[นิยายแปล] Mushi Uta ตอนที่ 4 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] Mushi Uta

Ch.4 - The Others


4.00

 

The Others

 

 

พิธีปิดภาคเรียนที่สองสิ้นสุดลงโดยไม่มีปัญหาใดๆ

 

หลังจากแจกใบผลการเรียนในห้องเรียน ออดเลิกเรียนครั้งสุดท้ายของภาคเรียนที่สองก็ดังขึ้นทั่วทั้งบริเวณโรงเรียน

เสียงร้องแห่งอิสระภาพถูกปล่อยออกมาโดยเหล่านักเรียน ทั้งโรงเรียนเต็มไปด้วยเสียงของเก้าอี้ที่ถูกผลักออก

 

รินะมองที่มุมหน้าต่างและลุกขึ้นจากเก้าอี้ของเธอ

 

ที่นั่งของเด็กชายวัยรุ่นธรรมดาๆ ซึ่งถูกครอบครองอยู่เสมอดูเหมือนจะว่างเปล่าในวันนี้ ตามที่อาจารย์ประจำชั้นเรียนบอก เขาไม่ได้แจ้งหยุดล่วงหน้า

รินะออกจากห้องเรียนอย่างเงียบๆ โดยไม่พูดกับใคร

         

เธอหยิบกระเป๋านักเรียนและเดินไปตามทางเดินที่เชื่อมกับอาคารเรียนอื่น หลังจากเดินขึ้นบันไดเธอเดินไปที่ห้องซึ่งไกลที่สุดบนชั้นสาม บนป้ายชื่อของประตูซึ่งดูเก่ากว่าเมื่อเทียบกับห้องเรียนอื่นๆ เขียนเอาไว้ว่า "ห้องเรียนศิลปะ"

 

เดินเข้ามาใกล้ห้องเรียน รินะสังเกตเห็นว่าประตูถูกเปิดไว้ครึ่งหนึ่ง

 

เธอแอบมองลอดเข้าไปในห้องเรียนจากทางเดิน ข้างในมีเด็กผู้ชายวัยรุ่นหันหน้าเข้าหาแผ่นผ้าใบ

เป็นคุสึริยะ ไดสึเกะ

 

ไดสึเกะสวมเสื้อผ้าสบายๆ มองตรงที่ภาพวาดของรินะ เขาไม่ได้ดูภาพเหมือนของตัวเองที่ถูกวาดเมื่อวานนี้ แต่ดูภาพทิวทัศน์ที่ถูกทิ้งไปเมื่อครึ่งเดือนที่แล้ว

มันเป็นภาพวาดที่เธอวาดตามความทรงจำของเธอ ไม่มีทะเล ไม่มีภูเขา แค่ภาพวาดของทิวทัศน์บนถนนธรรมดาๆ ที่สามารถมองเห็นได้ทุกที่

ตอนรินะเป็นเด็กเธอจะวาดภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อหลีกเลี่ยงพ่อที่ปกติจะอารมณ์ร้อนและแม่ที่ร้องไห้ ภาพวาดนั้นอิงจากภาพพระอาทิตย์ตกดินที่เธอเห็นจากด้านนอกหน้าต่างในห้องที่เธอถูกขัง

ถนนสีส้มที่เธอเห็นจากในบ้านซึ่งเต็มไปด้วยเสียงอึกทึกเป็นเหมือนโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยความสุขในสายตาของรินะ สีส้มแดงนั้นสว่างมากจนสามารถทำให้อากาศของท้องถนนเป็นสีแดงได้

 

“……….”

 

รินะนั่งบนกองวัสดุงานศิลปะที่ทางเดิน กอดกระเป๋าของเธอขณะที่จ้องมองเด็กหนุ่มในห้องเรียนที่กำลังจ้องมองภาพวาด มันเหมือนกับก่อนหน้านี้ คล้ายกับครั้งแรกที่เธอเห็นไดสึเกะ

ไดสึเกะไม่ขยับแม้แต่นิดเดียวในขณะที่เขาชื่นชมภาพวาดของรินะต่อไป จุดดึงดูดของเขาแตกต่างจากปกติอย่างสิ้นเชิง

ในเวลานั้นไดสึเกะยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มตรงไปตรงมาที่รินะไม่เคยเห็นมาก่อน ตอนนี้เธอจำได้แล้วว่ารอยยิ้มนั้นคล้ายกับรอยยิ้มของชีกะ รอยยิ้มที่ดูราวกับว่าทั้งคู่กำลังอดทนกับบางสิ่งที่เจ็บปวดและกำลังยอมรับบางสิ่งที่ไร้เหตุผล แต่ก็ยังยิ้มได้

ครั้งนี้เขาแสดงสีหน้าแบบไหนกันนะ? --- ทันทีที่รินะคิดเช่นนั้นกับตัวเอง ไดสึเกะอ้าปากพูด

“คราวก่อนก็แอบมองจากด้านหลังอย่างนี้เหรอ? คุณทาจิบานะ” ไดสึเกะมองกลับไปพร้อมกับแสดงรอยยิ้มตามปกติของเขา

“……เกือบเหมือนๆ กันน่ะ”

 

รินะยืนขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องเรียนศิลปะ

 

“กำลังวางแผนอะไรอยู่? นายไม่เข้าร่วมแม้แต่พิธีปิดเลยเหรอ? รู้ไหมว่าวันนี้เป็นคริสต์มาสอีฟน่ะ! ไม่มีนัดเดท? น่าสงสารจัง..."

เกือบทันทีที่รินะพูดคำเหล่านั้นเธอก็เริ่มเกลียดตัวเอง

 

เรานี่เป็นผู้หญิงน่ารังเกียจจริงๆ …..ทั้งๆ ที่รู้เหตุผลชัดเจนอยู่แล้วว่าทำไม…….

 

แต่การตอบสนองที่มาจากเด็กหนุ่มนั้นคาดไม่ถึง

 

“จริงๆ แล้วผมมีเดทนะ! เพราะอย่างนั้นไงผมถึงต้องฆ่าเวลาก่อนที่จะถึงเวลานัด” รินะตะลึงงันก่อนที่เธอจะพูดอย่างงุนงง

“……นายฆ่าเวลาด้วยการดูภาพวาดแบบนี้น่ะเหรอ?” “ใช่….”

เสียงของไดสึเกะกระด้าง แทนที่จะพูดว่าเขาทำอะไรไม่ถูก ดูเหมือนว่าเขากำลังทนต่อความรู้สึกสูญเสียข้างในมากกว่า

รินะพึมพำ “อ่อนแอจริงนะ”

บางทีไดสึเกะคงโกรธ เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างระงับอารมณ์

 

“….ยังไงก็เถอะ ทำไมคุณทาจิบานะถึงยังอยู่ในโรงเรียนล่ะ?” “ฉันยังมีเรื่องที่ต้องจัดการน่ะ”

“อะไรงั้นเหรอ?”

 

“เรื่องสำคัญเกี่ยวข้องกับอนาคต ฉันตายได้ด้วยซ้ำเพื่อทำให้มันสำเร็จ!” หลังจากที่รินะพูดด้วยน้ำเสียงล้อเล่น ไดสึเกะถอนหายใจ

“เธอต่างหากที่อ่อนแอ….” รินะจ้องเด็กหนุ่มอย่างไม่พอใจ "ทำไม?"

“เพื่ออนาคตของเธอ เธอเต็มใจตายเพื่อมัน ไม่ใช่ว่านั่นหมายความว่าเธอจะยอมแพ้ให้กับตัวเองเหรอ? ของพรรค์นั้นมันดูดีตรงไหน? ก็แค่ความพยายามโง่ๆ ในการทำให้ตัวเองพอใจเพราะยอมแพ้ที่จะมีชีวิตอยู่”

 

“นายว่าไงนะ......”

 

รินะรู้สึกถึงความโกรธรุนแรงที่ก่อขึ้นภายในตัว และตอบรับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

 

“คนอย่างนายจะเข้าใจอะไร? ถามหน่อยสิ นายบอกว่านายไม่กลัวความตายงั้นเหรอ?”

 

“ผมไม่กลัว…เพราะมีสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตายอยู่” ไดสึเกะจ้องตรงไปที่รินะ

จู่ๆ รินะก็นึกขึ้นได้ว่าเธอเคยได้ยินคำพูดทำนองนี้มาก่อน มันเป็นคำพูดเดียวกันที่ถูกกล่าวโดยศัตรูที่เธอเกลียดคนหนึ่ง

“สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตาย….มันคืออะไร” “ผมไม่บอกหรอก”

ไดสึเกะปฏิเสธอย่างหนักแน่นทำให้รินะรู้สึกไม่พอใจ

 

ทั้งสองคนยืนนิ่งเงียบโดยไม่ขยับเป็นเวลาหลายนาที รินะไม่เคยคาดคิดว่าเธอจะได้สัมผัสช่วงเวลาที่อยู่กับไดสึเกะเช่นนี้อีกครั้ง สายตาของไดสึเกะไม่เคยออกจากภาพวาดตรงหน้าเขาเลย บางครั้งรินะจะแอบมองดูท่าทีของไดสึเกะเป็นครั้งคราว เมื่อรินะจ้องเด็กหนุ่ม เธอรู้สึกได้ถึงความรู้สึกอบอุ่นเกิดขึ้นในหัวใจของเธอ

 

รู้ไหม คุสึริยะ ---

 

ไดสึเกะพึมพำขึ้นครั้งแรกด้วยเสียงนุ่มนวลก่อนที่รินะจะทันได้พูดอะไร

 

“ผมคิดว่า ตราบใดที่เรามีชีวิตอยู่ในที่สุดก็จะต้องมีทางออกสักวัน……..”

 

สีหน้าของไดสึเกะนั้นดูอ่อนโยนขึ้นมากอย่างกะทันหัน มันเป็นแบบเดียวกับที่รินะเห็นในอดีต รอยยิ้มแบบเดียวกันที่ทำให้เธอสนใจเด็กผู้ชายข้างหน้าเธอ

“ตอนที่เห็นภาพวาดนี้ ผมจะนึกมันออก ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ ในที่สุดวันที่เราจะเติมเต็มความฝันของเราจะมาถึง เพราะอย่างนั้นผม -------“

 

ทันใดนั้น รอยยิ้มของไดสึเกะหายไป

 

“แต่มันคงเป็นไปไม่ได้สินะ ผมไม่รู้อะไรเลย....และถึงจะรู้ความจริง ผมก็ทำได้แค่อยู่ที่นี่และลังเล... แม้ว่าผมอยากจะพบเธออีก ผมก็ไม่รู้ว่าจะพูดกับเธอตามปกติยังไง ถ้ารู้ว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ ผมก็ไม่ควรเจอเธอตั้งแต่แรก……”

รินะคิดว่าไดสึเกะร้องไห้ แต่ก็ไม่มีอะไรอย่างนั้น สีหน้าที่เขาเผยออกมานั้นเต็มไปด้วยความโกรธอันแสนบริสุทธิ์ บางทีเขาอาจให้อภัยตัวเองไม่ได้ที่กลัวชีกะ? ในทางกลับกันบางทีเขาอาจแค่สาปแช่งโชคชะตาสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น?

รินะรู้สึกตัวว่าอารมณ์ของเธอเริ่มสงบลงอย่างรวดเร็ว บางทีนี่อาจเป็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนโดยธรรมชาติของคน ที่จะทำให้พวกเขาออกห่างจากตัวตนที่พวกเขาไม่เข้าใจ และรินะก็เป็นหนึ่งในมูชิทสึกิที่สังคมมนุษย์เกรงกลัวโดยสัญชาตญาณ

 

"ใช่แล้ว ถึงพวกเราจะอยู่ต่อไปก็จะไม่มีอะไรดีเกิดขึ้น….”

 

เสียงพึมพำของรินะค่อยๆ จางหายไปในห้องเรียนศิลปะที่เงียบและว่างเปล่า นั่นคือบทสนทนาสุดท้ายที่เธอมีกับเพื่อนร่วมชั้นของเธอ คุสึริยะ ไดสึเกะ




NEKOPOST.NET