[นิยายแปล] Mushi Uta ตอนที่ 5 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] Mushi Uta

Ch.5 - The Others


5.00

 

The Others

 

 

“*ฮาชิบะ…ถึงสถานีฮาชิบะแล้ว กรุณาก้าวออกจากรถไฟอย่างระมัดระวัง---“

 

โดยไม่รอให้การประกาศเสร็จสิ้น การระเบิดอย่างรุนแรงพัดเอาชานชาลาในสถานีรถไฟออกไป

ประตูรถไฟและกลุ่มคนสวมก๊อกเกิลจำนวนมากถูกพัดไปโดยการระเบิด จากนั้นกลุ่มคนสวมหน้ากากสีขาวก็พุ่งเข้ามาในสถานีรถไฟ

“หน่วยป้องกันที่ประจำอยู่สถานีรถไฟไม่ควรจะมีแค่นี้! กลับมาเข้ารูปขบวนใกล้ประตูตรวจตั๋วก่อนที่จะรุดหน้าต่อ!”

ที่กำลังนำกลุ่มชนอยู่คือเด็กสาววัยรุ่นสวมหน้ากากสุนัข เธอสะบัดผมสีดำของเธอและวิ่งตัดผ่านชานชาลา

แต่ก็ยังคงไม่มีวี่แววของศัตรูใดๆ อย่างคาดไม่ถึง

 

ไม่เพียงแต่ศัตรูเท่านั้น ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของผู้โดยสารหรือพนักงานรถไฟอยู่รอบๆ มีเพียงสถานีที่ว่างเปล่า

...แบบนี้รู้สึกไม่ดีเลย...

 

แม้ว่าเด็กสาวจะเดาะลิ้นของเธออย่างเงียบๆ เธอก็ไม่หยุดที่จะเดินหน้าต่อไป

 

ทุกวันจะมีรถไฟสามสายขบวนเดียวเท่านั้นที่เดินทางมาเมืองฮาชิบะ แต่เพราะพวกเธอใช้รถไฟสาธารณะพวกเธอจึงต้องข้ามประตูตรวจตั๋วสองรอบ

แม้จะมีไม่กี่วิธีในการเข้าสู่เมืองฮาชิบะ แต่ตามความรู้ของอดีตสมาชิก SEPB [มินมิน] รูปแบบการขนส่งทั้งหมดเหล่านี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดหรือไม่ก็มีการป้องกันผู้ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่จากการเข้าเมือง มันเป็นแบบเดียวกันสำหรับผู้ที่ใช้บริการรถไฟ แต่เพราะพวกเธอรู้ว่าจะต้องต่อสู้เพื่อผ่านทาง รูปแบบการขนส่งที่จะทำให้พวกเธอจะไม่ได้รับบาดเจ็บจะดีที่สุด [มูชิบาเนะ]ใช้บริการรถไฟเพราะถึงแม้จะเป็นสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษพวกเขาก็จะไม่สามารถปะทุการต่อสู้ข้างในสถานีรถไฟที่เต็มไปด้วยคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ได้

 

เนื่องจากข้อเท็จจริงนี้ [มูชิบาเนะ]จึงประสบความสำเร็จในการแทรกซึมเข้าเมืองฮาชิบะ

 

แต่เมื่อข้ามประตูตรวจตั๋วที่ทิ้งร้าง สมาชิกทุกคนตระหนักว่าสถานการณ์นั้นแตกต่างไปจากปกติมาก --- จำนวนศัตรูมีน้อยเกินไป

ความไม่สบายใจนี้กระจายหายไปเมื่อพวกเขาก้าวออกจากสถานีรถไฟ รินะยืนอยู่ด้านหน้าของกลุ่มและพูดด้วยเสียงแห้งผาก

 

“นี่มัน…อะไรน่ะ…?”

 

พวกพ้องที่อยู่ด้านหลังเริ่มส่งเสียงแตกตื่น ภาพที่ไม่ปกติของเมืองฮาชิบะเผยออกมาต่อหน้าต่อตาพวกเขา

ที่ตั้งอยู่ในเมืองเป็นต้นคริสต์มาสที่สามารถพบได้ทุกที่ในฤดูกาลนี้ ร้านค้าทุกร้านด้านหน้าพวกเขาตกแต่งอย่างโอ่อ่า เหนือศีรษะของพวกเขามีไฟเล็กๆ แขวนอยู่ซึ่งในช่วงเวลาหนึ่งจะส่องแสงสีแดง-ขาวพร้อมๆ กัน ห่างออกไปเล็กน้อยที่ด้านหน้าร้านขนมสไตล์ตะวันตกเป็นเค้กคริสต์มาสที่ใหญ่ถึงสองชั้น

เมื่อดูที่สถานที่จะคิดว่านี่เป็นภาพในเมืองธรรมดาที่สามารถมองเห็นได้ทุกหนแห่ง

สิ่งที่ทำให้รินะหวาดกลัวคือร่างของคนเดินเท้าบนถนน

 

ทุกคนเงียบและเดินไปเหสมือนถูกตั้งโปรแกรม กลุ่มคนวัยทำงานสวมสูท นักเรียนสวมเครื่องแบบนักเรียน ครอบครัวหรือคู่รักเดินผ่านสถานที่ต่างๆ ไปมา แต่ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่กำลังพูดอยู่ ทุกคนต่างมองไปข้างหน้าด้วยดวงตาว่างเปล่า เคลื่อนที่ไปตามท้องถนนอย่างช้าๆ

เพลงคริสมาสต์มีชีวิตชีวาที่ปกคลุมถนนพร้อมกับผู้คนที่กำลังเดินเหมือนซอมบี้นั้นผสมผสานกันไม่ลงตัวแม้แต่น้อย มันน่ากลัวเหมือนกล่องดนตรีที่สร้างขึ้นโดยใช้ตัวมนุษย์เป็นๆ

ผู้คนในสายตาของพวกเขาคือผู้ร่วงหล่นอย่างแน่นอน “........”

ทุกคนที่สวมหน้ากากสีขาวรวมถึงรินะต่างก็แข็งค้างอยู่ตรงจุดนั้น

 

รินะอดทนต่อไม่ได้จึงพุ่งออกจากสถานีรถไฟและคว้าไหล่ชายหนุ่มในชุดสูทคนหนึ่ง

 

“คุณ…เป็นใคร?”

 

แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ชายหนุ่มก็ไม่ได้ตอบรับใดๆ “ฉันถามว่าคุณเป็นใคร”

แม้แต่เพิ่มระดับเสียงของเธอก็ไร้ประโยชน์ อีกฝ่ายแค่จ้องรินะอย่างว่างเปล่าเท่านั้น “แค่พูดชื่อตัวเองก็ทำไม่ได้เลยเหรอ?”

เธอบังคับให้อีกฝ่ายหันมาหาเธอ

 

รินะผลักชายหนุ่มออกไปอย่างไม่หยี่ระ ชายหนุ่มไม่ได้แสดงสีหน้าไม่มีความสุขอะไร เพียงลุกขึ้นอย่างช้าๆ และเดินไปในทิศทางหนึ่งอีกครั้ง

 

รินะกัดฟันและมองตรงไปที่จุดๆ หนึ่ง ด้านหน้าของเธอเป็นคนคู่หนึ่งที่ดูเหมือนแม่และลูกสาว หนึ่งในนั้นคือหญิงวัยกลางคนตัวอ้วนมากที่เธอไม่เคยพบเจอ อีกคนคือเด็กผู้หญิงซึ่งกลายเป็นผู้ร่วงหล่นที่สวนสาธารณะริมทะเลเพราะ[คัคโค]

 

“ธะ….เธอน่ะ……!”

 

รินะร้องเรียกเด็กหญิง แต่เธอเพียงเหลือบมองกลับมาเท่านั้น เด็กคนนั้นกุมมือของคนที่น่าจะเป็น "แม่" ของเธอและก้าวไปข้างหน้า

 

รินะยืนอยู่ตรงนั้นพูดอะไรไม่ออก “ระ…เรา…จะกลายเป็นแบบนั้นเหมือนกันเหรอ…?”

ผู้คนด้านหลังพูดเช่นนั้น แม้ว่ารินะจะไม่มองกลับไปเธอก็เข้าใจได้อย่างชัดเจนถึงความกลัวของพรรคพวกของเธอ

รินะจ้องอย่างโกรธแค้นไปในทิศทางที่เด็กผู้หญิงคนนั้นจากไปและพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ "อย่ามาล้อเล่นนะ……. ใครจะอยากเป็นแบบนั้นกัน………!”

“ตะ...แต่...”

 

ฟังเสียงอ่อนแอของพวกพ้องของเธอ รินะอดที่จะตะโกนใส่พวกเขาไม่ได้

 

“นายคิดว่าทำไมเราถึงมาที่นี่? ไม่ใช่เพื่อพยายามให้ดีที่สุดเพื่อลดจำนวนคนที่กลายเป็นแบบนั้นหรอกเหรอ? ตราบใดที่ SEPB ยังคงอยู่จำนวนมูชิทสึกิที่กลายเป็นผู้ร่วงหล่นจะไม่ลดลง! เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อแพ้ เรามาที่นี่เพื่อชนะ!”

 

คนของ[มูชิบาเนะ]ต่างก็เงียบไปเพราะบรรยากาศที่เหนือล้ำของรินะ

 

“พวกพ้องของเราในอดีตต้องอยู่ที่ไหนสักแห่งในเมืองนี้แน่ อย่าบอกฉันนะว่าพวกนายลืมพวกเขาไปแล้ว? ลืมความเสียใจที่ไม่สามารถช่วยพวกเขาได้น่ะ? ฉันจะไม่มีวันลืมเด็ดขาด ที่ฉันสามารถมีชีวิตอยู่ได้จนถึงตอนนี้ก็เพราะความฝันของทุกคนที่เสียสละไป!”

 

รินะลดระดับเสียงของเธอและพูดต่อ

 

“ฉันสัญญากับทุกคนที่กลายเป็นผู้ร่วงหล่นว่าสักวันฉันจะช่วยพวกเขาและค้นหาสถานที่ที่พวกเขาสามารถอยู่ได้ ฉันมาที่เมืองนี้เพื่อเติมเต็มความฝันอันนี้ ฉันเชื่อว่าทุกคนเองมีความตั้งใจเดียวกันใช่ไหม? เราทุกคนมีความฝันที่เราไม่สามารถละทิ้งได้! สิ่งนั้นไม่ใช่อะไรที่จะแค่ยอมแพ้ในที่พรรค์นี้! ตั้งแต่แรกแล้วเพราะเรามีความฝันที่เราสูญเสียไปไม่ได้เราถึงมาถึงที่นี่ได้ใช่ไหมล่ะ?”

หลังจากฟังคำพูดของรินะ กลุ่มคนสวมหน้ากากสีขาวก็เงยหน้าขึ้น พวกเขามองหน้ากันและกันแล้วเดินขึ้นไปด้านหน้ารินะด้วยสีหน้าโล่งใจ

 

“...คุณพูดถูก ถ้าเราหนีไปจากที่นี่การต่อสู้ทั้งหมดที่เราสู้มาในอดีตจะสูญเปล่า "

“ใช่แล้ว ทุกอย่างก็เพื่อวันนี้ ต่อให้เรากลายเป็นผู้ร่วงหล่นเราก็ยังมี[ฟุยุโฮตารุ]อยู่ ตราบใดที่เรามีเธอที่ตื่นขึ้นจากสภาพผู้ร่วงหล่นเราก็ยังคงมีความหวัง”

“ใช่ งานของพวกเราคือช่วยพวกพ้องทั้งหมดของเราที่นี่และพยายามให้ดีที่สุดเพื่อลดจำนวนคนของ SEPB ลง [ฟุยุโฮตารุ]จะสามารถคิดวิธีแก้ปัญหาได้แน่นอน…….”

เมื่อได้ยินพวกพ้องของเธอยกอีกชื่อของชีกะมาพูดหลายครั้ง ความรู้สึกไม่สบายใจเริ่มทะลุผ่านหัวใจของเธอ

ตอนที่ชีกะอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างให้รินะฟัง เธอเดาเหตุผลเบื้องหลังการตื่นขึ้นมาของชีกะได้ในระดับหนึ่ง หากการคาดเดาของเธอถูก บริเวณใกล้ๆ สถานที่แห่งนี้อาจไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้ชีกะตื่นขึ้นจากสภาพผู้ร่วงหล่น

 

ทันใดนั้นเสียงปรบมือเบาๆ ก็เข้ามาในหูของรินะขณะที่เธอกำลังคิด

 

สติของคนสวมหน้ากากสีขาวทั้งหมดกลับมาและมองไปในทิศทางของเสียงดังขึ้น พวกเขาสังเกตเห็นว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่กลางถนนที่ไม่มีชีวิตชีวา

เมื่อรินะเห็นร่างผู้ชายในชุดสูทที่มีหน้าซีดของคนป่วยและแว่นสายตาไร้กรอบ สายตาของเธอก็แหลมคมขึ้นทันที

“ฮาจิ……เคย์โกะ!”

 

ฮาจิดูเหมือนจะได้ยินเสียงพึมพำของรินะ เขาหยุดปรบมือแล้วดันแว่นของเขาขึ้นโดยใช้นิ้วชี้และส่งยิ้มบางๆ

“[มูชิบาเนะ] ยินดีต้อนรับสู่สถานโดดเดี่ยวขนาดเท่าเมือง พื้นที่“East-33” โค้ดเนม [GARDEN] --- อา ฉันแปลกใจจริงๆ! ฉันคิดว่าพวกคุณทุกคนจะหมดความตั้งใจสู้หลังจากที่ได้เห็นภาพในเมืองนี้ซะอีก…แต่ดูเหมือนว่าฉันจะประเมินความสามารถในการเป็นผู้นำของ[เลดี้เบิร์ด]ต่ำเกินไป ถึงจะเป็นศัตรูแต่ฉันต้องขอบอกว่าเธอเป็นคนที่มีความสามารถจริงๆ”

 

“……นายวางแผนอะไรอยู่? ออกมาพวกเราที่นี่คนเดียว นายอยากตายนักรึไง?” เมื่อได้ยินคำพูดของรินะ ฮาจิยิ้มเล็กน้อย

“ถึงฉันจะถูกดึงดูดด้วยความคิดที่จะตายคำตอบที่ฉันจะให้เธอก็คือ “No” จู่ๆ ฉันก็จำได้ว่าก่อนนี้ฉันไม่ได้คุยกับเธออย่างที่ถูกที่ควรเลย ฉันถึงมาที่นี่เพื่อทำแบบนั้น”

ชายหนุ่มยกมือขึ้น หยุดรินะที่กำลังตะโกนว่า “อย่ามาล้อเล่น!” “ผู้ร่วงหล่น พอแล้ว หายไปซะ!”

เมื่อเสียงของชายหนุ่มดังออกมา ผู้คนทั้งหมดในบริเวณโดยรอบก็หันกลับมาทันที และในไม่ช้าคนทั้งหมดก็รีบร้อนตรงไปยังสถานที่บางแห่ง

 

“กะ…เกิดอะไรขึ้นน่ะ…? พวกเขาเป็นอะไรไป……?”

 

“ตอนนี้เธอควรรู้แล้วสินะ มีเพียงคำสั่งเท่านั้นที่สามารถทำให้พวกเขาทำตามได้ พวกคนที่สูญเสียความฝันไปไม่สามารถทำอะไรตามความต้องการของตนเองได้ เธอลองบอกพวกเขาว่า “ไปตายซะ” ได้นะ ฉันรับรองได้เลยว่าจะมีศพอยู่ต่อหน้าเธอทันทีเลย”

เมื่อได้ยินคำพูดของฮาจิซึ่งพูดด้วยท่าทีที่ไม่แยแสเช่นนั้น สีหน้าของเหล่าคนสวมหน้ากากสีขาวก็เปลี่ยนไป

ไม่ถึงหนึ่งนาทีผู้ร่วงหล่นทั้งหมดก็หายไปจากด้านหน้าสถานีรถไฟ ทิ้งไว้เพียง[มูชิบาเนะ]และฮาจิไว้ข้างหลัง

“เทียบกับสถานโดดเดี่ยวอื่นๆ ที่นี่เรียกได้ว่าแตกต่างกันมาก คนที่อาศัยอยู่ที่แห่งนี้ ไม่รวมผู้ร่วงหล่นจำนวนมาก คือ “ผู้สนับสนุน” ของสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษที่ทำงานวิจัยของพวกเขารวมทั้งปกปิดความจริงจากโลกภายนอก ความจริงแล้วสถานที่ทดลองที่กำลังหาวิธีเปลี่ยนมูชิทสึกิให้กลับไปเป็นคนธรรมดานั้นมีอยู่จริง แต่มันก็ยังไม่มีผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนจากพวกมัน"

 

ปากของฮาจิขยับมาเป็นรอยยิ้มจางๆ

 

“บอกตามจริงแล้ว จุดมุ่งหมายหลักเบื้องหลังสถานที่แห่งนี้คือการจับตาดูผู้คนที่สูญเสียความฝันไป นั่นหมายถึงการศึกษานิสัยในการใช้ชีวิตของผู้ร่วงหล่น จากอีกมุมพวกเธอจะไม่ได้ดูส่วนที่เข้มข้นของการวิจัย ซึ่งฉันถือว่านั่นโชคดี...ล่ะมั้งนะ? อา…ใช่แล้ว เกี่ยวกับข้อมูลที่ว่าเบื้องหลัง[ฟุยุโฮตารุ]ที่ตื่นขึ้นมาจากสภาพผู้ร่วงหล่นเป็นเพราะผลจากการวิจัยน่ะเป็นของปลอม….ทั้งหมดก็เพื่อล่อให้พวกเธอเปิดเผยตัวเอง [เลดี้เบิร์ด]ผู้งดงามเอ๋ย ฉันเชื่อว่าตอนนี้เธอคงรู้ตัวแล้วใช่ไหม?”

รินะจ้องฮาจิผู้ซึ่งกำลังเล่นสนุกกับเธอ และความรู้สึกแรกที่ก่อขึ้นภายในตัวเธอนั้นไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความสงสัย

ผู้ร่วงหล่นที่สูญเสียความฝันและลืมทุกสิ่ง [มูชิ]ซึ่งเป็นสาเหตุหลักเบื้องหลังมูชิทสึกิที่กลายเป็นผู้ร่วงหล่น และมูชิทสึกิที่ถูกดึงดูดโดย[มูชิ]เช่นนั้น รินะสงสัยทั้งหมดนี้ แต่ในอดีตปัญหาเหล่านี้มักจะอยู่ด้านหลังของความคิดของเธอเสมอ

“เฮ้ นายพูดว่า…นายอยากคุยดีๆ กับฉันใช่ไหม? ถ้างั้นตอบฉันสักอย่างหน่อยเป็นไง”

รินะจ้องฮาจิและประดังความสงสัยทั้งหมดที่มีอยู่ในใจของเธอออกมา

 

“เราคืออะไรกันแน่? [มูชิ]ที่กลืนกินความฝันของพวกเราคืออะไร? ทำไมถึงมีเราอยู่….?”

 

ในอดีต --- ตั้งแต่วันที่รินะกลายเป็นมูชิทสึกิจนถึงตอนนี้ เธอถามตัวเองกี่ครั้งแล้วนะ? หวาดกลัววันที่[มูชิ]จะกลืนกินความฝันทั้งหมดของเธอ หวาดกลัวการจ้องมองของคนปกติ... ใช้ชีวิตอยู่ทุกวันด้วยความกลัวและทุกข์ทรมานไม่รู้จบกับคำถามเหล่านี้

 

“คำถามพวกนี้มันไร้สาระนะ อิงจากสิ่งที่ฉันรู้มันเป็นข่าวลือที่แพร่กระจายไปทั่วโดยไม่มีหลักฐานสนับสนุนเลย เธอยังอยากที่จะรู้ทั้งๆ อย่างนั้นเหรอ?”

คำตอบของฮาจินั้นเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด แต่รินะก็พยักหน้าอย่างเงียบๆ

 

“เมืองนี้คือคำตอบสำหรับพวกมัน คนที่สูญเสียความฝันไปจะไม่มีความต้องการและสามารถยอมรับทุกได้สิ่ง ตราบใดที่จำนวนมูชิทสึกิยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก็จะมีคนสูญเสียความฝันมากขึ้นเรื่อยๆ เชื่อรึเปล่า…..บางอย่างจะเกิดขึ้นถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป? คำตอบคือ[GARDEN]ที่พวกเธอกำลังดูอยู่ตอนนี้ พวกโง่เขลาสามคนที่เรียกตัวเองว่าราชากำลังวางแผนที่จะให้สวนนี่เติมเต็มโลกทั้งอย่างนั้นแหละ”

 

--- หัวใจของเต้นถี่รัวไปชั่วขณะ

 

พวกพ้องของเธอที่อยู่ข้างๆ ไม่เข้าใจความหมายของคำพูดของฮาจิ จ้องมองกันและกันอย่างว่างเปล่า

ภาพที่ปรากฏต่อหน้ารินะนั้นช่างคลุมเครือราวกับว่าเธอโดนอะไรบางอย่างกระแทก ทำให้เธอรู้สึกเวียนหัว “ --- ถ้างั้น…”

[มูชิ] ผู้ที่ให้กำเนิดพวกเธอคือใคร –

 

ฮาจิหยุดรินะไว้ก่อนที่เธอจะสามารถคิดคำถามให้เสร็จและพูดว่า

 

“แต่สิ่งพวกนี้ไม่สำคัญเลยสักนิด อย่างน้อยก็สำหรับ --- ---“ --- ผู้ชายที่ชื่อ[คัคโค]น่ะนะ เขาไม่สนมันเลยสักนิดเดียว”

“เอ๊ะ?”

 

ฮาจิเปลี่ยนสีหน้าของเขาต่อหน้ารินะ สายตาของเขาที่อยู่เบื้องหลังแว่นไร้กรอบกลายเป็นอ่อนโยนอย่างมากอย่างฉับพลัน

“นาย…หมายถึงอะไร?”

 

“เธอควรถามเขาเพื่อหาคำตอบด้วยตัวเอง ฉันบอกได้แค่นี้เท่านั้น อย่ามองฉันอย่างนั้นสิ ฉันยังเป็นคนที่ทำงานให้รัฐบาลและต้องงดเว้นจากการกระทำที่อาจส่งผลเสียต่อสถานะของตัวเองนะ”

รินะสังเกตเห็นว่าสีหน้าของฮาจิกลับมาเป็นปกติแล้ว

 

ผู้ชายคนนี้….กวนประสาทฉันอยู่งั้นเหรอ?

 

รินะกัดฟันและเรียกหา[มูชิ]ของเธอในใจ

 

เต่าทองปรากฏออกจากผมของรินะและตัวโตขึ้นในทันที “ก่อนจัดการกับ[คัคโค] ฉันจะจัดการนายก่อนนี่ล่ะ!”

คนของ[มูชิบาเนะ]ทุกคนทำตามอย่างพร้อมเพรียงและเรียก[มูชิ]ของตัวเอง

 

ฮาจิหัวเราะ

 

“อะฮ่า เจ้าหญิงของ[มูชิบาเนะ]ยังสมเป็นฮีโร่อยู่เลย เพราะอย่างนี้ไงถึงหลอกเธอมาหากับดักของเราได้ง่ายๆ”

 

พริบตาเจ้าหน้าที่สวมก็อกเกิลหลายคนก็ปรากฏตัวขึ้นจากมุมต่างๆ ของเมือง ด้านหลังป้ายโฆษณา มุมของอาคารสูงและด่านฟ้า เหนือหลังคาป้ายรถเมล์ วิสัยทัศน์ของรินะเต็มไปด้วยเงาร่างที่สวมก็อกเกิลจำนวนมากอย่างรวดเร็ว

 

“หืมม…อย่างที่คิดเลย ฉันจะจัดการกับพวกนายทุกคนพร้อมๆ กันนี่แหละ!” รินะยิ้มอย่างอาจหาญ

แต่ ---

 

“ห้องเรียนศิลปะของโรงเรียนมัธยมโอกะภาคตะวันออกสินะ? บอกตามตรงแล้วมันเป็นสถานที่นัดพบที่คาดไม่ถึงเลยจริงๆ”

คำพูดของฮาจิสั่นคลอนคนของ[มูชิบาเนะ]

 

“เพราะ[ฟุยุโฮตารุ]ไม่ได้อยู่ในหมู่พวกเธอ เดาว่านั่นหมายความว่าเธออยู่ที่นั่นงั้นสิ?” รินะที่ตื่นตะลึงพูดด้วยเสียงเบาๆ

“….ทำไม….”

 

ฮาจิหรี่ตาของเขาอย่างปีติยินดี

 

“รู้จักสิ่งที่เรียกว่าสายลับสองหน้าใช่ไหม? [มินมิน]นี่หัวใสจริงๆ! ความจริงหล่อนตั้งใจจะทรยศเราแต่หลังจากพูดคุยแสนหวานกับฉันนิดหน่อย....หล่อนก็ให้เรารู้สถานที่นัดพบของเธอเลย ไม่ใช่แค่นั้น จากข้อมูลที่ได้รับจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสวนสนุกเมื่อวานนี้ ฉันรู้ว่าเธอได้พบกับ[ฟุยุโฮตารุ]แล้วแน่นอน”

 

การเต้นของหัวใจของรินะเร็วขึ้นเรื่อยๆ ในตอนนี้…ชีกะอยู่คนเดียวในห้องเรียนศิลปะ ---

 

“เป้าหมายเดิมของฉันคือการค้นหาวิธีการตื่นจากสภาพผู้ร่วงหล่นของ[ฟุยุโฮตารุ]โดยไม่สนว่าจะใช้วิธีไหน ถ้าฉันใช้วิธีปกติในการจับเธอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อนจะซ้ำรอย เพราะอย่างนั้นฉันถึงรอให้เธอเปิดเผยช่องโหว่...ช่วงเวลาที่หัวใจเธออ่อนแอที่สุด ถึงตอนนั้นเธอวิ่งเข้าไปในเงื้อมมือของฉันแล้ว เหมือนแมลงเม่าบินหาเปลวไฟ ไม่จำเป็นต้องให้ฉันวางแผนอะไรโอกาสก็มาอยู่ในมือของฉันเอง”

 

หยุดเสียงหัวเราะของตัวเอง โดยไม่รู้ว่าได้อย่างไรปืนปรากฏขึ้นในมือของฮาจิที่กำลังยิ้ม

 

ชีกะ……!

 

ขณะนั้นคนสวมก็อกเกิลคนหนึ่งก็พุ่งไปหารินะที่ตกตะลึง การต่อสู้ในสวนที่ความฝันสูญหายเปิดม่านขึ้น

 

“สถานการณ์เป็นแบบนี้…ฉันก็แค่ต้องกำจัดพวกนายให้หมดก็พอ! ทุกคน บุก!!” กลุ่มคนสวมหน้ากากสีขาวแยกย้ายกันไปหลังจากได้ยินคำสั่งของรินะ

ระหว่างที่กลุ่มคนสวมก๊อกเกิลเคลื่อนที่ไปยังเป้าหมายที่พวกเขาได้รับ หน่วยรบสามคนปรากฏขึ้นตรงหน้ารินะ

“คิดว่าสามคนก็พอที่จะหยุดฉันงั้นเหรอ?” รินะหัวเราะ

ทันใดนั้น เธอก็รู้สึกว่าเป็นลางร้ายอยู่รอบข้าง

 

พวกผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้อย่างที่รินะมีคงไม่อาจตรวจจับได้ ภาพสะท้อนในรูม่านตาของรินะคือภาพของฮาจิซึ่งกำลังหัวเราะ

เมื่อมองไปที่เหนือหัวไหล่ของชายหนุ่มที่กำลังใช้ปืน เธอสังเกตเห็นจุดดำบนท้องฟ้า

“นั่นคือแผนสินะ…ถ้าอย่างนั้นล่ะก็…”

 

รินะเข้าใจเจตนาที่แท้จริงเบื้องหลังความตั้งใจของศัตรู สายตาของเธอเปลี่ยนไป ทันใดนั้นคนสวมก็อกเกิลก็ทิ้งระยะห่างจาก[มูชิบาเนะ]

เพื่อปกป้องพวกพ้องของเธอที่พ่ายแพ้ รินะย้าย[มูชิ]ของเธอไปที่ด้านหน้า

 

ในวินาทีต่อมาวัตถุที่กำลังบินด้วยความเร็วบ้าคลั่งก็บินไปเหนือหัวของ[มูชิบาเนะ] เฮลิคอปเตอร์รบสองลำพร้อมเสียงดังอื้ออึงปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า

รินะเงยหน้าขึ้นมองเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังใกล้เข้ามาพร้อมกับปืนของพวกเขาที่เตรียมพร้อม ตะโกนว่า “ดูฉันเปลี่ยนของเล่นพวกนี้ให้เป็นเศษเหล็กซะสิ! [นานะโฮชิ]!”

เต่าทองยักษ์กางปีกของมันออก

 

คลื่นกระแทกเต็มพลังปัดป้องกระสุนทั้งหมดที่ถูกยิงมายังเป้าหมายที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง[เลดี้เบิร์ด] เฮลิคอปเตอร์รบที่บินผ่าน[เลดี้เบิร์ด]หลุดการควบคุมและชนกับพื้นเข้ากับพื้นดินด้านหลังของเธอ ปล่อยควันสีดำออกมา

รินะที่สังเวยความฝันของเธออย่างไม่จำกัดไร้ความเกรงกลัว เธอรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่มากกว่าหลั่งไหลออกมาจากภายในตัวเธอด้วยซ้ำ

รินะหันกลับมา เผชิญหน้ากับศัตรูที่อยู่ตรงหน้าเธออีกครั้งหนึ่ง “ฮาจิ เคย์โกะ! ฉันจะจัดการนายก่อน!”

ไม่สนใจคนสวมก็อกเกิลอื่นๆ รินะเล็งที่ฮาจิและปล่อยพลังทั้งหมดของ[มูชิ]ของเธอ

 

ชายคนนั้นดูเหมือนจะไม่ได้รู้ตัวถึงอำนาจที่ล้นหลามจากรินะ แต่ก็ถอนรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาออก เขารีบทำการหลบอย่างรวดเร็วแต่ไม่สามารถหลบหนีได้ทันเวลา

การระเบิดด้วยพลังของของอาวุธระยะไกลทำลายทุกสิ่งอย่างในลานหน้าสถานี “ฮ่าห์..ฮ่าห์....”

นี่เป็นการโจมตีอย่างเต็มกำลังของรินะ ฮาจิไม่ใช่มูชิทสึกิแต่เป็นแค่มนุษย์ธรรมดา ต่อให้เขาโชคดีเขาก็ไม่มีทางหนีจากการโจมตีเช่นนั้นได้

 

--- นอกเสียจาก….

 

“….คริสต์มาสอย่างนี้หายากนะ แล้วนายยังสวมเสื้อโค้ทยาวๆ แบบนั้นอยู่อีก? เปลี่ยนวิธีแต่งตัวสักหน่อยเป็นไง?”

เสียงที่ไร้ความกังวลดังขึ้นจากด้านข้าง ไม่ว่าจะเป็นมิตรของศัตรู ทุกคนมองกลับไปอย่างตะลึงงัน

“นายยังกล้าพูดเรื่องนี้กับฉันอีกเหรอ? ไม่ใช่ว่าอุปกรณ์ทั้งหมดจนถึงปืนนี่นายเป็นคนเตรียมรึไงเล่า!?” รินะมองที่ร่างของคนๆ นี้และระเบิดความโกรธออกมา

“[คัคโค]!”

 

เด็กหนุ่มที่สวมเสื้อคลุมสีดำสนิทเหมือนที่เธอคุ้นชินยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับฮาจิ ร่างทั้งหมดของเขาหลอมรวมเข้ากับแมลงคัคโคสีเขียวแล้ว แม้แต่ผมของเขาก็เปลี่ยนสีเล็กน้อย รอยคล้ายแผลเป็นสีเขียวจำนวนมากปกคลุมพื้นโล่งที่ใกล้กับปากและคอของเขา

 

“ก่อนอื่นฉันต้องขอขอบคุณนายก่อน สถานการณ์ก่อนหน้านี้ค่อนข้างอันตรายเลยล่ะ”

“ฉันถึงบอกนายไม่ให้ยืนอยู่แนวหน้าไงเล่า แมลงสาบที่ฆ่าไม่ตายมายืนอยู่แถวหน้าน่ะมันเกะกะลูกตาโว้ย!”

[คัคโค]ปล่อยฮาจิหลังจากก่นด่าเขา

 

“การแสดงหลักไม่สามารถรับชมได้ด้วยเวอร์ชั่นวิดีโอบันทึกและต้องดูด้วยตัวเอง! นายไม่เห็นด้วยเหรอ?”

ฮาจิยิ้มขณะที่เขาดันแว่นตาของเขาขึ้น ข้างหลังเขามีคนสวมก็อกเกิลมากมายยืนอยู่

 

เมื่อเทียบกับกลุ่ม[มูชิบาเนะ]ซึ่งมีเพียงสิบคนรวมทั้งรินะ ตัวเลขของ SEPB นั้นเหนือกว่า แต่การที่รู้ว่ามูชิทสึกิที่ถูกกดดันถึงขีดสุดจะมีพลังที่ไม่อาจจินตนาการได้ ทั้งสองฝ่ายต่างก็รู้ชัดเจนว่าด้วยสมดุลอำนาจในปัจจุบันมันยากที่จะบอกได้ว่าใครจะชนะ

 

“มาได้เวลาเลยนี่ “ฉัน” ในตอนนี้ต่อให้เป็นนายก็โค่นได้ และขอแค่ฉันกำจัดนายได้ SEPB ก็จบสิ้น….!

รินะรู้ชัดเจนมากว่าในบรรดาคนในสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษ ไม่มีใครสามารถแทนที่มูชิทสึกิที่แข็งแกร่งที่สุดอย่าง[คัคโค]ได้ ตราบใดที่เธอโค่นล้มเด็กหนุ่มข้างหน้าเธอได้ เธอก็สามารถกำจัดองค์กรที่อ่อนแอลงได้ในคราวเดียวอย่างง่ายดาย เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น [มูชิบาเนะ]จะได้รับชัยชนะ และนั่นจะเป็นเวลาที่มูชิทสึกิมากมายจะสามารถหาสถานที่ที่เป็นของพวกเขาได้ ---

 

[คัคโค]เดาะลิ้นของเขาด้วยความหงุดหงิด “แม้แต่ตอนนี้เธอยังพูดเรื่องพรรค์นั้นอีก….”

รินะรู้สึกรังเกียจกับท่าทีที่ไม่แยแสของเด็กหนุ่ม ทันทีที่เธออยากตะโกนกลับ เธอก็ถูกหยุดด้วยเสียงพูดของฮาจิ

“[คัคโค] ไม่จำเป็นต้องเห็นใจ เราเจอที่ซ่อนของพวกเขาแล้ว ไม่ใช่แค่นั้น แต่ยังมีรางวัลพิเศษที่เรียกว่า[ฟุยุโฮตารุ]ด้วย”

“นายเพิ่งพูดว่า….เห็นใจงั้นเหรอ?”

 

เดิมทีรินะตั้งใจจะโจมตีด้วยความโกรธ แต่หยุดการเคลื่อนไหวชั่วขณะเพราะสีหน้าของ[คัคโค]ที่เปลี่ยนไป

"….นายพูดว่าอะไรนะ?"

 

แม้ว่าจะไม่สามารถมองเห็นสีหน้าของเด็กหนุ่มได้เนื่องจากแว่นก็อกเกิล แต่ดูจะเขาตกใจกับเรื่องนี้พอๆ กัน

 

"นาย…หมายความว่ายังไง?"

 

“ถึงฉันจะรู้สึกรำคาญนายที่รับผิดชอบในการตรวจสอบนิดหน่อย แต่สายลับสองหน้า [มินมิน]พบที่ซ่อนของพวกเขาแล้ว ด้วยวีธีการง่ายๆ ที่ทำให้แปลกใจอีกต่างหาก ตอนนี้[คาบูโตะ]คงจะกำลังไปที่นั่นกับอีกคน”

 

“………”

 

“แต่…นายก็น่าจะรู้ที่ซ่อนของ[มูชิบาเนะ]อยู่แล้วจริงไหม?”

 

ฮาจิกล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน เขาเปลี่ยนน้ำเสียง ดวงตาหรี่เรียวด้านหลังแว่นจับภาพของเด็กหนุ่มทันที

“พวกนายพูดงี่เง่าอะไรอยู่ตรงนั้น? อย่าบอกนะว่านายลืมศัตรูตรงหน้าไปแล้ว?”

รินะตะโกนและสั่งให้เต่าทองของเธอปล่อยพายุทอร์นาโดรูปพัดไปหา[คัคโค]

 

[คัคโค]และฮาจิพร้อมด้วยกลุ่มคนสวมก๊อกเกิลคนอื่นทั้งหมดหลบการโจมตีพร้อมๆ กัน คนของ[มูชิบาเนะ]ชิงเอาโอกาสนี้โจมตีคนของ SEPB

“[คัคโค] หยุดแสร้งทำเป็นไม่สนใจ[ฟุยุโฮตารุ]ซะ!” ฮาจิพูดใส่[คัคโค]ที่กระโดดลงที่กระเบื้องซีเมนต์ซึ่งไกลออกไป

 “นายกับ[ฟุยุโฮตารุ]ไม่มีทางหนีอีกแล้ว! สักวันความฝันของนายก็จะถูก[มูชิ]กลืนกิน แต่ตราบใดที่เราได้ตัว[ฟุยุโฮตารุ]ก็อาจมีวิธีช่วย! นาย…พวกเราหันหลังกลับไม่ได้อีกแล้ว นอกเหนือจากการจับ[ฟุยุโฮตารุ]เหมือนเมื่อสี่ปีก่อนและรับสถานที่ที่เป็นของเรามา เรายังมีทางเลือกอื่นอีกรึไง? เธอยกโทษให้นายที่ชิงเอาความฝันล้ำค่าของเธอไปไม่ได้แน่นอน! ตั้งแต่แรกแล้วก็มีแค่พวกนายกันเองเท่านั้นที่สามารถทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บได้!”

 

[คัคโค]หยุดเคลื่อนไหวในทันที

 

“หยุดทำตัวเหมือนคนโง่สักที! จัดการ[เลดี้เบิร์ด]แล้วไปจับ[ฟุยุโฮตารุ]ซะ! [คัคโค]!!!”

 

รินะนึกถึงเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อนที่ชีกะได้เล่าให้เธอฟัง เมื่อรินะพบว่าคนที่เปลี่ยนชีกะให้กลายเป็นผู้ร่วงหล่นนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก[คัคโค] เธอรู้สึกว่าความโกรธของตัวเองเพิ่มพูนขึ้น

แต่ชีกะไม่ได้มีความเกลียดชังต่อ[คัคโค]ซึ่งเป็นศัตรูของเธอเลย เธอไม่ได้สาปแช่งใครอื่น เพียงแค่พูดเกี่ยวกับสิ่งที่ประสบมา

และถึงขั้นที่เธอยังยิ้มอยู่ด้วยซ้ำ ซึ่งทำให้รินะรู้สึกว่าไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

 

“ที่นี่เป็นที่เดียวเท่านั้นที่เป็นของนาย ฉัน --- ไม่สิ ประเทศต้องการนาย ความฝันที่นายโหยหามีอยู่แค่ที่นี่เท่านั้น!”

 

ฮาจิตะโกนใส่[คัคโค]ต่อไปในขณะที่เขาเผชิญหน้ากับคนของ[มูชิบาเนะ]คนหนึ่ง “ยังมีเวลาจะมองไปทางอื่นอีกเหรอ!? [คัคโค]!”

รินะส่งคลื่นกระแทกใส่เด็กหนุ่มที่ยืนนิ่ง [คัคโค]ยกมือที่กำลังกุมปืนขึ้นอย่างรวดเร็ว

ด้วยเสียงปืนใหญ่ยิงที่ดังอย่างไม่น่าเชื่อเจาะทะลวงคลื่นกระแทก แรงทั้งสองที่มีพลังทำลายล้างสูงอย่างเท่าเทียมกันปะทะและลบล้างกันและกัน

“เลดี้……คุณมัวทำอะไรอยู่ที่นี่? คุณควรไปช่วยคนๆ นั้น…ช่วย[ฟุยุโฮตารุ]ไม่ใช่เหรอ!?” คำพูดของชายหนุ่มทำให้รินะตะลึง และเธอได้ยินเสียงฮาจิเดาะลิ้นในระยะไกล

ชีกะ---

ความกังวลและความไม่สบายใจคืบคลานในหน้าอกของเธอ ทำให้รินะกัดริมฝีปากและจ้องมองอย่างเกลียดชังต่อศัตรูตรงหน้า

 

“ฉันต้อง…โค่นนายลงก่อน! ขอแค่ฉันจัดการนาย ขอแค่นายไม่มีตัวตนอยู่เราก็จะสามารถเติมเต็มความฝันของพวกเราได้!”

ใช่แล้ว พวกพ้องมากมายกลายเป็นผู้ร่วงหล่นเพราะเด็กหนุ่มตรงหน้า SEPB เป็นองค์กรที่สร้างขึ้นจากการเหยียบย่ำความฝันของผู้คนจำนวนมาก การเอาชนะองค์กรที่ผิดศีลธรรมนี้คือชะตากรรมและความฝันของรินะ เธอไม่สามารถผิดคำพูดไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว

 

“……เธอนี่มันโง่จริงๆ”

 

รินะเบิกตาของเธอกว้าง เต่าทองที่ตอบสนองต่ออารมณ์รุนแรงของเด็กสาวกางปีกของมันอย่างรุนแรง

“นี่ไม่ใช่เวลาที่นายจะมาเทศน์ฉัน!”

 

ผมของรินะปลิวไปตามลมกระโชกแรง พลังงานรุนแรงที่ไหลไปพร้อมกับคลื่นกระแทกอันทรงพลังถูกยิงเข้าหาเด็กหนุ่ม

 

เด็กหนุ่มยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อน คลื่นกระแทกปะทะเข้ากับ[คัคโค]โดยตรง

แว่นก็อกเกิลที่คลุมใบหน้าของเด็กหนุ่มถูกทำลาย ชิ้นส่วนที่แหลกเละของมันถูกพัดพาไป




NEKOPOST.NET