[นิยายแปล] Mushi Uta ตอนที่ 3.02 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] Mushi Uta

Ch.3.02 - ชีกะ พาร์ท 5


3.02

 

ชีกะ พาร์ท 5

 

 

ในเวลาที่ชีกะมาถึงที่นัดหมาย ไดสึเกะก็อยู่ที่นั่นแล้ว

 

มันเร็วกว่าเวลาที่พวกเธอตกลงกันไว้ ดูจากท่าทีของไดสึเกะแล้วเขาน่าจะกำลังคิดใคร่ครวญบางอย่างอยู่ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สังเกตเห็นว่าชีกะมาถึงแล้ว ทุกๆ ครั้งที่เขาเผยสีหน้าเช่นนั้นเขาจะมอบความประทับใจที่แตกต่างจากปกติไปอย่างสิ้นเชิงให้แก่ผู้อื่น แม้ว่าไดสึเกะจะร่าเริงต่อหน้าชีกะอยู่เสมอ ภาพของเขาที่จมอยู่ในความคิดท่ามกลางฝูงชนนั้นก็กระจายความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวออกมา

ชีกะลังเลว่าเธอควรขัดจังหวะไดสึเกะที่ยังคงคิดหนักอยู่ในตอนนี้ดีไหม กังวลว่าเขาอาจจะยังโกรธเธออยู่ แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะสามารถพูดคุยกับเขาได้ตามปกติทางโทรศัพท์ แต่หากพวกเธอต้องพบกันตัวต่อตัว เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกลัวเล็กน้อย

 

- แก้ไขความเข้าใจผิดก่อนเป็นอย่างแรก! เราต้องเริ่มจากจุดไหนสักจุดใช่ไหม?

 

“ชีกะ!”

 

ไดสึเกะเข้ามาหาโดยไม่ลังเล ทำให้ชีกะงงงวยกับสิ่งที่ต้องทำ “อืม…ตอนนั้น… เมื่อวานนี้ขอโทษนะ ฉัน……”

“ไม่เป็นไรหรอก!” “ …เอ๊ะ?”

“ผมมีความสุขมากที่ชีกะมาวันนี้ เมื่อวานเธอดูไม่สบายใจมากเลยเป็นห่วง… คิดว่าเราอาจไม่ได้เจอกันอีกแล้ว…. พอคิดแบบนั้นทีไรผมจะรู้สึกไม่สบายใจ เพราะงั้นที่เธอเต็มใจที่จะมาวันนี้มันทำให้ผมโล่งอกเลยล่ะ อะฮะฮะ!

 

ไดสึเกะพูดด้วยรอยยิ้มร่าเริงที่จริงใจ “...”

ความรู้สึกอบอุ่นเต็มอยู่ในหน้าอกของชีกะ ความอบอุ่นซึ่งข้างในมีความเจ็บปวดเล็กน้อยแพร่กระจาย มันทำให้ชีกะยิ้มได้อย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนที่จะมาที่นี่เธอคิดคำพูดหลายอย่างเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิด แต่ตอนนี้ทุกอย่างนั้นได้เลือนลางและหายไปจากใจของเธอแล้ว

ขอโทษและขอบคุณ –- ชีกะรู้ว่าถ้าเธอพูดคำเหล่านั้นไดสึเกะจะเริ่มกังวลเกี่ยวกับความรู้สึกของเธอ ดังนั้นเธอจึงเก็บไว้กับตัวเอง

วันนี้เราจะฟังคำพูดของรินะและซื่อสัตย์กับตัวเองสักครั้ง! ด้วยวิธีนี้เราจะสามารถบอกลาครั้งสุดท้ายกับไดสึเกะคุงได้ ---

“ฉันก็…มีความสุขมากเหมือนกันที่ได้พบไดสึเกะคุงอีก”

 

ชีกะกล่าวมันจากก้นบึ้งของหัวใจซึ่งทำให้ไดสึเกะขัดเขินในทันที ในตอนแรกเธอคิดว่าไดสึเกะก้มศีรษะลงเพราะความอาย แต่จู่ๆ เขาก็เงยศีรษะขึ้นจ้องมองฝูงชนที่อยู่อีกด้านแล้วพูดว่า

“วันนี้มีขบวนพาเหรดใหญ่หน้าสวนสนุก ผมตั้งหน้าตั้งตารอมันอยู่ อยากไปลองดูหน่อยไหม?”

“อื้ม!”

 

ชีกะพยักหน้า และทั้งคู่เริ่มเดินเคียงข้างกัน

 

ตั้งแต่พรุ่งนี้จะเป็นคริสต์มาสอีฟ ถนนเต็มไปด้วยเครื่องประดับคริสต์มาสที่สวยงาม ทั้งที่มีแสงจ้าของดวงอาทิตย์ขึ้นบนท้องฟ้า อากาศในเดือนธันวาคมก็ยังค่อนข้างเย็นที่จะหายใจ เดินไปบนถนนที่เต็มไปด้วยของประดับตกแต่งอันงดงาม อดมีความรู้สึกว่ากำลังเดินไปบนเค้กเย็นๆ ที่เต็มไปด้วยการประดับประดาไม่ได้ เพลงคริสต์มาสได้ยินไปทุกหนแห่งในหมู่ฝูงชน

 

“คิดๆ ดูแล้ว…ผมรู้สึกเหมือนว่าเราไม่ได้พูดคุยกันมากเลยนะ” “จริงเหรอ? ฉันคิดว่าเราคุยกันเยอะมากเลยนะ วันที่ดูหนังด้วยกันน่ะ…”

“อ่า… วันนั้น…… อืม… พูดตามตรงนะผมกังวลมาก! เพราะผมเพิ่งจะเจอชีกะและ…ผมก็ไม่ค่อยมีโอกาสพูดเพียงลำพังกับเด็กผู้หญิงมาก่อนน่ะ”

“ตอนนี้พอเธอพูดแบบนั้นแล้วฉันก็คงจะเหมือนกัน… ฉันไม่มีประสบการณ์พูดคุยกับเด็กผู้ชายเลย”

ในตอนนั้นเอง ชีกะก็จำได้ทันที…แม้จะเป็นเพียงไม่กี่นาทีแต่ความทรงจำแห่งความสุขที่แบ่งปันกับเด็กชายที่สวมก็อกเกิลปิดใบหน้า มันก็ควรนับเป็น – การคุยเพียงลำพังกับเด็กผู้ชายใช่ไหม?

 

ไดสึเกะสังเกตเห็นการเปลี่ยนสีหน้าอย่างฉับพลันของชีกะซึ่งเริ่มกลายเป็นสีหน้าที่ซับซ้อน “งั้นเหรอ เธอมีประสบการณ์แล้ว……ผมคิดอย่างนั้นแหละ ชีกะน่าจะได้รับความนิยมมากใช่ไหม…”

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก…ถึงฉันจะคุยกับเขา มันก็เล็กน้อยเท่านั้นน่ะ……คิดว่าเขาคงไม่สนใจฉันมากขนาดนั้น…”

 

ชีกะพูดระหว่างที่คิด - ทำไมเราพยายามอธิบายเรื่องนี้มากขนาดนี้กันนะ?

 

“ไม่สนใจเธอเหรอ? หมอนั้นต้องไม่มีตาแหง! ถ้าผมอยู่ที่นั่นผมจะให้บทเรียนกับเขาแน่นอนเลย!”

 

ถ้าไดสึเกะคุงทะเลาะกับ[คัคโค]คุง ถึงจะรู้สึกเสียใจกับไดสึเกะคุง แต่เขาคงจะแพ้อย่างรวดเร็วมากแน่ ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่คิดว่าไดสึเกะคุงเหมาะจะโต้เถียงกับใครๆ เลย

 

ชีกะรู้สึกว่าไดสึเกะและ[คัคโค]เป็นขั้วตรงกันข้ามซึ่งกันและกัน

 

แม้ว่าไดสึเกะใจเย็นอยู่เสมอ แต่บางครั้งเขาจะแสดงอีกด้านของเขาที่แตกต่างออกไปให้เห็น เหมือนอย่างเมื่อวานหรือวันก่อน ในทางกลับกัน[คัคโค]ไม่ได้พูดมากขนาดนั้น เขาเป็นคนเข้าใจยาก แต่บางครั้งเขาก็แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนอ่อนโยนหรือรอบคอบ ชีกะรู้สึกว่าเด็กหนุ่มสองคนนั้นตรงกันข้ามกันจริงๆ และจะไม่มีวันมีเส้นทางที่บรรจบกันระหว่างพวกเขาสองคน

 

“สรุปคือผมเข้ากับกับหมอนั่นไม่ได้แน่นอน”

 

อันที่จริงแม้แต่ชีกะก็ยังจินตนาการภาพของไดสึเกะและ[คัคโค]มีการสนทนาที่ดีต่อกันได้ยาก เธอรู้สึกว่าสีหน้าไม่มีความสุขของไดสึเกะนั้นค่อนข้างน่าสนใจ ดังนั้นเธอจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคักอีกครั้ง

 

"อะไรน่ะ? ...ตลกอย่างนั้นเลย?”

 

“อ๊ะ ขะ-ขอโทษนะ แต่ฉันเพิ่งพบว่ามันตลกมากน่ะ…” “หืม! อะ ตรงนั้นไง! สวนสนุกโอกะ!”

มองไปยังทิศที่ของนิ้วของไดสึเกะกำลังชี้ สามารถมองเห็นซุ้มประตูขนาดใหญ่ที่มีชื่อของสวนสนุกอยู่ด้านบน ฝูงชนจำนวนมากมารวมตัวกันใกล้ทางเข้าสวนสนุก คงจะกำลังรอขบวนพาเหรดวันนี้อยู่ มีการจุดดอกไม้ไฟขึ้นบนท้องฟ้าในระหว่างนั้น ทิ้งรอยควันสองสามสายไว้บนท้องฟ้า

         

ชีกะเงยหัวของเธอ ---“ …”

ทันใดนั้นทั้งร่างของชีกะกระตุก เข่าของเธอสูญสิ้นกำลังที่จะยืนไปอย่างช้าๆ ขณะเดียวกันสติของเธอก็เริ่มจางหายไป

ชีกะเบิกตากว้าง

 

ทำไมล่ะ…เราไม่ได้ใช้พลังมากขนาดนั้น… อึก…!

 

แม้ว่าชีกะกำลังรู้สึกกังวล สติสัมปชัญญะของเธอก็เริ่มไม่เป็นระเบียบและเต็มไปด้วยหมอกหนา ราวกับว่าจิตใจของเธอตกลงมาเพราะสูญเสียฐานรากอย่างฉับพลัน ความทรงจำในอดีตก็เริ่มแว่บผ่านเข้ามาในใจของเธอ

ผู้หญิงที่สวมแว่นกันแดดรูปกลม คนสวมก็อกเกิลที่เข้ามาโจมตีเธอคนแล้วคนเล่า [คัคโค]ผู้กำลังเล็งปืนมาที่เธอแต่ไม่สามารถเหนี่ยวไกได้ และเด็กผู้หญิงที่เธอเจอเมื่อวานนี้ รินะ ----

 

ไม่…ฉันไม่อยากลืมอีกแล้ว……!

 

ชีกะไม่อยากยอมแพ้ให้กับความฝันที่ครั้งหนึ่งเธอได้สูญเสียไป เธอไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตใน“เมืองแห่งนั้น”ด้วย ชีวิตที่ไม่ได้ไล่ตามสิ่งใดหรือคิดอะไรเลย แค่มีชีวิตอยู่เท่านั้น เธอได้ฟื้นคืนความฝันของเธอและก็ค้นพบสิ่งที่มีค่ามากมายที่ไม่สามารถแทนที่ได้ ---

“…กะ! ชีกะ!”

 

เสียงร้องของไดสึเกะสะท้อนในหูของชีกะขณะที่เธอได้สติคืนมาอย่างช้าๆ

 

ชีกะเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ ไดสึเกะหยุดเธอไม่ให้ล้มลงด้วยการคว้าแขนของเธอไว้ ดูเหมือนว่ามันเป็นเพียงการหมดสติไปชั่วคราวเท่านั้น

“ขอ……ขอโทษนะ ฉันรู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย…”

 

ชีกะพูดด้วยรอยยิ้มและยืนขึ้น เธอสังเกตเห็นผู้คนรอบข้างกำลังมองมาที่พวกเธออย่างสงสัย “รู้สึกเวียนหัว? ......ผมไม่คิดว่ามันธรรมดาแบบนั้นนะ เราควรแวะไปโรงพยาบาลหน่อยเพื่อความปลอดภัย…” “ไม่…ไม่เป็นไรจริงๆ! ฉันคิดว่ามันเป็นเพราะโรคโลหิตจางน่ะ ความดันของฉันมันค่อนข้างต่ำ……”

ชีกะแก้ตัวอย่างเข้าตาจนเพราะการไปโรงพยาบาลจะไม่ช่วยอะไรเลย อาจมีโอกาสที่เธอจะถูกค้นพบโดยเครือข่ายข่าวกรองที่ซับซ้อนสูงของ SEPB เธอต้องใช้ทุกหนทางเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น

 

ไดสึเกะจ้องใบหน้าของชีกะครู่หนึ่งก่อนที่จะจับมือเธอแล้วเดินออกจากแถว “ได…ไดสึเกะคุง!”

“เธอดูไม่ค่อยดีมาก เราควรยกเลิกเที่ยวของวันนี้นะ! หรืออย่างน้อยก็หาที่พักผ่อนก่อน..." " ขอร้อง...... ! ขอร้องล่ะ ไดสึเกะคุง!”

ชีกะพยายามขัดขืนขณะที่ไดสึเกะหันศีรษะมามองเธอ

 

ในเวลาเดียวกัน ชีกะสังเกตเห็นแมลงสีขาวตัวเล็กกำลังบินอยู่เหนือหัวของไดสึเกะ มันเป็นคือ[มูชิ]ของชีกะ ------- หิ่งห้อยสีขาวบริสุทธิ์

ดวงตาสีแดงของมันมองชีกะอย่างไม่ทุกข์ร้อน ราวกับมันกำลังรอให้ความตั้งใจของเธอจำนนอย่างสมบูรณ์

อย่าเพิ่ง –

 

ชีกะอ้อนวอนอย่างแรงกล้า ทำให้หิ่งห้อยหยุดการเคลื่อนไหวของมัน

 

ให้เวลาฉันอีกหน่อยเถอะ –

 

ชีกะอ้อนวอนอย่างหนักอีกครั้ง ดวงตาสีแดงที่ส่องประกายของหิ่งห้อยค่อยๆ มืดหม่นลงทีละน้อย ก่อนที่มันจะบินจากไปอย่างช้าๆมันเป็นครั้งแรกที่ชีกะแย้ง[มูชิ]ของเธอ

 

ฉันตัดสินใจแล้ว ถ้าเธออยากกินมากขนาดนั้น ฉันก็จะให้เธอกินมากเท่าที่เธอต้องการ... แต่ ----

 

“ชีกะ…” ใบหน้าของไดสึเกะเต็มไปด้วยความสับสน ชีกะกัดริมฝีปากของเธอขณะที่มองไดสึเกะ

ชีกะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอหลังจากนี้ แต่สำหรับเธอตอนนี้ ช่วงเวลาอันแสนสั้นและมีค่านี้สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด และเพราะมันสำคัญมากเธอจึงไม่อยากเสียมันไปแม้แต่นิดเดียวนอกจากการใช้มันเพื่ออยู่กับไดสึเกะ หากเธอไม่ทำเช่นนั้นเธอคงไม่สามารถบอกลาไดสึเกะอย่างถูกต้องได้

 

ชีกะคิดอย่างนั้น

 

- แต่อย่าคิดว่าจะสามารถกินความฝันทั้งหมดของฉันได้ล่ะ ฉันจะไม่ทอดทิ้งความหวัง และจะไม่ยอมแพ้ให้กับความฝันของฉันอีกแล้ว!

“ขฮร้องล่ะ…”

 

ไดสึเกะจับจ้องที่สีหน้าเอาจริงเอาจังของชีกะ พูดอะไรไม่ออก

 

“ฉันตัดสินใจไปแล้ว วันนี้ฉันจะอยู่กับไดสึเกะคุง” “…เข้าใจแล้ว”

ไดสึเกะถอนหายใจและปล่อยมือของชีกะ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้หายกังวลเลย ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนพ่อแม่กับเด็กๆ

“แต่ในทางกลับกัน วันนี้ไม่ขึ้นเครื่องเล่นอะไรนะ แค่ดูขบวนพาเหรด…ได้รึเปล่า?” “…อื้ม ขอบคุณนะ”

ชีกะเปลี่ยนจากกังวลเป็นดีอกดีใจ ขณะที่ไดสึเกะหันเหสายตาจากเธออย่างอายๆ

 

พวกเธอกลับไปที่แถวและรออย่างอดทนเพื่อให้กลุ่มเดินหน้าต่อ

 

ชีกะเพ่งดูไดสึเกะ… เธอกำลังคิดว่าบางทีไดสึเกะก็ยังคงโกรธเธอที่เอาแต่ใจอยู่ แต่ทันใดนั้นไดสึเกะก็จับมือของชีกะ ตอนแรกชีกะรู้สึกประหลาดใจ แต่หลังจากนั้นไดสึเกะก็จ้องที่ชีกะและพูดว่า

 

“อย่างนี้ก็ไม่น่ามีปัญหาถ้าเวียนหัวอีก” “ ……อืม”

ชีกะพยักหน้าขณะที่จับมือไดสึเกะ

 

ความอบอุ่นค่อยๆ ทำให้มือของเธอที่เย็นจัดจากอากาศเย็นอุ่นขึ้น จังหวะการเต้นหัวใจของไดสึเกะก็ไหลผ่านฝ่ามือของเขามาด้วย ความรู้สึกอบอุ่นปลอบประโลมใจที่สูญเสียไปนานหลายปีค่อยๆ เติมเต็มหัวใจที่ว่างเปล่าของชีกะ

 

ทันใดนั้นชีกะก็รู้สึกอยากถามไดสึเกะขึ้นมา

 

“นี่……ความฝันของไดสึเกะคุงคืออะไรเหรอ?” ไดสึเกะเงียบไปชั่วขณะก่อนจะตอบ "ทำไมถึงถามล่ะ?"

“เธอเคยรู้สึกว่า “อย่างนี้ดีแล้ว” บ้างไหม? ความรู้สึกอยากเป็นคนบางคน อยากมีอะไรบางอย่าง หรือความหวังในอนาคต?”

ชีกะจ้องไดสึเกะระหว่างที่ถาม เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเธอจึงอยากถามกะทันหัน แต่ตอนนี้เธอแค่อยากรู้

 

ไดสึเกะที่ไม่สามารถทนต่อสายตาของชีกะได้อีกต่อไป หลังจากเงียบเป็นเวลานาน ในที่สุดเขาก็กระซิบเบาๆ “ ผม……อยากหาสถานที่ที่เป็นของผม”

ไม่มีสัญญาณใดๆ ของการโกหก --- ประโยคที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าสิ่งใดถูกปล่อยออกมา

 

“เพราะผมถูกครอบครัวทอดทิ้ง……ดังนั้นผมเลยอยากค้นหาสถานที่ที่เป็นของผม นั่นคือความฝันของผม”

ชีกะเบิกตาของเธอ

 

“นั่นคือ……ความฝันของไดสึเกะคุง……?”

 

แปลกใจนิดหน่อย แต่ – อา เข้าใจแล้ว... เพราะอย่างนั้นเราถึง...

 

ในที่สุดชีกะก็เข้าใจ...เหตุผลที่ทำไมตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกันไดสึเกะถึงดึงดูดเธออย่างมาก มันเหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อน ความรู้สึกแบบเดียวกับที่เธอมีเมื่อเธอพบเด็กชายที่ชื่อ[คัคโค] ความสุขของการพบผู้ที่มีความฝันเดียวกัน

บางทีในตอนที่ชีกะได้พบ[คัคโค]และไดสึเกะ เธออาจจะรู้สึกลึกๆ ว่าเด็กหนุ่มสองคนเป็นผู้ที่มีความฝันแบบเดียวกับเธอ

มันเหมือนกับการค้นหาอัญมณีงดงามบนชายหาดที่เต็มไปด้วยทราย และต้องการเก็บรักษาพวกมันไว้อย่างแน่นหนา ความรู้สึกที่ไม่อยากปล่อยมันไปไม่เพียงไม่ได้หายไปเท่านั้น แต่มันยังเพิ่มขึ้นอย่างแรงกล้าเท่าวันเวลาที่ผ่านไป ตราบใดที่ความรู้สึกนั้นค้ำจุนเธอ มันคงเพียงพอที่เธอจะอยู่ที่นี่ ----

การได้พบไดสึเกะนั้นวิเศษจริงๆ ----

 

เมื่อไหร่ก็ตามที่ชีกะอยู่ข้างๆ ไดสึเกะ เธอจะรู้สึกอย่างนั้น

 

ในที่สุดทั้งสองก็มาถึงทางเข้าสวนสนุก ไดสึเกะหยิบซองที่ผูกด้วยริบบิ้นจากกระเป๋าด้านในเสื้อโค้ทของเขาแล้วหยิบตั๋วสองใบออกจากซองเพื่อให้เจ้าหน้าเห็น

 

“ผมได้ตั๋วเข้าชมจากเพื่อนของผมคนหนึ่งน่ะ”

 

ไดสึเกะพูดด้วยรอยยิ้ม มือของพวกเธอที่แต่เดิมกำลังจับกันอยู่ต้องปล่อยไปเมื่อไดสึเกะเอาตั๋วออกจากซอง

“อะ…อย่างนั้นเหรอ…ฉันควรขอบคุณเขาอย่างถูกต้องแล้วสิ”

 

ชีกะยิ้มเช่นกัน หลังจากเข้าไปในสวนสนุกแล้วพวกเธอไม่สามารถหาข้อแก้ตัวอื่นได้ ดังนั้นพวกเธอจึงไม่สามารถจับมือกันและกันได้อีก

 

ศูนย์กลางของสวนสนุกเต็มไปด้วยฝูงชนจำนวนมาก

 

วันนี้เป็นวันหยุด ตั้งแต่พ่อแม่กับลูกๆ ไปจนถึงคู่รัก ทุกคนกำลังยิ้มระหว่างที่เพลิดเพลินกับสวนสนุก

“ว้าว……”

 

ชีกะอดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ เธอจำไม่ได้เลยว่ามันนานเท่าไหร่แล้วตั้งแต่เธอได้เห็นฝูงชนแบบนี้ ต่อให้ฝูงชนไม่ได้เป็นที่มาของความประหลาดใจของเธอ เธอก็ยังคงรู้สึกทึ่งด้วยความสุขและความตื่นเต้น

 

ไดสึเกะมองกลับไปยังประตูที่พวกเขาเพิ่งผ่านมา

 

‘แฮปปี้คริสต์มาสพาเหรดของเวนดี้และเพื่อนๆ’ “…อา ดูเหมือนว่าแกรนด์พาเหรดจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ฉะนั้นวันนี้เลยเป็นเหมือนพิธีล่วงหน้า…”

ที่เรียกว่า "เวนดี้" คือมาสคอตของสวนสนุกแห่งนี้ --- มาสคอตของสวนสนุกโอกะที่ดูเหมือนหมาป่าตาดำเดียวซึ่งทั้งน่ากลัวและตลกในเวลาเดียวกัน แม้ว่าหมาป่าจะเล่นเป็น "คนไม่ดี" เสมอในการแสดงที่สวนสนุก แต่ผู้เข้าชมจำนวนมากก็ชื่นชอบเขาอย่างน่าประหลาดใจ มีกระทั่งรายการโทรทัศน์ที่ตั้งใจมาเพื่อสัมภาษณ์ และล่าสุดไม่นานมานี้มีนักท่องเที่ยวที่มาจากแดนไกลเพื่อเยี่ยมชมเขา

 

เสียงแตรที่ดังชัดเจนดังขึ้นภายในสวนสนุก “ว้าว…สุดยอด……”

หุ่นกระบอกกำลังเล่นเครื่องดนตรีทุกชนิดระหว่างที่เดินผ่านชีกะผู้ซึ่งกำลังจ้องมองพวกมันด้วยตาเป็นประกาย

เวนดี้ต่อยหลังหัวของสุนัขจิ้งจอกสีน้ำเงินและวิ่งหนีไป

 

แม้ว่าสุนัขจิ้งจอกสีน้ำเงินจะพยายามไล่จับอย่างเร่งรีบ มันก็สะดุดและล้มลง “ก้นจ้ำเบ้า” ผู้ชมหัวเราะเยาะการกระทำที่เซ่อซ่าของพวกมัน

ทันใดนั้นเสียงก็ดังมาจากด้านหลังของกลุ่มนักแสดง เป็นดอกไม้ไฟ มันทำให้หุ่นกระบอกเกือบทั้งหมดล้มลงกับพื้นเนื่องจากความตกใจอย่างฉับพลัน

“ฮะฮะฮะฮะ!”

 

ชีกะหัวเราะขณะที่เธอปรบมืออย่างมีความสุข “ว้าว น่ารักกว่าที่คิดอีก”

“อืม……สุดยอดเลยล่ะ”

 

“ผมได้ยินมาว่าคืนพรุ่งนี้จะดีกว่านี้ มีแม้แต่พาเหรดขบวนรถเตียงดอกไม้ด้วย!” “ ว้าว……ฉันอยากเห็นจัง……”

“งั้นก็มาสิ!”

 

ความเห็นฉับพลันของไดสึเกะทำให้ชีกะหันไปมองเขา ดูเหมือนว่าเขาจะกังวลเล็กน้อยแต่ก็ยังพูดอย่างชัดเจน

“มาเที่ยวที่นี่อีกในวันพรุ่งนี้…หลังจากนั้นก็สนุกไปกับขบวนพาเหรด แค่เราสองคน ... ”

 

จะทำยังไงดี? ----

 

อาการเจ็บหน้าอกที่ชีกะไม่เคยรู้สึกมาก่อนผุดจากภายในหัวใจของเธอ เธออดไม่ได้ที่จะกุมมือเธอแน่นไว้ด้วยกันข้างหน้าหน้าอกของเธอ

เดิมทีชีกะได้วางแผนไว้ว่าวันนี้จะเป็นการพบกันครั้งสุดท้ายของเธอกับไดสึเกะ ดังนั้นเธอจะสนุกกับเวลาของเธอกับเขาอย่างเต็มที่ จากนั้นจึงกล่าวคำอำลาสุดท้าย

 

แต่ตอนนี้เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้แล้ว

 

อารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นข้างในไม่สามารถหยุดไว้ได้อีกต่อไป

 

อยากอยู่กับไดสึเกะคุง ---

 

“ …อืม…”

 

ด้วยดวงตาที่เอ่อน้ำ ชีกะพยักหน้าอย่างชัดเจน ไดสึเกะยิ้มด้วยความดีใจในทันที

“ถ้างั้น พรุ่งนี้ที่นี่นะ! อืม…ประมาณห้าโมงเย็นมาเจอผมที่ทางเข้าสวนสนุก!” “อืม เข้าใจแล้วล่ะ”

ชีกะยิ้มแล้วพยักหน้า หน้าอกของเธอเต็มไปด้วยความปิติยินดีที่ระเบิดออกมา จากเพียงแค่การคิดว่าความสุขที่เธอรู้สึกอยู่ในตอนนี้จะสามารถขยายไปถึงวันพรุ่งนี้ได้

แต่ในวินาทีต่อมา ----“ …!”

 

จู่ๆ ชีกะก็รู้สึกขนลุกไปทั่วร่างราวกับว่าเธอถูกไฟฟ้าดูด ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

ด้านหลังของไดสึเกะก็มีคนที่คาดไม่ถึงปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน

 

แม้ว่าคนๆ นั้นจะแตกต่างไปจากครั้งที่พวกเธอพบกันเมื่อสี่ปีก่อนและเปลี่ยนไปสวมเสื้อโค้ทสีดำแทน แต่ชีกะจะไม่มีทางเห็นเธอผิดไปกับคนอื่น เพราะในความฝันของเธอ เธอได้เห็นคนๆ นั้นมาหลายครั้งแล้ว

 

เบื้องหลังแว่นตากันแดดรูปกลม ผู้หญิงคนนั้นยิ้ม

 

ชีกะวิ่งออกจากฝูงชนอย่างรวดเร็วและพุ่งไปในทิศทางที่ผู้หญิงสวมเสื้อโค้ทคนนั้นอยู่ “ชีกะ? จะไปไหน……!"

แม้ว่าชีกะจะได้ยินเสียงตกใจของไดสึเกะ เธอก็ไม่หยุด

 

ทำไม..…ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่……!

 

ชีกะมาถึงจุดที่ผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ก่อนหน้านี้ จ้องมองไปรอบๆ “!”

เธอสังเกตเห็นว่าผู้หญิงสวมเสื้อโค้ทตอนนี้อยู่ห่างออกไปมากขึ้น กำลังกลมกลืนในหมู่ฝูงชน ชีกะจึงพุ่งไปที่ทิศทางของผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง

“ชีกะ!”

 

กัดริมฝีปากของเธอ ชีกะเมินเสียงเรียกของไดสึเกะ ดูเหมือนว่าเราต้องขอโทษเขาอีกครั้งแล้ว...

 

แต่ชีกะไม่ต้องการเสียเป้าหมายของเธอ บุคคลที่เริ่มต้นทุกสิ่งทุกอย่าง

ผู้ที่ทำให้ชีกะรู้สึกโศกเศร้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เธอเห็นไดสึเกะ

 

-- “นี่ บอกความฝันของเธอให้ฉันได้รึเปล่า?”

 

คำถามที่ถามเมื่อสี่ปีที่แล้วตอนนี้ปรากฏอย่างชัดเจนในใจของชีกะ“[โอกุย]……!”

ชีกะต้องพบคนๆ นั้นอีกครั้ง [โอกุย] --- ผู้ที่เปลี่ยนเธอให้เป็นมูชิทสึกิ จากนั้นหลังจากได้พบผู้หญิงคนนั้น ชีกะจะถามคำถามที่เธอเก็บไว้ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา

ทำไมต้องทำให้ฉันกลายเป็นมูชิทสึกิด้วย? ----

             

สี่ปีก่อน เมื่อชีกะหลีกเลี่ยงการถูกสังหารโดย SEPB เธอขบคิดเรื่องคำถามนี้เท่านั้น แม้หลังจากที่เธอคืนชีพจากสภาพผู้ร่วงหล่นไม่กี่วันก่อน เธอก็ยังคงคิดและสงสัยเรื่องนี้อยู่

 

ทำไม……เพื่อเหตุผลอะไรฉันถึงต้องกลายเป็นมูชิทสึกิ? [มูชิ]คืออะไร?

 

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ชีกะก็อยากรู้

 

ชีกะผลักคนในเส้นทางของเธอออกและวิ่งต่อไป เมื่อเธอข้ามถนนกว้าง ในที่สุดเธอก็พบร่างที่สวมเสื้อโค้ทดำท่ามกลางฝูงชน

“เดี๋ย…”

 

ชีกะหยุดกะทันหัน ไม่แม้แต่จะพูดให้จบ

 

ไม่

 

แม้ว่าร่างนั้นจะสวมเสื้อโค้ทยาวสีดำที่คล้ายกัน แต่เธอก็ไม่ใช่[โอกุย]

 

ชายหญิงหลายคนเริ่มเดินมาทางชีกะอย่างสบายอารมณ์ พวกเขาทั้งหมดสวมเสื้อโค้ทยาวสีดำที่คล้ายกันและแว่นก็อกเกิลที่คุ้นเคยซึ่งครอบคลุมใบหน้าส่วนใหญ่ของพวกเขา

ได้ยังไง ----

 

ทั่วทั้งตัวของชีกะถูกทิ่มแทงด้วยความกลัว

 

สำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษหรือที่รู้จักกันชื่อ SEPB องค์กรที่ตามล่าเธอในช่วงเวลาสี่ปีก่อน ชีกะรู้สึกได้ทันที ดวงตาของพวกเธอพบกัน

พวกเขา…เจอเราแล้ว ----?

 

ชีกะหันหลังกลับและวิ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามออกห่างจากฝูงชน

 

เธอวิ่งผ่านด้านข้างของชิงช้าสวรรค์ที่มีไฟกระพริบ จากนั้นก็วิ่งเข้าไปในลานจัตุรัสขนาดยักษ์ที่มีร้านค้ามากมาย ผ่านร้านขายของที่ระลึก จากนั้นพื้นที่เครื่องเล่นถ้วยกาแฟหมุน แล้วก็ตัดผ่านอุโมงค์กลาง ผู้คนผ่านไปมาจำนวนมากบนท้องถนนประหลาดใจและหันมาที่ชีกะ แต่เธอไม่สนใจ

ฉันไม่ลังเลอีกแล้ว... ต้องรีบออกจากสวนสนุกนี้... จากนั้นก็เมืองนี้ ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะจับฉันไปอีกครั้งแน่ แล้ว…มันก็จะเป็นเหมือนกับสี่ปีก่อน...

แบบนั้นไม่เอาหรอก……!

 

ชีกะตะโกนในใจระหว่างที่กำลังวิ่ง

 

เธอจดจำร่างของเธอที่คล้ายกับเปลือกว่างเปล่าภายใน "สถานโดดเดี่ยว" ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมานั้นได้

ตอนนี้ในที่สุดเธอก็ได้รับความฝันที่ครั้งหนึ่งเธอเสียไปคืนมา และได้พบผู้คนที่สำคัญสำหรับเธอแล้ว ทาจิบานะ รินะบอกว่าชีกะเป็นเพื่อนของเธอ และเธอก็กังวลเรื่องความปลอดภัยของชีกะ รินะได้กลายเป็นเพื่อนสนิทที่ทดแทนไม่ได้สำหรับชีกะไปแล้ว

 

สำหรับเด็กผู้ชายที่ชื่อคุสึริยะ ไดสึเกะ…ชีกะกัดริมฝีปากของเธอโดยไม่ตั้งใจ

ไดสึเกะเคยพูดตอนนั้น เขาจะพาเธอมาที่สวนสนุกแห่งนี้อีกเพื่อที่พวกเธอจะได้ชมขบวนพาเหรดด้วยกัน แม้แต่ชีกะก็รู้ว่าคริสต์มาสอีฟเป็นวันพิเศษสำหรับผู้คน ในวันพิเศษเช่นนี้ไดสึเกะเต็มใจที่จะให้เธออยู่เคียงข้างเขา

ชีกะไม่อยากลืมเรื่องของผู้คนที่แสนสำคัญซึ่งเธอได้พบในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

 

---- ฉันไม่อยากลืม!

 

ชีกะไม่ได้ตั้งใจจะต่อสู้ แต่ถ้าเธอต้องทำเธอก็คงจะไม่แพ้ อย่างไรก็ตามหากการต่อสู้ปะทุขึ้นที่นี่มันจะดึงเอาผู้บริสุทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้องมากเกินไป

 

[มูชิ]ของชีกะพิเศษมากในหลายๆ ความหมาย

 

เธอไม่สามารถควบคุม[มูชิ]ของเธอได้อย่างสมบูรณ์ แม้จะเป็นไปได้ที่จะออกคำสั่งในระดับหนึ่ง แต่[มูชิ]จะปลดปล่อยพลังของมันเต็มที่เมื่อปกป้องชีกะเท่านั้น และหากชีวิตของชีกะตกอยู่ในอันตราย [มูชิ]ก็จะไม่สนใจคำสั่งใดๆ ของเธอและลงมือด้วยตัวเองเพื่อปกป้องเธอ

และสิ่งสุดท้ายที่น่ากลัวคือเมื่อใดก็ตามที่เธอมีส่วนร่วมในการต่อสู้ เธอจะสูญเสียส่วนหนึ่งของความฝันของเธอเป็นค่าทดแทน ระหว่างการต่อสู้[มูชิ]ของชีกะจะใช้พลังของมันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายความว่าแม้แต่ชีกะก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะสามารถคงสติไว้ได้หรือไม่

นอกจากนี้ หากครั้งนี้เธอหมดสติ มีโอกาสที่เธออาจจะไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้อีก ---

ความกังวลที่ระเบิดอย่างฉับพลันห่อหุ้มชีกะ…ขณะที่ความเหงาในอดีตเริ่มทำให้เธอไม่สบายใจ เธอแค่หวังว่าจะมีใครสักคนอยู่เคียงข้างเธอในตอนนี้ ---- ความทรงจำของสัมผัสอันอบอุ่นเหล่านั้นเริ่มผุดขึ้นมาบนมือที่กำลังภาวนาของชีกะ

 

“ไม่…ไม่ได้นะ ไดสึเกะคุง……”

 

ชีกะกัดริมฝีปากของเธอ พยายามอย่างยิ่งที่จะลบภาพของไดสึเกะออกไปจากจิตใจ

 

ตอนนี้ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ของ SEPB กำลังเริ่มรวมตัวกันในสวนสนุกแห่งนี้ และด้วยเหตุผลที่ไม่รู้บางอย่าง [โอกุย] หนึ่งใน[สามต้นกำเนิด]ก็ปรากฏตัวขึ้นที่นี่เช่นกัน

 

เราต้องไม่พบไดสึเกะคุงอีก... แม้ว่าเราจะไม่ได้บอกลาอย่างถูกต้อง นี่ก็อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เราพบกัน...

ชีกะคิดว่าความรู้สึกมีความสุขและสบายใจเมื่อตอนที่พวกเธอจับมือกันถูกตราตรึงไว้ในหัวใจของเธออย่างชัดเจน บาดแผลที่ก่อนนี้โหยหาความสุขค่อยๆ กลายเป็นแรงกดดันที่ไม่อาจต้านทานซึ่งบีบรัดหัวใจของเธอ

ทันใดนั้นชีกะหยุดวิ่ง เพราะเธอหนีมาโดยไม่คิดอะไรมาก เธอจึงไม่ได้สังเกตว่าเธอได้กลับมาที่ศูนย์กลางของสวนสนุกที่เต็มไปด้วยฝูงชน

“……ไดสึเกะคุง……” ชีกะพึมพำเบา ๆ

ทันใดนั้น ใครบางคนจับข้อมือของเธอ “ชีกะ เป็นอะไรรึเปล่า?”

บุคคลนั้นกล่าวขณะที่จับข้อมือของชีกะแน่น เป็นคุสึริยะ ได่สึเกะ ไดสึเกะจับมือชีกะผู้ซึ่งกำลังมึนงงและเริ่มวิ่ง

“ตามผมมาเร็วเข้า”

 

พวกเธอวิ่งผ่านเวทีการแสดงที่เต็มไปด้วยฝูงชนและข้ามสะพานที่มนุษย์สร้างขึ้น พวกเขาจงใจหลีกเลี่ยงฝูงชนระหว่างที่รุดหน้าไป พวกเธอไม่หยุดจนกระทั่งพวกเธอมาถึงหน้าประตูยักษ์ในที่สุด มองเห็นป่าขนาดยักษ์เหนือประตูซึ่งอาจเป็นหนึ่งในที่เที่ยวเล่นซึ่งเหมือนเขาวงกต

 

“…”

 

ชีกะจับภาพของใครบางคนยิ้มให้พวกเธอได้จากหางตา คนๆ นั้นสวมแว่นกันแดดรูปกลมจับจ้องมาที่พวกเธออย่างสนใจ

“ไดสึเกะคุง……รอเดี๋ยว……!” “ตั๋วผู้ใหญ่สองใบครับ”

ไดสึเกะดึงธนบัตรหนึ่งพันเยนจากที่ไหนสักแห่งแล้วส่งให้พนักงาน หลังจากได้รับตั๋วเขาคว้ามือของชีกะและวิ่งผ่านประตู เมื่อพวกเธอเดินข้ามสะพานที่ปกคลุมไปด้วยตะไคร่น้ำ จระเข้ขนาดใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้นจากบ่อน้ำข้างหน้า มันขยับขากรรไกรที่เต็มไปด้วยฟันแหลมและพูดด้วยเสียงสังเคราะห์

“ผู้กล้าหรือบางทีผู้มาเยือนที่โง่เขลา! เลือกโชคชะตาของเจ้าอย่างชาญฉลาดเสีย! เจ้าต้องการถนนทางขวาที่เต็มไปด้วยแสง? หรือถนนซ้ายที่มืดมืดและหนาวเหน็บ----“

ไม่ปล่อยให้มันพูดจนจบ ไดสึเกะเดินเข้าไปในถนนทางด้านซ้าย

 

ได้ยินเสียงนกแปลกๆ เหนือหัวขณะที่พวกเธอเดินลึกเข้าไปในเส้นทางที่มืดสลัว ในไม่ช้าก็มาถึงที่โล่งซึ่งสว่างอย่างลึกลับ จุดแสงที่ลอยอยู่ท่ามกลางต้นไม้ที่ไม่รู้จักนั้นเกิดจากแสงหิ่งห้อยของหิ่งห้อยในพื้นที่โดยรอบ

ไดสึเกะไม่ให้เวลาชีกะเพลิดเพลินกับภาพดังกล่าว เขาตั้งใจเดินออกจากถนนมุ่งลึกไปในป่ามากขึ้นในเส้นทางที่ปกคลุมด้วยต้นไม้ประดิษฐ์

“ได…ไดสึเกะคุง……?”

 

“อืม…จุดนี้น่าจะโอเคใช่ไหม?”

 

ไดสึเกะหยุดหลังจากเขาพบจุดที่เขาสามารถมองป่าโดยรวมได้ เขาหันกลับมาด้วยรอยยิ้มและปล่อยมือของชีกะ ชีกะยืนอยู่ตรงนั้นเงียบๆ ไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น

 

“ผมไม่รู้ว่าเธอกำลังพยายามหลีกเลี่ยงอะไร แต่จะไม่มีใครมาที่นี่ ดังนั้นไม่ต้องห่วง” “ได…ไดสึเกะคุงทำไม……”

 “อ๊ะ… อดนึกถึงตอนที่เราพบกันครั้งแรกไม่ได้เลยนะ ในตอนนั้นผมบังคับให้เธอมาด้วยเหมือนกับตอนนี้”

 

ชีกะพูดอะไรไม่ออกกับคำพูดที่ไม่สามารถเข้าใจได้ของไดสึเกะ

 

ไม่มีทางที่ชีกะจะลืมได้ พวกเธอวิ่งหนีเหมือนอย่างคราวก่อน จากเจ้าหน้าที่สถานีที่ไล่ตามพวกเธอ

ชีกะสับสนเมื่อทุกอย่างเกิดขึ้น ในเวลานั้นเธอไม่เข้าใจว่าเธอฟื้นจากสภาพผู้ร่วงหล่นได้อย่างไรหรือทำไมเธอถึงอยากคุยกับไดสึเกะ แต่แม้จะสับสนวุ่นวาย เธอก็ยังรู้สึกมีความสุข

“อ๊ะ ผมยังไม่ได้บอกว่าทำไมผมถึงถูกเจ้าหน้าที่สถานีไล่ตามใช่ไหม? ทันทีที่ผมเห็นชีกะ ผมกดปุ่มหยุดฉุกเฉินโดยไม่ต้องยั้งคิดเพื่อหยุดรถไฟน่ะ”

ตอนนี้ชีกะพูดไม่ออกยิ่งกว่าเดิม

 

ไม่คิดเลยสักนิดว่าไดสึเกะคุงจะทำเรื่องแบบนั้น... หรือว่าเด็กผู้ชายที่ดูประพฤติตัวดีต่อหน้าฉันตอนนี้ จริงๆ แล้วเป็นคนหุนหันงั้นเหรอ?

ไดสึเกะหัวเราะขณะที่เขาเอนตัวพิงลำต้นของต้นไม้และถอนหายใจ

 

“ผมคิดถึงวิธีอื่นไม่ได้นี่! แต่เดิมผมคิดอะไรไม่เก่งอยู่แล้วและผมก็ไม่รู้ "วิธีที่ดีที่สุด"ที่จะทำให้ผมได้พบเธอ แต่จะยังไงในเวลานั้นผมก็มั่นใจอย่างหนึ่ง ---- ถ้าผมไม่ทำผมคงจะไม่มีทางได้พบเธออีก……ร่างกายของผมคงรู้ว่ามันเป็นโอกาสสุดท้าย ดังนั้นมันจึงเคลื่อนไหวด้วยตัวของมันเอง .”

 

ไดสึเกะหันมาเพื่อจ้องชีกะ

 

“ทันที……ที่เราสองคนสังเกตเห็นกันและกัน มันรู้สึกเหมือนสวิตช์ในใจของผมถูกเปิด และในตอนที่สติผมกลับคืนมาผมก็ออกจากรถไฟและวิ่งขึ้นไปบนชานชาลาแล้ว”

ชีกะไม่สามารถเผชิญกับสายตาของไดสึเกะได้ ลดศีรษะของเธอด้วยความเงียบ... ในเวลานั้นเธอก็รู้สึกเหมือนกัน... ถ้าไดสึเกะรู้ความจริงที่ว่าเธอถูกไล่ล่าโดย SEPB เขาจะรู้สึกผิดหวังแค่ไหน

“ฉันก็เหมือนกัน……ตอนฉันได้สติฉันก็ออกจากรถไฟแล้ว……เพราะฉันอยากเจอเธอ……”

ทันทีที่ชีกะเห็นไดสึเกะ อารมณ์ความรู้สึกของเธอก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ ร่างที่ควรจะไม่มีวันตื่นได้คืนชีพกลับมา หลังจากนั้นเธอก็รู้ว่า[มูชิ]ก็คืนชีพกลับมาเช่นกัน เธอไม่ได้คืนชีพด้วยตัวตนในฐานะเด็กผู้หญิงธรรมดาแต่ด้วยตัวตนของมูชิทสึกิอีกครั้ง และได้รับความฝันของเธอกลับมา

 

“แต่…แต่ว่าฉัน……”

 

ชีกะก้าวถอยหลังสองสามก้าว

 

เธอถูกเพ่งเล็งโดย SEPB อย่างไม่ต้องสงสัย... ในเวลาเดียวกัน ด้วยเหตุผลบางอย่างเธอก็ถูก[โอกุย]สังเกตเห็นด้วย เธอไม่แน่ใจว่าเธอจะเป็นภาระกับไดสึเกะมากแค่ไหน ความมีเหตุผลของชีกะได้เตือนว่าเธอจำเป็นไปจากเด็กผู้ชายตรงหน้าโดยเร็วที่สุด

 

อย่างไรก็ตาม ประโยคที่ออกมาอย่างกะทันหันของเด็กหนุ่มหยุดการเคลื่อนไหวของชีกะ “ผมดีใจนะ ที่ผมได้พบกับชีกะ”

“……!”

 

ความรู้สึกอบอุ่นเต็มในดวงตาของเธอ จากนั้นมันก็โผล่ออกมาเป็นน้ำตาอย่างช้าๆ …ความมีเหตุผลที่ชีกะแทบจะคงไว้ไม่ได้นั้นแตกสลายด้วยเสียงอันชัดเจน

“ตั้งแต่ตอนที่ผมคุยกับเธอในสวน ผมรู้ตัวว่าเธอกลัวบางอย่าง…” ไดสึเกะกัดริมฝีปากของเขา

“ไม่ต้องกังวลว่าผมรังเกียจมันรึเปล่า เพราะถึงเป็นแบบนั้นผมก็ยังอยากพบเธอ ทั้งอย่างนั้นผมก็ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ ดังนั้น...บอกผมได้ไหม เธอพยายามหลบอะไรอยู่กันแน่?”

 

“…!”

 

แรงกระตุ้นที่อยากจะเปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่างกับไดสึเกะทำให้หัวใจของชีกะบีบแน่น เมื่อเธอเปิดปากเธอออก เธอลังเล

ไม่… เราทำไม่ได้ …

 

เธอทำให้ไดสึเกะเข้ามาพัวพันด้วยไม่ได้ --- ดึงเด็กผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอเข้ามาในสถานการณ์อันตรายที่เธอได้พบเผชิญไม่ได้เด็ดขาด เธอไม่อยากให้ไดสึเกะพบว่าเธอเป็นมูชิทสึกิ ไม่อยากให้เขากลัวเธอ แต่เธอก็ไม่อยากออกจากข้างกายเขา...

แรงกระตุ้นของความรู้สึกทั้งสองปะทะกันเองทำให้ชีกะหายใจไม่ออก มันเกือบจะทำให้เธอล้มพับหรืออาจเสียสติคิดว่าบางทีการตายการดีกว่าการมีชีวิตอยู่ ชีกะไม่อยากทำร้ายไดสึเกะแต่ก็ไม่อยากให้ไดสึเกะเกลียดเธอ แต่……

 

ฉันอยาก ----

 

ในที่สุด…น้ำตาก็ตกลงมาจากมุมหนึ่งของดวงตาชีกะ “ฉัน……ฉัน………”

เธอทำได้แค่ร้องไห้ ไม่รู้ว่าต้องทำอะไร

 

คล้ายกับเด็กหลงทางที่ไม่รู้ทิศ...ไม่สามารถบอกเส้นทางที่ถูกต้องได้... เธอเอาแต่ร้องไห้และร้องไห้ต่อไปเท่านั้น...

มองชีกะที่กำลังร้องไห้ ไดสึเกะอดรู้สึกเศร้าไม่ได้ “บอกผมสิ…ผมทำอะไรได้บ้าง?”

เสียงของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความสับสนไม่ปิดบัง

 

“ผมไม่รู้ว่าว่าควรทำอะไรอีกแล้ว ผมอยากจะช่วย หวังให้เธอยิ้มได้จากก้นบึ้งของหัวใจ และคำขอเห็นแก่ตัวของผมเอง...ที่อยากจะอยู่ข้างๆ แต่ผมรู้ว่าถ้าผมอยู่ใกล้ๆ ผมจะทำร้ายเธอ ผมสับสน…ผม…ผมไม่รู้ว่าผมควรจะอยู่ข้างเธอดีไหม ตอนนี้ก็ทำถึงขนาดบังคับ…… แต่ผมแค่……”

 

ไดสึเกะพูดเบาๆ

 

“ผมแค่อยากจะอยู่กับเธอ……”

 

น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของชีกะต่อไป ทำให้เธอไม่สามารถโฟกัสสายตาของเธอที่เด็กหนุ่มตรงหน้าได้ มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนเด็กที่หาหนทางของตัวเองไม่พบ เดินอย่างไร้จุดหมายบนถนนที่ไม่มีที่สิ้นสุด

จากนั้นในที่สุดก็พบกับเด็กอีกคนที่มีสถานการณ์เดียวกัน...

 

ทำไม…

 

ฉับพลัน คำถามเกิดขึ้นในใจของเธอ

 

ทำไมเด็กหนุ่มคนนี้จึงใส่ใจเธอ ทำไมเขาถึงมีความฝันเหมือนเธอ?

 

การกระทำของเขาคล้ายคลึงกับเด็กชายที่เธอพบเมื่อสี่ปีก่อน แม้ว่าการกระทำของเด็กชายคนนั้นจะเป็นแบบที่มีจิตใจแข็งแกร่งและไม่พ่ายแพ้ ชีกะสามารถบอกได้ว่าเขาหลงทางเช่นกัน

 

อาการเจ็บหน้าอกอย่างไม่ที่เคยปรากฏมาก่อนกำลังกดทับหน้าอกของชีกะ ทำให้เธอกัดริมฝีปากของเธอแน่น ความเจ็บปวดนั้นรุนแรงพอที่จะทำให้เธอเป็นลม แต่เธอก็ต่อต้านมันโดยสัญชาตญาณ

“ไดสึเกะคุง…”

 

ชีกะเดินเข้าไปใกล้กับเด็กหนุ่ม แต่ไม่ได้แตะต้องเขา

 

โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า การระเบิดอย่างกะทันหันจากที่ไหนสักแห่งพัดป่าด้านหน้าพวกเธอหายไป มันบดขยี้กำแพงด้านนอกอย่างหมดจดจนทำให้แสงแดดส่องผ่านความมืดได้

และจากนั้นการระเบิดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ลมโหมกรรโชกพัดมาที่ทิศทางของพวกเธอ จากนั้นร่างๆ หนึ่งก็ปรากฎตัวต่อหน้าพวกเธอที่ยังคงบังใบหน้าจากลมแรง ร่างที่ยืนอยู่กลางป่าไร้ผู้คนจ้องมองไปที่ด้านนอกเขาวงกต ถัดจากร่างนั้นมองเห็นสิ่งมีชีวิตดุร้ายที่ดูไม่เหมือนแมลงธรรมดาหรือสัตว์

 

ใบหน้าของคนๆ นั้นถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีขาว สะบัดผมยาวของเธอเล็กน้อย  “อะไร…?”

ไดสึเกะชะโงกหัวของเขาออกมาจากควัน

 

ผู้สวมหน้ากากสีขาวได้ยินเสียงของเขาและสังเกตเห็นการคงอยู่ของชีกะกับไดสึเกะ เธอหันหน้ามาทางพวกเธอด้วยความประหลาดใจ เมื่อเธอเห็นไดสึเกะและชีกะยืนอยู่ด้วยกันเธอก็นิ่งค้างราวกับก้อนหิน เพราะเธอสวมหน้ากากไม่ว่าใครก็ไม่สามารถบอกสีหน้าของเธอได้ แต่มันต้องทำให้เธอตกใจมากงั้นเหรอ?

เมื่อพูดถึงจุดที่ว่าตะลึง ชีกะก็เหมือนกัน จิตใจของเธอว่างเปล่า ยุ่งเหยิงเต็มด้วยเมฆไปหมด

ชีกะรู้สึกถึงสายตาของบุคคลที่สวมหน้ากากค่อยๆ ย้ายจากเธอมาที่ไดสึเกะ ด้วยเหตุผลบางอย่าง เวลาที่ร่างๆ นั้นจับจ้องไดสึเกะดูเหมือนจะนานกว่าของเธอ

จากนั้นวินาทีต่อมารอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้า รอยยิ้มที่ดูเหมือนจะเป็นรอยยิ้มชิงชังตนเองที่ไม่สามารถหยุดไว้ได้อีกต่อไป

 

ชีกะเข้าใจสถานการณ์ทันที

 

สาเหตุที่คนตามล่าชีกะมาอย่างรวดเร็วขนาดนั้นคงเป็นเพราะ SEPB ได้มาถึงที่สวนสนุกแห่งนี้ก่อนแล้ว และดูเหมือนว่าพวกเขาอยู่ที่นี่เพื่อต่อสู้กับกองทัพกบฏของรินะ

แม้ว่า[มูชิ]ของรินะพยายามที่จะบินออกไป มันถูกตีกลับเข้ามาในป่าพร้อมๆ กับเสียงกระแทก ดูเหมือนว่าเธอกำลังต่อสู้กับศัตรูจำนวนมากในคราวเดียว อยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด

 

“มูชิ……”

 

ไดสึเกะเห็นเต่าทองยักษ์ที่อยู่ข้างๆ เด็กสาวและตะโกนด้วยความแตกตื่น “มูชิทสึกิ……!”

เสียงทำให้ทั้งรินะและชีกะสั่นไหว “ชีกะ หนีเร็ว!”

ไดสึเกะจับแขนของชีกะอย่างร้อนรน แต่ชีกะไม่ขยับแม้แต่น้อย

“ชีกะ! ทำอะไรอยู่?! ต้องรีบแล้วไม่งั้น…”

 

ไดสึเกะดูเหมือนจะกลัวสัตว์ประหลาดตรงหน้าเขา ซึ่งไม่มีใครสามารถตำหนิเขาได้ ไดสึเกะกระตุ้นชีกะอย่างกังวล

ความร้อนจากความเจ็บปวดทิ่มแทงหน้าอกของชีกะ

 

ถ้าไดสึเกะได้เห็น[มูชิ]ของชีกะ เขาจะแสดงปฏิกิริยาแบบเดียวกับตอนนี้หรือเปล่านะ? รินะสังเกตเห็นชีกะนิ่งเฉยและเปิดปากของเธอออก...

---- มัวทำอะไรอยู่? ออกไปจากที่นี่ได้แล้ว!

 

ดูเหมือนเธอจะพูดคำเหล่านั้น อย่างไรก็ตามชีกะยังคงนิ่งเฉย

 

ระหว่างช่วงเวลานี้[มูชิ]ของรินะซึ่งกำลังทนต่อการโจมตีที่รุนแรงเหมือนปืนได้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เมื่อใดก็ตามที่[มูชิ]ของเธอได้รับบาดเจ็บ ใบหน้าของรินะจะบิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวด เหตุผลที่ไม่มีใครคุ้มครองเธอเพราะเธอถูกแยกออกจากพรรคพวกของเธองั้นเหรอ?

ร่างเต่าทองยักษ์ถูกกระแทกกลับไปที่ลำต้นของต้นไม้ ทำให้รินะใช้มือกดหน้าอกของเธอแน่นระหว่างที่ร่างกายของเธอเจ็บปวด

“ชีกะ!”

 

ไดสึเกะดึงมือของชีกะอีกครั้งหนึ่ง

 

ทันใดนั้นรินะก็หันศีรษะกลับมาอีกครั้งแล้วขยับริมฝีปาก ชีกะรู้สึกได้ชัดเจนถึงคำพูดเงียบๆ ของเด็กสาว

---- ถ้าเธอเจอแฟนของเธอไม่ได้อีก จะโอเคเหรอ? สีหน้าของชีกะแข็งค้าง

ใช่…สิ่งที่รินะพูดเป็นความจริง มันจะดีกว่าถ้าฉันหนีไปตอนนี้

 

เสียงเบาๆ กระซิบจากข้างใน

 

รินะจะไม่เป็นไร เธอแข็งแกร่ง ไม่ว่าเธอจะสู้กับศัตรูกี่คน เธอก็จะไม่เป็นไรแน่นอน

ถ้าชีกะไม่หนี ท้ายที่สุดไดสึเกะก็จะพบความจริง เพียงคิดว่ามันเกิดขึ้นบาดแผลภายในตัวเธอก็เริ่มเจ็บอีกครั้ง หากเขารู้ความจริงแล้วมันจะจบสิ้นสำหรับทั้งชีกะและไดสึเกะ พวกเธอจะไม่สามารถพบกันและกันได้อีก

 

---- แบบนั้นไม่เอาหรอก!

 

ชีกะหลับตาของเธอแล้ววิ่ง




NEKOPOST.NET