อิเซไค คาเอริ โนะ ยูฉะ กะ เกนได ไซเคียว! ตอนที่ 12 | Nekopost.net 
NEKOPOST

อิเซไค คาเอริ โนะ ยูฉะ กะ เกนได ไซเคียว!

Ch.12 - มาเริ่มการเก็บเลเวลฉบับต่างโลกกันเถอะ บทแรก


ชั้นเดินตามทางไปโรงเรียนตามปกติจนมาถึงยังห้องเรียน 
แล้ว...ก็ได้เห็นภาพที่ไม่ใช่แบบที่ผ่านมา 

--คุณซาคากุจิสวมผ้าปิดตาแล้วที่มือขวาก็มีผ้าพันแผล

จะว่าไปเมื่อวาน ก็บอกว่าพระจันทร์เต็มดวงเลยจะไปล่าอะไรบางอย่างสินะ
ก็นะ ไปสู้กับอะไรสักอย่างด้วยเซ็ตติ้งแบบนั้น แล้วก็เซ็ตติ้งว่าเธอได้รับบาดเจ็บมาสินะ
แล้วถึงตรงนั้นชั้นก็ถอนหายใจ

---อุหวา...ยัยนี่อาการจูนิเบียวหนักแล้ว... 

ทั้งผ้าปิดตา ทั้งผ้าพันแผล...อยู่ในระดับค่อยๆติดต่อด้วยความระมัดระวังอย่างมาก
แล้วเธอก็ทำหน้ามืดหม่นพึมพำอะไรสักอย่างออกมา 

[สกิล:หูนรกทำงานแล้ว]

"ไม่คิดเลย...ว่าจะมีของหนักอย่างแมงมุมดินโผล่ออกมา...การรุกรานของความโกลาหลยิ่งกว่าที่คาดเอาไว้อีกเหรอเนี่ย..."

ดูเหมือนเมื่อคืนเธอจะเซ็ตติ้งไว้ว่าต่อสู้กับภูติผีมา 
ชั้นก็ยักไหล่...ว่าให้มันได้งี้สิอยู่บนเก้าอี้


ถึงตอนเย็นคุณซาคากุจิก็ถอดผ้าปิดตากับผ้าพันแผลออก 
ระหว่างที่ชั้นคิดว่าเบื่อกับการเล่นบทบาทเร็วจังเลยน้าก็ออกจากโรงเรียนไป 

แล้วชั้นก็เข้าไปยังสวนสาธารณะชินรินที่เป็นทางกลับบ้าน
ที่นี่คือสวนสาธารณะที่ซัดสาวปากฉีก--จะว่าไปแล้วตอนเด็กๆก็ได้ข่าวลือว่ามีผีออกมานี่นะ
แต่จนถึงตอนนี้ชั้นก็ไม่เคยเจอพวกภูติผีด้วยสิ ก็เลยไม่ได้เชื่อสักนิด 
ที่สามารถเห็นได้ก็คงเป็นเพราะประสบการณ์แฟนตาซีจากต่างโลก 
ระหว่างที่คิดแบบนั้นก็ได้ยินเสียงของพระเจ้าดังขึ้น

[สกิล:ตรวจจับอันตรายทำงานแล้ว]

ตรวจจับอันตรายเนี่ยนะ?

แล้วชั้นก็หันไปข้างหลังด้านซ้ายตามที่ทิศทางที่ตรวจจับอันตรายได้

"แมงมุม...?"

ตรงนั้นก็มีแมงมุมที่ตัวใหญ่เบิ้มอยู่
ตอนที่เหยียดขาออกความยาวจากต้นยันปลายก็มากกว่า10เมตรเสียอีก 
ความใหญ่ของร่างกายก็ประมาณ--1เมตรxรัศมี30เซนติเมตร--เท่าความยาวตั้งแต่ส่วนสะโพกของผู้ใหญ่เพศชายถึงส่วนหัว
ดูคล้ายกับอสูรที่ชื่อบิ๊กสไปเดอร์ที่เคยกำจัดไปตอนอยู่ที่ต่างโลกเลย...

เอาเถอะ เรื่องนั้นจะยังไงก็ช่าง ถ้าจำไม่ผิดคุณซาคากุจิ...จะพูดไว้ว่าแมงมุมดินสินะ
จะว่าไปแล้วตอนที่ส่งเมลกับรุ่นพี่อาเบโนะครั้งแรกก็มีสกิลพวกต้านทานคำสาปสั่งตายทำงานด้วยนี่นะ... 
อย่างบอกนะว่าไอ้นั่นไอ้นี่ที่เกิดจะถึงตอนนี้น่ะมัน... ตอนที่คิดแบบนั้นนั่นเอง--

--ก็ถูกแมงมุมดินโจมตีเข้ามาโดยไม่ถามไถ่อะไรเลย


มุมมอง:อาเบโนะ คากุยะ

ดูเหมือนในการล่าเมื่อวานจะมีแมงมุมดินออกมา 
พวกท่านพี่กับลูกพี่ลูกน้องได้ทำการล่าถอยจากการต่อสู้แต่เนิ่นๆแล้วพ่ายแพ้กระจายตัวกันออกไป เรล่า ซาคากุจิก็รับมือจนถึงท้ายที่สุดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
แต่ก็นะ โดมิเนียนส์(ทูตสวรรค์อาภรณ์เวท)นั้นได้รับพรจากพระเจ้าทำให้การฟื้นฟูร่างกายนั้นเร็วมาก
ขอแค่ยังไม่ตายไม่ว่าจะบาดเจ็บหนักแค่ไหนถ้ามีเวลาสัก48ชั่วโมงก็จะหายดี จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

"ความโกลาหลคืบคลานเร็วๆจริงนะคะ"

ถ้าให้อธิบายสถานการณ์ในตอนนี้--มหาจิ้งจอกต้องห้ามที่ถูกผนึกไว้ในดินแดนแห่งนี้ตั้งแต่สมัยโบราณ...ไม่สิ บอกว่าเป็นเทพเลยก็ได้ ตอนนี้ตัวตนทางวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นกำลังจะฟื้นคืนชีพกลับมา
วิญญาณระดับต่ำที่ได้รับผลพวงจากมันอย่างตำนานเมืองอย่างพวกสาวปากฉีกกับเทเคเทเคก็กลายพันธุ์ทำให้สนามพลังวิญญาณก่อตัวเป็นรูปร่างได้ง่ายขึ้น

ถ้าเป็นแค่พวกวิญญาณธรรมดาก็จัดการได้อยู่หรอก แต่ถ้าอีกฝ่ายเป็นเทพปฏิปักษ์ก็เป็นอีกเรื่อง
ตั้งแต่โบราณการ วิธีที่ใช้รับมือกับตัวตนวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ก็มีแค่การผนึกเท่านั้น

ใช่แล้ว เพราะมนุษย์ไม่สามารถรับมือได้--ถึงได้เป็นเทพ

แล้วตอนที่เทพปฏิปักษ์ใกล้จะคืนชีพก็จะมีการขอประนีประนอมกับเทพปฏิปักษ์เป็นพิเศษ...โดยการสังเวยมิโกะให้เพื่ออารมณ์ดีขึ้น...แล้วก็ขอร้องดีๆให้กลับไปนอนอีกครั้ง
มันคือธรรมเนียมมาตั้งแต่สมัยโบราณ นั่นคือหน้าที่ของพวกฉัน--ตระกูลอาเบโนะ

สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับการคืนชีพของเทพปฏิปักษ์ก็คืองานเทศการของเหล่าภูติผีร้าย
นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองนี้ตอนนี้ ถ้าตามเอกสารที่บันทึกมาในอดีตแล้วก็เป็นปรากฎการณ์ที่เรียกว่าขบวนร้อยอสูร 

ในกรณีนี้ก็จะเป็นการคัดเลือกมิโกะที่จะถวายให้กับเทพจากตระกูลอาเบโนะที่รับผิดชอบพื้นที่นี้ ยังไงถ้าจะให้ตายแล้ว...ก็เลยจะให้คนที่มีฝีมือในฐานะนักปราบผีต่ำที่สุดในตระกูลเป็นเครื่องสังเวย

แล้วในปัจจุบันหลายวันมานี้ตระกูลอาเบโนะจึงได้ทำการตัดสินหาเหยื่อสังเวยในทุกคืน
การแทรกแซงจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ให้ความสำคัญกับการกำจัดปีศาจที่ก่อขบวนร้อยอสูรถือเป็นอะไรที่ไม่ได้คาดคิดไว้โดยสิ้นเชิง
แต่ถ้าจะแทรกแซงเข้ามาแล้ว...ถ้ามากำจัดเทพปฏิปักษ์ไปด้วยเลยก็จะช่วยได้มากเลยแท้ๆ
ถ้าเอาจริงก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ 

แต่ก็นะ องค์กรดั้งเดิมของตระกูลหลักอาเบโนะเองก็เคยเป็นแบบนั้นล่ะ...แต่ยังไงก็ตาม การคิดจะกำจัดเทพปฏิปักษ์มันทำให้เกิดความเสียหายที่กว้างมากเกินไป 

สุดท้ายแล้วถ้าต้องเลือกระหว่างถวายมิโกะจากองค์กรปลายแถวไปหนึ่งกับเสียนักปราบผีระดับสูงไป การตัดสินใจขององค์กรมันก็ชัดเจนซะยิ่งกว่าเปลวเพลิงซะอีก...มันก็เป็นแบบนั้นล่ะนะ 

ด้วยเหตุผลนั้นเหล่ามิโกะตระกูลอาเบโนะจึงใช้ขบวนร้อยอสูรมาเป็นเวทีในการแข่งขันชิงความอยู่รอดอันโหดร้าย...ในรูปแบบการนับจากจำนวนปีศาจที่จัดการไป

--แล้วฉันก็อยู่ที่ต่ำสุด 

ในบรรดามิโกะทั้ง5คน ฉันเด็กที่สุดและมีประสบการณ์น้อยที่สุด 
ถ้าเรื่องอัจฉริยภาพก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกท่านพี่กับลูกพี่ลูกน้องหรอก แต่ว่า...เรื่องประสบการณ์มันยังไม่เพียงพอจนเข้าขั้นน่าสิ้นหวัง 
ก็นะ ถ้าเป็นแบบนี้ฉันต้องได้กลายเป็นเหยื่อสังเวยไม่ผิดแน่ 

ไม่สิ ความจริงแล้ว...แม้แต่ตัวเองก็ยอมแพ้ไปซะส่วนใหญ่แล้ว
ดังนั้นเมื่อวานจึงได้เลือกตัวเลือกที่ไม่ควรทำอย่างการเลือกล่าไปกลางคันแล้วกลับมาที่บ้าน 
ถึงจะรู้ตัวดีว่าสร้างความวุ่นวายให้เขาไปมากมายก็เถอะ แต่ถ้าเพื่อให้ได้ประสบการณ์แบบชีวิตวัยรุ่นปกติ...ในช่วงเวลาเพียงเล็กน้อยที่เหลือล่ะก็... 


ตอนเย็น 
พอเห็นจากไกลๆว่าเรล่า ซาคากุจิฟื้นฟูเสร็จสมบูรณ์แล้วฉันก็ยิ้มเจื่อนๆ 
ทั้งๆที่ได้ยินมาว่าบาดเจ็บหนักขนาดอวัยวะภายในหลุดออกมาแท้ๆ แต่กลับไม่เหลืออะไรแล้ว 
ถึงอย่างฉันจะไม่มีสิทธิพูดก็เถอะ แต่เป็นสัตว์ประหลาดของแท้เลยล่ะนะ...

จากนั้นฉันก็ออกจากโรงเรียนไปยังสวนสาธารณะชินริน
เวลาเป็นช่วงอาทิตย์ตกดิน เป็นเวลาที่พลบค่ำที่ปีศาจจะออกมา
ตอนนั้นเอง ก็มีลางสังหรณ์แย่ๆชวนขนลุกไหลไปทั่วร่าง 

--สัมผัสของภูติผี? 

แล้วฉันก็ได้เห็นโมริชิตะคุงที่กำลังโดนแมงมุมดินเข้าจู่โจม

ถ้าพูดถึงแมงมุมดิน ก็เป็นปีศาจระดับสูงที่ถ้าไม่ตั้งหน่วยกำจัดที่จัดตั้งโดยบ้านหลัก...หรือองค์กรระดับสูงก็ไม่สามารถทำอะไรได้แม้แต่นิดเดียว
หลักฐานก็คือ เมื่อวาน...พวกท่านพี่กับลูกพี่ลูกน้องของฉันที่พ่ายแพ้ เรล่า ซาคากุจิจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการยกย่องว่ามีพลังระดับเดียวกับบ้านหลักของตระกูลอาเบโนะก็ได้รับบาดเจ็บหนัก

--ถึงจะบอกว่าโมริชิตะคุงจะไม่ใช่คนธรรมดาขนาดไหนก็เถอะ แต่ยังไงคนคนเดียวก็ไม่มีทางทำอะไรแมงมุมดินได้

ฉันโยนกระเป๋าทิ้งไป แล้วก็หยิบยันต์ออกมาโหลหนึ่งจากกระเป๋าเสื้อ

ถึงไม่คิดว่าจะชนะได้ก็เถอะ แต่ฉันสร้างเวลาให้โมริชิตะคุงหนี...ได้แน่นอน 
ตอนที่ฉันกำลังเข้าไปหาโมริชิตะคุงนั่นเอง--

--ก็มีหนึ่งหมัดพุ่งออกไป 

ด้วยหมัดอัพเปอร์คัทของโมริชิตะคุงที่ดูไม่ได้ใส่พลังเข้าไปมากมายอะไรก็ทำให้แมงมุมดินกลายเป็นเศษเนื้อกระจายขึ้นไปบนท้องฟ้า
ระหว่างที่เศษเนื้อหล่นลงมาตุ๊บตุ๊บ โมริชิตะคุงก็ทำสีหน้าสบายๆพูดออกมา 

"อ๊ะ! รุ่นพี่อาเบโนะ! สวัสดีครับ"
"อะหวา...อะหวา...อะหวาหวา..."

เพราะว่าตกใจมาก ฉัน--ก็เลยทรุดลงมันตรงนั้น




NEKOPOST.NET