[นิยายแปล] Mushi Uta ตอนที่ 2.02 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] Mushi Uta

Ch.2.02 - ชีกะ พาร์ท 3


2.02

 

ชีกะ พาร์ท 3

 

 

ชีกะกำลังวิ่งไปที่ทางออกของสวนสาธารณะขณะที่สีหน้าสุดท้ายของไดสึเกะเริ่มผุดขึ้นในใจของเธอ

 

เขาคงคิดว่าเหตุผลที่ชีกะผลักเขาออกไปนั้นเป็นเพราะเธอปฏิเสธตัวเขา ซึ่งทำให้สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเศร้าในพริบตา

ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงสั่นไหวที่ไหนสักแห่งใกล้คอ เธอรู้ว่ามันมาจาก[มูชิ]ของเธอ

เธอหันไปมองแมลงที่เหมือนผลึกใสซึ่งกำลังเกาะลงบนไหล่ของเธอ แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกของมันจะเป็นหิ่งห้อย แต่ขาทั้งแปดของมันกลับเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ตารวมทั้งสี่ดวงบนหัวของมันก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่ามันไม่ใช่แมลงใดๆ ที่เคยมีอยู่ในธรรมชาติ

 

“ฉัน……กลับไปเป็นมนุษย์ธรรมดาไม่ได้อีกแล้วจริงๆ เหรอ? ……” น้ำตาคลอในดวงตา ชีกะเม้มริมฝีปาก

ตอนแรกเธอคิดว่า --- บางทีเธอยังมีโอกาส...

 

แม้ว่าความวิตกกังวลจะไม่สามารถลบได้อย่างสมบูรณ์ แต่เธอก็อดที่จะตั้งความหวังในใจไม่ได้---บางทีมันอาจเป็นไปได้ที่จะกลับมาเป็นมนุษย์ธรรมดาอีกครั้ง แบบนั้นแล้วก็ยังอาจมีโอกาสที่จะได้อยู่กับไดสึเกะ -–

 

แต่ตอนนี้ แม้แต่ความหวังตื้นเขินนั้นก็แตกเป็นเสี่ยงๆ แล้ว

 

“ถ้ายังอยู่รอบๆ ทำไมถึงไม่ออกมาให้เร็วกว่านี้ล่ะ?? แบบนั้นแล้ว ฉันได้จะไม่ต้อง... " ชีกะพูดด้วยเสียงแหบแห้งขณะจ้องมอง[มูชิ]ที่เกาะอยู่บนไหล่ของเธอ

หิ่งห้อยสีขาวบริสุทธิ์ [มูชิ]ที่ติดอยู่กับชีกะ ชีกะคือมูชิทสึกิ

ตอนที่ไดสึเกะจับแขนของชีกะ ไม่รู้ทำไม[มูชิ]ของชีกะจึงปรากฏตัวขึ้นบนไหล่ของไดสึเกะ ดวงตาของมันส่องแสงสีแดงสด ความไม่สบายใจที่เกิดขึ้นภายในตัวชีกะอย่างฉับพลันทำให้เธอผลัก[มูชิ]ของเธอออกห่าง

แม้ว่าเดิมทีชีกะอยากจะอธิบาย แต่เธอก็หยุดเมื่อบางอย่างในตัวกระซิบกับเธอ

 

ไม่ว่าเหตุผลจะดีหรือสมเหตุผล ผลลัพธ์จะยังเหมือนเดิม...

 

มันไม่สำคัญว่าครั้งนี้ชีกะจะได้รับการให้อภัยหรือเปล่า เพราะตราบใดที่ชีกะอยู่ข้างๆ ไดสึเกะ เขาก็จะพบความจริงไม่ช้าก็เร็ว ตราบใดที่ชีกะเป็นมูชิทสึกิความจริงก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และเมื่อถึงเวลาที่ไดสึเกะพบมัน เขาจะมีปฏิกิริยายังไงกันนะ?

 

--- ถ้าพวกเขามีอยู่จริง งั้นฉันก็ไม่อยากจะเจอพวกเขาแม้แต่คนเดียว คำพูดของเขาทิ่มแทงผ่านหน้าอกของชีกะอย่างเจ็บปวดเหมือนกับลูกธนู

ในที่สุดเธอก็สามารถพบกับคนเช่นเขาและถึงขนาดคิดเรื่องที่จะอยู่ข้างกันในอนาคต ... แต่การที่รู้ว่าเธอไม่สามารถพบเขาได้อีกต่อไปนั้น...มันเหงาเกินไป ...

ไม่ว่ายังไง ความจริงที่ว่าเธอเป็นมูชิทสึกิก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง แม้แต่หลังตื่นจากสภาพผู้ร่วงหล่นด้วยเหตุผลบางอย่างที่เธอไม่รู้ มันก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย

“อา….”

 

สายน้ำไหลรินออกจากมุมหนึ่งของดวงตา น้ำตาที่ไหลอย่างฉับพลันทำให้เธอประหลาดใจ

--- ทำไมเราถึงร้องไห้ล่ะ?...

 

เธอเช็ดใบหน้าด้วยแขนเสื้อของเธออย่างรวดเร็ว

 

เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงร้องไห้ให้กับคนที่เธอเพิ่งรู้จักได้แค่เพียงวันเดียว

 

มันเป็นความรู้สึกแบบเดียวกับเมื่อคืนก่อน ตอนที่เธอโทรศัพท์หาไดสึเกะ เวลานั้นเธอเหงามากเสียจนเธออดไม่ได้ที่จะอยากฟังเสียงของเขา และหลังจากที่เธอได้ยินเสียงของไดสึเกะ ความรู้สึกนั้นก็สงบลงอย่างไม่รู้ว่าทำไม

 

ความเจ็บปวดที่ทนรับไว้ไม่ได้นั้นสะท้อนกลับไปมาภายในตัวชีกะ

 

ถ้าเธอไม่สามารถพบไดสึเกะได้อีกต่อไป เช่นนั้นก็ไม่มีเหตุผลที่เธอจะอยู่ในเมืองนี้อีกแล้ว แต่ว่า...

ไดสึเกะคุง ---

 

ชีกะพึมพัมเบาๆ ข้างในใจ

 

ไม่สามารถพบเธอได้อีก... แบบนั้นไม่เอาหรอก ---

 

“… !”

 

หลังจากมาถึงทางออกด้านทิศตะวันออก เธอหยุดอย่างกะทันหัน

 

ใกล้กับทางเข้าออก มีผู้ชายสวมสูทสีดำหลายคนเดินไปมา จ้องมองคนเดินเท้าที่กำลังออกไปข้างนอกด้วยสายตาแหลมคม และในสถานที่ที่อยู่ใกล้กับทางออก กลุ่มผู้ประกาศข่าวที่มีสายรัดแขนอยู่ข้างแขนกำลังตะโกนอยู่

 

“ได้ยินมาว่ามูชิทสึกิปรากฏตัวในสวนสาธารณะ เรื่องนั้นจริงรึเปล่าคะ?!”

 

“หยุดโกหกว่านี่เป็นไวรัสตัวใหม่อะไรแบบนั้นสักที พวกเราได้ยินเรื่องนี้จนเบื่อแล้ว! ทำไมคุณไม่ยอมรับการการมีตัวตนของ[มูชิ]ล่ะ?!”

 “ตามคำแถลงของทางการ จุดประสงค์ของสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษคือเพื่อจัมกุมและควบคุมเคสที่เกี่ยวข้องกับ[มูชิ] ข้อเท็จจริงนี้เอง- "

กลุ่มชายในชุดสูทสีดำผลักผู้ประกาศข่าวที่กำลังตะโกนออกไปจากทางเข้าสวนสาธารณะ นอกจากนี้ยังมีบางคนในกลุ่มนั้นที่สวมแว่นก็อกเกิลปิดบังใบหน้าของพวกเขาเอาไว้

ชีกะสูดหายเข้าลึกขณะซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ เดิมเธอคิดว่าตำแหน่งของเธอในสวนรั่วไหลออกมา... แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เช่นนั้น

เหล่าคนสวมก็อกเกิลล้อมรอบทางเข้าในทันทีเมื่อฝูงชนส่งเสียงดังขึ้น

 

ฉวยโอกาสจากฝูงชนที่ส่งเสียงรบกวน เงาร่างสวมก็อกเกิลล้อมรอบทางออก และด้านหลังพวกเขามีกลุ่มคนแบกปืนไรเฟิลอยู่ข้างหลังในชุดพรางตัว พวกเขาทุกคนดูเหมือนกำลังรอให้บางอย่างปรากฏออกมา

 

“ … ?”

 

แม้ว่าชีกะจะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เธอก็ยังสามารถบอกได้ว่าที่อยู่ปัจจุบันของเธอยังไม่ได้ถูกเปิดเผย ซึ่งในกรณีนี้การซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้จนกว่าคนเหล่านั้นจากไปน่าจะเป็นแผนการที่ดีที่สุด

หิ่งห้อยสีขาวส่งเสียงกระพือน้อยๆ ขณะที่มันเกาะลงบนใบไม้ในพุ่มไม้ จ้องมองที่คนสวมก็อกเกิลอย่างเงียบๆ กับชีกะ

ชีกะจ้องมองไปยังคนสวมก๊อกเกิลและหิ่งห้อยสีขาวอยู่ใกล้กับแก้มของเธอ เธออดไม่ได้ที่จะนึกถึงใบหน้าของเด็กผู้ชายที่เธอพบเมื่อสี่ปีก่อน

เขาเรียกตัวเองว่า[คัคโค] เป็นสมาชิกของสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษ

 

---“คล้ายกับของฉันเลย…ความฝันของเธอน่ะ....”

 

แม้แว่นก็อกเกิลของเขาจะทำให้เธอเห็นสีหน้าของเขาได้ยาก แต่ชีกะรู้สึกได้ว่าเด็กชายตรงหน้าเธอ [คัคโค]เป็นคนที่เด็ดเดี่ยวมาก ดูเหมือนว่าเขากำลังอดทนกับบางสิ่งที่เจ็บปวด ถึงกระนั้นก็ยังพยายามอย่างหนักที่สุดในเวลาเดียวกัน

แม้ว่าความจริงพวกเธอจะพบกันเพียงครั้งเดียว แต่ความทรงจำของช่วงเวลานั้นได้กลายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแทนที่ได้สำหรับชีกะ

นี่ก็สี่ปีแล้ว... ตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่นะ? ยังปกป้องความฝันของพวกเราอยู่หรือเปล่า?

 

แม้ว่าสี่ปีก่อนพวกเธอจะได้พูดกันแค่สั้นๆ ชีกะก็ยังจำได้ว่าช่วงเวลาสั้นๆ นั้นทำให้เธอมีความสุขมากแค่ไหนแม้แต่ภายใต้สถานการณ์ที่รู้ว่าหลังจากนั้นไม่นาน[มูชิ]ของเธอจะถูก[คัคโค]ฆ่า เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกใกล้ชิดกับเด็กชายตรงหน้าในเวลานั้น เป็นความรู้สึกคุ้นเคยราวกับว่าพวกเธอแบ่งปันความฝันเดียวกัน

จากนั้นชีกะก็รู้ตัวว่าเธอยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติมาก ทั้งที่ความจริงเธอเพิ่งจะร้องไห้ไปเมื่อครู่... เธอตกใจกับการเปลี่ยนแปลงที่เธออย่างกะทันหัน

 

“อยากเจอ[คัคโค]คุงอีกครั้งเหมือนกัน…”

 

หลังจากนั้นสักพัก หยดน้ำฝนก็ตกลงมาบนแก้มของชีกะขณะที่เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าฝนก็ตกแรงขึ้น อย่างกะทันหัน หิ่งห้อยที่เกาะอยู่บนใบไม้บินเข้าไปในเสื้อนอกของชีกะเพื่อกำบังตนเองจากฝน ฝนที่หนาวเหน็บทำให้ผมสั้นของชีกะเปียกโชก ขณะเดียวกันก็ทำให้เสื้อผ้าข้างในของเธอเปียก อากาศที่เย็นจัดนั้นทิ่มแทงร่างกายที่สั่นเทาของเธอ กระนั้นชีกะยังอยู่ในจุดๆ เดิมไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว

 

จากนั้นกลุ่มคนสวมก็อกเกิลก็เริ่มเอะอะ “[เลดี้เบิร์ด]---- กำลังมา ---”

ท่ามกลางสายฝน สามารถได้ยินเสียงตะโกนจากชายในสูทดำขณะที่เหล่าคนสวมก็อกเกิลและคนสวมชุดพรางตัวล่าถอยกลับไปยังทางเท้าป่าในทันที ราวกับว่าพวกเขากำลังรอที่จะซุ่มโจมตีใครสักคนที่กำลังเข้ามาใกล้

 

หากคนๆ นั้นเป็นเป้าหมายของพวกเขา งั้นคนๆ นั้นก็ต้องเป็นมูชิทสึกิโดยไม่ต้องสงสัยเลยใช่ไหม?

 

กลุ่มคนสวมก็อกเกิลหายไปจากสายตาของชีกะอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการซุ่มโจมตี แม้แต่มูชิทสึกิที่ทรงพลังก็ไม่สามารถรับมือได้หากพวกเขาถูกซุ่มโจมตีโดยคนจำนวนมากเหล่านี้

ความตึงเครียดรุนแรงโอบล้อมบริเวณรอบข้าง ช่วงเวลานี้น่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของเธอที่จะหลบหนีเพราะสมาชิกของ SEPB กำลังเพ่งสมาธิไปที่มูชิทสึกิที่กำลังจะมาถึง ถ้าวิ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามเธอจะสามารถหนีไปได้

แต่มูชิทสึกิคนที่กำลังเข้าใกล้จะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน มูชิทสึกิคนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นของ SEPB สถานการณ์ที่คล้ายกับชีกะมาก

เราควรทำอะไร? –-

 

เสียงของแอ่งน้ำที่ถูกเหยียบนั้น ถูกได้ยินโดยชีกะผู้ซึ่งกำลังไตร่ตรองสิ่งที่ต้องทำขณะซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้

เงาร่างนั้นดูเหมือนเด็กผู้หญิงช่วงวัยรุ่นที่ใบหน้าของเธอปิดบังไว้ด้วยหน้ากากสีขาวแปลกๆ ตัวสูงกว่าชีกะเล็กน้อย เห็นได้ว่ากำลังวิ่งไปที่ทางออกจากทิศตรงกันข้าม เด็กสาวคงจะซ่อน[มูชิ]ของเธอไว้ชั่วครู่ เพราะเหตุนั้นจึงไม่มีสิ่งมีชีวิตที่ดูเหมือนสัตว์ประหลาดอยู่รอบตัวเธอเลย

เด็กสาววิ่งผ่านชีกะที่กำลังซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเธอจะตื่นตัวกับรอบข้าง แต่เธอก็ไม่ได้สังเกตเห็นกลุ่มศัตรูที่กำลังซ่อนตัวอยู่อีกฝั่งของทางเข้า เด็กสาวไม่ได้ลดความเร็วลงแม้แต่น้อย วางแผนจะเข้าใกล้ทางออกมากยิ่งขึ้น ในเวลาเดียวกันชีกะก็เห็นเงามากมายเริ่มขยับตัวไปมาหลังพุ่มไม้แห่งอื่น

ร่างกายของชีกะเริ่มขยับนำความคิดของเธอ “ช-ช่วยเธอที ขอร้องล่ะ!”

หิ่งห้อยสีขาวที่ลอยอยู่เบื้องหน้าชีกะค่อยๆ แผ่ขยายร่างเล็กของมันกลางอากาศ ตามมาด้วยเสียงแตกร้าวระหว่างที่มันเปล่งแสงออร่าสีขาวบริสุทธิ์ไปโดยรอบ พื้นที่รอบข้างเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากผลกระทบของมัน

หนึ่งชิ้น สองชิ้น… เศษหิมะสีขาวบริสุทธิ์ถูกกระจายไประหว่างสายฝน ตกลงมาจากท้องฟ้า ชีกะสังเกตว่าทั้งเด็กสาวที่สวมหน้ากากสีขาวและคนสวมก็อกเกิลที่กำลังวางแผนจะวิ่งออกจากพุ่มไม้ต่างก็อึ้งงันกับการเปลี่ยนแปลงที่ฉับพลัน

 

 

หิมะที่ส่องแสงเล็กน้อยนั้น ในไม่ช้าก็ล้อมรอบบริเวณทางออก “พังทลาย...”

เสียงของชีกะส่งผลต่อโดยรอบเหมือนกับเสียงระฆัง อย่างไรก็ตามเสียงนั้นไม่ได้มาจากตัวของชีกะ มันมาจากหิ่งห้อยสีขาวที่กำลังเปล่งแสงออร่าสีขาว และจากนั้นพื้นก็เริ่มส่งเสียงกึกก้อง

และหลังจากเสียงดังกึกก้องสงบลง พื้นดินที่กลุ่มคนสวมก็อกเกิลยืนอยู่ก็เริ่มที่จะพังทลาย และเนื่องจากการสูญเสียที่หยั่งเท้าของพวกเขาอย่างฉับพลัน เหล่าคนสวมก็อกเกิลวิ่งหนีอลหม่านออกจากเด็กสาวผู้สวมหน้ากากสีขาวซึ่งยืนตะลึงอยู่ในจุดเดิม

หลังจากหดตัวของมันจนมีขนาดเท่าเดิม หิ่งห้อยสีขาวบริสุทธิ์ก็กลับมาหาชีกะ ในเวลาเดียวกันหิมะที่กำลังร่วงหล่นก็เริ่มหายไปราวกับว่าพวกมันเป็นภาพลวงตา

หลังจากที่ชีกะได้ยืนยันความปลอดภัยของเด็กสาวสวมหน้ากาก เธอก็กระโดดออกจากพุ่มไม้และวิ่งลึกเข้าไปในป่า โดยหลีกเลี่ยงทางออกอย่างตั้งใจ

"เดี๋ยวก่อน! เธอ……"

 

ได้ยินเสียงข้างหลังร้องเรียกเธอ แต่ชีกะไม่หยุด แม้ว่าชีกะจะรู้ว่าเด็กสาวผู้นั้นไม่ใช่ศัตรูของเธอ เธอก็รู้สึกว่ามันจะเป็นการดีที่สุดสำหรับพวกเธอที่จะไม่พบกัน เนื่องจากเธอเป็นเป้าหมายของ SEPB อยู่ในขณะนี้

หลังจากวิ่งผ่านผืนป่า ชีกะค่อยๆ พุ่งขึ้นไปบนทางลาด และตัดสินจากสิ่งที่เธอเห็น เธอสามารถบอกได้ว่าที่แห่งนั้นอาจเป็นสุดขอบป่า เธอมองเห็นรั้วอยู่ด้านหน้า แต่

 “……!”

 

ตอนนั้นเอง คนหลายคนที่สวมแว่นก็อกเกิลโผล่ออกมาจากด้านหลังรั้ว บางทีพวกเขากำลังลาดตระเวนพื้นที่อยู่? พวกเขาตกใจกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของชีกะ

"อะไรน่ะ? เด็กผู้หญิง……?"

 

“เธอเป็นหนึ่งใน[มูชิบาเนะ]? ---”

 

แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้พูดจนจบประโยค คลื่นกระแทกที่เหมือนลมวนก็หมุนผ่านข้างชีกะและโจมตีคนสวมก็อกเกิล คลื่นกระแทกนั้นทำลายรั้วอย่างหมดจดและกลืนสมาชิก SEPB ไปพร้อมกับพื้นดินที่พวกเขายืนอยู่ และเนื่องจากพวกเขาไม่มีใครที่สามารถต้านทานคลื่นกระแทกที่รุนแรงเช่นนี้ได้ พวกเขาทั้งหมดจึงถูกพัดพาไป

 

ทันไดนั้น บางสิ่งจับมือของชีกะ “เอาล่ะ ทีนี้หนีกันเถอะ!”

เด็กสาวสวมหน้ากากสีขาวปรากฏตัวขึ้นกะทันหันจากทางด้านหลัง ตามมาด้วยเต่าทองขนาดใหญ่ที่ชีกะไม่เคยเห็นมาก่อน เต่าทองยักษ์ที่เพิ่งเสร็จงานของมันไปนั้นค่อยๆ หดตัวลง

“ขยับสิ! เร็ว!”

 

ชีกะถูกเด็กสาวลากไปโดยไม่ได้รับโอกาสในการคัดค้าน พวกเธอสองคนกระโดดข้ามรั้วที่พัง วิ่งไปตามถนนที่เงียบและมืดมืด

ทั้งที่ความจริงแล้วมีฝูงชนจำนวนมากอยู่ในถนนข้างหน้าพวกเธอ พวกเธอก็ยังไม่หยุด คนเดินถนนหลายคนหันกลับมาและจ้องมองเด็กสาวที่สวมหน้ากากสีขาวอย่างตั้งใจเนื่องจากความอยากรู้อยากเห็นของพวกเขา อย่างไรก็ตาม เด็กสาวไม่หยุดจนกระทั่งพวกเธอมาถึงพื้นที่เปิดโล่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง

 

โดยบังเอิญ สถานที่นี้เป็นที่เดียวกันกับที่ชีกะและไดสึเกะพบกัน สายฝนค่อยๆ หยุดลง

“วู้… ฮ่าห์… โทษทีนะ เพิ่งเจอกันฉันก็ลากเธอไปไหนมาไหนแล้ว…”

 

เด็กสาวหอบหายใจขณะยืนพิงกับข้างรถก่อสร้าง

 

นี่เองที่ทำให้ชีกะตกตะลึงจ้องมองเด็กสาวอยู่ครู่หนึ่ง เธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคักหลังจากนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตอนเช้าของเมื่อวานนี้

 

“เอ๊ะ…อะไรน่ะ? ฉันพูดอะไรแปลกๆ ไปเหรอ?”

 

“อะ……ขอโทษค่ะ……แค่ว่าอะไรแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน ฉันเลยอดไม่ได้ที่จะ…”

 

เด็กสาวจ้องมองชีกะเล็กน้อยก่อนที่เธอจะ “โอ๊ะ-” แล้วมองออกไปอย่างไม่สนใจ จากนั้นเธอก็ถอดหน้ากากสีขาว เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเธอ

 

อา เป็นคนที่สวยจัง---

 

นั่นคือความประทับใจแรกของชีกะต่อเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าเธอ อายุของเธอเกือบจะเท่ากับชีกะ แต่เธอก็มีบรรยากาศที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แม้ว่าดวงตาเรียวของเธอจะให้ความรู้สึกของความซุกซน แต่มันก็ให้ความประทับใจที่อ่อนโยนมาก ชีกะรู้สึกว่าเธอ…คงจะดูน่ากลัวมากๆ ถ้าเธออารมณ์เสีย

 

“เอาเถอะ จะยังไงก็ช่างมัน ตอนนี้ฉันก็คืนหนี้ที่ติดค้างแล้ว… ที่ช่วยฉันตอนนั้นคือเธอใช่ไหม?” ชีกะลังเลชั่วขณะก่อนพยักหน้า

“อะ…อืม”

 

เด็กสาวยิ้ม รอยยิ้มแสนไร้เดียงสาและเป็นธรรมชาติที่เกือบไม่สามารถโยงกับเข้ากับการต่อสู้ของเธอกับ SEPBs เมื่อไม่นานนี้ได้ เด็กสาวยยื่นมือหาชีกะ

“ฉัน ทาจิบานะ รินะ แล้วเธอล่ะ?” “อ๊ะ…”

ชีกะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

 

เด็กสาวชื่อรินะขมวดคิ้ว “ไม่อยากพูดเหรอ?”

"ไม่...ไม่ใช่ค่ะ"

 

ชีกะส่ายหัวของเธอ “อันโมโตะ--ชีกะค่ะ”

ชีกะจบท้ายด้วยการจับมือของรินะ มือของเธออุ่น เพียงจับแค่มัน สัมผัสของความสบายใจสามารถรู้สึกได้ มันมีแม้กระทั่งแรงกระตุ้นที่อยากจะจับมือเธอไว้ตลอดไป

รินะหรี่ตาของเธออย่างมีความสุขและยิ้มอีกครั้ง รอยยิ้มเป็นธรรมชาติอีกอันที่ไม่มีเจตนาอื่นใดนอกจากการไว้วางใจชีกะ ชีกะอดไม่ได้ที่จะหลบสายตาออกไปด้วยใบหน้าขึ้นสี

 

“ชีกะ ใช่ไหม? แค่เรียกฉันรินะก็พอ และเธอก็ไม่ต้องพูดอย่างสุภาพอย่างนั้นหรอก!”“อะ… ค่ะ --- ฮิ…”

ชีกะพยักหน้าระหว่างที่คิดถึงการสนทนาที่เธอมีกับไดสึเกะ เธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะเล็กน้อย

 “…มีอะไรตลกขนาดนั้น?”

 

รินะจ้องที่ชีกะด้วยแววตาไม่มีความสุขเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าโกรธ เหมือนความอิจฉาไปทั่วของเด็กๆ มากกว่า เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่เต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลายจริงๆ

ชีกะส่ายหัวอย่างรวดเร็ว

 

“ขะ...ขอโทษ เพราะ…มันรู้สึกเหมือนกับคราวก่อนมาก…” “หืม -------”

รินะตอบรับอย่างสงสัย แต่ยิ้มขณะที่เธอพูดต่อ

 

“ดีแล้วล่ะ ค่อนข้างหายากที่จะเจอเด็กผู้หญิงที่ยิ้มได้อย่างมีความสุขเหมือนเธอล่ะนะ!”“เอ๊ะ?”

“อ๊ะ ฉันหมายถึงมูชิทสึกิน่ะ ในอดีตฉันเคยเห็นมูชิทสึกิมาหลายคน แต่มันเป็นครั้งแรกของฉันจริงๆ ที่ได้เห็นใครบางคนสามารถยิ้มออกมาตามตรงและมีความสุขแบบเธอได้น่ะ... ”

ทันทีหลังจากที่รินะจบประโยคของเธอ รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าของชีกะ เธอก้มหน้าขณะที่เม้มริมฝีปาก

 

“ฉัน…ไม่มีความสุขเลย”“งั้นเหรอ? แต่เธอ…”

ก่อนที่รินะจะจบประโยคของเธอได้ จู่ๆ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขณะที่เธอหันไปที่พุ่มไม้ด้านหลัง จ้องมองตรงไปที่พวกมัน

ชีกะรู้สึกสับสนและถามรินะ “อะ…อะไรเหรอ?”

“มีใครบางคน…ไม่สิ โทษที ฉันอาจจะกังวลเกินไป”

 

เมื่อรินะหันศีรษะของเธอกลับมาสีหน้าของเธอก็กลับเป็นปกติแล้ว เธอยิ้มอย่างร่าเริงและถามด้วยน้ำเสียงซุกซน

“คงเพราะชีกะน่ารักเกินไป เพราะงั้นอาจมีพวกสตอล์กเกอร์คอยตามเธออยู่รอบๆ ก็ได้? ถึงไม่ใช่สตอล์กเกอร์ก็ควรมีเด็กผู้ชายหลายคนที่ตามจีบเธอใช่ไหมล่ะ?!”

คำพูดของรินะทำให้ชีกะนึกถึงไดสึเกะ การกระทำของเขาพิจารณาว่าเป็น "การตามจีบ" ได้รึเปล่านะ?

 

อย่างไรก็ตาม เพียงแค่คิดถึงไดสึเกะก็รู้สึกว่าหน้าอกของเธอเต้นด้วยความเจ็บปวด ทำให้เธอกัดริมฝีปากแล้วก้มศีรษะลง

 

รินะไม่พูดไปพักหนึ่งราวกับว่าเธอกำลังจมอยู่ในความคิด แต่ทันใดนั้นเธอก็ถามด้วยรอยยิ้มกริ่ม

 

“บางทีคนที่เธอพูดว่าเธอได้เจอในระหว่าง “การเผชิญหน้าครั้งก่อน” คือคนที่ทำให้เธอยิ้มอย่างมีความสุขอย่างนั้นใช่ไหม?”

“อื้อ… ไม่…” “เด็กผู้ชาย??”

ใบหน้าของชีกะแดงก่ำทันที จากนั้นรินะก็ยิ้มหยอกเย้า “อะไรกัน จริงเหรอ?! กะแล้วเชียว ว่าแต่พวกเธอกำลังทะเลาะกันเหรอ?”

 

“ไม่ได้…ทะเลาะหรอก…”

 

“อา เข้าใจแล้ว เธอ…กังวลกับส่วนที่ว่าเธอเป็นมูชิทสึกิงั้นสินะ?” ชีกะเบิกตากว้าง ขณะที่รินะถอนหายใจ

“เรื่องนั้นฉันเข้าใจ… แต่ตามตรงแล้ว สิ่งที่เธอกำลังทำอยู่ตอนนี้ไม่สมเหตุผลจริงๆ แม้แต่เหตุผลอย่างการเป็นมูชิทสึกิก็ไม่ควรหยุดเราจากการพบปะผู้คนที่เราต้องการพบได้หรอก รู้ไหม?”

“แต่…!”

 

ชีกะอดที่จะโต้แย้งไม่ได้

 

“แต่ถ้าฉันพบเขา ฉันจะทำให้เขาเดือดร้อนนะ! และถ้าเขารู้ เขาก็จะกลัวฉัน……แบบนั้นน่ะไม่เอาหรอก…”

 

“ของแบบนั้นไม่ควรจะสำคัญสิ!”“…เอ๋?”

รินะมองที่ชีกะผู้ซึ่งค่อยๆ เงยหน้าขึ้นพลางยิ้มอย่างสดใส

 

“มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย! เป็นมูชิทสึกิแล้วจะทำไมล่ะ? ถ้าเราตายโดยไม่ทำแม้แต่สิ่งที่เราอยากจะทำมากที่สุด ถ้างั้นเราไม่ต่างไปจากสิ่งมีชีวิตอย่างพวกแมลงไม่ใช่เหรอ? เพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนความจริงที่ว่าเราคือมูชิทสึกิได้ งั้นเราก็ต้องทำสิ่งที่เราอยากทำก่อนจะสายเกินไป... ”

แม้ว่าน้ำเสียงของรินะจะสบายๆ ความเห็นของเธอก็เต็มไปด้วยความเห็นใจที่ไม่สามารถอธิบายได้ บางทีนั่นเป็นสิ่งที่เธอสรุปออกมาหลังจากได้เห็นมูชิทสึกิมากมาย ที่ในท้ายที่สุดก็ไม่ได้ทำตามความปรารถนาของพวกเขา ไม่สิ มันอาจเป็นไปได้ว่าเธอเอาประสบการณ์ของเธอมาซ้อนกันกับสถานการณ์ของชีกะ

“ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าคนอื่นจะพูดอะไร พวกเราก็เป็นคนธรรมดา……แน่นอนว่าอยู่แล้วที่พวกเราจะต้องการพบคนที่เราอยากพบ…”

ชีกะกัดริมฝีปาก “แต่…”

“หีม---- ชีกะนี่อ่อนโยนจังนะ!”

 

สัมผัสที่นุ่มนวลเริ่มที่จะโอบกอดชีกะ ความรู้สึกอบอุ่นที่เกิดขึ้นจากส่วนลึกของร่างกายของเธอค่อยๆ ให้ความอบอุ่นต่อร่างกายเย็นเฉียบที่ถูกฝนอันหนาวเย็นแทรกซึม

รินะกอดชีกะแน่นและกระซิบเบาๆ ข้างหูของเธอ

 

“ความกังวลของเธอเรื่องการทำให้คนอื่นเดือดร้อน เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเธอมากกว่าความรู้สึกของเธอเองใช่ไหม? ฉันอิจฉาเธอนิดหน่อยนะ…เพราะฉันคิดในแบบที่เธอคิดไม่ได้”

 

เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงโดดเดี่ยวแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

 

“…ไม่…ไม่จริงหรอก”

 

ชีกะเงยหน้าขึ้นเพื่อจ้องมองเด็กสาวผู้กำลังกอดเธอแน่น

 

“รินะก็อ่อนโยนมาก……ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่คุณเป็นห่วงฉันแม้ว่าคุณเพิ่งจะพบฉัน… ให้ความรู้สึกอบอุ่นด้วย!”

รินะเผยสีหน้าตกใจ แม้ว่าเธอจะพยายามตอบรับด้วยรอยยิ้มสดใส มันกลับกลายเป็นรอยยิ้มเบี้ยวแทน

 

“…จริงเหรอ? อ่า ~ ฉันไม่เข้าใจตัวเองอีกแล้ว" รินะหัวเราะด้วยน้ำเสียงเปล่าเปลี่ยวต่อไป

 “แต่จะยังไง สิ่งที่ฉันพยายามจะพูดคือ สิ่งที่เธอเกลียดไม่ว่ายังไงเธอก็จะเกลียด และมันก็เป็นเหมือนกันสำหรับสิ่งที่เธอชอบ! ไม่ว่าในอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้น ก็ไม่ควรที่จะเจ็บปวดอย่างที่มันเป็นอยู่ตอนนี้……ไม่ว่าจะสำหรับชีกะ…หรือว่าเขา”

 

“…”

 

หน้าอกของชีกะเริ่มเต้นเบาๆ อีกครั้งหนึ่ง

 

รินะปล่อยชีกะ จากนั้นก็ชี้นิ้วชี้ของเธอตรงไปที่ส่วนหนึ่งของหน้าอกของชีกะที่กำลังเจ็บปวด

“ชอบก็คือชอบ ความรู้สึกนั้นเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ถ้าเราต้องห้ามความรู้สึกเหล่านี้ไว้ข้างใน งั้นสำหรับพวกเรามันจะมีอนาคตอะไรอีก? ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่าเราจะเป็นเหมือนสัตว์ประหลาดพวกนั้นที่ทำร้ายคนอื่นเหรอ?”

 

รินะยิ้ม ครั้งนี้แสดงรอยยิ้มที่เป็นผู้ใหญ่แตกต่างจากรอยยิ้มสดใสที่เธอแสดงเมื่อคราวก่อน “ชีกะก็อยากเจอคนๆ นั้นใช่ไหมล่ะ?”

ชีกะจับมือเธอแน่น “อื้ม!”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ควรมีปัญหาอะไรอีก! รู้วิธีติดต่อเขาใช่ไหม? มีโทรศัพท์มือถือรึเปล่า? ถ้าไม่มี ฉันให้ยืมของฉันได้นะ ระหว่างนั้นฉันจะไปซื้อน้ำผลไม้หน่อย เพราะฉะนั้นเธอควรรับโอกาสนี้ไปแล้วระริกระรี้กับเขามากเท่าที่เธออยากได้ แม่สาวมีความสุข ~!”

“ระ…ระริกระรี้…… !?”

 

รินะออกจากพื้นที่นั้น หลังจากส่งโทรศัพท์มือถือของเธอไปให้กับชีกะที่มีใบหน้าเป็นสีแดงเหมือนมะเขือเทศ แต่ระหว่างที่ชีกะกำลังดูมือถือ จู่ๆ รินะก็หยุด ก่อนที่หันกลับมาถามว่า

 

“นี่ ความฝันของเธอคืออะไร?”

 

ตอนนั้นชีกะรู้สึกตกใจกับคำถามที่มาอย่างกะทันหัน แต่ตอบทันทีด้วยความซื่อตรง

 “ฉัน…อยากได้ที่แห่งหนึ่ง สถานที่ที่ให้ฉันอยู่ ที่ที่เป็นของฉัน” รินะยิ้ม

“คล้ายกับของฉันมากเลย!”“เอ๋…?”

“ฉันจะสร้างให้เธอที่หนึ่ง --- ฉันจะสร้างสถานที่ของชีกะที่สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ที่นั่น สัญญาเลยล่ะ!”

เด็กสาวขยิบตาและหายไปจากสายตาของชีกะ

 

ชีกะยืนอยู่ตรงนั้นเงียบๆ ไม่ค่อยเข้าใจความหมายเบื้องหลังคำพูดเหล่านั้น แต่สติของเธอก็กลับมาทันทีและมองที่โทรศัพท์มือถือ แม้ก่อนนี้เธอจะเคยโทรเพียงหนเดียว แต่ชีกะก็จำเบอร์โทรศัพท์มือถือของไดสึเกะได้ดีจนเธอไม่จำเป็นต้องจดบันทึกอีกต่อไป

 

แล้วชีกะก็กดหมายเลขโดยไม่ลังเล

 

“อะ…ไดสึเกะคุง? เอ่อ…อืมม…ตอนนั้นขอโทษนะ…”

 

ในพื้นที่เปิดโล่งที่ถูกปกคลุมไปด้วยเงาของยามค่ำคืน เสียงของเด็กสาวที่เต็มเปี่ยมด้วยความสุขและกระดากอายดังสะท้อนอย่างแผ่วเบา ในท้องฟ้ายามค่ำคืนที่สามารถเห็นแวววาวของดวงดาวซึ่งเปล่งประกายผ่านรอยแยกของหมู่เมฆ รู้ว่าคริสต์มาสกำลังจะมาในอีกสองวัน

 

********************

จากผู้แปล

ฝากแนะนำคนมาอ่านให้เยอะๆหน่อยนะครับ เผื่อหลังจากจบเล่มหนึ่งผมอาจไม่ได้มาแปลอีก เพื่อมีคนสนใจมารับช่วงโปรเจคต่อ

Hikomori

19/04/62




NEKOPOST.NET