดว่ายน้ำแบบไหนเหรอคะ?"
"แบบที่มีลายทางสีฟ้ากับขาวล่ะนะครับ แน่นอนว่าต้องเป็นบิกินีนะครับ"
"ถ้าอย่างนั้นคราวหน้า...ไปซื่อด้วยกันกับฉันนะคะ ฉันกับคุณเป็นเพื่อนกันแล้ว...ก็ไปเที่ยวทะเลตอนหน้าร้อนด้วยกันเถอะค่ะ"
"...ครับ"

หลังจากนั้นก็มีความเงียบมาเยือนสักพัก
รุ่นพี่อาเบโนะจ้องมาที่หน้าของชั้นมาตั้งแต่เมื่อสักครู่แล้ว 
ดวงตากลมโต ผิวสีขาวมีชีวิตชีวากับริมฝีปากสีแดงจมูกที่ได้รูป ทั้งๆที่ดูแล้วแทบจะไม่ได้แต่งหน้าแท้ๆ แต่ก็อยู่ในระดับที่นักแสดงเทียบไม่ติดเลยจริงๆ 

"นี่โมริชิตะคุง?"
"อะไรเหรอครับรุ่นพี่?"
"ในอนาคตอันห่างไกล คุณก็คงจะมีภรรยาสินะคะ?"
"ก็นะครับ มีไว้ก็คงจะดีกว่าไม่มีครับ"
"ตอนที่กำลังอยู่ในข้าวใหม่ปลามันแล้วตอนที่กลับบ้านก็มีสถานการณ์[จะอาบน้ำ? กินข้าว? หรือ・จะ・เลือก・ฉัน?]แบบนี้ขึ้นมา คุณจะเลือกอะไรเหรอคะ?"

พูดอะไรออกมากันฟะยัยนี่...ชั้นคิดแบบนั้นแล้วก็รู้สึกเหนื่อยใจ 
แต่พูดงั้นก็เถอะ คุณความแปลกของรุ่นพี่มันก็ไม่ได้พึ่งจะมีสักหน่อย 
ชั้นจึงเลือกที่จะตอบไปตามตรง 

"เลือกฉัน...ล่ะนะครับ?"
"ฟุฟุ ซื่อตรงจริงนะคะ"

พูดแบบนั้นรุ่นพี่ก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจแล้วพูดต่อ 

"โมริชิตะคุง ถ้าอย่างนั้นคราวหน้า...ไปซื้อถุงยางด้วยกันกับฉันเถอะค่ะ อา จริงสิ ในตอนนั้นก็ต้องห้ามลืมไปเลือกเลิฟโฮเตลที่ฉันกับคุณจะผ่านคืนแรกไปด้วยกันก่อนด้วยสินะคะ"
"เฮ้ยเดี๋ยวสิเธอ"
"เอ๊ะ...?"

แล้วรุ่นพี่อาเบโนะก็เบิกตากว้างด้วยความรู้สึกว่า พูดอะไรออกมากันน่ะ?

"แล้วอยู่ๆก็พูดเรื่องอะไรขึ้นมาครับเนี่ย!?"
"เรื่องอะไร...ก็เรื่องเซ็กส์ไงคะ?"
"เด็กผู้หญิงอย่ามาพูดเรื่องเซ็กส์ต่อหน้าผู้ชายด้วยสีหน้าเรียบเฉยนะครับ!"

ชั้นหน่ายใจ--ได้สักพักรุ่นพี่อาเบโนะก็ยักไหล่ขึ้นมา 

"คือว่านะโมริชิตะคุง?"
"อะไรเหรอครับ?"
"ฉันยังบริสุทธิ์อยู่ค่ะ"
"เรื่องนั้นรู้อยู่แล้วครับ"
"ใช่แล้วค่ะ หรือก็คือฉันน่ะ--"

รุ่นพี่อาเบโนะเงียบไป
หลังจากนั้นเธอก็ถอนหายใจเข้าออกเฮือกใหญ่แล้วพูดออกมา

"--เป็นสาวบิชที่ยังซิงอยู่ค่ะ"
"ก็ถึงได้บอกไงครับว่าแล้วมันจำเป็นอะไรที่จะต้องมาทำเล่นตัวพูดใหม่ด้วยครับเนี่ย!?"
"เอาจริงเลยนะคะ จากเรื่องในคราวนี้ก็เกิดความคิดอย่างหนึ่งค่ะ"
"แล้วถ้าให้พูดออกมาล่ะครับ?"
"สำหรับคนที่ฝากชีวิตไว้กับสนามรบแล้วการที่ยังบริสุทธิ์อยู่ไม่คิดว่าเป็นข้อเสียบ้างเหรอคะ?"
"ก็นะ...ถ้าแพ้ศัตรู...ก็มีเรื่องแบบนั้นอยู่สินะครับ"
"ถ้าคุณแพ้ให้เก้าหางล่ะก็ ฉันในตอนนี้...คงเต็มไปด้วยน้ำอสุจิของยักษ์จิ๋วค่ะ"
"ก็บอกแล้วไงครับว่าเด็กผู้หญิง--อย่ามาพูดคำว่าเต็มไปด้วยน้ำสุจิด้วยใบหน้าเรียบเฉยต่อหน้าผู้ชายครับ!"
"ใช่แล้วค่ะ หรือก็คือ--"

รุ่นพี่อาเบโนะเงียบไป
หลังจากนั้นเธอก็ถอนหายใจเข้าออกเฮือกใหญ่แล้วพูดออกมา

"--ถูกรุมโทรมค่ะ"
"ก็ถึงได้บอกไงครับว่าแล้วมันจำเป็นอะไรที่จะต้องมาทำเล่นตัวพูดใหม่ด้วยครับเนี่ย!?"
"ใช่ แล้วก็...เป็นเหมือนกับในโดจินโป๊ค่ะ"
"ชัดเจนเกินไปแล้วนะครับ!?"
"ก็ประมาณนั้นล่ะค่ะ...ก็เลยคิดว่าจะทิ้งพรหมจรรย์ไปค่ะ จะได้ไม่มีจุดอ่อนแล้วค่ะ"
"...ก็อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้นะครับ"
"แต่ว่าถ้าทิ้งพรหมจรรย์ไปแล้ว...ถ้าเสียความบริสุทธิ์ไปฉันก็จะเป็นแค่บิชธรรมดาๆค่ะ"
"ไม่อยากจะเป็นเพื่อนกับคนแบบนั้นเลยครับ!"

รุ่นพี่อาเบโนะหัวเราะฟุฟุ ชั้นก็ต้องกุมหัวด้วยความปวดหัว 

"คุณเอง...ก็อยากจะทิ้งความซิงสินะคะ?"
"ผมเองก็ชอบความโรแมนติคกว่าที่เห็นนะครับ ครั้งแรก...ก็ต้องทำกับคนที่ชอบเท่านั้นครับ"
"ครั้งที่2เป็นต้นไปก็คือจะยังไงก็ได้สินะคะ?"
"เรื่องนั้น...ก็นะครับ ในโลกนี้ก็มีพวกอุตสาหกรรมทางเพศอยู่สินะครับ ผู้ชายเนี่ย...ก็มีเรื่องแบบนั้นอยู่บ้างก็ปฏิเสธได้ไม่เต็มปากหรอกนะครับ"
"คุณ...เป็นไอ้ขยะโรคจิตที่ไร้แนวคิดเรื่องความบริสุทธิ์จริงๆสินะคะ"
"มีแค่เธอเท่านั้นล่ะที่ไม่อยากให้มาพูดแบบนั้นใส่น่ะ!?"
"ก็ สมกับเป็นขี้แห้งจริงๆเลยนะคะ"
"ยังไงก็ต้องขอบายล่ะครับ ผมน่ะ...ไม่ได้เหมาะสมขนาดนั้น...ยังไงก็ตาม ก็ไม่อยากจะให้มอบความบริสุทธิ์ให้ใครด้วยความรู้แบบ...คนคนนั้นเหมาะสมก็เลยมอบให้ครับ แล้วก็ไม่ได้อยากทิ้งความซิงด้วยครับ"

รุ่นพี่อาเบโนะยืนขึ้น แล้วก็มายืมการก้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยตรงหน้าชั้นที่นั่งอยู่บนโขดหิน
จากนั้นก็จับสองแก้มของชั้นจ้องตรงมาที่ดวงตา 
ตอนที่ใบหน้าห่างกันได้10เซน ลมหายใจของรุ่นพี่ก็มาสัมผัสปลายจมูกของชั้น

"นี่ โมริชิตะคุง? เห็นว่าฉันน่ะ--พูดเรื่องนี้กับคุณด้วยความรู้สึกแบบว่าเลือกตามความเหมาะสมเหรอคะ?"
"...เอ๊ะ?"
"ฉันน่ะลามกค่ะ แล้วฉันก็สาวบิชที่ยังซิงอยู่ค่ะ ดังนั้น...ถ้าเสียความบริสุทธิ์ไปก็จะเป็นแค่บิชธรรมดาๆค่ะ ไม่สิ ไม่ใช่--เป็นบิชไร้ค่าค่ะ"
"บิชไร้ค่าเนี่ย..."

รุ่นพี่ถอนหายใจเข้าออกเฮือกใหญ่--ก็พยักหน้าเบาๆราวกับตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้วพูดออกมา 

"แต่ว่า--ก็จะเป็นบิชไร้ค่าเฉพาะสำหรับคุณค่ะ"
"รุ่นพี่...? พูดอะไรออกมาน่ะ...?"
"ถ้าอย่างนั้น...จะขอพูดตรงๆนะคะ"

รุ่นพี่หน้าแดงเล็กน้อย แล้วก็-- 

"โมริชิตะคุง--ก่อนที่จะแต่งงานกันฉัน...มาเป็นเพื่อนกันเถอะค่ะ"
"ภาษาญี่ปุ่นมันเพี้ยนแล้วนะคุณ! เป็นเพื่อนก่อนจะแต่งงานมันหมายความว่ายังไงกันครับ!?"

แล้วรุ่นพี่ก็ทำหน้าสิ้นหวังแล้วน้ำตาคลอเบ้า

"นี่โมริชิตะคุง? เกลียดฉันเหรอ?"

อะไรเนี่ย แล้วคนคนนี้...ร้องไห้ออกมาแล้ว 
ตกลงจิตใจจะเข้มแข็งหรืออ่อนแอกันแน่ฟะ...ระหว่างที่ชั้นคิดแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมา

"ไม่ได้เกลียดหรอกครับ"
"งั้น จะเอายังไงล่ะคะโมริชิตะคุง?"

อา...ชั้นมองขึ้นไปบนฟ้า 
ตอนแรกก็ว่าจะหนีจากยัยมีทางจิตคนนี้แท้ๆ...แต่...ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่...ก็ถอนตัวออกไปไม่ได้ซะแล้ว 

"ก่อนอื่น...ยังไงก็ต้องเริ่มจากเพื่อน...สินะครับ"
"เริ่มจาก...เพื่อน?"
"ก่อนที่จะคบกับคุณเนี่ย...ผมยังไม่ได้รู้จักคุณดีพอครับ ดังนั้นคงตอบให้ตอนนี้ไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าผมจะคิดอย่างจริงจังครับ"
"..."

รุ่นพี่ทำหน้าบุ่ยไม่พอใจ แล้วก็ทำปากเหมือนเป็ด 

"รุ่นพี่? รู้จักคำว่ามากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟนไหมครับ?"

แล้วรุ่นพี่อาเบโนะก็ยิ้มออกมาราวกับดอกไม้ที่เบ่งบาน 
เป็นรอยยิ้มที่งดงาม--ราวกับรูปภาพที่แขวนอยู่ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะ
พอชั้นได้เห็นรอยยิ้มของรุ่นพี่อาเบโนะ พริบตานั้น หัวใจก็ถูกขโมยไปเต็มๆ

"ค่ะ รู้จักค่ะ งั้นวันนี้ก็เอาเป็นว่าตกลงไว้ที่ตรงจุดนั้นก่อนละกันค่ะ"

เอาเป็นว่าเนี่ย...มันไม่ใช่คำพูดที่ใช้กับความสัมพันธ์แบบนี้ของผู้หญิงผู้ชายสักหน่อย แล้วชั้นก็ยิ้มเจื่อนๆ
แล้วพอมองไปที่นาฬิกาข้อมือก็ถึงเวลาแล้ว 

"ถ้าอย่างนั้นก็กลับกันเถอะครับ มาเดินไปจนถึงสถานีกันครับ"

ชั้นลุกขึ้น แล้วพวกเราก็ออกจากโขดหินเดินไปตามชายหาด

"นี่โมริชิตะคุง?"
"อะไรเหรอครับรุ่นพี่?"

รุ่นพี่อาเบโนะมองไปที่มือขวาของตัวเอง แล้วก็ทำสีหน้าไม่ค่อยดีออกมา

"เหงามือขวาจังเลยค่ะ"
"หมายความว่ายังไงเหรอครับ?"
"ก็บอกว่าเหงามือขวาไงคะ"

แล้วรุ่นพี่อาเบโนะก็ชี้มาที่มือซ้ายของชั้น

"จะจับมือ...เหรอครับ?"
"ให้พูดตรงๆก็คงจะเป็นแบบนั้นสินะคะ"
"แต่ว่า พวกเรา...ไม่ได้คบกันสักหน่อยนะครับ?"
"อ๊าระ? พวกเรา...ถึงจะไม่ใช่แฟนแต่ก็มากกว่าเพื่อนไม่ใช่เหรอคะ?"

พูดแบบนี้มาก็เถียงกลับไม่ได้เลย 
ชั้นจับมือของรุ่นพี่อาเบโนะแล้วก็ออกเดินไปจนถึงสถานี 
ผ่านไป5นาที ตอนที่เห็นสถานีรุ่นพี่อาเบโนะก็หยุดยืน 

"มีอะไรเหรอครับ? สถานีอยู่ตรงนั้นแล้วนะครับ?"

รุ่นพี่อาเบโนะส่ายหน้า 

"มาเดินไปอีกสถานีกันเถอะค่ะ"
"ทำไมเหรอครับ?"
"ตอนนี้...มือขวาของคุณอบอุ่นมากค่ะ อยากจะรู้สึกถึงความอบอุ่นของคุณมากกว่านี้ค่ะ เหตุผลที่จะเดินไปอีกสถานี--ใช้เรื่องนั้นเป็นเหตุผลไม่ได้เหรอคะ?"
"เอ๊ะ...?"

ด้วยเหตุนั้นพวกเราก็เดินไปตามทางขวาของถนนไปยังสถานีถัดไป
เป็นความเงียบที่ยาวนาน แต่ความอบอุ่นในมือขวาของรุ่นพี่อาเบโนะ...ก็รู้สึกดีแบบแปลกๆ 

"นี่ โมริชิตะคุง? ฉันที่ถูกพ่อกับพี่สาวทรยศ...นั้นรู้สึกเศร้าจริงๆค่ะ"
"ครับ ก็คงจะเป็นแบบนั้นล่ะนะครับ"
"รู้สึกราวกับหัวใจแตกเป็นเสี่ยงๆเลยค่ะ แต่ว่าเรื่องนั้นตอนนี้จะเป็นยังไงก็ช่างแล้วค่ะ เพราะว่าที่ศาลเจ้าร้างของเก้าหาง...ในวันนั้นตอนนั้นที่นั่น คุณยอมมาเพื่อช่วยฉันค่ะ แล้วตอนนี้คุณก็จับมือของฉันอยู่ค่ะ เพียงแค่นั้นฉันก็มีความสุขมากแล้วค่ะ ในตอนนี้ พริบตานี้หัวใจกำลังเต้นแรง--บางทีต่อให้ต้องย้อนกลับไปแก้ไขชีวิตใหม่ ฉันก็จะทำทุกอย่างตามเดิมเพื่อช่วงเวลานี้เพียงอย่างเดียวค่ะ นี่ โมริชิตะคุง? เชื่อไหมคะ? ฉัน--ตอนนี้ คิดแบบนั้นจริงๆค่ะ คำพูดที่จะพูดต่อจากนี้ ในชีวิตของฉันแล้วนอกจากคุณ...ไม่สิ กับคุณเองก็คงจะไม่พูดอีกเป็นครั้งที่2แล้วจริงๆของจริงๆค่ะ ดังนั้นแหกหูฟังให้ดีๆนะคะ--"

แล้วรุ่นพี่อาเบโนะก็ทำหน้าอึกอัก หน้าแดงแล้วก็พูดต่อออกมา

"ชอบที่สุดค่ะโมริชิตะคุง รักค่ะ"

挿絵(By みてみん)

 

----------------------------------------------------------------------------------------
(คนแปล) ก็จบเล่มหนึ่งด้วยประการฉะนี้ครับ
ไหนๆก็จบเล่มหนึ่งละ ในฐานะคนแปลก็อยากจะพิมพ์อะไรส่งท้ายเล่มบ้าง
บอกตรงๆว่าตอนแรกว่าจะแปลสักไม่กี่ตอนแล้วดรอปทิ้งครับ 555 ก็เลยไม่ได้คิดจะใช้ชื่อจริงๆมาตั้งชื่อคนแปลเลย แต่ไหงแปลมาจนจบเล่มหนึ่งได้ก็ไม่รู้ครับ ชื่อเรื่องก็ขี้เกียจตั้งเลยตั้งลวกๆไปด้วยครับ
ถ้าให้พูดตามตรงการแปลเรื่องนี้ ก็ถือว่าเผาที่สุดเท่าที่เคยทำมาละครับ 5555
พิมพ์ตกก็เยอะ ตัว ง ก็หายหลายจุดเพราะแป้นตัว ง มันพัง กลับไปแก้แบบไมตกก็หลายครั้ง
รวมทั้งแปลไปก็ขัดใจเอง เรื่องสรรพนามบักไดกิที่ญี่ปุ่นมันก็โอเรดีๆอยู่แล้ว ผมดันแปลเป็น ชั้น สลับกับ ผม ซะงั้น ก็จริงๆอยากจะใช้ชั้นให้หมดหรอกครับ แต่พอเป็นบทพูดกับรุ่นพีใช้ ชั้น แล้วมันขัดใจยังไงไม่รู้
ส่วนตระกูลรุ่นพี่คิดว่าอาจจะมีคนรู้แล้ว แต่อธืบายเพิ่มละกัน ตระกูลอาเบโนะ ถ้าเรียกว่า อาเบะ โนะ หลายคนคงจะอ๋อมากกว่า ก็เอาเป็นว่าเป็นตระกูลขององเมียวจิในตำนานคนนั้นล่ะครับ
แล้วก็สุดท้ายชื่อของเลล่า ซาคากุจิ อันนี้ผมพึ่งรู้ตัวเมื่อกี้เลย ว่าจริงๆชื่อนางต้องเขียนว่า เรล่า เพราะฉะนั้นหลังจากตอนนี้ออกแล้ว ผมจะกลับไปแก้ชื่อที่เคยพิมพ์ทั้งหมดนะครับ ถ้ายังมีใครเห็นว่าตกๆไปบ้าง ก็บอกกันได้นะครับ
สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณทุกคนที่ตามอ่านนะครับ สำหรับบทต่อไปก็เกริ่นๆไว้ก่อนละกันครับ ว่าจะเป็นบทที่เกี่ยวกับตัวละครที่เกี่ยวกับต่างโลกครับ
ปล.แล้วก็ใครอยากจะสนอชื่อก็พิมพ์ในช่องแชทมาได้เลยนะครับ ถ้ามันไม่ซ้ำกับที่คิดไว้ก็จะพยายามเอามาใช้ให้หมดครับ
คอนเซ็ปต์ก็ สัตว์น้ำ,อะไรที่นำหน้าด้วยความว่าปลา ตามด้วย อะไรที่เป็น/มีน้ำ แม้น่ำ ทะเล หรืออะไรที่ฟังแล้วดูเหมือนน้ำครับ




NEKOPOST.NET