[นิยายแปล] Mushi Uta ตอนที่ 5.07 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] Mushi Uta

Ch.5.07 - ไดสึเกะ พาร์ท 7


5.07

 

ไดสึเกะ พาร์ท 7

 

 

นี่นับว่าเป็นแสงค้างฟ้าสั้นๆ ก่อนที่เปลวไฟของเทียนไขจะดับหรือเปล่านะ? ความทรงจำในอดีตปรากฏอย่างชัดเจนในใจของไดสึเกะ

เขาก็จำได้ว่าในอพาร์ทเมนต์ราคาถูก คับแคบ และเงียบสงบซึ่งสามารถได้ยินเสียงจักจั่นร่ำร้องนั้น มีไดสึเกะในวัยเด็กนั่งอยู่เพียงลำพังในพื้นที่ที่เงียบสงัดนี้

เขาไม่เคยมีพ่อ

 

ครอบครัวของเขาประกอบด้วยแม่ ไดสึเกะ และพี่สาวที่แก่กว่าเขาหนึ่งปี พี่สาวของเขาเกิดมาพร้อมกับร่างกายที่อ่อนแอ แค่ที่ว่าแม่ของเขาก็ยังเต็มใจที่จะดูแลเธอก็เป็นเรื่องที่ต้องขอบคุณมากแล้ว ไม่รวมส่วนที่ว่าไดสึเกะเป็นมูชิทสึกิไปแล้ว ณ เวลานั้น พี่สาวของเขาจะไม่สามารถอยู่รอดได้แน่นอนถ้าแม่ของเขาทอดทิ้งเธอ

 

ไดสึเกะมองแมลงคัคโคตัวเล็กที่บินลงบนพื้นและคิด

 

เราต้องพึ่งพาตัวเองเพื่อที่จะมีชีวิตต่อไป ต้องแข็งแกร่งมากพอที่จะอยู่ด้วยตัวเอง เราต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งของตัวเองและหาสถานที่ที่เป็นของเรา ---

อย่างไรก็ตามโชคของไดสึเกะนั้นดีมาก เขาถูกรับไปเลี้ยงโดยลุงและป้าของเขาหลังจากนั้น ในเวลานั้นลุงของเขาตามหาแม่ของไดสึเกะที่หายไปหลังจากตั้งครรภ์และพี่สาวของไดสึเกะ แต่กลับพบไดสึเกะแทน

หลังจากเก็บไดสึเกะมา ลุงและป้าของเขา ทั้งสองปฏิบัติกับไดสึเกะเป็นอย่างดี ลูกสาวของพวกเขาก็ปฏิบัติต่อเขาเป็นอย่างดี แต่เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเรื่องนี้ ยิ่งเขารู้สึกมีความสุขมากเท่าไรความรู้สึกผิดภายในใจไดสึเกะก็รุนแรงขึ้น

การเป็นมูชิทสึกินั้นเป็นหนึ่งในเหตุผลเบื้องหลังความรู้สึกผิดของไดสึเกะ หากครอบครัวลุงของเขาพบความจริงผลลัพธ์จะชัดเจนมาก สำหรับไดสึเกะบ้านอันอบอุ่นก็ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าภาพลวงตา

แม้ว่าเขาจะถูกแม่ทอดทิ้ง ถูกใช้งานโดย SEPB เป็น "คนนอก" ในครอบครัวอันแสนสุขนี้ ไดสึเกะก็ยังคงมองหาสถานที่ที่เป็นของเขาอย่างไม่รู้จบ

และตอนนั้นเอง ไดสึเกะก็ได้พบกับ[ฟุยุโฮตารุ]

 

เด็กผู้หญิงคนนั้นกำลังเดินด้วยย่างเท้าที่สั่นไหว เคลื่อนที่อยู่ในเขตที่พักอาศัย

 

เธอคงจะพยายามหนีจากกลุ่มคนสวมก๊อกเกิลที่ไล่ตามเธอ เพราะเหตุนั้นจึงทำให้เธอดูอ่อนแรงสินะ? ทานทนลมเย็นเยียบฤดูหนาว ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สามารถไปได้ไกลกว่านี้อีกแล้ว

 

เด็กหญิงถูมือของเธอหน้าเสื้อคลุมที่หลวมเล็กน้อยแล้วพ่นลมหายใจอบอุ่นออกมา ผ้าพันคอพันซึ่งรอบคอของเธอถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ที่ตกลงมาจากท้องฟ้า

ลูกกลมสว่างเล็กๆ ที่ส่องแสงอยู่เหนือหัวของเด็กหญิงถูกฝังอยู่ในหิมะที่ตกลงมา มันเป็นหิ่งห้อยหิมะสีขาวที่เปล่งแสงไปทั่วทั้งตัว

 

“หนาวจัง …”

 

เด็กหญิงยิ้มอย่างอ่อนแรงและมองหิ่งห้อย

 

และในวินาทีต่อมา จู่ๆ ดวงตาของเด็กหญิงก็สูญเสียแสงของมันไป เธอทรุดตัวลงอย่างอ่อนแรงลงบนเตียงหิมะ

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เด็กผู้หญิงใบหน้าดั่งตุ๊กตาก็ได้รับกำลังกายของเธอคืนมาอย่างฉับพลัน เด็กหญิงลุกขึ้นอย่างช้าๆ ขณะที่หิมะซึ่งปกคลุมตัวเธอตกลงกับพื้น

หลังจากนั้น เด็กหญิงก็ก้าวไปข้างหน้าอีกครั้งหนึ่ง “…ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้….”

เด็กหญิงผู้มีผมยาวเป็นพิเศษพึมพำกับตัวเอง “นั่นก็เพราะตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ เราจะทำร้ายคนที่อยู่รอบตัว”

ในที่สุดไดสึเกะซึ่งปกปิดใบหน้าของเขาด้วยแว่นก็อกเกิลก็พูดกับเด็กหญิง เขาคอยตามเธอมานานแล้ว เขาได้ยินมาว่าเด็กผู้หญิงคนนี้เป็นมูชิทสึกิระดับ1เหมือนเขา ดังนั้นเขาจึงต้องใช้ความระมัดระวังขณะที่จะจับกุมเธอ แต่เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในปัจจุบัน เด็กหญิงคงจะไม่เป็นภัยคุกคาม

 

ใบหน้าของเด็กหญิงที่มองกลับมามีร่องรอยชัดเจนว่าก่อนหน้านี้ไม่นานเธอกำลังร้องไห้ "…เธอเป็นใครน่ะ?"

เด็กหญิงส่งเสียงแหบแห้งพร้อมด้วยสีหน้าว่างเปล่า ด้วยการเหลือบมองเขาก็สามารถบอกได้ว่าความฝันของเธอกำลังถูก[มูชิ]ของเธอกลืนกินอย่างรวดเร็ว

“[คัคโค]”

 

เด็กหญิงจ้องไดสึเกะและดูเหมือนจะเข้าใจว่าไดสึเกะเป็นศัตรู ทันใดนั้นใบหน้าของเธอก็ซีดลง กระนั้นก็ดูเหมือนเธอไม่มีความตั้งใจใดๆ ที่จะหนี

"ความฝันของเธอคืออะไร?"

 

ไดสึเกะถามเด็กหญิง เขารู้ว่าถามเรื่องนี้ก็ไม่มีความหมายแต่เขาก็ยังรู้สึกติดใจอยู่ คนที่ดูเหมือนเด็กผู้หญิงแสนบอบบางนี้มีความสามารถแบบไหนถึงทำให้เธอได้รับแต่งตั้งเป็นมูชิทสึกิชั้นอิชูระดับ1--- เด็กผู้หญิงตรงหน้าเขาที่ในระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่ชั่วโมง ได้เปลี่ยนเจ้าหน้าที่ SEPB ครึ่งหนึ่งให้เป็นผู้ร่วงหล่น

 

เธอมีความฝันแบบไหนถึงทำให้เธอยื้อมาได้นานขนาดนี้? ไม่ว่าอย่างไรไดสึเกะก็อยากรู้

ถึงแม้ว่าเด็กหญิงจะแสดงสีหน้าประหลาดใจ แต่เธอก็ตอบกลับด้วยเสียงนุ่มๆ ว่า “ความฝันของฉัน…คือการหาที่ที่ให้ฉันอยู่...สถานที่ที่เป็นของฉัน...”

มือของไดสึเกะซึ่งกำลังถือปืนอยู่สั่นไปชั่ววูบ “คล้ายกับของฉันเลย…ความฝันของเธอน่ะ....”

“จริงเหรอ…?” “อา”

ไดสึเกะพยักหน้ารับ

 

ทันใดนั้นเด็กหญิงก็ทำสิ่งที่ทำให้ไดสึเกะตกใจ

 

เด็กหญิงยิ้มอย่างมีความสุข หลังจากมองกันและกันสักพัก เด็กหญิงที่ดูเหมือนได้ตัดสินใจบางอย่างก็ทำสิ่งที่ไม่คาดคิด

“ถ้างั้นฉันจะให้ความฝันของฉันกับเธอนะ!”

 

เด็กสาววยื่นหิ่งห้อยสีขาวตัวเล็กมาโดยไม่ลังเล

 

ไดสึเกะงุนงง การกระทำที่น่าตกใจของเด็กหญิงทำให้เขาสับสน เด็กหญิงมองไดสึเกะที่ดูลำบากใจและพูดด้วยรอยยิ้ม

 “ฉันไม่มีความฝันเหลืออยู่แล้ว…เพราะอย่างนั้นฉันจะมอบความฝันของฉันให้เธอ ถ้าวันหนึ่งเธอทำให้ความฝันของเธอเป็นจริงได้ ช่วยจดจำความฝันของฉันด้วยคนทีเถอะ นะ?”

 

น้ำตาหลั่งไหลลงมาจากหางตาของเธอ “ดังนั้น โปรดอย่าได้ยอมแพ้ต่อความฝันของเธอเลยนะ!”

เมื่อมองดูเด็กหญิงที่หลั่งน้ำตาเม็ดใส ไดสึเกะก็ตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่ง

 

เด็กหญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ได้เกลียดใครเลย เธอไม่ได้เกลียดคนที่ทำให้เธอกลายเป็นมูชิทสึกิ และเธอไม่เกลียดศัตรูที่ผลักสนเธอไปสู่ความตาย

เธอเพียงแค่เศร้าเพราะเธอไม่สามารถเอาชนะ[มูชิ]ของเธอได้ และต้องยอมแพ้ต่อความฝันของเธอ -----

"เข้าใจแล้ว"

 

ไดสึเกะยกปืนของเขาขึ้นและพยักหน้าด้วยการยอมรับ ---

 

“ฉันสัญญา ฉันจะไม่มีทางยอมแพ้ ดังนั้น สักวันเธอก็ต้อง ---” นั่นคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อน

ไดสึเกะรักษาคำพูดของเขาเรื่อยมา รักษาสัญญาเอาไว้ตั้งแต่ต้นจนจบไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าจะต้องสละไปมากแค่ไหนเขาก็จะปกป้องความฝันของเขา...

เขาทำหน้าที่ในฐานะผู้ตรวจสอบให้สำเร็จอย่างช้าๆ ขณะเดียวกันเขาก็ทำตัวเป็นเด็กผู้ชายธรรมดาที่สามารถพบเจอได้ทุกที่และทำเรื่องปกติที่จะไม่สาวไปถึงสิ่งที่เขาปกปิดไว้

 

แต่ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงทำร้ายชีกะที่ตื่นขึ้นจากสภาพผู้ร่วงหล่น

 

หลังจากการพบกันเมื่อไม่กี่ปีก่อนนั้น เมื่อทั้งสองได้พบกันอีกครั้ง ไดสึเกะไม่ได้ตระหนักว่าชีกะคือ[ฟุยุโฮตารุ] และไม่เคยรู้ตัวว่าเธอเป็นมูชิทสึกิ

เขาควรจะค้นพบเร็วกว่านั้นหากไม่ได้เป็นแค่เพียง “คุสึริยะ ไดสึเกะ” เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่สามารถเห็นได้ทุกที่ การอยู่เคียงข้างชีกะมันจะผลักสนเธอกระทั่งเธอหายไป อย่างไรก็ตาม[คัคโค]ไม่มีความมั่นใจใดๆ ที่จะเผชิญหน้า[ฟุยุโฮตารุ]ซึ่งเขาได้เปลี่ยนให้เป็นผู้ร่วงหล่นด้วยตัวเอง ดังนั้นในตอนแรกเขาจึงไม่เคยตระหนักถึงตัวตนที่แท้จริงของเธอ เพราะความกลัวและลังเลเขาจึงทำให้ชีกะร้องไห้

 

ไดสึเกะไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรเพื่อชดใช้ความผิดพลาดที่เขาทำ ไม่รู้ว่าเขาควรทำอะไรเพื่อรักษาสัญญาระหว่างชีกะกับเขา

และ---

 

เขาไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรเพื่อจะได้พบกับชีกะอีกครั้ง ไดสึเกะจ้องมองภาพตรงหน้า

ดวงตาโชติช่วงนับไม่ถ้วนกำลังจ้องมองเขาราวกับว่าพวกมันกำลังหยามหยันเขา

 

“ --- ถ้าแม้แต่นายก็ทำไม่ได้ งั้นมันก็สิ้นหวังจริงๆ แล้ว ทุกอย่างจบแล้ว!” เสียงที่ไม่ต่างจากปกติของฮาจิดังมาจากด้านข้าง

ไดสึเกะที่ใช้เรี่ยวแรงจนหมดสิ้นปล่อยปืนที่อยู่ในมือ

 

เต่าทองยักษ์ซึ่งแต่เดิมเป็น[มูชิ]ของรินะยืนตระหง่านอยู่โดยไร้รอยขีดข่วน แม้หลังจากที่ไดสึเกะได้ยิงปืนนัดที่แรงที่สุดก็ทำได้เพียงสั่นไหวร่างกายของมันเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นมันก็สั่นร่างกายมหึมาของมัน ค่อยๆ เปิดปีกที่โผล่ออกมาของมัน

--- ดังนั้น โปรดอย่าได้ยอมแพ้ต่อความฝันของเธอเลยนะ!

 

นั่นคือคำสัญญาที่เขาทำกับชีกะเมื่อสี่ปีก่อน ซึ่งเขาได้ลืมมันไว้ในมุมหนึ่งของจิตใจของเขาไปแล้ว

 

เต่าทองคำรามอีกครั้ง

 

มันแผ่ปีกขนาดยักษ์ของมันออกมาและทำให้เกิดพายุคลื่นกระแทกขนาดมหึมาขึ้น

 

คลื่นกระแทกอันแรงกล้าพร้อมด้วยพลังระดับระเบิดนิวเคลียร์ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนทั่วทั้งเมืองฮาชิบะ

 

อาคารที่อยู่ใกล้กับป้ายรถประจำทาง รถยนต์ และผู้คนทั้งหมดล้วนถูกกวาดหายไปเหมือนใบไม้อย่างง่ายดายด้วยการระเบิด ถนนซีเมนต์ทั้งหมดพลิกขึ้นมาขณะที่มันแตกเป็นเศษซาก

ไดสึเกะยังคงนิ่งเฉย สติสัมปชัญญะของเขากำลังพร่ามัว

 

ในวินาทีนั้นฮาจิก็ผลักไดสึเกะออกไปทันที ไดสึเกะกับรินะที่อยู่ในอ้อมกอดของเขากลิ้งไปยังฐานของตึกสูงระฟ้าที่ถูกทำลาย

ในวินาทีต่อมาคลื่นกระแทกที่รุนแรงได้พัดผ่านด้านข้างของไดสึเกะ พวกเขาถูกพัดปลิวไปตามลมที่แรงเทียบเท่าพายุทอร์นาโดและชนเข้ากับกำแพง

ขณะที่อยู่ท่ามกลางการระเบิดที่สามารถทำให้ทุกคนสูญเสียประสาทสัมผัสทั้งห้าไป ไดสึเกะที่ถูกกระแทกอย่างหนักก็เห็นเงาร่างของฮาจิ เขาถูกกระแทกด้วยเศษซากที่ลอยมาและชนกับเสาโทรศัพท์ ทำให้เขากระอักเลือดจำนวนมากออกมาเปื้อนสูท

 

“อึก...ฮาจิ…”

 

หลังจากคลื่นกระแทกผ่านไป ไดสึเกะก็คลานไปหาชายหนุ่ม แต่ทันใดนั้นความรู้สึกเวียนศีรษะอย่างแรงครอบงำเขา

เต่าทองดูเหมือนจะเยาะเย้ยไดสึเกะ มันสั่นร่างกายอย่างรุนแรง และเพียงแค่ทำเช่นนั้นมันก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดแผ่นดินสะเทือนเสียยิ่งกว่าแผ่นดินไหว

 

ความทรงจำของไดสึเกะพร่ามัวทันที

 

ความทรงจำในวัยเด็กที่เขาถูกแม่และพี่สาวของเขาทอดทิ้ง ถูกรับมาเลี้ยงโดยลุงและป้าของเขา รวมถึงการพบกันกับฮาจิ การพบเผชิญกับ[ฟุยุโฮตารุ] การพบกับรินะ และการได้พบอันโมโตะ ชีกะอีกครั้ง

 

…นี่…ฉันมี…คำขอ…คุสึริยะ… ---

 

ขอโทษนะ คุณทาจิบานะ ที่ผมทำแม้แต่ความปรารถนาสุดท้ายให้ก็ไม่ได้...

 

จิตสำนึกของไดสึเกะค่อยๆ กลายเป็นคุสึริยะ ไดสึเกะซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นของทาจิบานะ รินะ

 

--- ถ้าอย่างนั้น สัญญานะ!

 

ขอโทษนะ ชีกะ ดูเหมือนว่าผมจะรักษาสัญญาที่จะไปดูขบวนพาเหรดด้วยกันไม่ได้ ---

 

ไดสึเกะรู้สึกได้ว่าสติของเขาเริ่มพร่ามัว

 

อย่างไรก็ตาม เสียงดังสนั่นที่ดังขึ้นใกล้ๆ หูของเขาทำให้เขาตื่นขึ้นมาทันที

 

ปืนที่เขาจับแน่นอยู่นั้นกำลังยิงไม่หยุดราวกับว่ามันคลั่งไปแล้ว

 

ดวงตาของแมลงคัคโคที่หลอมรวมเข้ากับปืนนั้นเปล่งประกายด้วยออร่าสีแดงลุกไหม้ ร่างสีเขียวของมันเริ่มครอบครองตัวของไดสึเกะในอัตราที่น่าตกใจ แขนขวาของไดสึเกะถูก[มูชิ]ยึดครองไปโดยสมบูรณ์

กระบอกปืนกลายเป็นขากรรไกรล่างของ[มูชิ]ขณะที่พลังการยิงของกระสุนที่ยิงออกมาก็น่าหวาดหวั่นยิ่งขึ้น อาคารสูงเริ่มพังทลาย หลุมขนาดใหญ่เกิดขึ้นบนพื้นส่งคอนกรีตจำนวนมากบินไปทุกหนทุกแห่ง ในขณะที่กระสุนซึ่งยิงขึ้นท้องฟ้าระเบิดเป็นเปลวไฟอยู่ที่ปลายขอบฟ้า

 

“อัก…!”

 

[มูชิ]คัคโคกำลังคลุ้มคลั่ง แขนที่ถูกควบคุมนั้นสะบัดไปมาเหมือนแส้ และทุกครั้งที่มีการยิงเกิดขึ้น แรงสะท้อนครั้งใหญ่จะกระทำต่อร่างกายที่บาดเจ็บของไดสึเกะ

เต่าทองดูเหมือนจะตัดสินว่าไดสึเกะเป็นภัยคุกคามและเริ่มส่งคลื่นกระแทกใส่เขา

ไดสึเกะซึ่งไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ไม่มีที่ให้หลบหนี

 

ทันใดนั้นดวงตาของ[มูชิ]คัคโคเปล่งประกายสีแดงสดและบังคับเสริมแกร่งแขนของไดสึเกะที่กำลังเล็งเต่าท้องอยู่ เปิดปากขนาดใหญ่ของมันออกแล้วยิงใส่อย่างบ้าคลั่ง

แรงสะท้อนที่ไดสึเกะไม่เคยสัมผัสมาก่อนสั่นสะเทือนทั่วร่างกายของเขา

 

เสียงร้องของเต่าทองดังขึ้นทั่วทั้งถนนที่กลายเป็นแดนรกร้าง กระสุนปืนใหญ่ที่ยิงโดย[มูชิ]คัคโคส่งคลื่นกระแทกระเบิดกลับออกมา

อย่างไรก็ตาม ผลพวงจากอาการบาดเจ็บที่เกิดจากสิ่งนี้ก็สะท้อนคืนมาทันทีราวกับฟังก์ชั่นย้อนกลับในวิดีโอ

….อย่าบอกนะว่าเราตั้งใจจะเอาชนะ…สัตว์ประหลาดพรรค์นี้น่ะ…..?

 

ก่อนที่ไดสึเกะจะทันได้เปลี่ยนสีหน้า เขาก็ถูกครอบงำโดยความสิ้นหวังที่หยั่งไม่ถึงไปแล้ว

ความฝันของฉัน….มันก็เท่านี้เอง -----

 

ไดสึเกะเปิดตาของเขาอย่างช้าๆ จับภาพร่างของ[มูชิ]คัคโคอย่างเลือนลาง

 

--- [มูชิ]กำลังหัวเราะ

 

ไม่ผิดแน่ [มูชิ]กำลังหัวเราะใส่ไดสึเกะที่เกือบจะหมดลมหายใจและได้ใช้กำลังไปจนสิ้น มันดูถูกไดสึเกะที่ไม่สามารถเติมเต็มความฝันที่เขาคอยไล่ตามมาโดยตลอดได้

 

“ฮะ...ฮะฮะ.......”

 

ไดสึเกะพบว่ามันตลกสิ้นดีและหัวเราะจนกระทั่งปากของเขาโค้งงอ

 

ใช่แล้ว ฉันมันโง่มาก ---

 

เขาแค่พยายามรักษาสัญญาที่ทำไว้กับเด็กผู้หญิงเมื่อสี่ปีก่อนเท่านั้น แค่ยึดมั่นไขว่คว้ามันอย่างเอาเป็นเอาตายไม่ยอมปล่อยมันไป เขาสังเวยมูชิทสึกิคนอื่นๆ มากมายเพียงเพื่อให้เขาสามารถปกป้องความฝันของตัวเองได้

 

รินะก็เหมือนกัน

 

เขาไม่เคยตั้งใจที่จะคุยกับเธอเลย

 

เขาควรจะรักษาจุดยืนของเขาในฐานะผู้ตรวจสอบ เป็นเพื่อนร่วมชั้นธรรมดา พยายามหลีกเลี่ยงการติดต่อกับรินะมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่ในวันนั้นไดสึเกะได้เห็นภาพวาดพระอาทิตย์ตกดินของรินะ เมื่อเขาเห็นภาพนั้นเขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ารินะก็มีความฝันเดียวกันกับเขา มีความรู้สึกเดียวกัน -----

และสิ่งที่เขาทำกับชีกะนั้นแย่ยิ่งกว่า ไม่เพียงแต่เขาจะเปลี่ยนชีกะให้กลายเป็นผู้ร่วงหล่นครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เขายังโกหกเธออีกด้วย

ไดสึเกะไม่เคยรู้ตัวว่าชีกะเป็นมูชิทสึกิ ไม่เคยตระหนักเลยว่าเธอเป็น[ฟุยุโฮตารุ] และได้ทำร้ายเธอจนถึงท้ายที่สุด

 

แน่นอนว่าเขาควรจะถูกหัวเราะเยาะ อย่างน้อยรินะก็จะหัวเราะเยาะใส่เขาดังๆ ใช่ไหม? แต่ ---

"…แต่ว่า…"

 

ไดสึเกะจ้อง[มูชิ]คัคโคขณะที่อารมณ์ซึ่งเขาเคยกดมันไว้จนกระทั่งตอนนี้ระเบิดออกมา “ฉันไม่อยากถูกแกหัวเราะใส่ว่ะ!”

ไดสึเกะสบถพลางเริ่มกระแทกมือขวาเข้ากับกำแพง หนวดของ[มูชิ]คัคโคถูกฝังลึกเข้าไปในคอนกรีตและถูกดึงออกมาอย่างหนักแน่น

“ฉันมันเป็นไอ้โง่แน่นอน! เป็นไอ้ชั่วไร้ประโยชน์เกินเยียวยา! เอาแต่ขี้ขลาด!”

 

ไดสึเกะกระแทกมือขวาซ้ำกับเสาไฟถนนอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อระบายความโกรธของเขา ทำให้มันโค้งงอจนกระทั่งหักลง

 [มูชิ]ยิงกระสุนอย่างมั่วซั่วเพื่อป้องกันตัวเอง ทำให้ถนนเต็มไปด้วยเสียงระเบิดเมื่อถูกทำลาย

 

แต่ไดสึเกะไม่หยุด เขายังคงฟาด[มูชิ]ของเขาเข้าไปในกำแพงและพื้น

 

“ฉันไม่มีความกล้าพอที่จะเผชิญหน้า[ฟุยุโฮตารุ]หลังจากเปลี่ยนเธอเป็นผู้ร่วงหล่น! ฉันฆ่ารินะเพราะความลังเลที่จะจัดการเธอในฐานะศัตรู! ทั้งหมดมันเป็นเพราะฉันมันเป็นไอ้งั่ง!”

เขาเหวี่ยงแขนขวาที่ยับเยินของเขาแล้วตะโกน

 

“แต่ว่า ฉันไม่อยากแพ้แก! ฉันจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด!”

 

สักวันฉันจะเติมเต็มความฝันของฉันอย่างแน่นอน ---

 

ไดสึเกะไม่มีความกล้าที่จะพบกับชีกะที่อยู่ใน[GARDEN] แม้ว่าจะทำเพื่อเป็นการช่วยชีวิตของชีกะ เขาก็เป็นคนที่ทำให้เธอเป็นผู้ร่วงหล่น ไดสึเกะทรมานจากความรู้สึกผิดที่ทำเช่นนั้นมาตลอด

แม้หลังจากกลายเป็นผู้ร่วงหล่นชีกะก็ไม่เคยยอมแพ้ให้กับความฝันของเธอ แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่เพื่อค้นหาสถานที่ที่เป็นของเธอ เธอก็มาที่เมืองโอกะ

--- ฉันสัญญา ฉันจะไม่มีทางยอมแพ้ ดังนั้น สักวันเธอก็ต้อง--- นั่นคือคำพูดที่ไดสึเกะพูดด้วยตัวเองเมื่อสี่ปีก่อน

--- ดังนั้น สักวันเธอก็ต้องจำความฝันของเธอให้ได้ล่ะ

 

ชีกะรักษาสัญญาในส่วนของเธอ เธอพยายามปกป้องความฝันของเธออย่างหนักตลอดสี่ปีที่ผ่านมา

ไดสึเกะก็รักษาสัญญาในส่วนของเขา เขาดิ้นรนมีชีวิตอยู่ ค้นหาสถานที่ที่เป็นของเขาอย่างไม่รู้จบ

ไดสึเกะยึดเหนี่ยวในคำสัญญาที่เขามีกับเด็กสาวเป็นเวลาสี่ปีเพื่อมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ ไม่ว่าประสบการณ์ที่ได้พบนั้นจะเจ็บปวดแค่ไหน ไม่ว่าเขาจะรู้สึกเจ็บปวดเพียงใด ในหัวใจเขาก็ยังยึดมั่นในคำสัญญานี้เพื่อสู้ต่อไป

 

“…!”

 

ปากกระบอกปืนชี้ที่ระหว่างคิ้วของไดสึเกะ

 

ดวงตาสีแดงลุกโชนของ[มูชิ]คัคโคจ้องมองตรงที่ไดสึเกะ ไดสึเกะรู้ว่ามันกำลังเล็งไปที่สมองของเขา และภายในปากที่เหยียดยาวออกไป กระสุนปืนที่มีเปลวไฟรุนแรงกำลังลุกไหม้อยู่ในนั้น

 

“ฉันไม่กลัวแก!”

 

ในอดีตรินะเคยถามไดสึเกะ

 

อะไรกันที่น่ากลัวกว่า[มูชิ]? --- สี่ปีก่อน ชีกะได้บอกคำตอบนั้นกับไดสึเกะแล้ว “สำหรับฉัน การยอมแพ้ให้กับความฝันเพราะการดำรงอยู่ของ[มูชิ]น่ะน่ากลัวยิ่งกว่า”

ทันใดนั้น สายตาของ[มูชิ]คัคโคสั่นไหว

 

ไดสึเกะยังมีสัญญาอีกสองอย่างที่ต้องรักษา

 

หนึ่งคือการชมขบวนพาเหรดกับชีกะอีกครั้ง และอีกหนึ่งคือ --- ไดสึเกะสัญญาไว้ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ชีกะรู้สึกไม่ดี ไม่ว่าเมื่อไหร่เขาจะรีบไปหาเธอ

ไดสึเกะนึกถึงคำพูดสุดท้ายของรินะ

 

คุสึริยะ ไดสึเกะตัดสินใจมาตั้งแต่ตอนที่พวกเขาพบกัน เขาจะปกป้องชีกะ

เขาจะทำให้เธอยิ้มจากก้นบึ้งของหัวใจ

 

ใครสนเรื่องมูชิทสึกิหรืออะไรพรรค์นั้นกัน มันไม่สำคัญเลยสักนิด การไม่กลัวที่จะถูกปฏิเสธนั้นเป็นความมุ่งมั่นของบุคคลที่ชื่อคุสึริยะ ไดสึเกะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะปกป้องเด็กสาวที่เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น --- ไดสึเกะรู้ว่านี่เป็นวิธีเดียวที่เขาจะพบคำตอบ เพราะเหตุนั้นจึงต้องไปพบกับชีกะอีกครั้ง เพื่อยืนยัน ---

 

ไดสึเกะตัดสินใจข้างในใจ

 

“บางที…ฉันอาจเจอแล้ว สถานที่--- ที่เป็นของฉันจริงๆ”

 

[มูชิ]คัคโคและไดสึเกะต่างจ้องมองกันในระยะประชิด “ฉันจะไม่ให้ใครหยุดฉันได้อีก”

ไดสึเกะกล่าวอย่างเฉียบขาด และทันใดทีนั้น --- [มูชิ]คัคโคคำราม

นี่เป็นครั้งแรกที่โฮสต์ของมัน ไดสึเกะได้ยินเสียงคำรามของแมลงคัคโคสีเขียว

 

มันเป็นเสียงที่ผู้รับฟังเมินได้ยาก เสียงผิดปกติที่ทำให้หัวใจเต็มไปด้วยความเศร้าและความสุขไม่รู้จบในเวลาเดียวกัน เต่าทองยักษ์ดูเหมือนจะถูกดึงดูดโดยเสียงนี้เช่นกันและหยุดตัวของมันลงกลางคันในทันที

 

เสียงร้องของ[มูชิ]ดังขึ้นทั่วเมืองพักหนึ่ง ก่อนที่จะถูกกลืนขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน

 

[มูชิ]คัคโคซึ่งกำลังชี้ปากกระบอกปืนที่สมองของไดสึเกะค่อยๆ สูญเสียแสงสีแดงโชติช่วงไป

มันปล่อยพันธนาการที่แขนของไดสึเกะซึ่งถูกควบคุมและกลับสู่สภาพพร้อมรบดังเดิม ความเงียบงันโอบล้อมซากปรักหักพังของถนนที่ถูกทำลาย

ความมืดมิดที่ช่วงชิงสติของไดสึเกะหายไปราวกับเป็นภาพมายา “แค่อีกเดี๋ยว...มาฝันร่วมกันกับฉันอีกสักพักนะ…[คัคโค]”

 

ไดสึเกะเงยหัวของเขาลงอย่างเงียบๆ มอง[มูชิ]คัคโคซึ่งผสานกับปืนก่อนที่จะจ้องมองไปที่เต่าทองยักษ์ซึ่งอยู่ตรงหน้าเขา

ดวงตาสีแดงของเต่าทองที่เบื้องบนแลกเปลี่ยนสายตากันกับของไดสึเกะที่คมกล้า ทันใดนั้นเต่าทองกระพือปีกของมัน

การระเบิดรุนแรงปกคลุมทั้งเมืองอีกครั้ง

 

ไดสึเกะพุ่งไปข้างหน้าปะทะลมกระโชกที่เกิดจากแรงระเบิด

 

ปัดป้องฝุ่นละอองและควันที่ทำเขาให้มองไม่เห็น เขาพุ่งตรงเข้าหาเต่าทองยักษ์ภายในกระแสลมวนที่รุนแรง

 

หลบกรงเล็บที่พุ่งเข้ามาซึ่งดูเหมือนขาหน้าของมัน เขาวิ่งต่อไปข้างหน้า

 

ผ่านม่านที่เกิดจากฝุ่นละอองที่พัดไหวจากลมระเบิด หัวของเต่าทองปรากฏต่อหน้าเขาในทันที

 



ฉับพลันดวงตาสีแดงนับไม่ถ้วนดูเหมือนจะสั่นไหวด้วยความกลัว “สุขสันต์วันคริสต์มาส [นานะโฮชิ]”

ไดสึเกะเล็งไปที่ดวงตาที่ส่องประกายของ[มูชิ]

 

“เจ้านายแกเป็นคนที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมาจริงๆ!”

 

หลังจากนั้น เสียงปืนใหญ่ดังก้องไปทั้งเมืองฮาชิบะ




NEKOPOST.NET