[นิยายแปล] Mushi Uta ตอนที่ 4.01 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] Mushi Uta

Ch.4.01 - ชีกะ พาร์ท 6


4.01

 

ชีกะ พาร์ท 6

 

 

ในห้องเรียนศิลปะที่ถูกย้อมทาด้วยแสงของพระอาทิตย์ยามเย็น ความเงียบทอดที่ตัวลงอย่างสงบสุขล้อมรอบไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่สวมหน้ากากสีขาว ชีกะก้มศีรษะของเธออย่างเงียบๆ “เธอบอกว่าเธอไม่รู้ว่าฟื้นจากสถาพนั้นได้ยังไงเรอะ?”

คำพูดของชายร่างสูงผอมเพรียวดังขึ้นในโรงเรียนที่เงียบสงบ ทุกคนที่อยู่ในห้องเรียนศิลปะตกตะลึงเพราะสิ่งนี้ ดูเหมือนคำพูดของชีกะนั้นจะน่าตกใจเกินไปสำหรับพวกเขา

นอกเหนือจากชีกะ รินะเป็นเพียงคนเดียวในกลุ่มที่ไม่ได้สวมหน้ากาก ที่มุมของห้องศิลปะรินะเอนตัวพิงกำแพงไม่เคลื่อนไหว ไม่ตั้งใจจะอธิบายสถานการณ์ให้กับพรรคพวกของเธอที่งุนงง เธอจ้องมองออกนอกหน้าต่างราวกับว่าเธอกำลังคิดบางสิ่งอย่างลึกซึ้ง

“เลดี้ นี่มันหมายความว่ายังไง? คุณไม่ได้บอกว่าพอเราพบ[ฟุยุโฮตารุ]เราจะรู้วิธีตื่นจากสภาพผู้ร่วงหล่นหรอกเหรอ?”

ผู้คนที่สวมหน้ากากสีขาวทั้งหมดจ้องมองที่รินะซึ่งยืนอยู่มุมห้อง

 

เนื่องจากเธอไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยนับตั้งแต่การพบปะเริ่มขึ้นพวกเขาจึงคิดว่าเธอไม่ได้สนใจการสนทนา แต่มันไม่ใช่เช่นนั้น รินะถอนหายใจเฮือกใหญ่และพูดว่า

 

“เราอาจจะรู้……[มินมิน]กับฉันพูดอย่างนั้นไม่ใช่รึไง? มันเป็นความผิดของนายนะที่คาดหวังไปเองแบบนั้น”

 

ชีกะได้บอกทุกอย่างที่เธอรู้กับรินะ นับตั้งแต่ตอนที่เธอกลายเป็นผู้ร่วงหล่นเพราะ[คัคโค]เมื่อสี่ปีที่แล้ว จนถึงตอนที่เธอได้พบกับไดสึเกะและจู่ๆ ก็ตื่นจากสภาพผู้ร่วงหล่นอย่างไม่รู้สาเหตุเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา และเธอก็บอกรินะเกี่ยวกับ “สถานโดดเดี่ยว” ซึ่งเธอใช้ชีวิตอยู่ในระหว่างสี่ปีที่ผ่านมาด้วย ----

 

หลังจากนั้น รินะเพียงยิ้มอย่างอบอุ่นและพูดว่า

 

---- ขอบคุณที่บอกฉันทุกอย่างนะ

 

เสียงของเธอเงียบสงบอย่างน่าประหลาดจนเพียงพอที่จะทำให้ผู้คนรู้สึกไม่สบายใจ ชีกะนั้นรู้อย่างชัดเจนว่าในขณะนั้นรินะตัดสินใจบางสิ่งแล้ว

“แต่…ทั้งๆ ที่ในที่สุดเราก็พบ[ฟุยุโฮตารุ]…”

 

“นายกำลังจะบอกว่ามันไร้ความหมายงั้นเหรอ?”

 

ชายคนนั้นพูดไม่ออกหลังจากถูกจ้องมองด้วยสายตาคมกล้าของรินะ

 

“ไม่เอาน่า พวกนายลืมไปแล้วรึไง? พวกเราไม่ใช่ทั้งผู้ก่อการร้ายหรือว่าฆาตรกร! พวกนายทุกคนลืมเป้าหมายหลักของเราไปหลังจากที่ต้องดิ้นรนกับ SEPB มานานงั้นเหรอ? เพื่อช่วยพวกเราเองและมูชิทสึกิคนอื่นๆ เราถึงเริ่มค้นหาชีกะ---- ค้นหา[ฟุยุโฮตารุ]ใช่ไหมล่ะ?! แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราพยายามช่วยเธอด้วยหรอกเหรอ? เธอทนทุกข์ทรมานมากจากการเป็นผู้ร่วงหล่นแล้ว เราจะยังกดดันเธอในตอนนี้อีกได้ยังไง?

 

หลังจากที่คนสวมหน้ากากสีขาวได้ยินคำพูดของหนักแน่นของรินะ พวกเขาหยุดบ่น

 

“ฉันดีใจจริงๆ ที่ฉันได้พบชีกะ ในที่สุดก็ได้รู้จักเธอมากขึ้นมันทำให้ฉันมีความสุขมากจริงๆ”

ชีกะเพิ่มแรงในมือที่กุมอธิษฐานอยู่ข้างหน้าหน้าอกของเธอมากขึ้น แม้ว่าเธอจะมีความสุขจากการสารภาพของรินะ เธอก็อดรู้สึกไม่สบายใจไม่ได้เมื่อมองไปที่ดวงตาของรินะ จากที่ชีกะเห็นนั้นรินะทำตัวแปลกๆ มาตั้งแต่คืนก่อน รอยยิ้มที่เธอแสดงเป็นครั้งคราวนั้นดูไม่จริงราวกับว่าเธอจะหายไปในทันที

 

“ในที่สุด……?”

 

ชีกะเงยหน้าขึ้น

         

“รินะ ‘ในที่สุด’นี่หมายถึงอะไรกันน่ะ?”

 

รินะกระตุกริมฝีปากเล็กน้อยเพื่อแสดงรอยยิ้ม มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากรอยยิ้มที่เธอแสดงมาเสมอ รอยยิ้มที่เกินไปกว่าความงามของโลกใบนี้

 

“แค่หาที่ตั้งของสถานโดดเดี่ยวได้ก็ดีมากพอแล้ว” ผู้คนสวมหน้ากากสีขาวเริ่มแตกตื่น

“เฮ้ เลดี้ หรือว่าคุณ…”

 

“ฉันจะไปเมืองฮาชิบะ”

 

ชีกะเบิกตากว้างทันที ผู้ชายสวมหน้ากากหมาป่าพูดว่า

“แต่คนของเรา [มูชิบาเนะ]ยังกระจัดกระจายกันอยู่นะครับ ไม่ต้องพูดถึงที่ว่าในตอนนี้ผู้นำเขตทุกคนของเรากำลังตกเป็นเป้าหมายของมูชิทสึกิมีระดับของ SEPB ด้วย…บัดซบ! ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกัน?!...”

“มันเป็นไปได้มากว่าเป็นผลงานของเจ้าสี่ตานั่น หลังจากรู้ว่าเราได้[ฟุยุโฮตารุ]มาเขาคงจะสั่งให้หน่วยงานอื่นของ SEPB เคลื่อนไหว แต่ยังไงมันก็ถึงเวลาแล้ว การล่าช้าออกไปจะทำให้จุดแข็งของเราในปัจจุบันอ่อนแอลงเท่านั้น”

 

“ไม่ได้นะ รินะ! ที่นั่นน่ะ….!” ชีกะเดินเข้าไปใกล้รินะ

 

ชีกะที่กำลังจ้องมองรินะนั้นเปล่งประกายเป็นพิเศษในสายตาของรินะ

 

“อันที่จริงฉันได้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานโดดเดี่ยวที่เรียกว่า[GARDEN]ที่ตั้งอยู่ในเมืองฮาชิบะไว้แล้ว”

คนของ[มูชิบาเนะ]เริ่มส่งเสียงดังอีกครั้ง

 

“[มินมิน]บอกกับฉันก่อนหน้านี้ว่าเมืองนี่เป็นหนึ่งในสถานโดดเดี่ยว แต่ในเวลานั้นฉันไม่ไว้ใจเธอเต็มที่ ฉันกลัวว่าข้อมูลนั่นจะเป็นกับดักเพราะอย่างนั้นฉันถึงไม่ได้บอกให้พวกนายรู้ อย่างไรก็ตามตอนนี้ทุกอย่างชัดเจนแล้ว”

 

“แต่มันเป็นไปได้ยังไง? ที่จริงๆ แล้วทั้งเมืองเป็นสถานโดดเดี่ยวของ SEPB?...”

 

เมืองฮาชิบะที่ตั้งอยู่ติดกับเมืองโอกะเป็นเมืองที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับเมืองโอกะ อย่างไรก็ตามเนื่องจากประชากรของพวกเขาต่ำ เมืองจึงค่อยๆ ตกต่ำลงไปตามแนวโน้มนั้น

“มีใครเคยไปที่นั่นมาก่อนรึไง?”

 

คำถามของรินะทำให้ทุกคนในห้องเงียบลง

 

“……ฉันคิดอย่างนั้นแหละ เพื่อที่จะเข้าเมืองนั้นที่ถูกล้อมรอบด้วยทะเลและแม่น้ำ นอกเหนือจากเส้นทางทางทะเลแล้วต้องผ่านสะพานอย่างน้อยสองแห่งหรือขึ้นรถไฟแล้วเดินออกจากสถานี เพราะแต่เดิมมันเป็นเกาะเทียมที่สร้างขึ้นเพื่อเติมเต็มอ่าว มันไม่ใช่สถานที่ซึ่งจำเป็นจะต้องหยุดถ้าจะไปที่ไหนๆ และถ้าไม่มีวัตถุประสงค์เป็นพิเศษก็จะไม่มีใครไปที่เมืองฮาชิบะ ทุกๆ วันก็มีรถไฟแค่สายเดียวเท่านั้นที่มุ่งหน้าไปที่นั่นเหมือนกัน ถ้า SEPB ใช้อำนาจของพวกเขาฉันคิดว่ามันเป็นไปได้ที่พวกเขาจะควบคุมที่แห่งนั้นทั้งหมดได้”

 

“เมืองนั้นน่ะ…”

 

เสียงของชีกะสั่นเทา

 

ความทรงจำของการใช้ชีวิตในเมืองแห่งนั้นย้อนคืนกลับมา แม้ว่าดูผิวเผินแล้วทุกคนเหมือนจะปกติธรรมดา แต่ความจริงแล้วไม่มีมนุษย์เลยแม้แต่คนเดียว มีเพียงผู้ที่สูญเสียความฝันของพวกเขาไปและไม่สามารถคิดสงสัยอะไรได้จนเหมือนกับวิญญาณเท่านั้น ทุกสิ่งในเมืองแห่งนั้นเป็นผลงานจากน้ำมือของมนุษย์ แม้แต่คนที่อาศัยอยู่ที่นั่นก็ไม่ได้ตระหนักว่าพวกเขาเป็นเพียงเปลือกที่ว่างเปล่า

 

“ที่เรียกกันว่าสถานโดดเดี่ยวมันเป็นเรื่องจริง…ไม่มีใครหนีออกจากที่นั่นได้……และไม่มีใครเคยคิดที่จะหนีออกจากที่นั่นด้วย…”

เพียงแค่จำมันได้เท่านั้น ชีกะก็รู้สึกได้ถึงเย็นยะเยือกจนไปจนถึงสันหลังแม้ว่าจะไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเป็นพิเศษระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา เหตุผลส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะเธอไม่สามารถคิดอะไรได้เลย...แม้แต่ตอนนี้การนึกถึงมันก็ทำให้เธอกลัว

 

รินะเดินเข้ามาใกล้แล้วกอดชีกะที่ไหล่กำลังสั่น

 

“ผู้ร่วงหล่นที่ถูกพาตัวไปที่นั่นต้อง “แสร้ง” ทำสิ่งต่างๆ ทุกวัน แสร้งทำเป็นครอบครัวกับคนแปลกหน้า……แสร้งทำว่าจะไปโรงเรียน……แสร้งทำงาน แสร้งที่จะยิ้ม แสร้งทำเป็นโกรธ……ที่นั่นเต็มไปด้วยผู้ร่วงหล่น ไม่มีใครเปิดปากพูดอะไร นอกจาก “คำสั่ง” แล้วพวกเขาจะไม่ฟังอะไรเลย พวกเขาสงสัยว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่รึเปล่าไม่ได้ด้วยซ้ำ…….”

ชีกะจับแขนของรินะแน่นแล้วเงยศีรษะขึ้น จากนั้นเธอจ้องตรงไปที่เด็กสาวผู้ปกป้องเธอด้วยความเต็มใจและยังคงปกป้องอยู่

“ทำไมต้องไปที่นั่นด้วย……? ขอร้องล่ะอย่าไปเลยนะ...ที่นั่นน่ะ... ”

 

ชีกะหลั่งน้ำตาขณะที่เธอจ้องมองรินะ ความคิดทั้งหมดของเธอเต็มไปด้วยภาพของรินะที่กลายเป็นผู้ร่วงหล่น ภาพที่เธอไม่อยากจะเห็นอย่างเด็ดขาด แม้ว่ารินะไม่ทำอะไรแบบนั้นชีกะก็รู้ว่าเธอตัดสินใจแล้ว รินะตั้งใจจะต่อสู้จนกว่าจะหมดลมหายใจสุดท้ายของเธอ ไม่มีทางที่ชีกะจะทนสัมผัสกับเรื่องน่าเศร้าแบบนั้นได้

 

ทันใดนั้น รินะจับไหล่เรียวบางของชีกะ

 

“ฉันจะไป ฉันตัดสินใจแล้ว! ฉันจะใช้เวลาที่ฉันเหลืออยู่ในการสร้างสถานที่ที่เป็นของมูชิทสึกิ ที่ที่สามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้...นั่นคือความฝันของฉัน ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาขัดขวางฉันอีก และฉันจะไม่ลังเลอีกต่อไปแล้ว”

 

รินะยิ้ม ดวงตาของเธอซึ่งกำลังมองที่ชีกะเปล่งออร่าเป็นประกายออกมา

 

“อา…ฉันดีใจจริงๆ ที่ฉันได้พบชีกะ ถึงที่ผ่านมาจะมีพวกพ้องหลายคนที่ต่อสู้เคียงข้างฉัน แต่ก็ไม่มีใครเลยจริงๆ ที่ฉันคิดว่าเป็นเพื่อนได้……แปลกมากเลยล่ะ! รู้สึกว่าขอแค่เธออยู่ข้างฉัน ไม่ว่าฉันจะทำอะไรฉันก็จะได้รับการให้อภัย ในอดีตมีหลายอย่างเกิดขึ้น...มีหลายสิ่งที่ฉันเกลียดเหมือนกัน แต่แค่เธอเต็มใจร้องไห้เพื่อฉัน...ฉันก็ร็สึกดีใจจริงๆ ที่ฉันมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ ฉันรู้สึกจากส่วนลึกของหัวใจว่าการที่สามารถดิ้นรนเอาชีวิตรอดมาได้นั้นดีจริงๆ ……”

ชีกะอดไม่ได้ที่จะจับรินะแน่น เธอลืมการดำรงอยู่ของกลุ่มคนหน้ากากสีขาวอย่างสมบูรณ์ พยายามอย่างยิ่งที่จะเกลี้ยกล่อมรินะ

“รินะ ถ้าอย่างนั้นก็หนีกันเถอะ……ลืมทุกอย่างแล้วหนีไปยังสถานที่ห่างไกลที่ไม่มีมูชิทสึกิ ไม่มี SEPB…”

รินะแสดงรอยยิ้มลำบากใจ การเคลื่อนไหวนั้นเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอสำหรับชีกะแล้วที่จะเข้าใจคำตอบของรินะ

“งั้น……ฉันจะไปด้วย ฉันจะไปที่เมืองฮาชิบะกับรินะ……ดังนั้นอย่าทิ้งฉันเลยนะ…ฉันไม่อยากถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวอีกแล้ว……”

สีหน้าของรินะสั่นไหว... เธอก้มศีรษะลงเพื่อซ่อนดวงตาที่เอ่อน้ำพลางกัดริมฝีปากราวกับว่าเธอกำลังทนบางอย่าง

 

เธอคว้าไหล่ของชีกะและผลักออกไปเบาๆ “…ไม่ได้ ชีกะต้องอยู่ที่นี่”

“…?”

 

“ชีกะไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้วนะ มีบางคน……มีคนที่รับรู้ถึงตัวเธอแล้ว หมอนั่น…คุสึริยะ ฉันรู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะช่วยเธอแน่นอน แม้มันอาจจะเจ็บปวดมากสำหรับเธอแต่ฉันรู้สึกว่าเธอควรไปเจอเขาอีกครั้งเพื่อยืนยันท่าทีของเขานะ"

 

ชีกะเบิกตาของเธอด้วยความประหลาดใจ

 

รินะรู้ชื่อของไดสึเกะคุงได้ยังไง ----?

 

รินะเงยหน้าขึ้นก่อนที่ชีกะจะทันได้ถาม ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความเศร้าในสีหน้าของเธอ

เธอเผยรอยยิ้มสนุกสนานที่ในอดีตไม่เคยเห็นมาก่อน

 

“……รินะ…”

“ฉันจะไป ดังนั้นเธอควรจะอยู่ที่นี่และเติมเต็มความฝันของเธอซะนะ! ถ้าเธอสามารถหาที่ที่เป็นของเธอได้งั้นนั่นก็หมายความว่าความฝันของฉันเป็นจริงเหมือนกัน……”

“……รินะ…”

 

รินะเดินจากชีกะไปอย่างช้าๆ และยืนที่กลางห้อง

 

ชีกะพูดอะไรไม่ออก เธอทำได้แค่จ้องมองแผ่นหลังของรินะ ภาพของรินะที่เปล่งประกายด้วยแสงสีส้มของพระอาทิตย์ตกดินค่อยๆ กลายเป็นภาพที่เหมือนทิวทัศน์ที่อยู่ในภาพวาดของเธอ

“[มูชิบาเนะ] จากนี้ไปเราจะมุ่งหน้าไปยังเมืองฮาชิบะ”

 

เสียงที่มุ่งมั่นของรินะสะท้อนในห้องเรียนศิลปะทำให้เกิดความตึงเครียดอย่างฉับพลันตามธรรมชาติ

 

“ความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ได้รับจาก[มินมิน]ยังคงไม่แน่นอน และจุดสำคัญของวิธีคืนชีพจากสภาพผู้ร่วงหล่นก็ยังไม่รู้...อย่างไรก็ตาม ถ้าเราหามันพบและช่วยเหลือพวกพ้องของเราที่ติดอยู่ที่นั่นได้ มันก็จะเป็นชัยชนะของพวกเรา ถึงแม้ว่าเราไม่สามารถทำแบบได้ แต่มันก็จะยังเป็นชัยชนะของพวกเราถ้าเราสามารถจัดการผู้สายสวมแว่นนั่นและ[คัคโค]ได้ ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่ควรมีใครใน SEPB ที่สามารถแทนที่สองคนนั้นได้… ตราบใดที่เราสามารถจัดการพวกเขาได้ ความสามารถในการต่อสู้ของ SEPB จะลดลงครึ่งหนึ่งอย่างแน่นอน และจากนั้นผู้นำ[มูชิบาเนะ]ของแต่ละเขตน่าจะสามารถชิงความได้เปรียบมาได้...…”

 

เสียงของรินะนั้นหนักแน่นมาก ไม่มีเค้าลางความสับสนในน้ำเสียงของเธอเลย

 

“ฉันตั้งใจจะทำให้นี่เป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของฉัน ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันสามารถกลับมาอย่างปลอดภัยได้รึเปล่าดังนั้นฉันไม่อยากจะบังคับใครที่นี่ แต่ถ้าที่นี่มีใครที่พร้อมจะต่อสู้เพื่อปกป้องความฝัน เต็มใจที่จะเสี่ยงชีวิตเพื่ออนาคต ถ้างั้นก็ขอให้มากับฉัน!”

ไม่มีใครในหมู่คนสวมหน้ากากสีขาวที่ลังเล พวกเขาทั้งหมดจ้องมองผู้นำของพวกเขา รินะ ที่กำลังเปล่งออร่าแข็งแกร่งของความมุ่งมั่นที่ไม่สั่นคลอน

รินะยิ้มอย่างอ่อนแรงภายใต้สายตาของชีกะ

 

“อย่างนี้ค่อยโล่งอกหน่อย……พวกเราต่อสู้กันอย่างหนักก็เพื่อในวันนี้นี่แหละ!” รินะหันกลับมามองชีกะ

“ชีกะ……อย่าร้องไห้เลยนะ เพื่อทำให้ความฝันของพวกเราเป็นจริง เราจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น……”

ในท้ายที่สุด เสียงของรินะซึ่งผสมผสานอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดที่เธอไม่สามารถระงับไว้ได้อีกต่อไปกลายเป็นไม่ชัดเจนเป็นอย่างมาก

 

“ดังนั้น……ช่วยจดจำฉันไว้ทีเถอะนะ……”




NEKOPOST.NET