อิเซไค คาเอริ โนะ ยูฉะ กะ เกนได ไซเคียว! ตอนที่ 31 | Nekopost.net 
NEKOPOST

อิเซไค คาเอริ โนะ ยูฉะ กะ เกนได ไซเคียว!

Ch.31 - VS จิ้งจอกเก้าหาง 5


"เอาล่ะ..."
"เละกันทั้งคู่เลยนะคะ"

ในเขตศาลเจ้าโทรมๆเต็มไปด้วยศพของปีศาจมากมาย

ที่นอนกลิ้งอยู่บนพื้นคือแมงมุมดิน5ตัวกับปีศาจลูกกระจ๊อกประมาณอีก400 
แล้วก็พวกปีศาจที่โผล่ออกมาไม่หยุดไม่หย่อน
รอบพวกฉันมีแมงมุมดิน9ตัว กับตัวที่ระดับสูงกว่าแมงมุมดิน...กิวคิอีกหนึ่งตน

"เรล่า ซาคากุจิ? พอได้แล้วค่ะ"
"...พอได้แล้ว? ฉันยังไหวอยู่ค่ะ!"
"ไปเถอะน่า! ทำให้ถึงขนาดนี้...ก็เพียงพอแล้ว! ขอร้องล่ะ...แค่เวลาที่ยังถอยได้...อย่าได้พลาดไปเลยเถอะ!"
"ก็บอกว่าฉันยังไหวอยู่ไงเล่า!"

ทั่วร่างของฉันเต็มไปด้วยบาดแผล ชุดสีขาวเองก็ย้อมจนเป็นสีแดง 
กระดูกที่สีข้างขวากับขาซ้ายก็หัก กระดูกที่ไหล่ขวาบางทีก็คงจะแตกละเอียด
บาดแผลของเรล่า ซาคากุจิที่หายใจหอบอยู่ด้านหลังของฉันก็หนักขึ้นไปอีก 
นิ้วมือซ้ายหลายนิ้วหลุดหายไป ขาขวาก็โดนเจาะทะลุไปหลายจุด
ทั่วทั้งร่าง แทบจะไม่ต่างอะไรกับก้อนเลือดแล้ว 

แต่ว่าเธอได้รับพรของเทพมาในฐานะโดมิเนี่ยนส์ 
ถ้าไม่ตายในทันทีบาดแผลส่วนใหญ่ก็จะหายดีใน48ชั่วโมง--ดังนั้น วิธีการต่อสู้ของเธอทั้งหมดจะทุ่มไปที่การโจมตีโดยไม่สนพลังป้องกัน

แต่ถึงจะพูดว่าเป็นโดมิเนี่ยนส์...ยังไงก็พลังต่อสู้ก็ต้องถึงขีดจำกัดในที่สุดอยู่ดี

"พอ...ได้แล้ว ไม่ต้อง...มาเจ็บเพื่อฉันแล้วก็ได้ พอแล้วล่ะ มัน...เพียงพอแล้ว"

ถึงตรงนั้นฉันก็ต้องตกใจ 
มาถึงตรนี้ก็มีแรงดันวิญญาณวิญญาณระเบิดออกมาจากตัวเรล่า ซาคากุจิ 

"ใครจะยอมมาโดนดูถูก...ในประเทศเกาะทางตะวันออกไกลแบบนี้กันเล่า! ปลดปล่อยขีดจำกัดวิญญาณทั้งหมด! ขอปลดข้อห้าม--การใช้งานพระธาตุศักดิ์สิทธิ์! นี่คือกฏของฉันที่ฉันเป็นคนตัดสิน! ครั้งนี้เท่านั้น--ที่จะขอละเมิดข้อห้ามที่วาติกันตั้งขึ้นมาค่ะ!"

พอฉันหันหลังไปก็ต้องเบิกตากว้าง
เฟล ลองกินุสที่เธอถืออยู่ในมือเปล่งประกายสีรุ้ง--หอกสีขาวเงินกลายสภาพเป็นหอกสีแดงเข้ม 
เจ้านี่...ไม่ใช่ของปลอม แต่เป็นของจริงเหรอ...?

"อย่าบอกนะว่าคุณ...เป็นผู้ถือครองพระธาตุศักดิ์สิทธิ์?"
"..."

เรล่า ซาคากุจิไม่ตอบคำถามของฉัน
ถึงจะบอกว่าโดมิเนี่ยนส์เป็นหน่วยพิเศษชั้นนำ แต่ทั้งหมดก็เป็นรุ่นผลิตจำนวนมาก
การครอบครองพระธาตุศักดิ์สิทธิ์นั้นปกติไม่มีทางเป็นไปได้เลย...ไม่สิ เพราะว่าถูกส่งมาที่ตะวันออกไกลคนเดียว เธอก็เลยมีได้...สินะ

"อาภรณ์วิญญาณทุกส่วน--โอเวอร์ไดรฟ์! ไอ้พวกปีศาจทั้งหมด--ไปตายซะเถอะ!"

เกราะของเธอเปล่งแสงสีทองตระการตา แล้วเรล่า ซาคากุจิก็ออกวิ่ง

--ถ้าให้เปรียบเทียบมันก็คือลมพายุ

พริบตานั้นแมุมมุมดินในบริเวณนั้นก็ค่อยๆโดนแทตายไปทีละตัว

แล้วหลังจากที่จัดการแมงมุมดินทั้งหมดเสร็จเธอกระโดดพุ่งขึ้นไป 

"โอ้อ้อ้อ้อ้อ้อ้อ้อ้อ้!"

ตะโกนแล้วก็พุ่งไปที่กิวคิ 
เธอแทงหอกลองกินุสลงที่หน้าผากของมัน--แต่ก็ต้องถูกกิวคิต่อยเข้าที่ด้านข้างกลางอากาศจนปลิวไป

"บัดซบ...ไอ้ลูกกระจ๊อกพรรค์นี้...!"

กลิ้งไปบนพื้นดินประมาณ20เมตร แล้วเธอก็รีบลุกขึ้นมา แต่ตรงหน้าก็มีกิวคิอยู่แล้ว
ก็จริงว่าที่พลังของเธอ...มีเพียงพอที่จะจัดการได้กระทั่งกิวคิ แต่เธอในตอนนี้เต็มไปด้วยบาดแผลเต็มไปหมด

"อย่าบอกนะว่าฉันที่ได้รับพระธาตุศักดิ์สิทธิ์มาจะมาจบที่ตะวันออกไกล...แบบนี้..."

แล้วที่หนักที่สุดก็คือการโจมตีที่กรามจากกิวคิเมื่อสักครู่ 
สมองของเธอได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรง ตอนนี้--วิสัยทรรศน์จะเบลอไปหมดแล้ว 
เข่าของเรล่า ซาคากุจิหมดสิ้นซึ่งเรี่ยวแรง ในตอนนี้ไม่ว่าการโจมตีไหนๆ...ไม่มีทางหลบได้แน่ 
กิวคิตั้งท่าจะโจมตีครั้งต่อไป เรล่า ซาคากุจิก็ปล่อยมือจากหอกแล้ววาดกางเขนที่หน้าอกแต่ตอนนั้นเอง-- 

"ยันต์เพลิง:เพลิงโลกันตร์--ต่อเนื่อง"

ฉันก็หยิบยันต์ออกมาโหลหนึ่งข้างใส่กิวคิ 
ที่คือการโจมตีที่รุนแรงที่สุดที่ฉันมีอยู่ แต่ให้พูดกลับกันสำหรับตัวตนทางวิญญาณระดับกิวคิแล้วไพ่ที่ฉันมีอยู่...ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้ได้เลย 
ถ้าอธิบายแบบโมริชิตะคุงก็คงต้องพูดว่า นี่เป็นวิชาที่ใช้MPครึ่งหนึ่งของที่ฉันมีทั้งหมด ดังนั้นสำหรับวันนี้ทักษะยันต์ที่ฉันสามารถใช้ได้ก็หมดเท่านี้แล้ว

เพลิงนรก32ใบห่อหุ้มตัวกิวคิ แล้วก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น 
ตอนที่เสียงระเบิดที่ดังจนแทบจะฉีกแก้วหูดับลง--

--กิวคิก็แค่ผิวเกรียมมีเล็กน้อยกับมีควันขึ้นเท่านั้นเอง แล้วมันก็มองยิ้มมาทางนี้

พริบตานั้นเองกิวคิก็เคลื่อนตัวมาอยู่ตรงหน้าฉันแล้วก็หัวเราะออก 

"แม้แต่การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดขอฉัน...เพลิงโลกันตร์เอง...ยังทำอะไรไม่ได้เลยเหรอเนี่ย"

จากนั้นกิวคิก็ง้างมือจะโจมตีใส่ฉัน 

"แต่ว่า คนที่มีการโจมตีแข็งแกร่งที่สุดของจริงที่นี่ไม่ใช่ฉันหรอกนะคะ น่าเสียดายจังเลยนะคะ...คุณหน้าวัว"

กิวคิได้ยินแบบนั้นก็หันหลังกลับไปทันทีแล้วก็ต้องตกใจ 

ถือลองกินุส--พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ไว้ในมือ ปีกสีขาวบริสุทธิ์กางออก ทูตสวรรค์อาภรณ์เวทที่ส่องแสงสีทองกำลังพุ่งมาทางนี้ด้วยความเร็วมหาศาล

"ไปเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!"

ลองกินุสแทงทะลุเข้าที่หัวใจของกิวคิ แล้วกิวคิก็ล้มลงไป

ฉันกับเรล่า ซาคากุจิก็ชูมือขวาขึ้นอย่างยินดี 

"เธอ...สู้เก่งดีนี่นา?"
"ทางนี้เองใจจริง...ต้องได้คุณมาช่วยจนถึงตอนท้ายขอท้ายสุดเนี่ย...รู้สึกจั๊กจี๋ยังไงไม่รู้ค่ะ"

พวกฉันแปะมือกัน 
ก่อนอื่นก็สามารถจัดการปีศาจในบริเวณที่เห็นได้ไปหมดแล้ว แต่ก็คงจะมีปีศาจระลอกต่อไปมาอยู่ดี
แต่ว่าMPของฉันเป็นศูนย์แล้ว เรล่า ซาคากุจิเองก็ใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว 

"ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องพอแล้วจริงๆนะคะ?"
"พอแล้ว? เรื่องพรรค์นั้นฉันจะเป็นคนตัดสินเองค่ะ"

น่าแปลกใจ...ตอนที่ฉันหัวเราะออกมานั่นเอง เรล่า ซาคากุจิก็ปลิวออกไป

--คิดว่าน่าจะเป็นการดีดหน้าผาก 

การปรากฎตัวของตัวตนสุดยอดทางวิญญาณทำให้รูขุมขนทั้งร่างขอฉันลุกชัน พยายามเต็มที่เพื่อไม่ให้อาเจียนออกมา...ฉันไม่เห็นเลยว่าเกิดอะไรขึ้น

"ห๊ะ...? ฉันในสภาพโอเวอร์...ไดรฟ์ถูกจัดการ...ใน...ครั้งเดียว?"

ยังไงก็ตามเรล่า ซาคากุจิโดนการดีดหน้าผากที่ปล่อยโดยสุดยอดตัวตนทางวิญญาณจนปลิวไปประมาณ30เมตร เกิดเป็นหลุมที่มีรัศมีหลายเมตรบนต้นสนญี่ปุ่นใหญ่ที่มีอายุเกิน1,000ปี--นอนเงียบอยู่บนต้นไม้นั่น--แล้วก็สลบไป

"แหมแหมสุดยอดไปเลยเน้อ ไม่สิ--เป็นมนุษย์ที่สุดยอดจริงๆ"

หนุ่มรูปงามผมยาวสีเงินที่ดูแล้วอายุคงราวๆ20ต้นๆ 

แต่งตัวชุดเจ้าอาวาสสีขาวผสมแดงเข้ม แล้วก็หางจิ้งจอกเก้าหาง

ชายหนุ่มรูปงาม--ที่เปล่งประกายราวกับดาบญี่ปุ่นหัวเราะคักค๊ะ

"แมงมุมดินก็ดีแต่จัดการกิวคิได้เลยหรือนี่ สำหรับมนุษย์ในยุคนี้แล้วถือว่าทำได้ดีเชียวล่ะ ขอชมเชย เป็นการแสดงที่ดี ทำให้ข้ารู้สึกตื่นเต้นได้จริงๆ"

ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว--ขาสั่นไม่หยุดเลย

รู้ได้เลยว่าเป็นคนที่เจนจัดในสนามรบ ไม่สิ รู้ดีเลยล่ะว่าต่างกันเกินไป

ราวกับเป็นตั๊กแตนตำข้าวที่กำลังเผชิญหน้ากับเสือป่าอันดุร้าย

--นี่น่ะเหรอสัตว์เทพ ไม่สิ เทพ

ฉันต้านทานขาที่กำลังสั่นไม่หยุด แล้วก็พยายามวางมาดสุดชีวิต

"คุณคือเก้าหางเหรอ? มาทำตัวเป็นหัวหน้าพวกปีศาจกระจอกๆเนี่ย...เห่ยสุดๆไปเลยนะคะ"

พอได้ยินอย่างนั้นเก้าหางก็หัวเราะคุคุ

"ขากำลังสั่นอยู่นี่? มนุษย์เอ๋ย?"

มองขาดทุกอย่างเลยเหรอ--แล้วฉันก็กัดริมฝีปาก

"แต่ว่าการต่อสู้ของพวกเจ้าทำให้ข้าต้องทึ่งจริงๆ ตามจริงแล้วคิดว่าจะอัญเชิญยักษ์จิ๋วมาจำนวนมากให้สมสู่กันสามวันสามคืนแล้วค่อยกินหรอกแต่เปลี่ยนใจแล้ว"
"เปลี่ยนใจแล้วเหรอ?"
"คนอย่างเจ้าต่อให้มอบความอัปยศให้ไปก็คงจะไม่ยอมจำนน ดังนั้น--จะขอมอบความเจ็บปวดให้เป็นรางวัลสำหรับการแสดงเมื่อครู่นี้"
"...ความเจ็บปวด?"
"จะค่อยๆกินทีละน้อยทีละน้อย ฉีกหนัง คว้านเนื้อออกอย่างดีไม่ให้ตายไปก่อน นั่นสิเน้อ...ค่อยๆฉีกไปทีละ1มิลเองก็น่าสนุก"

แม้แต่ตัวเองยังรู้เลยว่ากำลังกลัวจนหน้าซีดไปหมด
ฉันฝืนเต็มที่เพื่อไม่ให้ล้มลงไปตรงนั้น 

"..."
"ฟุฟุ จะปล่อยตัวไปตามความหวาดกลัวก็ได้นะ ถ้ากรีดร้องออกมาด้วยน้ำเสียงไพเราะๆแล้ว...บางทีจะยอมเมตตาให้ก็ได้"

ตอนนั้นก็มีน้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม 
ความแค้นที่มีต่อท่านพี่ 

ความแค้นที่มีต่อท่านพ่อ

--แล้วก็ ความแค้นที่มีต่อตัวเอง--ความไร้พลังของตัวเอง 

ความรู้สึกต่างๆทะลักออกมา จน...ไม่รู้อะไรแล้ว

"โห น่าเบื่อจริงเน้อ แค่ขู่ก็ร้องไห้ออกมาแล้วหรือนี่"

เก้าหางยักไหล่แล้วเดินมาหาฉัน 

"ยังไงก็คงต้องเริ่มจากอัญเชิญยักษ์จิ๋วมามอบความอัปยศให้ก่อนสินะ ตอนนี้เจ้ายังคงพรหมจรรย์อยู่สินะ?"
"...ใช่"
"ไอ้นั่นของยักษ์จิ๋วก็เล็กด้วยสิ ดีจังเลยเน้อ ความเจ็บปวดแรกจะได้เบาๆไง?"

ร่างกายยังคงสั่น น้ำตาไหลไม่หยุดด้วยความเสียใจ ความโกรธและความกลัว

เรล่า ซาคากุจิที่ยอมมาเสี่ยงเพื่อฉันเอง ก็กลายเป็นนกในกรงเหมือนกับฉันแล้ว
บางทีเธอเองก็คงจะมาเจอชะตากรรมเดียวกับฉัน

ทำไม...ทำไมฉันถึงได้ไร้พลังขนาดนี้กันนะ

ตอนที่น้ำตาไหลนองจนมองอะไรไม่เห็น--ก็มีสายลมที่รุนแรงราวกับพายุพัดมา

"ปุเกี๊ยก!? ปุ...ก๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!!!!!?"

เก้าหางร้องเสียงหลงแล้วก็ปลิวออกไป

แล้วเก้าหางก็ปลิวไปด้านข้างของต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุกว่า1,000ปีที่เรล่า ซาคากุจินอนอยู่--ไปกระแทกต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่มีอายุกว่า2,000ปี จนต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์โค่นหักลงแล้วแต่ก็ยังไม่หยุดปลิว

ตึงตึงตึงตึงตึงตึง!

ต้นไม้ล้มราวกับลูกโบว์ลิ่ง หลังจากเก้าหางปลิวไปหลายสิบเมตรก็หยุดลงได้ในที่สุด

"...โมริชิตะคุง?"

มีเด็กหนุ่มสวมเสื้อฮู๊ดกับกางเกงยีนส์ถือไม้เบสบอลโลหะด้วยมือข้างเดียวยืนอยู่ตรงนั้น



"โฮมรันได้สวยเลยแฮะ สมกับเป็นดาบศักดิ์สิทธิ์เอ็กซ์คาลิเบอร์ ทำให้มันดูทันสมัยขึ้นก็ยังใช้งานได้ดีเหมือนเดิมเลยนะเนี่ย"
"โมริชิตะคุง? คุณ...ทะ ทะ ทำไมถึงได้มาที่นี่กันคะ!?"
"ทำไมเหรอ...จะมาช่วยรุ่นพี่อาเบโนะเนี่ยต้องมีเหตุผลด้วยเหรอครับ?"
"แต่ว่า คุณ..."
"นี่ รุ่นพี่อาเบโนะ? ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดมาจากคุณซาคากุจิแล้วครับ? ผมโกรธจริงๆนะครับ"
"...อะไรเหรอ?"
"นี่โทรมจนเลือดท่วมไปทั้งตัวเลยไม่ใช่เหรอครับ กำลังตัวสั่นอยู่ไม่ใช่เหรอครับ แล้วก็--กำลังร้องไห้อยู่ไม่ใช่เหรอครับ"
"..."
"ทำไม...ถึงไม่ยอมบอกผมสักคำครับ? ทำไมกันครับ? ช่วยเลิกปั่นหัวผมทีเถอะครับ"
"ฉันมันก็แค่เพื่อนทางเมล..."
"นี่ รุ่นพี่?"
"...อะไรเหรอ?"
"ความจริงแล้วผมอาจจะผิดเองก็ได้ครับ ก็ดันไปพูดล้อเล่นว่าเป็นแค่เพื่อนทางเมลนี่นะครับ? แต่ว่านะครับ?"
"..."
"พวกเรา ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันอีกแล้วนะครับ ไว้ว่าใครจะมองมา--ก็เห็นว่าเป็นเพื่อนุกันไม่ใช่เหรอไงกันครับ ไม่สิ อย่างน้อยผมก็คิดแบบนั้นครับ แล้วก็ คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ได้สอนให้ผม...เป็นไอ้สวะที่ต้องมีเหตุผลเพื่อช่วยเพื่อนครับ"
"โมริชิตะ...คุง?"
"ไม่จำเป็นต้องกลัวแล้วครับ ไม่ต้องตัวสั่นแล้วก็ได้ครับ ไม่ต้องร้องไห้--ก็ไม่เป็นไรแล้วครับ"

พูดแบบนั้นแล้วโมริชิตะคุงก็จ้องไปที่เก้าหางที่ลุกขึ้นยืนตรงหลายสิบเมตรข้างหน้า

"แกสินะ? ที่ทำให้รุ่นพี่อาเบโนะ...ที่ทั้งหัวดื้อ...ไม่ยอมให้ใครเห็นด้านอ่อนแอ...หัวแข็ง...แต่ทั้งๆแบบนั้น...ก็ยังขี้แย...คนที่ทำให้เด็กผู้หญิงอายุ17ที่หาพบได้ทั่วไปต้องร้องไห้น่ะ...คือแกสินะ!"

จากนั้น โมริชิตะคุงก็หันหน้าไปขึ้นไปยังท้องฟ้ายามพลบค่ำแล้วตะโกนออกไป 

"เฮ้ย! ไอ้จิ้งจอกเวร! ดูเหมือนจะทำอะไรตามใจชอบเลยสินะ! คนคนนี้น่ะ...ชั้นคนนี้! โมริชิตะ ไดกิ--จะทุ่มสุดชีวิตไม่ให้แกได้แตะต้องแม้แต่ปลายก้อยอีกแล้ว!"




NEKOPOST.NET