NEKOPOST

อิเซไค คาเอริ โนะ ยูฉะ กะ เกนได ไซเคียว!

Ch.10 - ช่างมันแล้วกลับดวงจันทร์ไปเถอะ


มุมมอง:ตัวประกอบ

ชื่อของผมคือยามาดะ โคจิ
สมาชิกหมายเลข32กลุ่มแฟนคลับลับของอาเบโนะ คากุยะ

แถมให้ว่าผมนั้นสุดแสนจะโชคดีที่ได้อยู่ห้องเดียวกับคุณคากุยะ
แถมยังได้นั่งอยู่ในตำแหน่งสุดแหล่มที่เฉียงมาข้างหลังจากที่นั่งของเธอ--แต่วันนี้ท่าทีของเธอแปลกไป
ทุกครั้งที่ถึงเวลาพักก็จะกดโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว จนความ Cool beauty อย่างทุกทีหายไปอย่างสิ้นเชิง...แล้วก็ยิ้มแปลกๆ

"ตอบมาเร็วๆสิ ตอบมา"
"จะให้รอถึงเมื่อไหร่กัน นี่ผ่านมา20วินาทีแล้วนะคะ"
"ตอบ...ตอบ...ตอบมา..."
"เร็ว...เร็วสิ...เร็ว!"

พึมพำอะไรออกมาอย่าง ตอบเร็วๆสิ เร็วๆสิ...พูดคนเดียวราวกับกำลังใช้คอมเก่าๆอยู่ 
แล้วผมก็ฟังคำพูดคนเดียวของคุณคากุยะที่กำลังกินข้าวคนเดียวเหมือนทุกทีโดยไม่ให้พลาดสักคำ

"เพื่อนทางเมลเนี่ย...ดีจริงๆเลยนะ"

เกิดอะไรขึ้นกับเธอจนทำให้ยิ้มออกมากัน...ผมในตอนนั้นไม่ได้รู้อะไรเลย


มุมมอง:โมริชิตะ ไดกิ

หวัดดี ฉันเอง
ตอนนี้ กำลังพักเที่ยงอยู่ล่ะ

แล้วใครก็ได้...ได้โปรดมาช่วยที 
ตอนนี้เที่ยง20นาที เมลที่รุ่นพี่อาเบโนะส่งมาวันนี้...มี262ฉบับประวัติการโทรอีก12สาย
ทุกครั้งที่เป็นเวลาพัก--

"มองท้องฟ้า"
"เห็นเมฆเซอโรคิวมูลัส"
"สวยเนอะ"

"ข้าวกล่อง"
"วันนี้ของฉัน"
"คิดว่าเป็นอะไรล่ะ?"

"ตอนนี้"
"จะไป"
"ห้องน้ำนะ"

ก็จะมีแต่เมลขยะที่จะยังไงก็ช่างแบบนี้เต็มไปหมด 
ไม่สิ เรื่องนั้นจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่ดันส่งประโยคเล็กๆมาเป็นห่าฝนรวมเป็นประโยคใจความเดียว
แบบนี้มันออกจะน่ารำคาญเล็กน้อย จำนวนที่ส่งมาก็เป็นหนึ่งในปัญหา...แต่ เรื่องนั้นน่ะช่างมันเถอะ...
ถ้าเกิดไม่ตอบเมลภายใน1นาที ก็จะโทรมาอย่างรวดเร็ว
พอรับก็จะตัดสายโดยไม่ยอมพูดอะไร หลังจากนั้นถ้าไม่ส่งเมลภายใน30วินาทีก็จะโทรมาอีกรอบ

แถมเมลเองยังถูกส่งมาอย่างไม่หยุดไม่หย่อน
แถม ทั้งหมดนั่น...มันช่างเป็นเนื้อหาที่จะเป็นยังไงก็ช่างจนน่าตกใจ 

"แบบนี้มันเข้าข่ายชวนหลอนแล้วนะ..."

ถึงจะบอกว่า[จะคุยกับคุณแบบตัวฉันจริงๆ]มาก็เถอะ...อย่าบอกนะว่านี่คือตัวจริงน่ะ
บุคลิกมันชัดเจนรเกินไปแล้วโว้ย 
ถึงจะบอกว่ามีโอกาสจะได้จัดปาร์ตี้คุณมิโกะสูงขนาดไหนก็เถอะ แต่ก่อนหน้านั้นหัวใจของชั้นได้แตกสลายก่อนแน่ 

[สกิล:ความต้านทานทางจิตใจ(กลาง)ทำงานแล้ว]

โอ้ รู้สึกจิตใจเบาสบายขึ้นแล้ว 
จะว่าไปแล้วก็บอกมาด้วยนี่นะว่าถ้าทนวันนี้ได้ทั้งวันจะบอกความลับให้ฟัง ปาร์ตี้คุณมิโกะเองก็น่าดึงดูดด้วย 
ยังไง...วันนี้ทั้งวันก็มาลองพยายามดีกว่า 

แล้วตอนที่ชั้นคิดแบบนั้น--ก็ได้ยินเสียงมาจากด้านหลังห้องเรียน 

"ทำไมมันถึงได้มีคำพูดที่ว่าต้องกินขนมปังถั่วแดงบกาแฟใส่นมได้เนี่ย!? มีแต่ทำให้หวานไปทั้งปากไม่ใช่หรือไงยะ!"

พอมองไปด้านหลังห้อง สาวทวินเทลผมทอง เรน่า ซาคากุจิก็ตะโกนออกมา
ถ้าแค่ใบหน้าก็เป็นสาวงามระดับอุลตร้าหรอก ไม่มีจุดให้ตำหนิเลย
แต่จุดที่ไม่มีหน้าอกทำให้อยู่นอกขอบเขตเป้าหมายของชั้น

"ช่างมันเถอะน่าไปซื่อกาแฟหวานน้อยมาซะ! ภายใน3นะยะ!"

รอบๆเธอที่นั่งบนเก้าอีเมีเพื่อนร่วมชั้นผู้ชายอยู่5คน 
4คนนั่งคุกเข่าอยู่รอบด้านของเธอ อีกคนเป็นที่วางเท้าให้กับเธอที่นั่งอยู่บนเก้าอี้

ใช่แล้ว...เป็นที่วางเท้า 

หรือก็คือเพื่อนร่วมชั้นมาเอดะคุง...กำลังคลานอยู่บนพื้นแล้วใช้หลังตัวเองเป็นที่รองรองเท้าของคุณซาคากุจิอยู่
แล้วนายแว่นมาเอดะคุงที่กำลังคลานอยู่ก็กำลังทำสีหน้ามีความสุขสุดขีด--

--ชั้นทำเป็นไม่เห็นโศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นภายในชั้นเรียนแล้วกลับไปมองที่สมาร์ทโฟน

ตั้งแต่ย้ายโรงเรียนมาทำอีท่าไหนในช่วงไม่กี่วันนี้กันถึงได้กลายเป็นแบบนั้นน่ะ...ชาวฟินแลนด์ที่ไปโตที่อิตาลีนี่ดีจังเลยนะ...แล้วชั้นก็จ้องไปที่หน้าจอสมาร์ทโฟน แล้วก็มีเสียงเรียกเข้าดังขึ้นมา

--จากรุ่นพี่อาเบโนะ

พอลองรับโทรศัพท์ ก็ถูกตัดสายโดยไม่พูดสักคำ

--โทรศัพท์ที่ดังไม่หยุด
--หันไปก็เจอคนฟินแลนด์ที่ใช้เพื่อนร่วมชั้นเป็นที่วางเท้า

"ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้กัน..."

ชั้นก็ฟุบลงกับโต๊ะ


--คืนวันนั้น
หลีงจากต้องอดทนกับจำนวนเมลที่ได้รับทั้งหมด1619ฉบับ กับสายเรียกเข้าทั้งหมด82สาย ในที่สุดก็ถึงห้าทุ่ม59นาที
แล้วก็ถึงเวลาเที่ยงคืน...ที่บอกมาว่าจะบอกความลับให้ แล้วสายโทรศัพท์จากรุ่นพี่อาเบโนะก็ดังขึ้น 

"สวัสดีครับ โมริชิตะครับ"

ผ่านช่วงเวลาที่ไร้คำพูดไปประมาณ0.5วินาที ชั้นก็โล่งใจ
ดีจังเลย ที่ไม่ได้ถูกตัดสายไป...

"เรื่องแบบนั้นไม่ต้องพูดก็รู้แล้วค่ะ สมกับเป็นไอ้ขี้เปียกจริงๆเลยนะ"

อย่างนี้นี่เอง 
ถึงในเมลจะใช้คำแบบปกติก็เถอะ...แต่ทางนี้เป็นตัวจริงสินะ

"ถ้าอย่างนั้นรุ่นพี่อาเบโนะ ความลับที่ว่าคืออะไรเหรอครับ?"
"ก่อนหน้านั้น...ก็คงต้องพูดว่ายินดีด้วยสินะครับ?"
"ยินดีด้วยเหรอ...?"
"ไอ้ขี้เปียกอย่างคุณ...ได้รับการยอมรับเป็นเพื่อนทางเมลของฉันแล้วค่ะ ยินดีซะเถอะ...สอบผ่านแล้วค่ะ"

เพราะว่ามีสกิลความต้านทานทางจิตใจก็เลยโต้ตอบได้เป็นปกติอยู่หรอก แต่ถ้าเป็นคนปกติคงจะยอมแพ้ไปตั้งนานแล้วล่ะนะ

"สอบผ่าน...เหรอครับ?"
"ค่ะ ผ่านแล้วค่ะ แล้วรู้หรือเปล่าคะ? ขี้เปียกเนี่ย...หมายถึงอุจจาระค่ะ เพราะว่าออกมาแฉะๆ--ถึงได้เป็นขี้เปียกค่ะ"
"อยากจะพูดอะไรกันแน่ครับ?"
"คุณน่ะเป็นตัวตน...ที่เปรียบเสมือนก้อนขี้ที่ออกมาแฉะๆค่ะ"

ไอ้คนที่บอกว่าเป็นคุณหนูของแท้ผู้แสนสันโดษเนี่ยมันเป็นใครกันแน่วะ 
เอาแต่เล่นมุกตลกหยาบคายไม่ใช่หรือไงกันคนคนนี้เนี่ย

"แล้ว...ความลับของรุ่นพี่อาเบโนะคือ?"
"นั่นสินะ หลังจากนี้คุณก็จะกลายเป็นเพื่อนทางเมลแล้วก็คงจะไม่บอกไม่ได้สินะคะ นี่ โมริชิตะคุง? ฟังแล้วอย่าตกใจนะคะ?"

ชั้นกลืนลมหายใจดังอึก 
ถึงภายในจะน่าเศร้า แต่ก็กำลังจะได้รับฟังความลับของเธอที่เป็นที่หลงไหลของเหล่าผู้ชายในโรงเรียนที่ถูกเรียกว่าคุณหนูผู้สันโดดแล้ว 
เรื่องนี้ยังไงก็อยากที่จะรู้

"ความจริงแล้วฉัน--"

เธอเงียบจากอีกฝั่งของโทรศัพท์ 
หายใจเฮือกใหญ่หลายต่อหลายครั้งแล้วเธอก็พูดออกมา

"--ไม่มีเพื่อนค่ะ"

ก็นั่นสินะ! 
ไม่พูดก็รู้อยู่แล้ว!
เดิมทีชั้นเอง ก็ไม่เคยเจอใครที่พิการด้านการสื่อสารขนาดนี้มาก่อนเลยด้วย!
นอกความคาดหมายที่สุดเลยว้อย! เป็นการช็อคครั้งแรกในชีวิตเลย!

"จะว่าไปรุ่นพี่อาเบโนะ? คราวหน้า...จะลองพาพวกคุณมิโกะคนรู้จักของรุ่นพี่อาเบโนะมาจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำกับคนรู้จักของผมไหมครับ?"

ตอนนี้ในตัวชั้นรุ่นพี่อาเบโนะเป็นตัวตนที่น่าเศร้าไปซะแล้ว
ถ้าให้เปลี่ยนวิธีพูด ชั้นได้หมดความคิดเรื่องรักใคร่ไปจากตัวรุ่นพี่อาเบโนะหมดแล้ว 
ถ้าเป็นแบบนั้นก็ต้องรีบจัดงานปาร์ตี้คุณมิโกะขึ้นมาให้ได้เร็วที่สุด 

"พูดอะไรน่ะ? โมริชิตะคุง?"
"พูดแบบนั้นหมายความว่ายังไงครับ?"
"ฉันก็บอกไปแล้วนี่ว่าไม่มีเพื่อนน่ะ?"
"ดังนั้นผม...ถึงได้บอกไงครับว่าคุณมิโกะคนรู้จักน่ะ? แค่ชวนมากินข้าวร่วมกัน...ไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์...ขนาดเป็นเพื่อนหรอกนะครับ? แค่ติดต่อคนรู้จักมาหลายๆคนก็พอแล้ว..."
"พูดอะไรกันน่ะโมริชิตะคุง? ถึงฉันจะใช้ชีวิตมา17ปีแล้ว--แต่ก็พึ่งเคยเจอคนที่โง่เง่าแบบคุณครั้งแรกนี่ล่ะค่ะ"

ชั้นเองก็ใช้ชีวิตมา19ปีแล้วนะ ก็พึ่งเคยเจอคนพิการด้านการสื่อสารแบบเธอครั้งแรกนี่ล่ะ
ระหว่างที่เอือมระอาชั้นก็ถามรุ่นพี่อาเบโนะออกไป 

"...เรื่องนั้นหมายความว่ายังไงกันครับ?"
"คือว่านะ...รายชื่อในโทรศัพท์ของฉันนอกจากคนในครอบครัวกับคุณแล้วก็ไม่ได้บันทึกคนอื่นไว้แล้วล่ะค่ะ"

ไร้ประโยชน์ชิบ! 
ทำไม...ถึงได้เป็นผู้หญิงที่ไร้ประโยชน์แบบนี้!

บ้าเอ๋ย...แบบนี้ก็แย่สิ 
แบบนี้ก็ต้องทนรับการโจมตีทางจิตใจที่เรียกว่าเมล...จนต้องทำให้ปวดหัวไปทุกวันตั้งแต่วันพรุ่งนี้แบบไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยน่ะสิ
ต้องหาวิธีสักอย่างที่จะแยกตัวออกห่าง...จากรุ่นพี่อาเบโนะ...

"จะว่าไปนะโมริชิตะคุง?"
"ทำไมเหรอครับ?"
"ฉันดีใจมากเลยนะที่ได้มีเพื่อนทางเมลเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมา นี่เรื่องจริงเลยนะ"
"อา...นั่นสินะครับ คือว่านะครับ...?"
"...อะไรเหรอ?"
"...ถ้าบอกว่าอยากจะเลิกเป็นเพื่อนทางเมลล่ะครับ? เคยพูดไว้สินะครับว่าถ้าทั้งคู่เกิดรู้สึกไม่ดีก็จบกันเลย?"
"เวลาทดสอบจบไปตั้งแต่ห้าทุ่ม59นาทีแล้วค่ะ แน่นอนว่า...ไม่ยอมรับการยกเลิกสัญญาค่ะ"
"แล้วถ้าบอกว่าอยากเลิกล่ะครับ?"
"ฆ่าทิ้งแน่ค่ะ"

คำว่า[ฆ่า]
ถึงจะเป็นแค่คำๆเดียว แต่ Simple is Best ล่ะ

คำที่เข้าใจง่าย...ที่จะแสดงสภาพจิตใจกับการตัดสินใจของรุ่นพี่อาเบโนะได้ขนาดนี้คงไม่มีแล้วล่ะนะ 
เพราะตกใจชั้นก็เลยพูดอะไรไม่ออก

"..."
"...ถ้าทรยศล่ะก็...ฆ่าทิ้งแน่"
"..."
"..."
"..."
"..."
"...ฮะฮะ ผมเป็นคนบอกเองนี่ครับว่าอยากเป็นเพื่อน...ไม่มีทางทรยศหรอกครับ"
"ฟุฟุ นั่นสินะคะ ถ้าอย่างนั้น...ฝันดีค่ะ...โมริชิตะคุง"
"...ราตรีสวัสดิ์ครับ"
"อา จริงสิ...ตอนนี้ คิดว่าฉันอยู่ที่ไหนเหรอคะ?"
"เอ๊ะ? ไม่รู้ครับ"
"ครัวค่ะ...ถึงจะมาเพื่อเลือกมีดก็เถอะแต่ท่าทางจะไม่ได้ใช้แล้วนะคะ"

น่ากลัว...
เป็นการตอบรับที่บอกว่า"แล้วถ้าบอกว่าอยากเลิกล่ะครับ?"เมื่อกี้สินะ... 

"ฮะฮะ...มุกลึกจังเลยนะครับ"
"ก็นะ ถ้าอย่างนั้นก็ราตรีสวัสดิ์ค่ะ...ตลอดกาลนะคะ"

คำพูดสุดท้ายนั่นพูดจริงหรือโกหกกันแน่ฟะ   
เฮ้อ... ชั้นที่คุยโทรศัพท์จบก็มองไปบนเพดานแล้วใช้มือวาดเครื่องหมายกางเขน 

หรือก็คือ เรื่องที่ชั้นคิดน่ะมีอยู่เรื่องเดียว 

--ดันไปเหยียบ...กับระเบิดลูกใหญ่เข้าให้ซะแล้ว




NEKOPOST.NET