[นิยายแปล] Mushi Uta ตอนที่ 7 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] Mushi Uta

Ch.7 - บทส่งท้าย Merry Christmas


ต่อๆบทส่งท้าย

 

Merry Christmas

 

 

ตอนที่แสงแดดยามเช้าส่องผ่านหน้าต่าง เด็กสาวลืมตาของเธอออกอย่างช้าๆ

เธอเป็นเด็กผู้หญิงผมสั้นซึ่งเงียบและขี้อายเล็กน้อยที่ดูน่ารักมาก

 

ห้องพักผู้ป่วยเต็มไปด้วยสีขาวสะอาดตา ตื่นขึ้นด้วยกลิ่นของน้ำยาฆ่าเชื้อ เด็กสาวสำรวจสภาพแวดล้อมทั้งหมดรอบตัว

 

ห้องพักนั้นเต็มไปด้วยความเงียบยกเว้นเพียงเสียงนกร้องจากภายนอกหน้าต่าง

 

เด็กสาวมองออกไปนอกหน้าต่างจากเตียงที่เธอนอนอยู่ มันเป็นวันที่มีแดดส่อง เมฆลอยตัวจากขวาไปซ้ายจากวิสัยทัศน์ของเธอ

ฉากพับถูกตั้งอยู่ในทิศทางตรงกันข้ามของหน้าต่าง

 

ความง่วงเข้าครอบงำ สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือเธออยู่ในห้องขนาดใหญ่ ความรู้สึกอบอุ่นทำให้ดวงตาของเธอรู้สึกหนักอย่างฉับพลัน

เด็กสาวไม่ได้ตั้งใจที่จะต่อสู้กับความต้องการที่จะหลับและกำลังจะปิดตาของเธอลง --- อย่างไรก็ตาม วินาทีนั้นเสียงทุ้มต่ำและนุ่มลึกดังมาจากด้านหลังฉากพับ

“ช่วยตื่นนานกว่านี้อีกหน่อยจะได้ไหม [ฟุยุโฮตารุ]? ฉันมีบางอย่างจะบอก” เด็กสาว --- อันโมโตะ ชีกะเบิกตาซึ่งกำลังจะปิดกว้าง

ความง่วงงุนของเธอดูเหมือนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย

 

ด้วยเหตุผลบางอย่าง เธอจำได้ว่าเจ้าของเสียงเป็นใคร “[คัคโค]คุง....? --- อื้อ”

ในขณะที่ชีกะพยายามจะลุกขึ้นนั่ง เธอรู้สึกเจ็บปวดที่ด้านข้างลำตัว ความเจ็บปวดนี้ทำให้ชีกะจดจำเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนที่เธอจะหมดสติได้

ชีกะอยู่ในโรงเรียนที่ไดสึเกะและรินะเข้าเรียน ล้มลงเพราะบาดแผลสาหัสที่เกิดจากมูชิทสึกิของ SEPB

 

และคนที่ช่วยเธอก็คือ ---

 

“อย่าขยับไปรอบๆ เธอควรพักฟื้นก่อนสำหรับตอนนี้” เสียงพูดอย่างสงบดังมาจากด้านหลังฉาก

 

“[คัคโค]คุง…..ฉัน….”

 

ชีกะยื่นมือไปหาฉากที่ปิดกั้นพวกเธอทั้งสองไว้ ตั้งใจที่จะนำฉากออกไปด้วยความหุนหัน

กระนั้นมือของเธอก็หยุดเคลื่อนไหวทันที

 

ชีกะกัดริมฝีปากของเธอแล้วก้มหัวลง ถ้าเธอเห็นร่างของเด็กหนุ่ม เธอคงต้องร้องไห้ฟูมฟายออกมาจากความตึงเครียดที่ขาดผึ่งลงกะทันหัน

 

ชีกะยังคงจับจ้องที่ฉากและฝืนยิ้ม

 

“[คัคโค]คุง….ฉันพยายามมากเลยนะ? ฉันจำความฝันของฉันได้ ฉันรักษา….สัญญาที่ฉันทำกับเธอไว้ได้จริงๆ”

เสียงแหบที่ลอดพ้นจากระหว่างริมฝีปากของเธอ ไม่สามารถที่จะปกปิดเสียงสะอื้นของเธอได้ เด็กหนุ่มที่อยู่อีกด้านหนึ่งของฉากคงจะคิดว่าชีกะกำลังร้องไห้ใช่ไหม?

“อืม....”

 

ชีกะรู้สึกได้ว่าเสียงของเขาปนเสียงหัวเราะด้วยเล็กน้อย “เธอเข้มแข็งจริงๆ”

น้ำตาที่เธออดกลั้นเอาไว้เริ่มเอ่อล้น ชีกะปล่อยมือจากฉากกั้น --– คำชมจากเด็กหนุ่มที่เธอพบเมื่อสี่ปีก่อนทำให้เธอมีความสุขมากขนาดที่เธอพบว่ามันไม่น่าเชื่อ

 

“กลับกันแล้ว ฉันน่ะ…..”

 

เสียงของเด็กหนุ่มเริ่มเบาและต่ำลง “เธอเองก็รักษาสัญญาเหมือนกันใช่ไหมล่ะ?”

ชีกะพูดด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า.

 

“ฉันได้ยินมาจากรินะว่าเธอยึดมั่นในความฝันของเธออยู่ตลอด” “ แต่…ฉันปกป้องรินะไว้ไม่ได้”

ความรู้สึกแสบร้อนทะลุผ่านหน้าอกของชีกะ

รินะ

อย่างที่ชีกะกลัวเอาไว้ รินะนั้น ------“ …. ไม่เป็นไร”

ชีกะสะอึกสะอื้นมากเสียยิ่งกว่าก่อนหน้า คำพูดของเธอจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง

 

“ความฝันของรินะฝังลึกอยู่ในหัวใจของพวกเราแล้ว…ฉันรู้ว่าความฝันจริงๆ ของรินะ…ก็เหมือนกับของพวกเรา……”

เด็กหนุ่มยังคงนิ่งเงียบ

 

ความเงียบล้อมรอบทั้งสองซึ่งถูกแบ่งด้วยฉากกั้น

 

ชีกะและ[คัคโค]อยู่เพียงลำพังในพื้นที่ซึ่งเงียบสงบใต้ความอบอุ่นของดวงอาทิตย์ ชีกะปรารถนาว่ามันจะคงอยู่เช่นนี้ตลอดไป

 

"จากนี้ไปจะมีผู้ตรวจสอบคนอื่นๆ จาก SEPB คอยติดตามเธอ....." "อืม รู้แล้วล่ะ…ไม่ใช่[คัคโค]คุงอย่างนั้นเหรอ?”

“ฉัน---“

 

เขาเงียบไปหลังจากพูดได้ครึ่งทาง

 

หลังจากช่วงเวลาแห่งความเงียบจบลง เขาพูดต่อด้วยเสียงของ[คัคโค] “ผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อคุสึริยะ ไดสึเกะฝากข้อความถึงเธอ”

“……!”

 

ความเจ็บปวดตัดผ่านหน้าอกของชีกะ มันแตกต่างจากเวลาที่เธอได้ยินเสียงของ[คัคโค]และชื่อของรินะ มันเป็นความเจ็บปวดจุกแน่นที่หน้าอก

 

ชีกะรักษาสัญญาของเธอกับไดสึเกะเอาไว้ไม่ได้

 

ลาก่อน --- เธอควรจะทำอย่างไรถ้านั่นคือคำพูดที่ไดสึเกะต้องการพูดกับเธอ?

 

ระหว่างที่ชีกะเต็มไปด้วยความไม่สบายใจในหัวใจ เธอก็หวังว่าผลลัพธ์จะไม่เป็นดั่งที่คาดเอาไว้ “ สัญญาในวันคริสต์มาสนั่น ---“

หัวใจของชีกะกระตุก

 

“ผมหวังว่าเธอจะรอจนถึงปีหน้าได้ มีบางอย่างที่ผมยังต้องทำ...และผมจะไม่สามารถพบเธอได้จนกว่าพวกมันจะเสร็จ -------“

“……”

 

--- ผมหวังว่าเธอจะรอจนถึงปีหน้าได้

 

ครั้งนี้เธอไม่สามารถอดกลั้นไว้ได้อีกแล้ว น้ำตาที่หลั่งไหลไม่หยุดก็เริ่มไหลลงมาจากดวงตาของชีกะ

“อะ…อืม…ขอบคุณนะ……”

 

ชีกะพยักหน้าเป็นเชิงยอมรับไม่หยุด

 

“ฉันจะ......อยู่ที่นั้นในปีหน้าแน่นอน…….”

 

ชีกะรู้ว่าไดสึเกะไม่อยู่แถวนั้น แต่เธอก็ยังพูดมัน เสียงประตูที่ปิดลงดังมาจากด้านหลังฉาก ตัวตนของ[คัคโค]หายไปจากห้องพักผู้ป่วย

“ฉันจะพยายามมากขึ้น…..จนกว่าจะถึงตอนนั้น ฉันจะปกป้องความฝันของตัวฉันแน่นอน ดังนั้น ไดสึเกะคุง…..กับ[คัคโค]คุง และทุกคนก็ควรทำด้วยเหมือนกัน…….”

ถัดจากชีกะที่ยังคงร้องไห้ ด้านนอกของหน้าต่างนั้นกองหิมะไหลกำลังลงจากหลังคา

 

หิมะของเย็นเมื่อวานนี้น่าจะละลายในบ่ายวันนี้ใช่ไหม?

 

ที่มุมของเตียงที่ถูกกั้นโดยฉาก ชีกะพบกล่องสีแดงขนาดเล็กที่ห่อด้วยริบบิ้นอันน้อย

หลังจากได้รับความฝันเล็กๆ มา...ภายในส่วนลึกสุดของหัวใจของชีกะ เสียงแผ่วเบาดังขึ้น ---

 

***จบเล่ม1 Dreaming Firefly หิ่งห้อยผู้เฝ้ามองความฝัน***

 

***********************

จากผู้แปล

แปลหลังขดหลังแข็งแล้วลงรวดเดียวเพื่อไม่ให้อารมณ์ขาดห้วงนี่หนักจริงๆ หวังว่าหลายคนน่าจะชอบนะครับ

อย่างที่เคยบอกไปคือเล่ม1นี้ไม่ต่างไปจากอารัมภบทเลย หลายอย่างเพิ่งจะเริ่มต้นให้เาคอยตามไปอีกยาว 

หลังจากนี้ผมคงหาเวลามาแปลให้ได้ยาก ฉะนั้นจะไม่มีกำหนดว่าจะแปลเล่ม2ตอนไหน แต่จะแปลแน่นอน ถ้าใครสนใจก็แปลต่อได้เลย อยากให้หลายๆ คนได้อ่านอะไรที่ต่างจากสมัยนี้บ้าง

 

ชี้แจงเพื่อบางคนสงสัย

1.มูชิปรากฏตัวออกมาได้10ปีแล้ว นับจากตอนที่ชีกะตื่น

2.ชีกะกลายเป็นมูชิทสึกิตอนอายุ11-12 เป็นผู้ร่วงหล่นอยู่ราว4ปี ดังนั้นปัจจุบันคืออายุราว15-16 (แต่อายุสมองจะเป็นของเด็กประถมเพราะเสมือนเป็นผัก4ปีเต็มๆ)

3.ไดสึเกะกลายเป็นมูชิทสึกิก่อนชีกะ1ปี และมีอายุพอๆ กันหรืออาจมากกว่าชีกะ1ปี (แต่ปัจจุบันอายุ16แน่นอน) มีครอบครัวคือแม่และพี่สาวที่ทิ้งเขาไปหลังจากไดสึเกะกลายเป็นมูชิทสึกิ จากนั้นก็เจอฮาจินำไปใช้งาน และถูกลุงกับป้าฝ่ายแม่รับไปเลี้ยง

4.ปกติเมื่อเป็นผู้ร่วงหล่นจะไม่สามารถกลับเป็นปกติได้ แต่ชีกะเป็นกรณียกเว้นกรณีแรก เลยเป็นคนแรกที่ถูกเรียกว่า ฮิชู ซึ่งแต่เดิมชีกะถูกจัดชั้นเป็น อิชู

5.คนที่ฮาจิรักคือน้องสาวของเขาเอง(แน่นอนว่ารักแบบพี่น้อง) ซึ่งป่วยและตาบอดใกล้ตาย แต่พอเป็นมูชิทสึกิก็อาการดีขึ้นเพราะกินความฝันของฮาจิเป็นแหล่งพลังงาน(ซึ่งเป็นปัญหา เพราะมันเป็นหนึ่งในความสามารถที่มูชิทสึกิธรรมดาไม่น่ามี ฮาจิเลยเก็บเป็นความลีบจาก SEPB)

6.ความฝันที่ถูกกินไปจะรวมไปถึงความทรงจำและความรู้สึกด้วย เพราะสิ่งพวกนั้นคือจุดกำเนิดของความฝัน และถ้าความฝันถูกกินไปจนหมด มูชิทสึกิก็จะตายและมูชิก็จะโตเต็มวัยและเป็นอิสระ

7.SEPB = Special Environmental Preservation Bureau

ขอบคุณที่ตามอ่านกันจนจบนะครับ

14/5/62

Hikomori




NEKOPOST.NET