[นิยายแปล] Mushi Uta ตอนที่ 3 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] Mushi Uta

Ch.3 - ชีกะ พาร์ท 4


3.00

 

ชีกะ พาร์ท 4

 

 

สิ่งเดียวที่เธอสามารถจำได้จากเมื่อตอนนั้น คือจุดเริ่มต้นของการสนทนาที่เธอมีกับผู้หญิงสวมแว่นกันแดดรูปกลมคนหนึ่ง

“นี่ บอกความฝันของเธอให้ฉันได้รึเปล่า?”

 

เป็นผู้หญิงร่างสูงสวมเสื้อโค้ทสีแดงเข้ม ริมฝีปากของเธอแสดงยิ้มใจเย็นระหว่างที่เธอจับจ้องอย่างผ่อนคลายที่ชีกะ

 

คำถามกะทันหันที่มาจากคนแปลกหน้าทำให้ชีกะกระสับกระส่าย

 

ในตอนนั้นชีกะยังเด็กอยู่ เธอเตรียมที่จะไว้ผมของเธอให้ยาวขึ้นให้เหมือนกับของพี่สาวเธอ ชีกะกำลังเดินกลับบ้านจากโรงเรียนประถมเหมือนปกติ ในถนนเหนือย่านพักอาศัยซึ่งอยู่ในเขตประชากรเบาบางถูกย้อมไปด้วยแสงสว่างสีส้มของพระอาทิตย์ตกดิน

“ไม่ต้องกลัว ฉันแค่อยากรู้เท่านั้น เพราะว่า…เธอมีความฝันที่ค่อนข้างอร่อย แต่เธอกลับหยุดเสียเฉยๆ ลังเลที่จะก้าวไปข้างหน้า”

ชีกะไม่เข้าใจในสิ่งที่ผู้หญิงซึ่งอยู่ตรงหน้าเธอคนนี้พูด เธอไม่แน่ใจว่าเธอควรจะวิ่งหนีหรือเปล่า แต่ถึงกระนั้นร่างกายของเธอก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ราวกับว่ามันถูกล็อกติดอยู่กับพื้น ไม่ บางทีอาจจะมีอำนาจบางอย่างขัดขวางการกระทำของเธอ

 

ริมฝีปากของชีกะเปิดอย่างช้าๆ การจ้องมองของผู้หญิงคนนั้นทำให้ร่างกายของชีกะเคลื่อนไหวไปโดยตัวของมันเอง “ความฝันของหนูคือ…”

--- เมื่อชีกะฟื้นคืนสติกลับคืนมา บางอย่างก็สถิตอยู่ภายในตัวของเธอแล้ว

 

ไม่นานหลังจากชีกะกลายเป็นมูชิทสึกิ เธอตกเป็นเป้าหมายและถูกตามล่าโดย SEPB

 

เธอไม่มีที่ไหนให้ซ่อนดังนั้นเธอเลยวิ่งไปทั่วทั้งเมือง คนเหล่านั้นที่ปิดบังหน้าตาด้วยก็อกเกิลแปลกๆ เข้ามาเพื่อสังหารเธอคนแล้วคนเล่า อย่างไรก็ตามแต่ชีกะสามารถรอดชีวิตจากการโจมตีของพวกเขามาได้ และในระหว่างที่เอาตัวรอดนั้น ชีกะก็เข้าใจว่าผู้หญิงชื่อ[โอกุย]ที่มีความสามารถในการสร้างมูชิทสึกิประเภทสมุนคนนั้น เป็นคนที่ทำให้เธอกลายเป็นมูชิทสึกิ นอกจาก[โอกุย]แล้วยังมีมูชิทสึกิอีกสองคนที่สามารถสร้างมูชิทสึกิประเภทอื่นได้ ดังนั้นพวกเขาจึงถูกเรียกว่า[สามต้นกำเนิด]

จากนั้นเมื่อชีกะไม่มีเรี่ยวแรงที่จะหนีไปได้ไกลอีก เธอได้พบกับเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ[คัคโค] หวนนึกกลับไป ในสายตาของชีกะนั้น การปรากฏตัวของ[คัคโค]ที่ยืนอยู่บนหิมะเต็มเปี่ยมด้วยความเกียรติภูมิพร้อมๆ กับความเศร้าโศก ภาพลักษณ์ของเขาในปีนั้นฝังลึกอยู่ในความทรงจำของเธอแม้จะผ่านมาถึงสี่ปี

 

ชีกะตื่นขึ้นอย่างกะทันหันเนื่องจากความกระวนกระวายใจในตัว

 

สิ่งแรกที่เธอเห็นเมื่อเธอลืมตาคือเพดานที่ไม่เคยเห็น ในห้องที่ล้อมรอบด้วยวอลล์เปเปอร์สีขาวโพลน ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อื่นใดนอกจากเตียงที่ชีกะกำลังนอนอยู่

 

หลังจากรวบรวมความทรงจำที่พร่าเลือน ในที่สุดชีกะก็จำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนก่อน

 

หลังจากที่ชีกะและรินะพบกัน เธอไปที่บ้านพักของรินะภายใต้คำเชื้อเชิญของรินะ ดูเหมือนรินะจะอยู่คนเดียวในอพาร์ทเมนต์ที่ระดับค่อนข้างสูง

เมื่อวานนี้รินะได้อธิบายสถานะองค์กรของเธอโดยย่อ [มูชิบาเนะ]เป็นกลุ่มต่อต้านที่รวมตัวขึ้นจากมูชิทสึกิหลายคน แม้ว่ารินะจะชวนชีกะให้เข้าร่วม ชีกะก็กล่าวว่าเธอต้องการเวลาในการตัดสินใจ ดังนั้นรินะจึงพูดติดตลกว่า “ก็กะอยู่แล้ว! ถ้าคนแบบชีกะเข้าร่วมงั้นก็ไม่มีอะไรให้กังวลอีก!”

ชีกะยังไม่ได้บอกรินะเกี่ยวกับความจริงที่ว่าเธอถูกเพ่งเล็งโดย SEPB เธอไม่ได้จงใจที่จะปกปิดมัน แต่เป็นเธอพลาดโอกาสที่จะระบุสถานการณ์ของเธอในตอนนี้มากกว่า

อย่างไรก็ตาม ความต้องการของชีกะที่จะออกจากเมืองนี้โดยเร็วที่สุดไม่ได้เปลี่ยนไป แต่ส่วนที่ว่าเธอไม่มีสถานที่ที่จะไปและไม่มีเงินใช้จ่าย ทำให้เธอยอมรับข้อเสนอของรินะที่จะตั้งปักหลักในที่ที่เธออยู่ตอนนี้จนกว่าสถานการณ์ของเธอจะมั่นคงขึ้น จากนั้นเธอจะแยกทางหลังจากขอบคุณรินะอย่างถูกต้องสำหรับสิ่งที่ทำเพื่อเธอ

ชีกะเดินออกจากห้องโดยสวมชุดนอนคู่หนึ่งที่รินะให้เธอยืม กลิ่นหอมพัดมาหาเธอจากปลายอีกด้านหนึ่งของทางเดิน

 “พื้นที่อื่น……โฮตารุ……ผู้นำเขตใต้ “เอเฟเมร่า”? ……ฉันไม่อยากเอาเขามาข้องเกี่ยว……ประเภทหลอมรวม?”

ชีกะได้ยินเสียงของการสนทนาได้เล็กน้อย แต่เธอสามารถได้ยินเพียงเสียงของคนๆ เดียวเท่านั้น หรือเป็นการสนทนาทางโทรศัพท์กันนะ?

“โอเค สำหรับตอนนี้บอกเอเฟเมร่าให้เตรียมพร้อมเอาไว้! พื้นที่อื่น…ไม่ คุณเอาผู้นำของเขตตะวันตกมาที่นี่ได้ไหม? จะยังไงพวกเขาก็รู้เรื่องสถานการณ์ของเซ็นติแล้ว... ”

เสียงถูกหยุดไปหลังจากประโยคสุดท้าย “อะ…อรุณสวัสดิ์…”

ชีกะเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นอย่างอายๆ ในขณะที่รินะต้อนรับเธอด้วยรอยยิ้ม “อรุณสวัสดิ์ --- หลับสบายดีไหม?”

 

รินะวางมือถือของเธอลงขณะที่เธอกวนหม้อซุปมิโสะ เธอสวมผ้ากันเปื้อนไว้นอกเครื่องแบบนักเรียน

“อ๊ะ……ขะ-ขอโทษนะ ฉันจะช่วยด้วย”

 

“ไม่ต้องห่วง ไม่เป็นไรหรอก ทำไมไม่นั่งลงก่อนล่ะ? อีกเดี๋ยวอาหารเช้าเกือบจะพร้อมแล้ว”

 

วิธีที่รินะเสิร์ฟอาหารนั้นรวดเร็วและแม่นยำมาก จนชีกะรู้ว่าเธอคงเป็นคนรบกวนเท่านั้นถ้ารินะปล่อยให้เธอช่วย

 

“อะ…อืม”

 

ชีกะนั่งบนเก้าอี้โต๊ะอาหารตามคำแนะนำของรินะ ระหว่างนั้นก็มองไปรอบๆ ห้องนั่งเล่นโดยไม่ตั้งใจ

แม้ว่าห้องพักจะกว้างขวาง แต่มีการตกแต่งแบบชีวิตประจำวันเท่านั้น อย่างเช่นโต๊ะและทีวี ผนังถูกปิดบังด้วยผืนผ้าใบ พู่กันและสีที่ใช้ในการวาดภาพกระจัดกระจายไปทั่วพื้น ภาพวาดทุกๆ ภาพที่มองเห็นได้นั้นยังไม่เสร็จดี และภาพวาดเกือบจะทั้งหมดเป็นภาพทิวทัศน์ ไม่ใช่ภาพเสมือนเดี่ยว อย่างไรก็ตามภาพวาดแต่ละภาพมีเสน่ห์ดั่งเวทมนตร์ที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนได้ สีส่วนใหญ่ที่ใช้มีแนวโน้มไปทางสีแดง---สีแดงแผดเผาที่ไล่สีอย่างแม่นยำ ราวกับว่าดวงอาทิตย์ถูกติดไว้กับภาพวาด

 

“ฉันตั้งใจจะถามตั้งแต่เมื่อวานแล้ว…… รินะภาพวาดอยู่ที่นี่ตลอดเลยเหรอ?” รินะวางจานเปล่าลงบนโต๊ะพลางตอบคำถามของชีกะ

“ก็นะ ส่วนใหญ่อยู่ในโรงเรียน ถึงสภาพแวดล้อมที่นี่จะดี แต่ยังไงไม่รู้ฉันสามารถกระตุ้นจินตนาการตัวเองที่โรงเรียนได้ดีกว่าน่ะ......เพราะนั้นแหละ ฉันเลยภาพวาดที่นั่นตลอด"

 

“งั้นเหรอ…”

 

“อ๊ะ มันแค่งานอดิเรกธรรมดาน่ะ ฉันไม่ได้จุกจิกกับมันแบบนั้นหรอก!”

 

ทั้งที่ความจริงรินะอ้างว่าพวกมันเป็นงานอดิเรกธรรมดา ชีกะก็ยังสามารถบอกจากระดับของภาพวาดของเธอได้ว่าพวกมันอยู่เหนือระดับของ "งานอดิเรกธรรมดา" แต่ชีกะไม่ได้พูดถึงมันและถามอย่างอื่นแทน

 

“งั้นรินะ……จะวาดภาพต่อไปไหม?” รินะผ่อนคลายสีหน้าของเธอเล็กน้อย

“ฉันยังมีความต้องการอื่นอยู่ เพราะงั้น...ฉันไม่มีเวลามากพอที่จะวาดต่อหรอก”

 

สีหน้าตระหนักรู้ถูกฉาบลงบนใบหน้าของรินะ ชีกะน่าจะรู้อยู่แล้วว่าจุดมุ่งหมายของเธอคืออะไร “ต่อสู้กับ SEPB… ใช่ไหม?”

รินะตอบรับคำถามของชีกะด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว ดูเหมือนว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่รินะรู้สึกไม่สบายใจเธอก็จะแสดงออกอย่างนั้น

“เรียบง่ายใช่ไหมล่ะ? ฉันคิดได้แค่แก้แค้นเท่านั้น…ตาต่อตา ฟันต่อฟัน เพราะพวกเขาแย่งเอาสถานที่ของผู้อื่นไปมากมาย ดังนั้นฉันจะเอาพวกมันกลับมา เรื่องนี้สำคัญยิ่งกว่าเรื่องไหนๆ ในตอนนี้”

น้ำเสียงของรินะตรงไปตรงมามาก ไม่มีเค้าลางความสับสนแม้แต่นิดเดียว แต่ในระหว่างที่เธอพูดสายตาของเธอไม่ได้มองเข้าหาชีกะแม้แต่ครั้งเดียว

ถ้างั้นรินะ…แล้วสถานที่ที่เป็นของคุณล่ะ?

 

แม้ชีกะจะอยากจะถาม เธอก็ไม่ได้พูดเพราะรินะเดินไปในห้องครัวแล้ว “เสร็จแล้ว! ช่วยปรบมือด้วยค่า~!”

ชีกะปฏิบัติตามกล่าวของรินะและเริ่มตบมือทำเสียง *แปะ แปะ แปะ*

 

บนโต๊ะมีอาหารสไตล์ญี่ปุ่นที่ประกอบด้วยปลาย่างเป็นอาหารจานหลัก ทั้งรูปลักษณ์และกลิ่นไร้ที่ติ ชีกะค่อนข้างประหลาดใจเพราะรินะดูไม่เหมือนจะสามารถทำงานบ้านอะไรได้

 

“ลองชิมดูสิ”

 

ชีกะหยิบตะเกียบของเธอขึ้นแล้วพูดอย่างเงียบๆ ภายใต้การกระตุ้นของรินะ “ทานล่ะนะคะ..."

เธอลองชิมสตูผักจากจานเล็กก่อน มันก็อร่อยตามที่เธอคาดไว้ เนื่องจากชีกะไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เมื่อวาน รสชาติพิเศษของอาหารเช้าอุ่นๆ จึงทำให้เธอมีความสุข

 

“อร่อยจัง…”

 

“แหงสิ ฉันเติมมันด้วยความรักของฉันไงล่ะ! เนี้ยว ------” “คะ…ความรัก…? เนี้ยว ----?”

“มีมากกว่านี้อีกนะ ดังนั้นกินให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้เถอะ อ๊ะ! เธอกำลังจะไปหาแฟนตอนบ่ายใช่ไหม? งั้นเธอควรเติมสารอาหารให้ร่างกายจะดีกว่า อ๊า! เดี๋ยวฉันจะให้เธอยืมเสื้อผ้าไปใส่ทีหลังนะ "

 

“เขา…เขาไม่ใช่แฟนนะ!”

 

รินะมองชีกะผู้ซึ่งกำลังส่ายหัวของเธอด้วยใบหน้าแดงก่ำ และถอนหายใจอย่างจงใจ

 

“ใครกันน้า เด็กผู้ชายผู้โชคดีคนนี้ที่สามารถหาแฟนน่ารักอย่างเธอได้? ยังไงก็เถอะ เธอต้องระวังให้มากขึ้นนะ มีผู้ชายน่ากลัวในโลกนี้เยอะแยะเลย ตัวอย่างเช่นคนที่ทำตัวเป็นเด็กดีเพื่อเอาใจคนอื่น หรือคนงี่เง่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางที่แข็งแกร่งและโหดร้ายในเวลาเดียวกัน…และนอกจากนั้นอีกเยอะ”

รินะดื่มซุปมิโสะขณะที่กำลังบ่น ชีกะมองสีหน้าของเธอและจู่ๆ ก็คิดบางอย่างออกมา

 

“รินะชอบคนแบบนั้นเหรอ?”

 

รินะพ่นซุปมิโสะที่อยู่ในปากของเธอออก ไอด้วยใบหน้าขึ้นสีพลางจ้องที่ชีกะ

“เธอ…อ่า เธอได้ข้อสรุปแบบนั้นมาได้ยังไง!”“ขะ-ขอโทษนะ…ฉันแค่คิดว่าอาจเป็นแบบนั้น…”

หลังจากเห็นท่าทางเกี้ยวกราดกะทันหันของรินะ ชีกะถอยกลับอย่างขลาดๆ  รินะเริ่มพูดกับชีกะระหว่างที่เช็ดปากของเธอด้วยทิชชู่

“พวกคนประเภทนั้นที่ฉันเพิ่งบอกเธอไป หนึ่งในนั้นคือศัตรูของฉัน! เขาเป็นมูชิทสึกิจาก SEPB ที่ถูกเรียกว่า[คัคโค] ไอ้ชั่วพรรค์นั้นฉันจะไปชอบมันได้ยังไง!”

รินะสังเกตเห็นว่าชีกะแสดงสีหน้าแปลกๆ และสับสน ดังนั้นเธอจึงเริ่มตั้งคำถาม

“ชีกะ เป็นอะไรไป? รู้จักเขาเหรอ” “ไม่…ไม่รู้จัก…”

ชีกะส่ายหัวรวดเร็ว เธอรู้สึกประหลาดใจที่ตัวเองโกหก

 

“ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ยังไงก็เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะเคยพบเขาอยู่แล้ว เพราะมูชิทสึกิเกือบทั้งหมดที่พบเขาพ่ายแพ้และกลายเป็นผู้ร่วงหล่นล่ะนะ”

 

“ริ… รินะเกลียดคนๆ นั้นเหรอ?” “ก็ใช่น่ะสิ!”

สีหน้าของรินะกลายเป็นเคร่งเครียดในทันที เนื่องจากดวงตาของเธอนั้นเต็มไปด้วยเจตจำนงที่แข็งแกร่งโดยธรรมชาติ เมื่อใดก็ตามที่เธอเพ่งประสาทสัมผัส รอบตัวของเธอจะมีบรรยากาศที่หนักขึ้น

“หมอนั่น…แค่หมอนั่นเท่านั้น…ที่ฉันจะไม่ยกโทษให้เด็ดขาด! พวกพ้องของฉันหลายคนกลายเป็นผู้ร่วงหล่นก็เพราะเขา ถ้าไม่ใช่เพราะหมอนั่น เราก็อาจเจอสรวงสวรรค์ของเราไปแล้ว... ”

“...”

 

ชีกะฟังคำพูดของรินะอย่างเงียบ ๆ

 

สี่ปีก่อนเมื่อชีกะและเขาพบกัน เธอไม่รู้สึกว่าเด็กชายคนนั้นเป็นคนน่ากลัวอย่างนั้น

 

“ถึงอย่างนั้นก็มีอีกคนที่ต่างจากหมอนั่นอย่างสิ้นเชิงเลย”

สีหน้าของรินะค่อยๆ ผ่อนคลายลง เธอเผยแววตา ‘กังวลนิดหน่อยและอายเล็กน้อย’ ที่ซับซ้อน “เขาเป็นเพื่อนร่วมห้องของฉัน เขาไม่มีลักษณะโดดเด่นอะไรเลย ไม่มีอะไรดีหรือไม่ดีเกี่ยวกับตัวเขา

……ทั้งอย่างนั้นไม่กี่เดือนก่อนฉันเห็นสีหน้าตอนเขาจริงจัง แววตาที่เขามีในเวลานั้นแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงจากแววตาเรื่อยเปื่อยที่เขามีตามปกติ... จะพูดยังไงดีล่ะ มันเหมือนว่าเขาเป็นคนละคนกันเลยน่ะ... "

รินะยิ้ม สีหน้าโกรธเกรี้ยวที่เธอเผยเมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมาได้หายไป และเธอยังคงอธิบายรายละเอียดของเด็กชายอย่างเขินอายต่อ ดูเหมือนเธอจะไม่รู้ตัวถึงความเร็วในการพูดที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของเธอ

 

“เขาพิเศษเหรอ?”

 

“ไม่…ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น…....! โอ๊ย ฉันควรพูดยังไงดี... มันเหมือนความรู้สึกอยากระบายเขาลงไป เหมือนภาพวาดน่ะ"

“รูปของเขาน่ะเหรอ?”

 

“แปลกใจตัวเองเหมือนกัน ฉันไม่เคยมีความรู้สึกแบบนั้นจากแค่การได้เห็นคนๆ หนึ่งมาก่อน” รินะหันหน้าหนีจากชีกะอย่างเขินอายด้วยรอยยิ้มบางๆ

“อ๊ะ--- รินะยิ้มมีความสุขมากเลย!!”

 

เมื่อชีกะพูดประโยคนั้นด้วยรอยยิ้ม สีหน้าของรินะก็มืดมนทันที "แต่มันเป็นไปไม่ได้...คนๆ นั้นกับฉันมีชีวิตอยู่ในโลกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง"

"ทำไมล่ะ? รินะไม่ได้พูดเมื่อวานนี้หรอกเหรอ? ถึงเราเป็นมูชิทสึกิก็ไม่มีอะไรต้องกังวล " "ไม่ใช่อย่างนั้น……มันไม่เกี่ยวว่าเป็นมูชิทสึกิหรือเปล่า”

รินะส่ายหัวและพูด “…ฉันฆ่าพ่อของฉัน”

ชีกะเบิกตากว้างเมื่อได้ยินดังนั้น แววตาเกลียดชังผุดขึ้นบนใบหน้าของรินะ สีหน้าที่แตกต่างจากครั้งที่รินะมีเมื่อเธอพูดถึง[คัคโค]

“พ่อของฉันน่ะเลวถึงขีดสุด เขาจะแกล้งทำเป็นพ่อที่อ่อนโยนต่อโลกภายนอก แต่ที่บ้านเขาจะทุบตีแม่ของฉันทุกๆ วันโดยไม่มีเหตุผล เขารวยและทรงอำนาจ ดังนั้นฉันจึงหนีไปไม่ได้แม้ว่าฉันอยากหนี ในความทรงจำของฉันจากตอนประถม ฉันทำได้แค่วาดภาพที่ฉันเห็นผ่านหน้าต่างในห้องที่ไม่มีอะไรเลยเท่านั้น ไม่มีแม้แต่ในทีวี สำหรับแม่ของฉันมันก็เหมือนกับว่าเธอมีตัวตนอยู่เพื่อทนหมัดของเขาหรืออะไรทำนองนั้นเท่านั้น มันเป็นแบบนั้นจนฉันโต สิ่งเดียวที่ฉันคิดได้ก็คือการฆ่าผู้ชายคนนั้น”

 

เสียงของรินะนิ่งสงบขณะที่เธอกล่าวต่อไปด้วยน้ำเย็นเย็นเยียบ

 

“พอแม่ของฉันจากไปฉันก็แน่ใจว่าฉันจะเป็นเป้าหมายต่อไปของเขา ตายไปเหมือนแม่ของฉันที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ตายไปโดยที่ไม่ได้รับอะไรเลย…… ฉันไม่อยากตายแบบนั้น ดังนั้นฉันเลยอยากฆ่าเขาก่อนที่เขาจะฆ่าฉัน แล้วพอฉันตัดสินใจอย่างนั้นได้ ฉันก็กลายเป็นมูชิทสึกิ”

 

รินะหัวร่อแล้วพูด

 

“ความรู้สึกตอนนั้นบอกเป็นคำพูดได้ยาก ทุกสิ่งอย่างเกิดขึ้นเมื่อฉันเดินไปเจอหล่อน อย่างกับว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ ตอนที่ผู้หญิงแปลกๆ สวมแว่นกันแดดรูปกลมยืนอยู่ตรงหน้าฉัน อยู่ๆ ประสาทสัมผัสของฉันก็เลือนลาง จากนั้นพอถึงตอนที่ความรู้สึกของฉันกลับมา ฉันก็บอกได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างอยู่ภายในตัวฉัน…… สั้นๆ คือมันรู้สึกเหมือนว่าฉันถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนและจากนั้นส่วนอื่นของฉันก็บินหายไป สิ่งแรกที่ฉันทำเมื่อฉันเป็นมูชิทสึกิแน่นอนคือฆ่าไอ้สารเลวนั่น"

 

“รินะ……”

 

“สุดท้ายความโชคดีก็ทำให้เขามีชีวิตรอด แต่เขาไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้อีก ฉันได้ผลักเขาลงขุมนรกที่ไม่มีวันจบสิ้น”

“...…รินะ หยุดเถอะ……”

 

“ฉันได้รับพลัง พลังที่จะไม่ยอมให้ใครเหยียบย่ำฉันหรือปล่อยให้ฉันสูญเสียใครอีก ครั้งนี้ฉันจะใช้พลังของฉันเพื่อจัดการ SEPB ใช่ พวกเขาเป็นสัตว์ประหลาด ฉันจะไม่ยอมให้พวกนั้น……”

 

ชีกะไม่สามารถรั้งตัวเองได้อีกต่อไปและกอดรินะแน่น

 

น้ำตาร่วงหล่นจากแก้มของชีกะ เพราะชีกะมองที่รินะนับตั้งแต่ที่เธอเริ่มพูดถึงพ่อของเธอ หางตาของรินะเป็นสีแดงทันที แม้ว่าน้ำเสียงของเธอจะสงบ เธอก็กำลังร้องไห้ตลอดเวลา

 

“รินะ……อย่าพูดอีกเลยนะ……”

 

รินะไม่ทำเสียงใดๆ ในอ้อมแขนของชีกะ เธอแค่ยิ้มอย่างเงียบๆ “ดังนั้นฉัน…ไม่มีสิทธิ์จะอยู่ข้างเขาหรอก”

เสียงของรินะฟังดูโดดเดี่ยว แต่ก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยน

 

“เมื่อไหร่ที่เขาพูดกับฉัน… ฉันรู้สึกมีความสุขมาก ฉันคิดว่าเขายังไม่รู้อีกเหรอ? ตั้งแต่ที่ฉันพบว่าเขายิ้มระหว่างที่ดูภาพวาดของฉัน ฉันก็สนใจเขามาตลอด เพราะงั้นฉันเลยไม่อยากให้เขาค้นพบตัวจริงฉัน……”

 

“ไม่จริงหรอก” ชีกะพูด

“เขาเป็นคนที่รินะชอบใช่ไหม?! งั้นเขาก็ควรจะเข้าใจได้สิ”

 

 

“บางที…ก็อาจจะ”

 

รินะขยับออกห่างจากชีกะเล็กน้อย ใบหน้าของเธอแสดงรอยยิ้มอย่างไม่ปิดบัง ชีกะเชื่อว่ารินะผู้ซึ่งกำลังยิ้มก็กำลังหวังเรื่องนั้นจากก้นบึ้งของหัวใจเช่นกัน

“ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังมีบางอย่างที่ต้องทำอยู่ และมันไม่เกี่ยวข้องกับเขาที่กำลังใช้ชีวิตตามปกติ ดังนั้นลืมเรื่องนั้นไปก่อนสำหรับตอนนี้ ยังไงฉันได้รับข้อมูลลับสำคัญอันใหม่มาแล้ว”

 

“ข้อมูลลับ?”

 

เทียบกับใบหน้าของชีกะซึ่งเต็มไปด้วยความประหลาดใจ รินะกลับยิ้มแย้ม เธอเก็บจานและยืนขึ้น

“[ฟุยุโฮตารุ]”

หัวใจของชีกะเต้นถี่รัว

 

"ฉันได้ยินมาจากสมาชิกของ SEPB [ฟุยุโฮตารุ]เป็นผู้ชาย...หรือผู้หญิงกันนะ? ฉันไม่รู้จริงๆ หรอก--- แต่ถ้าเราสามารถหาเขาเจอและทำให้เขาเป็นหนึ่งในมิตรของเรา งั้นเราก็สามารถค้นพบวิธีที่จะตื่นจากสภาพผู้ร่วงหล่นได้แน่ ไม่ใช่แค่นั้น...เรายังสามารถรู้ที่ตั้งของ "สถานโดดเดี่ยว" ซึ่งเป็นสถานที่ที่ SEPB เอาผู้ร่วงหล่นไปได้จาก[ฟุยุโฮตารุ]เหมือนกัน

 

ดวงตาของรินะเปล่งประกายด้วยความหวัง ระหว่างที่เธอพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

 

“ถ้าเป็นอย่างนั้น สุดท้ายแล้วฉันจะสามารถช่วยพวกพ้องที่กลายเป็นผู้ร่วงหล่นได้! มันจะถึงเวลาสำหรับพวกเรา[มูชิบาเนะ]ที่จะเอาชนะ SEPB และสร้างสถานที่ปลอดภัยของพวกเรา เพื่อที่จะทำสิ่งนั้น……ฉันต้องตามหาเขาให้พบไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

 

รินะพูดต่อด้วยเสียงเพ้อพกพลางยิ้ม “หรือว่า…ชีกะคือ[ฟุยุโฮตารุ]?”

“ฉะ-ฉัน…”

 

ฉันไม่รู้วิธีการตื่นจากสภาพผู้ร่วงหล่น ---

 

รินะจ้องชีกะผู้ซึ่งกำลังคิดสิ่งที่จะพูด ผ่อนคลายสีหน้าของเธอและถือจานเดินเข้าไปในครัว

“ล้อเล่นน่า ล้อเล่น ฉันไม่คิดว่าอะไรๆ จะเกิดขึ้นได้ง่ายดายขนาดนี้หรอก ตามตรงแล้วฉันไม่คิดว่าชีกะแข็งแกร่งขนาดนั้นอยู่แล้ว!”

ชีกะจ้องแผ่นหลังของรินะ พูดอะไรไม่ออก




NEKOPOST.NET