[นิยายแปล] Mushi Uta ตอนที่ 5.01 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] Mushi Uta

Ch.5.01 - ชีกะ พาร์ท 7


5.01

 

ชีกะ พาร์ท 7

 

 

ชีกะอยู่เพียงลำพังในห้องเรียนศิลปะที่เงียบงัน จ้องมองภาพวาดสีแดง

 

ภาพวาดนั้นถูกคลุมด้วยผ้าผืนหนึ่ง พิงอยู่ตรงกำแพงที่มุมของห้องเรียน เพียงแค่มองก็สามารถบอกได้อย่างง่ายดายว่ามันเป็นงานของรินะ

ในภาพวาดนั้นมีทิวทัศน์สวยงามของถนนยามเย็นที่สามารถมองเห็นได้เกือบทุกที่ อย่างไรก็ตามเพียงแค่มองดูมัน ความรู้สึกหวนคิดถึงก็เกิดขึ้นภายในตัวของชีกะ

ชีกะได้เห็นภาพที่คล้ายคลึงกับภาพวาดนี้มาก่อน มันเป็นช่วงเวลาเมื่อราวสี่ปีก่อน ก่อนที่เธอจะถูกตามล่าโดย SEPB ภาพทิวทัศน์ของเมืองโอกะที่เต็มไปด้วยความสุข อย่างไรก็ตาม…ในเวลานั้นชีกะไม่สามารถสอดแทรกตัวเองเข้ากับทิวทัศน์นั้นได้ เธอทำได้แค่เพียงมองมันจากห่างๆ ---

 

---“ผมอยากค้นหาสถานที่ที่เป็นของผม”

 

ไดสึเกะพูดเช่นนี้มาก่อน เขาผู้ที่มีความฝันร่วมกันเหมือนพวกเธอ จะสามารถเห็นภาพที่ทั้งชีกะและรินะเห็นได้ไหมนะ?

จ้องมองที่ทิวทัศน์อันเงียบสงบของภาพวาดตรงหน้พวกเขา เต็มไปด้วยความสุขแต่ก็ยังคงไม่พบสถานที่ที่เป็นของพวกเขาอย่างน่าเศร้า… คล้ายกับแมลงที่ถูกดึงดูดโดยเปลวไฟ ปรารถนาที่จะกลมกลืนเข้ากับภาพถนนตรงหน้า --- ไดสึเกะก็รู้สึกเหมือนกันงั้นเหรอ?

ชีกะเบือนสายตาของเธอไปที่นอกหน้าต่าง

 

ภาพที่คล้ายคลึงกันมากกับที่อยู่ในภาพวาดเริ่มแผ่ขยายออกไปข้างหน้าเธอ พระอาทิตย์ตกดินสีส้มชัดเจนที่ค่อยๆ โอบกอดทั่วทั้งเมืองโอกะ อย่างไรก็ตามในท้องฟ้าอันไกลโพ้น ชั้นเมฆหนาค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาหาเมือง

 

ไดสึเกะคุง…ตอนนี้ก็ยังรอเราอยู่ที่สวนสนุกเหรอ……?

 

--- เป็นไปไม่ได้หรอกใช่ไหม? ก็เราไปพูดแล้วว่า "ลาก่อน" นี่นา ...

 

ชีกะเริ่มที่นึกถึงสีหน้าของไดสึเกะจากครั้งสุดท้ายที่เธอเห็นเขา บางทีเขาอาจตกตะลึงเกินไป ดวงตาที่เบิกกว้างของเขาดูเหมือนจะกล่าวทุกสิ่งออกมา

ไดสึเกะไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว

 

ขณะที่ชีกะจ้องมองทิวทัศน์นั้นจากห่างๆ น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาจากหางตาของเธอ

 

--- ถ้ารู้ก่อนว่านี่จะเกิดขึ้น...เราอยู่ห่างๆ ต่อไปเสียดีกว่า...

 

นับตั้งแต่ที่เธอได้พบไดสึเกะ เธอเอาแต่ร้องไห้

 

มันไม่สำคัญว่าชีกะต้องการพบเขามากแค่ไหน จะยังไงเธอก็ไม่สามารถทำได้... ถ้าเธอรู้ว่าสิ่งต่างๆ จะออกมาเป็นอย่างนี้ จะไม่ดีกว่าหรือหากพวกเธอไม่เคยพบกันมาตั้งแต่แรก สี่ปีก่อนเมื่อตอนที่เธอกลายเป็นผู้ร่วงหล่น เธอไม่เคยมีความคิดเช่นนี้มาก่อนเพราะความโดดเดี่ยว แต่ตอนนี้ชีกะรู้สึกขมขื่นมาก

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานในสวนสนุกทำให้ชีกะขลาดกลัว แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าได้อย่างไร แต่เธอก็รู้สึกได้ว่า[มูชิ]ของเธอค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากขอบเขตที่ต้องทำตามความต้องการของเธอ ในเวลานั้นเธอเกือบไม่สามารถหยุด[มูชิ]ของเธอได้ หากสิ่งที่คล้ายกันนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง เธอไม่สามารถรับประกันได้ว่าเธอจะควบคุมมันได้หรือเปล่า ---

 

ดังนั้นพวกเธอจะต้องไม่พบกัน เธอต้องไม่เจอเขาอีก

 

ไม่ว่าจะทางไหนความจริงก็ถูกเปิดเผยแล้ว แม้ว่าเธออยากเจอเขา ไดสึเกะก็คงไม่อยากเจอเธอหรอกใช่ไหม?

ตั้งแต่ชีกะได้พบไดสึเกะ แล้วก็รินะ จนมาถึงจุดที่เธอถูกตามล่าโดย SEPE อีกครั้ง และจากนั้นเธอก็กล่าวคำอำลาครั้งสุดท้ายกับไดสึเกะ ในขณะเดียวกันรินะก็กำลังจะไปต่อสู้จนกว่าจะสิ้นลมหายใจสุดท้ายกับ SEPB

 

ในท้ายที่สุด เธอทำอะไรลงไปบ้าง?

 

ไม่เพียงแค่ได้รับความฝันของเธอกลับมาเท่านั้น เธอยังได้พบผู้คนมากมายที่ตอนนี้สำคัญสำหรับเธอ แต่เมื่อเธอกำลังจะสูญเสียพวกมันทั้งหมดไป เธอทำได้แค่นิ่งเฉยอยู่เพียงลำพัง

 

----“ ผมไม่รู้ว่าผมควรจะทำอะไรอีกแล้ว” ไดสึเกะพูดเช่นนี้มาก่อน

ฉันก็…ไม่รู้…ว่าควรทำอะไรเหมือนกัน ฉันยังสับสนอยู่ว่าฉัน…

 

ถูกครอบงำโดยความคิดเหล่านี้ ชีกะทำได้แค่หลั่งน้ำตาหยดแล้วหยดเล่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เธอร้องไห้มากแค่ไหนกันนะ? ทุกๆ ครั้งเธอจะได้รับการช่วยเหลือจากไดสึเกะหรือได้รับการค้ำจุนจากรินะ แต่ตอนนี้แม้แต่เหล่าคนสำคัญนั้นก็ไม่ได้อยู่แถวนี้อีกต่อไปแล้ว ที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวก็คือ ----

แมลงตัวเล็กที่กำลังบินอยู่ปรากฏขึ้นใกล้คอของชีกะ ร่างสีขาวของมันแตะเบาๆ ที่ปลายจมูกของชีกะและเกาะลงบนภาพวาดที่แขวนอยู่บนผนัง เช่นเดียวกับภาพวาดทิวทัศน์ของรินะอันก่อน ภาพวาดบนผนังก็ถูกคลุมด้วยผ้าผืนหนึ่งเช่นกัน

 

ชีกะค่อยๆ ขยับสายตาของเธอไปตามทิศทางของภาพราวกับว่าถูกมันดึงดูด “...”

เธอเช็ดน้ำตาขณะที่เดินเข้าใกล้ภาพวาดอย่างช้าๆ ภายใต้การชี้นำจาก[มูชิ]ของเธอ นำผ้าที่คลุมมันไว้ออก

“…!”

 

มันเป็นภาพวาดดินสอ บางทีมันอาจจะถูกวาดขึ้นอย่างเร่งรีบหรือวาดออกมาจากความทรงจำ รายละเอียดไม่ถูกวาดอย่างชัดเจนนัก อย่างไรก็ตามมันก็ยังเป็นภาพวาดขาวดำที่น่าทึ่งจริงๆ เทคนิคเป็นแบบที่ค่อนข้างใหม่และไม่เหมือนใครเมื่อเทียบกับวาดภาพอื่นๆ แต่มันจะฝังลึกเข้าไปในความทรงจำของผู้ชมผ่านดวงตา มุมของภาพวาดนั้นถูกประทับด้วยลายเซ็นของรินะที่เธอคุ้นเคย

แต่สิ่งที่ชีกะพบว่าน่าตกใจที่สุดคือคนบนภาพวาด สีหน้าของบุคคลนั้นแตกต่างจากปกติอย่างสิ้นเชิง เป็นแบบที่จริงจังมากกว่า ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีทางที่ชีกะจะจำเขาผิดไปกับคนอื่น --- เป็นคนที่เธอคุ้นเคยมาก

 

“ไดสึเกะคุง……? ทำไม……”

 

“เธอเติมเต็มความฝันของเธอแล้วรึยัง?”

 

เสียงดังขึ้นฉับพลันทำให้ชีกะหันหัวของเธอไปรอบๆ

 

ที่ทางเข้าห้องเรียน คนสวมเสื้อคลุมสีดำยาวยืนอยู่ ชีกะสามารถบอกได้ว่าคนๆ นั้นเป็นผู้หญิงตัวสูงผอม แว่นก็อกเกิลขนาดใหญ่อยู่บนศีรษะของเธอ ผมยาวสีดำสนิทปกคลุมใบหน้าทำให้ไม่สามารถเห็นสีหน้าของเธอได้

“ฉันคือหน่วยตรวจสอบของสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษ [นามิเอะ] ตลอดมาฉันเป็นคนที่คอยจับตาดูเธอ...”

“เอ๋?...…”

 

“-----ล้อเล่นน่ะ”

 

น้ำเสียงของผู้หญิงที่เพิ่งประกาศตัวเองว่าชื่อ[นามิเอะ]เปลี่ยนไปทันที แม้แต่เสียงของเธอจะแตกต่างออกไปเล็กน้อย

 

และในตอนที่ชีกะได้ยินเสียงนั้น ความรู้สึกสั่นไหวก็กระจายจากปลายเท้าจนถึงศีรษะของเธอ “สะ…เสียงนั่น…! คุณคือ… …"

“แล้ว เธอเติมเต็มความฝันของเธอรึยังล่ะ?”

 

วัตถุคล้ายผงสีม่วงบางอย่างส่องประกายลงมาจากผู้หญิงที่กำลังใช้น้ำเสียงอ่อนโยนและงดงาม ใบหน้า เส้นผม และก๊อกเกิลขนาดใหญ่ของเธอค่อยๆ สลายไปเหมือนเศษฝุ่นและจางหายไป

“ตายจริง ดูเหมือนว่าเธอยังไม่ได้ทำงั้นสิ! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอยังเป็นมูชิทสึกิอยู่ ขนาดว่าฉันได้เตรียมการเป็นพิเศษให้เธอได้พบพวกคนที่มีความฝันเหมือนกันแล้วนะ!”

แว่นกันแดดรูปกลม ---- เป็นสิ่งแรกที่ดึงดูดความสนใจของชีกะ

 

รูปร่างที่ไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อยตั้งแต่ที่พวกเธอพบกันเมื่อสี่ปีก่อน

 

ผู้หญิงซึ่งเส้นผมที่แม้จะอยู่ภายใต้เงาของพระอาทิตย์ตกก็จะย้อมเปลี่ยนอากาศให้เป็นสีส้ม ด้านหลังแว่นกันแดดรูปกลมนั้น ดวงตาของเธอจ้องตรงมาที่ชีกะ

 

มือของเธอที่สวมถุงมือหนังสีแดงถูกวางไว้ที่เอวของเธอทั้งสองข้างอย่างสบายๆ ทำให้เกิดภาพที่สวยงามดั่งมายา

“[โอกุย]!---“

 

ชีกะอ้าปากค้าง ขาของเธอขยับไม่ได้ราวกับว่าพวกมันถูกแช่แข็ง

 

“มันก็ค่อนข้างยากสำหรับฉันเหมือนกันนะรู้ไหม?! ผู้ชายสวมแว่นที่ชื่อฮาจินั่นตามหาฉันอยู่ตลอดเลย ลางสังหรณ์ของ[คัคโค]จังกับรินะจังก็แหลมคมเหมือนกัน ฉันเข้าใกล้ไม่ได้ด้วยซ้ำ"

 

“คุณ…กำลังพูดถึง…เรื่องอะไร?”

 

ชีกะส่งเสียงแหบแห้ง แม้ว่าเธอจะเคยคิดมาก่อนว่าถ้าเธอจะได้พบ[โอกุย]อีกครั้ง อย่างแรกที่เธอจะทำคือจะยิงคำถามที่เธอมีในใจใส่ แต่เนื่องจากความสับสนและความกลัว ในตอนนี้เธอจึงไม่สามารถทำได้

[โอกุย]เผยรอยยิ้มปิติยินดี

 

“ไม่ต้องกลัว ฉันมาที่นี่เพื่อช่วยเธอก็เท่านั้น” “…”

ชีกะทาบมือของเธอที่อกและค่อยๆ ก้าวถอยหลังทีละน้อย หิ่งห้อยสีขาวบินอยู่ใกล้ราวกับว่ามันกำลังปกป้องเธออยู่

“เหมือนอย่างที่ฉันทำเมื่อคราวก่อน ฉันได้เตรียมโอกาสให้เธอได้เติมเต็มความฝัน มูชิทสึกิแบบเธอจะพยายามจำความฝันของตัวเองให้ได้แน่นอน ต่อให้มันสูญหายก็ยังคงฝันต่อไป! โอกาสที่ฉันมอบให้คือให้เธอได้พบ---กับมูชิทสึกิที่มีความฝันแบบเดียวกัน”

 

“คุณ…ให้โอกาส…ฉัน?”

 

ดวงตาของ[โอกุย]เปล่งประกายแวววาวอย่างลึกลับ มันจับจ้องที่ชีกะอย่างแน่นหนา เหมือนอย่างที่ชื่อของเธออธิบายไว้ การจ้องมองเพียงอย่างเดียวของเธอก็สามารถกินคนๆ หนึ่งได้ แม้แต่ชีกะก็เข้าใจผิด…ว่าผู้หญิงที่อยู่ข้างหน้าเธอกำลังเลียริมฝีปากตัวเองอยู่

 

“เธอจะเติมเต็มความฝันของเธอและถูกปลดปล่อยออกมาจากตัวตนของมูชิทสึกิแน่นอน…….แต่อย่าลืมให้ฉันสนุกกับความฝันที่แสนอร่อยของเธออีกครั้งก่อนล่ะ! มันเป็นงานอดิเรกเดียวที่ฉันสนุก...และก็เป็นจุดมุ่งหมายเดียวของฉัน!”

 

“เติมเต็มความฝัน……และปลดปล่อยตัวฉันจากตัวตนของมูชิทสึกิ……?”

 

ชีกะขมวดคิ้ว เธอไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้หญิงซึ่งดูเหมือนจะผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงคนนี่พูดมาตั้งแต่ต้นจนจบ ชีกะดูเหมือนจะถูกสายตาของผู้หญิงคนนี้สะกด จิตใจของเธอเริ่มรู้สึกเซื่องซึม

         

"ไม่เป็นไร เธอไม่จำเป็นต้องเข้าใจในตอนนี้ สักวันเธอจะได้สัมผัสมันด้วยร่างกายของเธอเอง สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เธอต้องการจริงๆ สำหรับตัวเธอ……ในท้ายที่สุดเธอจะพบมันแน่นอน”

         

“ฉะ…ฉันไม่เข้าใจ คุณกำลังพูดถึงอะไร” ชีกะกัดริมฝีปาก พยายามรักษาสติของเธอไว้

เธอเริ่มนึกถึงความทรงจำเมื่อสี่ปีก่อนและความทรงจำเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

 

หลังจากประสบกับความเจ็บปวดมากมายและได้เห็นคนเหล่านั้นที่แบกรับความเจ็บปวดที่มากยิ่งกว่า ไดสึเกะเดือดร้อนเพราะเธอ รินะต้องเสี่ยงชีวิตต่อสู้เพราะเธอเป็นมูชิทสึกิ

และผู้ที่ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นก็อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ "ฉัน---"

ชีกะพยายามอย่างหนักที่จะทำตัวกล้าหาญและพูดว่า

 

“ฉันจะไม่ให้ความฝันของฉันกับคุณอีก! ฉันจะไม่ให้มันกับใครอีกเหมือนกัน…ฉันจะไม่ให้อะไรคุณอีกแล้ว!”

ดวงตาของหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังแว่นกันแดดแสดงแววตาตกใจ

 

แต่เสียงหัวเราะขำขันของเธอก็ดังตัดผ่านห้องเรียนศิลปะอย่างรวดเร็ว

 

“อา...ความรู้สึกนั้นแหละที่สำคัญที่สุด! ความฝันของเธอจะอร่อยมากยิ่งๆ ขึ้นไปอีกเพราะมันเท่านั้น…”

ผมเงางามของ[โอกุย]พุ่งไปในอากาศ เธอขยับออกห่างจากทางเข้าห้องเรียนศิลปะอย่างช้าๆ “ถ้างั้นให้ฉันได้เห็น…ช่วงเวลาที่เธอพิสูจน์คำพูดพวกนั้นแล้วกัน…”

“เดี๋ยว……!”

 

ชีกะตั้งใจจะไล่ตาม[โอกุย]ซึ่งค่อยๆ จางหายไป อย่างไรก็ตามเสียงที่ดังอย่างกะทันหันทำให้เธอหยุด

เธอมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างประหลาดใจ แต่ก็ไม่มีอะไรที่นั่น

 

อย่างไรก็ตาม เสียงยังคงดังต่อไป มันฟังดูคล้ายกับผ้าปูที่นอนที่ถูกลมพัดแรงทำให้เกิดเสียงหวีดหวือ ความดังของเสียงกำลังค่อยๆ เพิ่มขึ้นเช่นกัน

 

เนื่องจากมันดังมาก ชีกะจึงไม่สามารถจับแหล่งที่มาของเสียงได้

 

ชีกะมองดูรอบข้างของเธอ ก่อนหันหลังกลับไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้ง

 

“…!”

 

จากด้านนอกของหน้าต่างซึ่งว่างเปล่าเมื่อไม่กี่วินาทีที่ก่อน ปรากฏวัตถุสีดำขนาดมหึมา

 

มันมีเขาย่อยที่คล้ายกิ่งไม้มากมายและมีหัวขนาดเล็กตรงข้ามกับร่างมหึมาของมัน บนร่างสีดำมีเท้าสี่คู่ที่คล้ายลำต้นของต้นไม้ ปีกทั้งสี่ที่มีลักษณะคล้ายฟิล์มรองรับปีกหน้าของมันซึ่งดูแข็งมาก กระพือปีกด้วยความเร็วสูง

มันเป็นด้วงเฮอร์คิวลิสขนาดใหญ่ แต่มันไม่ใช่ตัวแบบที่ธรรมดา มันเป็นด้วงยักษ์เฮอร์คิวลิสที่มีเขาห้าเขา

 

ปกคลุมด้วยร่างที่ใหญ่กว่าเต่าทองของรินะ ห้องเรียนศิลปะทั้งหมดมืดไป หิ่งห้อยสีขาวเริ่มขยายตัวขึ้นด้านหน้าชีกะซึ่งตกตะลึง

อย่างไรก็ตาม ด้วงยักษ์เฮอร์คิวลิสเริ่มกระพือปีกของมัน สร้างคลื่นและลมแรงทะลวงผ่านหน้าต่างของห้องเรียนศิลปะอย่างง่ายดาย

“อ๊า ... ----!”

 

ชีกะซึ่งไม่สามารถต้านทานลมแรงได้ถูกพัดไปที่โถงทางเดิน หิ่งห้อยสีขาวปลิวไปชนเข้ากับผนัง

 

ในเวลาเดียวกันหน้าต่างของโถงทางเดินก็แตกออกจากด้านนอก

 

คนสวมก็อกเกิลมากมายบุกเข้ามาในโรงเรียนด้วย[มูชิ]ของพวกเขา สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงฉับพลันทำให้ชีกะนิ่งแข็งในทันที

“เจอแล้ว ---- โฮตารุจัง! มาเล่นกันเถอะ!"

 

ร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลุ่มคนสวมก็อกเกิลพูดด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงผิดปกติ

เป็นเด็กสาววัยรุ่นที่มัดผมทั้งสองข้างเหมือนกระต่าย แม้ว่าเธอจะสวมเสื้อโค้ทยาวของ SEPB เธอก็ไม่ได้สวมแว่นก็อกเกิล เด็กสาววัยรุ่นนั้นหน้าตาน่ารัก แต่รอยยิ้มชั่วร้ายบนใบหน้าของเธอมอบความรู้สึกที่ “เข้ากันได้ยาก”

เด็กสาวหัวกระต่ายจ้องชีกะและเปลี่ยนสีหน้าของเธอเป็นรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ดูเหมือนจะทั้งไม่ได้โกรธและไม่ได้ไม่มีความสุข แต่ค่อนข้างหมดหวัง

“ฉันต้องแกล้งทำเป็นหักหลังและต้องแสร้งเป็น'ผู้ร่วงหล่น'ด้วย มันมากเกินไปแล้วนะ! แต่ก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ช่วงเวลานี้เกิดขึ้น…ฉันจะจับเธอแน่นอนและจากนั้นให้คุณฮาจิรับรู้ถึงความสามารถของฉัน……!”

ถัดจากเด็กสาววัยรุ่นที่พูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างต่ำผิดปกติ [มูชิ]ที่ดูเหมือนจักจั่นปรากฏขึ้น อย่างไรก็ตามจั๊กจั่นได้รับบาดเจ็บ ปีกข้างหนึ่งของมันฉีกขาด

 

ทางด้านของเด็กสาววัยรุ่น ชายร่างสูงเรียวที่สวมแว่นตาเริ่มตะโกนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เราต้องจับโฮสต์ก่อนที่[มูชิ]จะใช้ความสามารถของมัน! ถ้าจำเป็นก็ทำให้เธอบาดเจ็บนิดหน่อยได้!” ดูเหมือนว่าทั้งผู้ชายและเด็กสาวหัวกระต่ายจะเป็นผู้นำของกลุ่ม

คนสวมก็อกเกิลมากมายเริ่มโจมตีชีกะทั้งหมดในคราวเดียว

 

จู่ๆ ร่างของหิ่งห้อยก็เปล่งแสงออร่าสีขาวด้านหน้าชีกะซึ่งไม่เคลื่อนไหว “*อย่าเข้ามานะ….”

หัวใจของชีกะเต้นถี่รัวแม้ว่าเธอจะไม่ได้พูดอะไรเลย เสียงของเธอดังก้องกังวานไปทั่วทางเดินอย่างชัดเจน

คำพูดนั้นเปล่งออกมาจากปากของหิ่งห้อยสีขาว ---- และนอกจากนั้นมันยังเผยให้เห็นฟันที่เหมือนเขี้ยวซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน

ทันใดนั้นร่างของคนสวมก๊อกเกิลหยุดเคลื่อนไหวพร้อมๆ กัน ราวกับว่าพวกเขาถูกหยุดโดยแรงที่มองไม่เห็น

แสงสว่างบางอย่างที่ดูเหมือนดอกไม้สีขาวเริ่มทิ้งตัวลงมาทั่วทั้งโถงทางเดิน จากนั้นในห้องเรียน เกล็ดหิมะที่ตกลงมาผ่านเพดานเกิดแสงเรืองรองตอนที่มันสัมผัสกับกลุ่มคนสวมก็อกเกิล แล้วก็ค่อยๆ จางหายไปอย่างช้าๆ

 

“*พังทลาย…”

 

เสียงของชีกะดังขึ้นอีกครั้ง

 

ทันใดนั้นพื้นก็เริ่มส่งเสียงกึกก้อง

 

นอกเหนือจากจุดที่ชีกะกำลังยืนอยู่ ทั้งโถงทางเดินพังทลายไปตามหลังเสียงกึกก้อง ชีกะทำได้แค่ยืนนิ่งเงียบๆ และดูเท่านั้น

พื้นที่ถล่มลงมาจุดแล้วจุดเล่าฝังร่างกลุ่มคนสวมก๊อกเกิลไปด้วย เติมเต็มทั้งทางเดินไปด้วยเสียงกรีดร้อง

 

ชายร่างสูงเรียวเป็นคนเดียวซึ่งก้าวถอยหลังเร็วพอที่จะหลีกเลี่ยงเกล็ดหิมะ “บัดซบ……อย่าแตะหิมะ! เกล็ดหิมะพวกนั้นคือ ----“

“สมกับที่เป็นฮิชูระดับ1! ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่สนุกน่ะสิ!”

 

ข้างบนคือเสียงของเด็กสาวหัวกระต่าย เธอกำลังเกาะจักจั่นที่บาดเจ็บอยู่กลางอากาศ มองลงมาที่ห้องเรียนซึ่งค่อยๆ ถูกทำลายด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย

“*ทุกอย่าง…พังทลาย…ไปให้หมด!”

 

เสียงของชีกะซึ่งคล้ายกับเครื่องจักรดังก้องกังวานไปทั่วทางเดินอีกครั้ง

 

หน้าต่างทั้งหมดบนโถงทางเดินเริ่มแตกเป็นเสี่ยงๆ พื้นคอนกรีตใกล้ชีกะก็ค่อยๆ เปลี่ยนรูปเนื่องจากการพังทลาย ขณะที่คนสวมก๊อกเกิลที่ไม่เชื่อฟังก็ตกลอดผ่านช่องแตกบนพื้น เสียงดังเริ่มสั่นสะเทือนผ่านอากาศโดยรอบราวกับว่าโรงเรียนกำลังร้องคำราม

พื้นและเพดานเริ่มเคลื่อนไหวราวกับว่าพวกมันมีชีวิตและเริ่มโจมตีฝูง[มูชิ] พวกมันเจาะผ่านเปลือกแข็งของ[มูชิ]ขนาดยักษ์หรือไม่ก็กลายเป็นมือที่มองไม่เห็นบดขยี้พวกมันแล้วลากมันลงไปในเหวที่ไม่มีที่สิ้นสุด

 

หิ่งห้อยสีขาวกู่ร้องอีกครั้ง

 

[มูชิ]ทุกตัวที่สัมผัสกับเกล็ดหิมะเริ่มโหยหวนตัวแล้วตัวเล่า ร่างกายของพวกมันระเบิดเป็นชิ้นๆ จากภายในราวกับว่าพวกมันทำลายตัวเอง จากนั้นก็ละลายไปด้วยอุณหภูมิสูง

 

“อะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! [มูชิ]ก็อ่อนแอควรตายซะให้หมด!”

 

ในห้องเรียนที่เกิดฉากการสังหารหมู่ฝ่ายเดียว มีเพียงเด็กสาวหัวกระต่ายเท่านั้นที่ยิ้มอย่างมีความสุข จักจั่นร้องเสียงแหลมสูงละลายหิมะก่อนที่จะเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้น

“[มินมิน] เธอทำอะไร ---!”

 

เด็กสาวหัวกระต่ายไม่สนใจการต่อด่าว่าจากชายร่างสูงเรียว จ้องเขม็งที่ชีกะอย่างคมกล้าเท่านั้น

“เอาล่ะ เดาว่าถึงเวลาที่ฉันจะเอาจริงแล้วสินะ [ฟุยุโฮตารุ]จัง เพื่อประโยชน์ของฉันช่วยกลายเป็นผู้ร่วงหล่นอีกครั้งทีนะ!”

 

“ไม่… หยุดนะ… ฉันไม่”

 

ชีกะทำได้แค่ส่ายหัวของเธออย่างสิ้นหวังขณะที่เธอดูโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นต่อหน้าเธอ

 

ชีกะ……ไม่ เหตุผลที่ทำให้ทุกคนกลัว[ฟุยุโฮตารุ]และมอบชื่อของฮิชูระดับ1ให้ก็เพราะเธอมีความสามารถที่เกือบใกล้เคียงกับคำว่าไร้เทียมทาน

การเปลี่ยนแปลงสภาพสสาร ----

 

อะไรก็ตามเมื่อสัมผัสกับเกล็ดหิมะที่สร้างโดย[มูชิ]ของชีกะจะไม่สามารถรักษารูปร่างเดิมของมันได้ ภายในระยะที่หิมะตก ชีกะมีพลังที่จะทำให้เกิดการทำลายล้างอย่างท่วมท้นสมบูรณ์ ---- ไม่ว่าเธอจะต้องการหรือไม่ก็ตาม

 

“*อย่าเข้ามานะ… ออกไป……”

 

หิ่งห้อยสีขาวยังคงลอกเลียนเสียงของชีกะต่อไป “*ฉันไม่อยากได้ที่ที่เป็นของฉันอีกแล้ว……”

 

**********************************

จากผู้แปล

ใกล้ช่วงสุดท้ายแล้ว อีกไม่นานก็จะจบแล้ว...เห็นยอดวิวแล้วหดหู่มาก ไม่อยากเอาไปเทียบกับแนวๆ พวกนั้นแต่ก็อดไม่ได้จริงๆ

Hikomori

12/5/62




NEKOPOST.NET