[นิยายแปล] Mushi Uta ตอนที่ 2.01 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] Mushi Uta

Ch.2.01 - The Others


2.01

 

The Others

 

 

เมื่อเขาได้ยินเสียงประกาศในสวนสาธารณะ [คัคโค]รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ

 

ทันทีที่เขาออกจากทางออกตามคำสั่งที่ได้รับ อยู่ๆ โทรศัพท์ในกระเป๋าของเขาก็เริ่มดังขึ้น เสียงเรียกเข้าเป็นเพลงที่เมื่อไม่นานมานี้ฮิตกัน ซึ่งแต่งขึ้นโดยวง “Crawling Life” ที่เจาะกลุ่มเป้าหมายนักเรียนมัธยมต้นเป็นหลัก

 

“ชิ…”

 

แม้ว่าจะอยากแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงเรียกสาย เขาก็รู้ว่าถึงแม้เขาจะทำแบบนั้นไป มันก็ไม่มีความหมาย ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงยอมแพ้และรับโทรศัพท์อย่างไม่เต็มใจเท่านั้น

 

“ฉันเอง ---“

 

“อ๊ะ [คัคโค] ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง?”

 

[คัคโค]เริ่มจะโกรธ เพราะคนในสายไม่ฟังแม้แต่คำพูดของเขาหลังจาก “ฉันเอง” และเอาแต่พูดต่อไปด้วยน้ำเสียงสบายๆ

 

“…ได้ยินเสียงของนายแล้วทำให้ฉันปวดท้องกับมึนหัว บอกตามตรงอาการร้ายแรงเลย”

 

“นายควรจะดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้นะ แล้ว ตอนนี้นายอยู่ไหน?” [คัคโค]ทำได้เพียงถอนหายใจให้กับชายคนนี้ที่ไม่สะทกสะท้านแม้หลังฟังการเสียดสีอย่างไม่ปิดบังของเขา “ตอนนี้อยู่ในมีที่ที่เลวร้ายที่สุด นายอยากจะรู้จริงๆ เหรอ?”

 “[ขอย้ำอีกครั้ง สวนสาธารณะจะทำการตรวจสอบสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างฉุกเฉิน -]”

 

ลำโพงในสวนสาธารณะกำลังประกาศซ้ำ แม้ว่าตั้งแต่พวกเขาเริ่มประกาศจะผ่านไปเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้นประชาชนทุกคนก็หายไปแล้ว ในที่ซึ่งประชาชนเหล่านั้นเคยอยู่มีกลุ่มผู้ชายรูปร่างกำยำสวมชุดพรางตัว และในขณะเดียวกันก็ถืออุปกรณ์ป้องกันอยู่

 

“ขออภัยจริงๆ ครับ แต่สวนสาธารณะจะปิดแล้ว กรุณาออกจากพื้นที่นี้ทันทีจะได้ไหมครับ?”

 

ชายคนนั้นพูดกับ[คัคโค]ด้วยน้ำเสียงที่สุภาพและเต็มเปี่ยมด้วยพลังโน้มน้าวใจ อย่างไรก็ตาม ชายอีกคนวิ่งเข้ามาพร้อมกับใบหน้าตื่นตระหนก

 

“เฮ้ เด็กที่อยู่ตรงนั้น…  จริงๆ แล้วเขาเป็นเจ้าหน้าที่จาก SEPB ---” “ไสหัวไป”

หลังจากได้ยิน[คัคโค]พูด กลุ่มชายฉกรรจ์ก็ถอยกลับไปพร้อมกับใบหน้าซีดขาว เนื่องจากงานของกองกำลังป้องกันตนเองเป็นแค่การไล่ฝูงชนเท่านั้น ในมุมมองของพวกเขาแล้ว [คัคโค]ไม่แตกต่าง เป็นเพียงตาต่อตา สัตว์ประหลาดต่อสัตว์ประหลาดอีกตัวก็เท่านั้น

 

[คัคโค]กลับมาสู่การสนทนาบนโทรศัพท์อีกครั้ง “ได้ยินแล้วนี่”

“วิเศษเลย แม้แต่คนที่ชอบเดินเล่นเหมือนคนแก่บางครั้งก็มีประโยชน์เหมือนกัน! ช่วยกันปัญหาที่ฉันจะไปรับนายได้หลายอย่างเลย”

 

“บอกก่อนนะว่าฉันจะไม่ลงมือน่ะ! นี่ไม่ใช่งานสำหรับผู้ตรวจสอบ อีกอย่างหนึ่ง [คาบูโตะ]อยู่ที่ไหน?” “อ้อ จริงด้วย! เขายังช่วยงานอยู่ที่สาขาตะวันตก – ใต้น่ะ” “ถ้าอย่างนั้น [มินมิน]ล่ะ?”

 

"เดี๋ยวก่อน รู้ไหมว่านี่เป็นงานของนาย” “--- นั่นควรจะหมายความว่ายังไง?”

“หมายความว่าทุกอย่างพร้อมแล้วไงล่ะ” “…?”

[คัคโค]เลิกคิ้วขึ้น เขาไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดเลย และเพราะ[คัคโค]รู้ว่าคนๆ นี้เจ้าเล่ห์มากแค่ไหน เขาจึงคิดว่าคราวนี้คนๆ นี้มีบางอย่างซ่อนไว้ในแขนเสื้อแน่นอน

 

“ฉันจะบอกให้ฟังง่ายๆ ส่วนสำคัญของมันคือ ครั้งนี้ศัตรูของพวกเราเป็นกลุ่มกบฏที่กล้าหาญและน่าสมเพช --- [มูชิบาเนะ] และคราวนี้แม้แต่ผู้นำของพวกเขาก็มาถึงแนวหน้า ถูกต้อง เป้าหมายคือคนที่นายกำลัง “ตรวจสอบ” อยู่ในตอนนี้นั่นแหละ แค่ส่วนนี้อย่างเดียวนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าครั้งนี้มันเป็นความรับผิดชอบของนายอย่างชัดเจนแล้ว”

 

เมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูด [คัคโค]อดรู้สึกรำคาญไม่ได้ “ชิ… ยัยผู้หญิงงี่เง่านั่นอีกแล้ว….”

“จริงๆ แล้วยังมีอีกปัญหาที่พิสูจน์ได้ว่านี่เป็นงานของนายนะ... ถึงอย่างนั้นฉันก็จะอธิบายเหตุผลนี้ให้นายอย่างชัดเจนทีหลัง พวกเราได้จัดให้นายตรงไปที่ทางเข้าทิศเหนือ อุปกรณ์ทั้งหมดของนายถูกส่งไปที่นั่นแล้ว เพื่อประโยชน์ของความฝันของนาย พยายามเข้าล่ะ~!”

“ไม่ว่าฉันจะฟังมันยังไง ฟังดูแล้วเหมือนนายกำลังหัวเราะเยาะฉันอยู่ใช่ไหม?”

 

หลังจากพูดอย่างนั้น [คัคโค]ตัดการสนทนาทางโทรศัพท์และถอนหายใจขณะที่เขาเดินออกไป “……!”

ความอ่อนแรงอย่างฉับพลันทำให้เขารีบพิงต้นไม้ที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อพยุงตัว สติของเขาที่กำลังเลือนลางทำให้เขาทำได้แค่ยืนอยู่ตรงนั้น

 

“บัดซบ….ฉันมาได้แค่นี้เองเหรอ?”

 

แมลงสีเขียวตัวหนึ่งออกมาจากความว่างเปล่าและเกาะลงบน[คัคโค]ที่กำลังพูดกับตัวเองอย่างเงียบๆ [คัคโค]จ้องแมลงที่กำลังส่ายหนวดของมันอย่างสบายใจ และก่นด่ามัน

 

“ยอมแพ้ให้กับความหิวของแกจริงๆ ……แกตั้งใจจะกินความฝันของฉันอีกมากเท่าไหร่ถึงจะพอใจ?...”

 

แม้ว่าอาการวิงเวียนศีรษะจะไม่ลดลงอย่างสมบูรณ์ เขาก็ยังมีเรี่ยวแรงคงเหลือภายในตัวอยู่บ้าง เขาจะล้มจากเรื่องเล็กน้อยพรรค์นี้ไม่ได้

 

“แกรอไปเถอะ…. สักวัน ฉันจะ.....”

 

[คัคโค]กัดฟันแล้วเดินหน้าไปยังทางเข้าสวนสาธารณะต่อไป

 

ในเวลาที่เขามาถึง อุปกรณ์ที่ถูกเตรียมไว้สำหรับจุดประสงค์ในการรบก็ได้ถูกวางไว้ในรถลาดตระเวนของกองกำลังป้องกันตนเองแล้ว

 

ที่น่าสนใจคือไม่มีสมาชิกของกองกำลังป้องกันตนเองแม้แต่คนเดียวที่คอยคุ้มกันยานพาหนะในบริเวณใกล้เคียง บางทีอาจเป็นเพราะคำสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าไปในสวนสาธารณะแห่งนี้ พวกเขาจึงไม่สามารถแบ่งกำลังสำรองใดๆ ไว้ดูแลที่นี่...หรือบางทีอาจเป็นเพราะพวกเขาไม่อยากเข้าใกล้สถานที่แห่งนี้โดยความตั้งใจของตัวเอง

 

[คัคโค]คิด

 

คงจะเป็นอย่างหลัง...

 

ใครจะเต็มใจเข้ามาใกล้เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นสัตว์ประหลาดกันล่ะ?

 

ระหว่างที่กำลังคิดเช่นนั้น เขาสวมชุดรบที่สร้างขึ้นจากการรวมกันของเรซินจากต้นไม้กับเส้นใยเสริมแกร่ง และรองเท้าบูทคู่หนึ่งที่ทำจากโลหะอ่อนซึ่งยาวจนถึงเข่า

และด้านบนของชุดนี้ เขาสวมเสื้อโค้ทสีดำสนิทซึ่งมีน้ำหนักเบาอย่างคาดไม่ถึง แม้ว่าจะดูไม่เหมือน แต่มันถูกบอกว่ามันสามารถทนต่ออุณหภูมิที่สูงถึงหลายร้อยองศาได้

 

แต่ถึงเสื้อโค้ทจะสามารถรับมือกับอุณหภูมิแบบนั้นได้ จะยังไงคนที่อยู่ข้างในก็จบสิ้นอยู่ดีไม่ใช่รึไง?

 

บนโต๊ะที่มีขาเชื่อมติดกับพื้นมองเห็นวัตถุแข็งสีดำจนน่ากลัวอยู่ จากนั้น[คัคโค]ก็คว้าสิ่งนั้นแล้วเปิดสวิตซ์

 

ของสิ่งนั้นคือแว่นก็อกเกิลที่ถูกสร้างขึ้นจากการหลอมรวมของโลหะอ่อนกับยาง ก็อกเกิลมีขนาดใหญ่พอที่จะปกปิดดวงตาได้อย่างสมบูรณ์ตลอดจนหน้าผากและหูด้วย

 

ข้างในก็อกเกิลเป็นเลนส์ซึ่งป้องกันไม่ให้ผู้คนสามารถมองเห็นดวงตาของผู้สวมได้อย่างชัดเจน

 

แม้ก๊อกเกิลจะมีความสามารถในการรองรับการสื่อสารไร้สายและการบันทึกวิดีโอ แต่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของมันคือเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนตระหนักถึงรูปโฉมของสัตว์ประหลาดเหล่านี้ที่รู้จักกันในฐานะ[มูชิทสึกิ]

 

จากนั้น[คัคโค]ก็หยิบอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่ง --– ปืนพกอัตโนมัติที่ใส่อยู่ในซองหนัง----และเก็บมันไว้ในเสื้อโค้ทขนาดใหญ่ของเขาก่อนจะสวมถุงมือที่ทำจากหนังในท้ายสุด ตอนนี้เตรียมทุกอย่างและพร้อมจะไปแล้ว ร่างที่ปกคลุมด้วยสีดำจากหัวจรดเท้าก็ปรากฏขึ้น

 

พวกเขาต้องทำถึงขนาดนี้เพื่อปกปิดการมีอยู่ของพวกเราเลยเหรอ? เอาเถอะ แบบนี้ก็ดีที่สุดแล้ว

 

ทุกครั้งที่[คัคโค]สวมอุปกรณ์รบ เขาอดไม่ได้ที่จะคิดเรื่องนี้ --- แม้ว่าเขาจะเข้าใจส่วนที่ว่าที่ปรับแต่งอย่างหนักอุปกรณ์นี้ก็เพื่อตั้งใจจะลดการกระแทกจากภายนอกให้มากที่สุด แต่พูดจริงๆ แล้ว จุดประสงค์ที่แท้จริงของอุปกรณ์นี้คือเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลใช่ไหม?

 

หากองค์กรของพวกเขาถูกตั้งคำถามโดยสื่อ ทั้งหมดที่พวกเขาต้องพูดก็คือคนที่ปกปิดตัวตนด้วยชุดสีดำไม่มีอยู่จริง และมันก็จบแค่นั้น

 

ระหว่างที่ถอนหายใจ [คัคโค]เดินลงจากรถบรรทุก

 

ลมแห้งของฤดูหนาวพัดมา ทำให้ผมของ[คัคโค]และเสื้อโค้ทที่เป็นดั่งเงามืดมิดพลิ้วไหวในสายลม เขาไม่ได้เกลียดสิ่งที่เรียกว่าฤดูหนาว

แม้ว่าจะมันค่อนข้างเย็น [คัคโค]ก็ชอบความรู้สึกนี้จริงๆ การที่สามารถรู้สึกถึงความเย็นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเขามีชีวิตอยู่ และตราบที่เขายัวคิดที่จะทนต่อความหนาวเหน็บ มันก็พิสูจน์ว่าเขายังมีความตั้งใจที่จะมีชีวิตต่อไป

 

เขารู้สึกว่าหากเขาถอยหลังหนึ่งก้าวและมองดูรอบข้างอีกหน่อย สิ่งที่เขาชอบและชื่นชมอาจจะมีจำนวนมากอย่างคาดไม่ถึง

 

“ทำได้ดีนี่นา [คัคโค]!”

 

เสียงร่าเริงดังขึ้นมาจากระยะสายตาเบื้องหน้าของ[คัคโค]อย่างกะทันหัน

 

ตรงทางเข้าของสวนสาธารณะที่ถูกทิ้ง สามารถเห็นเงาร่างหนึ่งที่อยู่ๆ ก็โผล่ออกมาได้

 

แม้ว่าคนๆ นั้นจะสวมชุดแบบเดียวกับ[คัคโค] ดูจากเสื้อโค้ทที่คลุมตัวและทวินเทลยาวสองข้างที่อยู่เหนือหู ชัดเจนว่าคนๆ นี้เป็นผู้หญิง พิจารณาจากความสูงและเสียงได้ว่าอายุของเธอประมาณ17หรือ18 น่าจะแก่กว่า[คัคโค]เล็กน้อย

 

“ครั้งแรกสำหรับฉันสินะที่จะได้รวมกลุ่มกับนายน่ะ? ขอฝากตัวด้วยนะ คุณคาชูระดับ1ในตำนาน!”

 

เมื่อได้ยินเสียงสดใสร่าเริง [คัคโค]อดที่จะขมวดคิ้วภายใต้แว่นก็อกเกิลไม่ได้

 

--- ปัจจุบัน ตัวตนซึ่งรู้จักกันในชื่อ[มูชิ]ที่สามารถกลืนกินความฝันของผู้คนถูกค้นพบได้แค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น

 

เรื่องนี้มันเป็นความจริงแค่ไหน? ตามตรงแล้ว[คัคโค]ไม่รู้จริงๆ แต่ตามที่องค์กรที่เขาเข้าร่วมซึ่งเรียกตัวเองว่าสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษ เรื่องนั้นเป็นความจริง

 

สำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษ---หรือเรียกง่ายๆ ว่า SEPB นั้นไม่มีอยู่จริงตามชื่อนั้น ไม่เกี่ยวว่าสมาชิกของ SEPB จะเป็นข้าราชการ พลเรือน คนทำงาน หรือเป็นเพียงผู้ให้ข้อมูล พวกเขาก็ต้องแฝงตัวภายในสังคมในฐานะคนธรรมดาระหว่างที่ใช้ชีวิตของตัวเอง จนกว่าจะได้รับข่าวการปรากฏตัวของมูชิทสึกิเท่านั้นที่พวกเขาจึงจะปฎิบัติตัวภายใต้เอกลักษณ์ของสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษและใช้อำนาจของมัน พวกเขาไม่ได้ทำเช่นนั้นเพียงเพื่อการจับตัว[มูชิทสึกิ] แต่เพื่อรับมือการมีอยู่ของมูชิทสึกิจากการถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนด้วย

 

ที่น่าตลกคือคนที่จับมูชิทสึกินอกคอกความจริงแล้วก็เป็นมูชิทสึกิเช่นกัน พวกเขาคือกลุ่มคนที่ทำงานภายใต้รัฐบาลโดยมีเงื่อนไขว่าพวกเขาจะได้รับอิสรภาพในระดับหนึ่ง

 

มูชิทสึกิเหล่านั้นที่กลายเป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษจะถูกจัดหมวดหมู่อีกทีตามความสามารถและฝีมือของพวกเขา

 

นอกจากนี้แล้ว มูชิอาจจัดได้เป็นสามประเภทที่แตกต่างกันตามลักษณะของพวกมัน -- ประเภทสมุน ประเภทพิเศษ และประเภทหลอมรวม

 

นอกจากนี้พวกที่ครอบครองพลังรบที่ใช้ในการโจมตีอย่างเดียวและเป็นมูชิทสึกิความสามารถพอๆ กันจะถูกจัดประเภทเป็น "คาชู" พวกที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะตัวจะถูกจัดประเภทเป็น "อิชู"  ขณะที่พวกที่มีเงื่อนไขพิเศษพร้อมกับมีความสำคัญสูงหรือห้อมล้อมไปด้วยความลึกลับจะถูกเรียกว่า "ฮิชู"

 

ประเภทเหล่านี้จะถูกแบ่งย่อยออกเป็นระดับการคุกคามที่แตกต่างกันไปตั้งแต่ระดับ1ถึงระดับ10 ซึ่งระดับ1เป็นระดับสูงสุด

 

ในปัจจุบันมูชิทสึกิเกือบทั้งหมดถูกจัดประเภทเป็นคาชู อย่างไรก็ตามภายในกลุ่มส่วนมากนี้มีมูชิทสึกิเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีค่าพอที่จะได้รับการจัดระดับ และ SEPB ก็ครอบครองส่วนมากของมูชิทสึกิซึ่งถูกจัดระดับที่ว่า ในหมู่ของพวกเขาเหล่านั้น [คัคโค]ผู้ได้รับชื่อของระดับ1ในชั้นคาชู ถูกกล่าวขานว่าเป็นปาฏิหาริย์

 

“อะไรกัน นายจะเมินฉันอย่างงั้นเหรอ? นายนี่ไม่เข้าสังคมเหมือนอย่างเคยเลยนะ --- หรือบางที….ท่าน[คัคโค]ผู้ยิ่งใหญ่จะไม่มีวันยุ่งกับคาชูระดับ5อย่างฉัน?”

 

ตรงข้ามกับ[คัคโค]ที่ยังคงนิ่งเงียบ เด็กสาวผู้สวมแว่นก็อกเกิล --- [มินมิน]---พูดด้วยเสียงที่ร่าเริงมาก

 

[มินมิน]เป็นส่วนหนึ่งของสาขากลางภาคตะวันออก และเป็นหนึ่งในมูชิทสึกิเพียงไม่กี่คนที่ได้รับการจัดระดับ หน่วยรบที่เธอถูกแต่งตั้งให้เข้าร่วมเป็นหน่วยที่มีภารกิจหลักคือการจับกุมและกำจัดมูชิทสึกิใดๆ ที่ไม่ได้ลงทะเบียนรายชื่อกับรัฐบาล

 

ในทางตรงกันข้าม [คัคโค]ผู้ได้รับมอบหมายให้เข้ากับทีมตรวจสอบเพิ่งจะเริ่มงานในฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น ซึ่งงานหลักของทีมคือการดูแลการเฝ้าระวังมูชิทสึกิที่ถูกเพ่งเล็งไว้

 

“… ”

 

[คัคโค]เมินเฉยต่อเด็กสาวและสำรวจสวนสาธารณะอันเงียบสงบ อันที่จริงเขาก็ไม่ได้เกลียด[มินมิน]หรอก

แต่สำหรับเธอมันเป็นเรื่องตรงกันข้าม [คัคโค]รู้ว่า[มินมิน]เกลียดเขา และเขาก็พอจะมีความคิดคร่าวๆเกี่ยวกับเหตุผลเบื้องหลังความเกลียดชังอยู่

 

กลิ่นหอมจากทะเลสาบซึ่งเต็มอยู่ในอากาศได้รับการปนเปื้อนด้วยกลิ่นเหม็นของควัน ดูเหมือนว่าจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นที่ไหนสักแห่งภายในสวนสาธารณะแล้ว

 

[มินมิน]ไม่สนใจเลยว่าเธอถูกเมินเฉยขณะที่เธอเดินเข้าไปในทัศนวิสัยของ[คัคโค]ด้วยการก้าวเดินเบาๆ

 

ริมฝีปากนุ่มของเธอเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม

 

“นี่ [คัดโค]คุงได้ยินข่าวล่าสุดรึยัง?”

 

[คัคโค]ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไรเป็นพิเศษกับคำพูดของเธอ เขาคิดว่าหัวข้อของการสนทนาจะเป็นบางสิ่งที่ไม่สำคัญ แต่ข้อมูลที่ออกมาจากปากของเธอกลับเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้คาดคิดไว้

 “มูชิทสึกิชั้นฮิชูระดับ1ที่กลายเป็นผู้ร่วงหล่นเมื่อสี่ปีก่อน ---- [ฟุยุโฮตารุ]ได้หลบหนีจากสถานโดดเดี่ยวเมื่อวานนี้”

 

 “!”

 

หัวใจของคัคโคเต้นเร็วจนเขารู้สึกราวกับว่ามันจะระเบิดออก จากนั้นเขาก็หันไปมอง[มินมิน]ที่กำลังหัวเราะอย่างมีความสุข

“อะฮะฮะ ตกใจจริงๆ ด้วย! มันคงช่วยไม่ได้นี่เนอะ เพราะคนที่เปลี่ยน[ฟุยุโฮตารุ]ให้เป็นผู้ร่วงหล่นก็คือนายนี่นา! ในเวลานั้นฉันยังไม่ได้เป็นมูชิทสึกิ ฉันเลยไม่แน่ใจเกี่ยวกับรายละเอียด แต่มันแสดงให้เห็นในฐานข้อมูลว่าเหตุการณ์นั้นเป็นหายนะที่ทำให้สมาชิก SEPB มากกว่าครึ่งกลายเป็นผู้ร่วงหล่นอย่างนั้นสินะ?”

 

น้ำเสียงของเด็กสาวมีเค้าลางของการเสียดสี

 

--- [ฟุยุโฮตารุ]หนีออกมาแล้วจริงๆ ….?

 

ความทรงจำจากสี่ปีหลังเริ่มกลับคืนมาเหมือนประกายไฟ

 

หลังจากข้ามผ่านผืนดินที่พังทลายและไร้ชีวิตซึ่งดูเหมือนภาพเกินจริง และผ่านร่างนับไม่ถ้วนของพรรคพวกของเขา เขาก็มาถึงจุดหมาย

 

แต่ภาพที่อยู่เบื้องหน้าเขานั้นไม่น่าเชื่อ มากขนาดที่เหมือนว่าจะมาจากที่ไหนสักแห่งในจินตนาการของเขา

 

ในย่านที่พักอาศัยอันเงียบสงบ สถานที่ซึ่งเสียงหิมะตกลงมาบนพื้นดินก็ดังมากพอที่จะไม่ได้ยินอะไรเลยสำหรับหูของคนๆ หนึ่ง มันเป็นที่ซึ่งเขาได้พูดคุยกับเด็กผู้หญิงอายุน้อยคนนั้น

 

เมื่อเด็กผู้หญิงคนนั้นหันหน้ามาหาเขา นัยน์ตาของเธอก็สูญเสียแสงของมันไปแล้ว

 

“เพื่อความละเอียด เธอไม่ได้หนีออกมาด้วยตัวเอง แต่น่าจะเป็นคนอื่นช่วยให้[ฟุยุโฮตารุ]หนีออกมามากกว่า”

 

หลังจากได้ยินเสียงของหญิงสาวหัวกระต่ายอีกครั้งเท่านั้น สัมผัสต่างๆ ของ[คัคโค]จึงกลับมา เขากำแน่นอย่างไม่รู้ตัว

 

“อะฮ่าฮ่า เห็นๆ เลยล่ะ นายก็มีความสนใจในเรื่องนี้สินะ? เพราะยังไงก็มีมูชิทสึกิแค่ห้าคนเท่านั้นที่ถูกจัดอยู่ในระดับ1นี่นะ ถ้านายต้องสู้กับ[ฟุยุโฮตารุ]อีกครั้งมันรับประกันไม่ได้ว่าผลที่ออกมานายจะเป็นคนชนะ บางทีครั้งนี้[ฟุยุโฮตารุ]อาจชนะก็ได้?”

 

“… ”

 

[คัคโค]จ้องที่[มินมิน]อย่างเงียบๆ

 

“หวา --- น่ากลัวจัง [คัคโค]โกรธจริงๆ แล้ว! จะทำยังไงดี --- จะถูกฆ่า---“

 

[คัคโค]จงใจเบนสายตาไปอีกทิศทางหนึ่ง หันเหความสนใจของเขาออกไปจากเด็กสาว

 

เกี่ยวกับขอบข่ายข้อมูลที่ได้รับจาก[มินมิน]เป็นความจริงรึเปล่านั้นยังไม่ได้รับการยืนยันในขณะนี้ แต่มันจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษอย่างแน่นอน

 

[มินมิน]ผู้ทำเสียงดังรบกวนด้วยตัวเองจู่ๆ ก็สงบลงและถาม[คัคโค]ด้วยเสียงที่ต่ำมาก

 

“แต่ดูจากปฏิกิริยาของนาย นายคงจะไม่ใช่คนที่ช่วย[ฟุยุโฮตารุ]หนีออกมาสินะ?”

 

[คัคโค]มองเข้าไปในดวงตาของ[มินมิน]อย่างเงียบๆ… เขามั่นใจว่านับตั้งแต่วินาทีที่ข่าวการหลบหนีของ[ฟุยุโฮตารุ]ได้แพร่กระจาย เขาก็ถูกสงสัยว่าเป็นคนลงมือแล้ว

 

“คนที่ได้รับมอบหมายให้ทำการติดตามดู[ฟุยุโฮตารุ]คือ[นามิเอะ] มูชิทสึกิชั้นคาชูระดับ5เหมือนกับฉัน ตามรายชื่อของมูชิทสึกิที่ถูกลงทะเบียนแล้ว มีไม่มากนักที่สามารถหลบหนีจาก[นามิเอะ]ได้ และเพราะนายมีความเชื่อมโยงบางส่วนกับ[ฟุยุโฮตารุ] แน่นอนอยู่แล้วที่กองบัญชาการกลางจะสงสัยนาย ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดพวกเขาอาจออกคำสั่งกักตัวนายไว้ --- ถ้านายสงสัยว่าทำไมฉันถึงรู้ในสถานการณ์มากขนาดนี้ ทั้งหมดก็เพราะการเดินทางไปกองบัญชาการกลางกลางเมื่อวานนี้กับคุณฮาจิ นายรู้อยู่แล้วว่าคุณฮาจิมีศัตรูเยอะแยะใช่ไหม? นั่นเป็นเหตุผลที่ไม่ว่าเมื่อไหร่เขาก็ต้องการบอดี้การ์ดติดตามเขาไปทุกครั้ง"

 

[มินมิน]ไม่ให้ความสนใจ[คัคโค]ที่เวลานี้ยังคงเงียบอยู่ตลอดแม้แต่น้อย และพูดกับตัวเองอย่างมีความสุข

 

ทันใดนั้น จากลำโพงภายในแว่นก๊อกเกิลของพวกเขา เสียงคุ้นเคยก็ดังออกมา “ถึงเจ้าหน้าที่ SEPB ทุกคน อยู่ในตำแหน่งกันรึเปล่า?”

มันเป็นเสียงนิ่งสงบที่มีเค้าลางของเสียงหัวเราะ ซึ่งมาจากคนที่[คัคโค]กำลังสนทนาบนโทรศัพท์มาได้สักพักแล้ว

 

เขาคือผู้บัญชาการของสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษสาขากลางภาคตะวันออก --- ฮาจิ เคย์โกะ

 

“ฉันคิดว่าพวกคุณทุกคนรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว แต่คราวนี้ศัตรูคือสมาชิกของกลุ่มกบฏมูชิทสึกิ “[มูชิบาเนะ]” ถ้าเราต่อสู้กับพวกปลายแถวภายใต้สถานการณ์ปกติ แค่[มินมิน]คนเดียวก็เพียงพอ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากส่วนที่ว่าราชินีและบอดี้การ์ดพิเศษของ[มูชิบาเนะ]อยู่ที่นี่ในวันนี้ด้วย เราจึงขอให้[คัคโค]มุ่งหน้ามา นอกจาก[คัคโค]และ[มินมิน]แล้ว เจ้าหน้าที่คนอื่นที่ไม่ได้รับคำสั่งให้ดึงกองกำลังศัตรูไปยังตำแหน่งที่[คัคโค]ประจำอยู่ ระวังด้วยเพราะหากคุณยั่วยุ[มูชิบาเนะ]มากเกินไปและทำให้ผู้นำของพวกเขาเอาจริง... คุณจะหยุดอยู่มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ไปอย่างง่ายดาย”

 

แม้ว่าเนื้อหาในคำพูดของเขาจะร้ายแรง น้ำเสียงของฮาจิกลับค่อนข้างไร้กังวล

 

เพื่อเป็นการต่อต้านการตัดสินใจของรัฐบาลที่ซ่อนการมีตัวตนของมูชิทสึกิและกดขี่พวกเขา ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งปี การรวมตัวกันของมูชิทสึกิจากทั่วประเทศก็เกิดขึ้น

 

สิ่งนั้นคือองค์กรมูชิทสึกิที่รู้จักกันในชื่อ[มูชิบาเนะ] วัตถุประสงค์ของพวกเขาคือเพื่อปกป้องมูชิทสึกิใดๆ ที่เพิ่งถูกค้นพบ จากการถูกจับไปโดยสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษ ว่ากันว่าองค์กรของพวกเขาไม่เพียงมีมูชิทสึกิเท่านั้น แต่ยังมีพลเรือนที่สนับสนุนจุดยืนและอุดมคติของพวกเขาอีกด้วย

 

ไม่เหมือน SEPB องค์กรนี้พึ่งพามูชิทสึกิระดับสูงเพียงไม่กี่คนเท่านั้น แต่เหตุผลที่[มูชิบาเนะ]สามารถขยายกลุ่มขึ้นมาจนได้ขนาดนี้ในปัจจุบัน ก็เนื่องมาจากการสนับสนุนอย่างเต็มเปี่ยมของผู้นำที่น่านับถือของพวกเขา ผู้นำของ[มูชิบาเนะ]ที่ครอบครองพลังการโจมตีอันสูงล้นได้ทำให้ชีวิตของเจ้าหน้าที่ SEPB จำนวนมากเสียไป ดังนั้นสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษจึงพิจารณาว่าผู้นำของ[มูชิบาเนะ]เป็นภัยคุกคามใหญ่หลวง และมอบชื่อให้เธอเป็น ---

---

 

คาชูระดับ1 ----

 

[คัคโค]เป็น[ไพ่ตาย]ของสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษและอยู่ในระดับเดียวกับผู้นำของ[มูชิบาเนะ] การค้นพบมูชิทสึกิอีกคนที่ถูกจัดให้อยู่ในระดับ1หลังปรากฏตัวได้ไม่กี่ปี ทำให้เกิดความกลัวภายในเจ้าหน้าที่ของสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษ พวกเขาจึงมอบภาระงานใหม่ให้[คัคโค]เปลี่ยนจากหน่วยรบไปยังทีมตรวจสอบอย่างรวดเร็วเพื่อให้เขาสามารถจับตาดูและควบคุมศัตรูในเวลาเดียวกัน

 

“ดีล่ะ เนื่องจากภารกิจได้เริ่มขึ้นแล้ว มีประเด็นหนึ่งที่ฉันอยากจะทำให้แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนในสวนจะจดจำเอาไว้ แต่ฉันคิดว่าพวกคุณหลายคนรู้เรื่องนี้มาแล้วเพราะโลกใบนี้มีคนปากพล่อยมากเกินไป อย่างไรก็ตามหากเรื่องนี้ดำเนินต่อไปมันจะทำให้เกิดความสับสนด้านการสั่งการ ดังนั้นแล้ว ถึงเจ้าหน้าที่ทุกคนที่รับผิดชอบในพื้นที่ที่แตกต่างกันออกไป กรุณาส่งข้อมูลไปยังสมาชิกคนอื่นในพื้นที่ด้วย”

 

“รับทราบ ---”

 

[มินมิน]ล้วงมือของเธอเข้าไปในเสื้อโค้ทแล้วหยิบของที่เหมือนแฟ้มบางๆ ออกมา “นี่ไง! นี่แหละข้อมูลที่ว่า! อันนี้คือส่วนของ[คัคโค]ไงล่ะ! "

หลังจากที่เขาได้รับไฟล์ [คัคโค]เหลือบมองที่หน้าปก บนปกของมันมีข้อความขนาดใหญ่เป็นคำว่า [ลับต่อคนนอก] และลิสของบทโทษสำหรับผู้ที่ละเมิดระเบียบปฏิบัติ

 

“[ฟุยุโฮตารุ]---”

 

คำพูดของฮาจิทำให้[คัคโค]ที่กำลังคิดจะพลิกอ่านเนื้อหาของแฟ้มหยุดชะงักลง

 

"ผู้ที่ได้อยู่ระหว่างช่วงเวลาเคสที่ว่ามีจำนวนน้อยกว่าที่ฉันคาดเอาไว้ กลุ่มผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องคือมูชิทสึกิชั้นอิชูระดับ1ที่ถูกเปลี่ยนเป็นผู้ร่วงหล่นเพราะ[มูชิ]ของเธอถูกฆ่าตายโดย[คัคโค]เมื่อสี่ปีก่อน ถ้าฉันจะพูดว่าเคสดังกล่าวเป็นภัยพิบัติที่จ่ายด้วยชีวิตของสมาชิกของสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษไปครึ่งหนึ่งแล้ว ทุกคนจะเข้าใจง่ายขึ้นว่าสถานการณ์ในปัจจุบันร้ายแรงแค่ไหนใช่ไหม?”

…เมื่อวานนี้[ฟุยุโฮตารุ]หนีออกจากสถานโดดเดี่ยว "East - 33"

 

แม้ว่าน้ำเสียงของฮาจิจะสบายๆ และไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนก เจ้าหน้าที่ภายในสวนสาธารณะก็ยังคงถูกมันสั่นคลอน เหมือนปฏิกิริยาของ[คัคโค]เมื่อ[มินมิน]นำข้อมูลให้เขา

 

สี่ปีก่อน---

 

มูชิทสึกิคนหนึ่งที่มีเอกลักษณ์และทรงพลังมากถูกค้นพบ

 

มูชิทสึกิคนนั้นถูกลงทะเบียนในฐานะฮิชูระดับ1และถูกมอบชื่อ[ฟุยุโฮตารุ]ให้ ไม่กี่วันต่อมาภายหลังถูกค้นพบ เธอถูกควบคุมตัวหลังจากที่[มูชิ]ของเธอถูกฆ่า

 

คนที่ควบคุมตัว[ฟุยุโฮตารุ]สำเร็จคือคือมูชิทสึกิอายุน้อย ผู้ที่เพิ่งจะเข้ามาในสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษเท่านั้น

 

โค้ดเนมของเขาคือ[คัคโค]

 

และผลลัพธ์ของ[คัคโค]ที่ทำภารกิจที่สำคัญเช่นนั้นสำเร็จ เขาได้รับมอบชื่อของคาชูระดับ1 มูชิทสึกิที่แข็งแกร่งที่สุด

 

“ตามที่[นามิเอะ]ผู้รับผิดชอบในการจับตาดู[ฟุยุโฮตารุ] ดูเหมือนจะมีใครบางคนช่วย[ฟุยุโฮตารุ]ในการหลบหนี แม้ว่า[นามิเอะ]ที่บาดเจ็บไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นผู้ก่อเหตุเป็นใคร... ฉันก็สามารถรับข้อมูลบางอย่างที่น่าสนใจมากจาก[นามิเอะ]ที่ยังคงจับตาดูสถานการณ์ต่อมาได้ ดูเหมือนว่า[ฟุยุโฮตารุ]สามารถฟื้นตัวจากสถานะผู้ร่วงหล่นของเธอได้ และกลับมาที่นี่อีกครั้ง ที่เมืองโอกะนี้”

 

“…!”

 

คราวนี้[คัคโค]ตกตะลึงกับข่าวจริงๆ “…เรื่องจริงเหรอ?”

[มินมิน]พึมพำกับตัวเองอย่างเงียบๆ  ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้รับแจ้งเกี่ยวกับข่าวนี้เช่นกัน

 

การที่[มูชิ]ของตนถูกฆ่า และจากนั้นก็ฟื้นตัวจากสภาพผู้ร่วงหล่นนั้นเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อย่างน้อยจนถึงตอนนี้[คัคโค]ก็ไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน

 

--- เรื่องยุ่งยากอีกอย่างสินะ...

 

[คัคโค]พึมพำกับตัวเองข้างใน

         

ถ้าข่าวที่ว่าเธอสามารถยืนหยัดขึ้นได้อีกครั้งจากสถาพผู้ร่วงหล่นเป็นเรื่องจริง เช่นนั้นเหล่ามูชิทสึกิก็จะต้องการให้[ฟุยุโฮตารุ]ตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือของพวกเขาอย่างแน่นอน เพราะทุกคนอยากหลีกเลี่ยงความเป็นจริงที่พวกเขาจะกลายเป็นผู้ร่วงหล่นในสักวันหนึ่ง แน่นอนอยู่แล้วที่พวกเขาจะอยากหาวิธีปลดปล่อยตนเองจากสภาพที่เรียกว่า“มูชิทสึกิ”นี้...

 

“เรื่องที่ว่าทำไมเธอถึงกลับมาสถานที่ที่เธอได้เกิดและได้กลายเป็นผู้ร่วงหล่นนี้ ในขณะนี้เรายังไม่รู้ ทั้งที่พิจารณาจากสถานการณ์แล้ว มันเป็นที่ชัดเจนว่าการกลับมาที่เมืองนี้จะเป็นอันตรายที่สุดสำหรับเธอ แน่นอนว่ายังมีความเป็นไปได้ที่เธอยังอยู่ในสภาพสับสนอยู่ เนื่องจากเธอเพิ่งจะตื่นจากการเป็นผู้ร่วงหล่น”

 

“ฮึ่ม...”

 

[คัคโค]เดาะลิ้นของเขา

 

เมื่อเขาได้ยินข่าวเกี่ยวกับ[ฟุยุโฮตารุ] ความรู้สึกแรกที่เขารู้สึกคือหงุดหงิด

 

หากมันเป็นแค่การหลบหนี เธออาจจะถูกพาไปโดย “ใครบางคน” แต่ถ้าเธอถูกปลุกให้ตื่นจากสภาพผู้ร่วงหล่น สถานการณ์ก็ไม่เรียบง่ายอย่างนั้นอีกแล้ว มีแนวโน้มสูงมากที่เธอจะกระทำภายใต้ความตั้งใจของเธอเอง และตัดสินใจกลับที่จะกลับมายังเมืองนี้

 

----ยัยโง่นั่นทำบ้าอะไรอยู่! ถ้าตื่นขึ้นมาแล้ว งั้นเธอควรจะหนีไปที่ไหนไกลๆ สักที่ได้แล้ว….!

 

ในขณะที่บ่นกับตัวเองในใจ เขาเริ่มสงสัยแรงจูงใจของฮาจิ

 

ไม่เข้าใจชายผู้ที่รับผิดชอบสาขากลางภาคตะวันออกของสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภาคพิเศษคนนี้เลย เขากำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่?

 

ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไร เนื้อหาของการเล่าโดยย่อของฮาจิก็เป็นประเด็นที่ไม่ควรจะหยิบยกขึ้นมา โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าไม่เพียงแต่มันจะก่อให้เกิดปัญหาแก่ผู้รับคำสั่งเท่านั้น แต่ในความจริงมันอาจสร้างผลตรงกันข้ามกับที่ตั้งใจเอาไว้ด้วย ประเด็นของ[ฟุยุโฮตารุ]เป็นไปได้สูงที่จะติดค้างอยู่ในใจของพวกเขา ทำให้พวกเขาเบนความสนใจออกจากศัตรูที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาในตอนนี้ จริงไหม?

 

แต่ตรงกันข้ามกับความกังวลของ[คัคโค] ฮาจิพูดต่อในขณะที่กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่หยี่ระ

 

“สิ่งที่น่าตกใจจริงๆ คือเรายังไม่ได้รับการยืนยันข่าวของ[มูชิ]ของ[ฟุยุโฮตารุ]กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ฉันตั้งใจจะออกคำสั่ง[นามิเอะ]ให้เฝ้าระวังสถานการณ์ของ[ฟุยุโฮตารุ]ต่อ นี่ก็เพื่อค้นหาผลลัพธ์ของการวิจัยที่ดำเนินการที่ “East-33” ซึ่งรู้จักกันในชื่อ [GARDEN] ให้พบ”

 

[คัคโค]เลิกคิ้วขึ้นเบื้องหลังก็อกเกิล

 

"วิจัย? อะไรล่ะนั่น? พวกเขาทำบางอย่างที่นั่นแล้วได้รับผลลัพท์นั้นเหรอ? นั่น --- น่าประทับใจนะ”

 

แม้ว่า[มินมิน]จะพูดราวกับว่ามันทำให้เธอหวาดหวั่น [คัคโค]ก็ไม่สามารถเชื่อมันได้ง่ายๆ เหมือนกับเธอ คำพูดของฮาจินั้นกะทันหันเกินไป และจังหวะเวลาก็ดูสมบูรณ์แบบเกินไป

 

หลังจากได้เห็นสีหน้าของ[คัคโค] [มินมิน]เปลี่ยนท่าทีของเธอทันที

         

“ถ้าเป็นแค่พลทหารโง่เง่าบางคน พวกเขาก็คงจะคิดแบบเดียวกับที่ฉันคิดใช่ไหมล่ะ?”

 

เธอส่งยิ้มซึ่งดูเหมือนจะมีความหมายมากกว่าที่ปรากฏให้เห็นให้ จากนั้นเธอจึงพูดขณะที่เผชิญหน้ากับ[คัคโค]

 

“สมกับเป็น[คัคโค] ยังดูใจเย็นอยู่เลย ถึงอย่างนั้นความคิดของฉันดูเหมือนจะเฉียบคมกว่าของนายมากนะ ฉันเดาแรงจูงใจหลักของคุณฮาจิได้แล้ว”

 

“… ”

 

[คัคโค]ชำเลืองมองเด็กผู้หญิงหัวกระต่ายที่ดูจะดีใจสุดๆ ครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะอ่านหน้าปกของข้อมูลในมือต่ออีกครั้ง

 

จากนั้นเขาก็จ้องลึกลงไปไปในข้อความ “ลับต่อคนนอก” ก่อนที่จะจับมันแน่นด้วยมือทั้งสองข้าง

 

“เอ๋!?”

 

[มินมิน]เปล่งเสียงประหลาดใจออกมา

 

[คัคโค]ใช้มือทั้งสองของเขาฉีกข้อมูลที่เขาไม่แม้แต่จะได้เห็นต่อหน้าเด็กสาว และโยนกระดาษที่ฉีกขาดทิ้งตามอำเภอใจ

 

“โฮ่ --- นายกำลังพยายามแสดงให้เห็นว่า “นี่ไม่เกี่ยวกับฉัน” ใช่ไหม? ไม่ยักรู้เลยว่าจริงๆ แล้วนายก็แสดงท่าทางแบบนั้นเป็นด้วย ---

 

[มินมิน]จ้องอย่างเย็นชาที่[คัคโค] วางมือของเธอบนหูที่อยู่ใต้ก็อกเกิลและไอเบาๆ

 

“อะแฮ่ม --- [มินมิน]รายงานอย่างเร่งด่วนต่อผู้บัญชาการสาขา รายงานฉุกเฉิน! [คัคโค]ไม่แม้แต่จะมองข้อมูลลับและฉีกมันเป็นชิ้นๆ ทันที นี่ถือเป็นการแสดงท่าทีทรยศหรือเปล่าคะ?”

 

เธอจงใจพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก และหลังจากรายงาน เธอหัวเราะแล้วหันไปทาง[คัคโค] [คัคโค]เมินเด็กสาวอย่างไม่ร้อนรน

“ไม่เป็นไร ฉันจะหาโอกาสอื่นที่จะให้สำเนาอีกชุดกับเขา ครั้งหน้าฉันควรมอบช่อดอกไม้ให้ด้วยรึเปล่า?”

 

คำตอบรับของฮาจิบอกใบ้ถึงการเสียดสี คนที่ตกใจกับการตอบรับที่เกิดขึ้นนี้กลับเป็นเด็กสาวหัวกระต่าย

 

“แต่…! ทำไม…”

 

“[คัคโค]รู้สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้ชัดเจนมากกว่าคนอื่นๆ ที่นั่น ส่วนเรื่องของ[ฟุยุโฮตารุ] ตราบใดที่[นามิเอะ]คอยเฝ้าระวังเธอ เราก็สามารถเคลื่อนไหวเวลาไหนก็ได้ สิ่งที่ฉันอยากจะชี้ให้เห็นคือเรื่องที่ควรจะความสำคัญมากกว่า และนั่นก็คือศัตรูตรงหน้าพวกเรา --- [มูชิบาเนะ] นี่ก็เป็นเพราะศัตรูนี้ถูกกล่าวกันว่าแข็งแกร่งเทียบเท่า[ฟุยุโฮตารุ]… และเป็นมูชิทสึกิที่ได้รับการจัดระดับให้อยู่ในระดับ1อีกด้วย --- [เลดี้เบิร์ด]

 

“แล้วถ้าอย่างนั้นการประชุมเมื่อวานนี้เป็นยังไงล่ะคะ? [นามิเอะ]เหมือนจะเห็นผู้ก่อเหตุที่พาตัว[ฟุยุโฮตารุ]ไป และรายงานดูจะอธิบายว่าเป็นใครบางคนที่คล้ายกับ[คัคโค]…นี่ไม่ได้หมายความว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะออกคำสั่งคนทรยศให้กับ[คัคโค]เหรอคะ?”

 

[คัคโค]ขมวดคิ้วจากคำพูดของเธอ

 

“ --- เจ้าหน้าที่คาชูระดับ5 [มินมิน]”

 

ครั้นเมื่อเด็กสาวหัวกระต่ายได้ยินเสียงทุ้มต่ำของฮาจิ เธอเปลี่ยนทีท่าของเธอในทันที “คะ-ค่ะ!”

“โปรดจำไว้ว่าคุณจะไม่พูดอะไรที่เป็นการรบกวนสายการบังคับบัญชา… พูดแบบหยาบๆ คำสั่งของกองบัญชาการกลางไม่มีอะไรมากไปกว่าพิธีการเท่านั้น พวกเขารู้ชัดเจนดีว่ามีเพียง[คัคโค]เท่านั้นที่สามารถจัดการกับพวกมูชิทสึกิระดับ1 --- อย่าง [ฟุยุโฮตารุ] [เลดี้เบิร์ด] และฮารุคิโยะได้”

 

“ตะ-แต่…ค่ะ ขออภัยเป็นอย่างยิ่งค่ะ”

 

[มินมิน]ดูเหมือนจะอยากพูดบางอย่าง แต่พยายามอดกลั้นไว้เงียบๆ เธอเบนความโกรธของเธอออกและจ้องที่[คัคโค]ด้วยความเกลียดชัง...

 

แน่นอนว่า[คัคโค]ไม่สนใจเธอเช่นเดียวกับก่อนหน้า

 

อย่างไรก็ตาม [คัคโค]ไม่สามารถแสร้งทำว่าเขาไม่ได้ยินคำรายงานที่[นามิเอะ]ผู้จับตาดู[ฟุยุโฮตารุ]ได้กล่าว

         

คาชูระดับ5 [นามิเอะ] --- [คัคโค]ได้ยินมาว่าบุคคลนี้เป็นผู้หญิง ดูเหมือนว่าเขาจะมีความจำเป็นต้องพบเธอด้วยตนเองเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์จริงๆ

 

ฮาจิพูดต่อด้วยน้ำเสียงไม่กังวลเหมือนเคย

 

“ใช่แล้ว พูดถึงฮารุคิโยะแล้วก็ทำให้ฉันจำได้ว่าพรรคพวกของเขาก็ดูเหมือนจะอยู่ในสวนนี้เหมือนกัน ถึงเรื่องนี้จะยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่การพบเห็นหลายครั้งก็ถูกรายงานมาที่ฉันแล้ว”

 

“เอ๋!? ไอ้ตัวเหม็นนั่น……”

 

[มินมิน]แสดงอาการไม่มีความสุขขึ้นบนใบหน้า

         

แม้ว่า[คัคโค]ไม่ได้แสดงมันบนใบหน้าของเขา แต่เขาก็มีความรู้สึกเฉกเช่นเดียวกับ[มินมิน] ลำพังแค่[มูชิบาเนะ]เพียงอย่างเดียวนั้นก็รับมือได้ยากพอแล้ว และตอนนี้ศัตรูตัวปัญหาอีกรายก็โผล่ออกมาอีก

 

ฮารุคิโยะซึ่งรู้จักกันอย่างแพร่หลายถูกเรียกว่าเป็นกองกำลังที่สามของมูชิทสึกิ นอกเหนือไปจากสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษและ[มูชิบาเนะ]

 

นอกเหนือจากข้อมูลที่ผู้นำของพวกเขาถูกพูดถึงในชื่อฮารุคิโยะ และรายงานการพบเห็น[มูชิ]ของพรรคพวกของพวกเขาไม่กี่ครั้งแล้ว ส่วนที่เหลือขององค์กรของพวกเขาเป็นเรื่องลึกลับ

 

ไม่เหมือนสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษและ[มูชิบาเนะ]ที่มีจำนวนล้นเหลือ พวกเขาถูกกล่าวว่าเป็นองค์กรที่ประกอบด้วยคนไม่กี่คน แต่ล้วนเป็นสมาชิกมีความสามารถสูง รวมทั้งผู้นำของพวกเขาฮารุคิโยะที่เป็นมูชิทสึกิชั้นอิชูระดับ1ด้วย

 

[คัคโค]กัดริมฝีปากของเขาแน่น และกำหมัดภายใต้เสื้อโค้ท

 

นานมาแล้วจนถึงตอนนี้ ทั้งสามฝ่ายที่ต่างก็มีมูชิทสึกิระดับ1อยู่ฝ่ายละหนึ่งคน สำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษ [มูชิบานะ] และฮารุคิโยะ --- มีความขัดแย้งต่อกันอยู่เป็นนิจ แม้ว่ากลุ่มก๊กจะไม่ได้เทียบเคียงกันอย่างสมบูรณ์พวกเขาก็ยังพอรักษาสมดุลไว้ได้ แต่ตอนนี้มูชิทสึกิระดับ1อีกคน…[ฟุยุโฮตารุ]…ได้ปรากฏตัวขึ้น ปัจจุบันนี้สถานการณ์กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

 

--- หมายความว่าทุกอย่างพร้อมแล้วไงล่ะ

คำพูดของฮาจิแว่บผ่านในใจของเขาอีกครั้งหนึ่ง

 

ฮาจิ เคย์โกะกำลังวางแผนบางอย่างอยู่แน่นอน จากคำพูดของเขา ดูเหมือนว่าทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผน

 

“ในอดีตฮารุคิโยะได้เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่เราพยายามหาวิธีกำจัดมาตลอด อย่างไรก็ตามครั้งนี้เราอาจเมินพวกเขาไปได้ ทุกคนกรุณาจำลำดับความสำคัญเอาไว้ --- เป้าหมายที่สำคัญที่สุดในการจัดการคือ[มูชิบาเนะ] เรื่องของ[ฟุยุโฮตารุ]สามารถชำระได้ในเวลาอื่นเสมอ ส่วนเรื่องการคืนชีพของ[ฟุยุโฮตารุ] ฉันรู้ว่าสำหรับมูชิทสึกิทั้งหมด มันไม่ใช่แค่เพียงหัวข้อที่น่าสนใจธรรมดาๆ แต่ฉันหวังว่าทุกคนจะสามารถอดทนไว้ได้สำหรับตอนนี้ ในเรื่องของฮารุคิโยะ… ให้คิดเสียว่าจุดประสงค์ปัจจุบันของพวกเขาคือการสังเกตการณ์ เอาล่ะ ถ้างั้นทุกคน ขอให้โชคดีในการต่อสู้!”

 

ทุกคนคิดว่าฮาจิพูดจบแล้ว แต่ในตอนนั้นเสียงของเขาก็ดังขึ้นมาอีก

 

“อ่า ใช่ เกือบลืมไปเลย คราวนี้ฉันก็อยู่ในพื้นที่รบด้วย เพราะฉะนั้นช่วยอย่าดึงกำลังข้าศึกไปที่ทางเข้าทิศใต้ของสวนสาธารณะ ที่ฉันประจำตำแหน่งอยู่ล่ะ เรื่องอื่นก็ตามระเบียบเดิม ช่วยอย่าลืมบันทึกสถานการณ์ด้วย…เท่านี้แหละ!”

 

หลังจากกล่าวคำพูดเหล่านี้ ครั้งนี้คือการจบการสื่อสารจริงๆ

 

[คัคโค]เลิกคิ้วขึ้น ฮาจิมาที่นี่! ทำไมผู้บัญชาการที่รับผิดชอบในการสั่งการถึงมาที่แนวหน้าเป็นกรณีพิเศษกัน!?

 

“เห นั่นก็แสดงว่า[ฟุยุโฮตารุ]ได้กลายเป็นประเด็นร้อนอยู่ในตอนนี้ใช่ไหมล่ะ?” [มินมิน]พูดด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย

กระนั้น[คัคโค]ก็ยังคงความสนใจของเขาเอาไว้ที่สวนสาธารณะ และไม่ตอบเธอกลับ

 

“รู้ใช่ไหมว่านายจะพูดอะไรก็ได้น่ะ!? ถ้านายไม่ชอบหัวข้อเรื่อง[ฟุยุโฮตารุ] เราก็เปลี่ยนมันได้ตอนไหนก็ได้!”

 

แม้ว่าเธอจะถูกเมินอย่างสมบูรณ์ [มินมิน]ก็ดูจะไม่สนใจ บางทีอาจจะพูดได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับวิธีคิดของเธอ? หรือไม่ก็พูดได้ว่าเธอไม่ได้คาดหวังให้[คัคโค]โต้ตอบการสนทนากับเธออยู่แล้ว

 

“ไม่สนส่วนที่ว่าคนของฮารุคิโยะอยู่ที่นี่ไปก่อน... ทำไม[มูชิบาเนะ]ถึงอยากสู้กับพวกเรา? นายก็เห็นด้วยไม่ใช่เหรอ ที่ว่าจริงๆ แล้วมูชิทสึกิค่อนข้างทรงอำนาจน่ะ? พวกเขาเกือบจะถูกเรียกได้ว่าเป็นยอดมนุษย์ และไม่ต้องพูดถึงพวกเรา SRPB ที่เป็นผู้ถูกเลือกไม่เพียงกี่คนในท่ามกลางคนมากมายด้วยซ้ำ แล้วทำไมพวกเขาถึงปฏิเสธที่จะเป็นหนึ่งในพวกเรากัน?”

 

[คัคโค]หันไปอย่างเงียบๆ และมองไปที่เนินสูงที่มีพุ่มไม้กองโตซึ่งอยู่ใกล้ๆ ... แต่หัวกระต่ายของ[มินมิน]ก็ปิดกั้นมุมมองของเขาในทันที

“นายคิดว่าลำพังนายคนเดียวก็เพียงพอที่จะรับมือกับสถานการณ์ใช่ไหม?”

 

[คัคโค]และ[มินมิน] คนทั้งคู่แลกเปลี่ยนสายตากัน แม้ว่าเธอดูเหมือนจะกำลังยิ้ม เสียงของเธอก็มีความเป็นศัตรู... ท้ายที่สุดแล้ว เธอเปิดเผยอารมณ์ที่แท้จริงของเธอออกมา

 

“ฉันจะเหยียบนายไว้ใต้เท้าแล้วกลายเป็นผู้นำมูชิทสึกิของ SEPB เป็นคนต่อไป นั่นแหละคือความฝันของฉัน” [มินมิน]ยิ้มด้วยความหมายของการท้าทายต่อเขา

“[คัคโค] ความฝันของนายคืออะไร?”

 

หลังจากที่[คัคโค]ถูกถาม เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ที่สุดขอบของฟ้ากระจ่างสามารถมองเห็นเมฆมืดดำจำนวนมากลอยอยู่

 

ดูเหมือนฝนจะตกในไม่ช้าแล้ว...

 

ในฤดูกาลแบบนี้ใครๆ ก็หวังว่าจะมีหิมะตกใช่ไหม? แม้แต่เขาก็ตั้งหน้าตั้งตารอวันคริสต์มาสที่เต็มไปด้วยหิมะในอีกไม่กี่วันหลังจากนี้

 

“…หวังว่าคริสต์มาสนี้หิมะจะตกนะ”

 

เมื่อได้ยิน[คัคโค]ที่ในที่สุดก็เปิดปาก เด็กสาวเอียงศีรษะของเธอ

 

ในตอนนั้นเองที่เสียงระเบิดดังขึ้นในระยะไกล เสียงนั้นระเบิดดังอย่างต่อเนื่องและค่อยๆ ห่างไกลออกจากทางเข้าทิศเหนือที่[คัคโค]ประจำจุดอยู่

 

“…?”

 

หากพวกเขาทำตามกลยุทธ์ของฮาจิ การต่อสู้ควรที่จะเข้าใกล้พื้นที่นี้แทน อย่างไรก็ตาม พิจารณาจากเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ ประตูทิศใต้ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามประตูทิศเหนือ --– อาจจะกลายเป็นสนามรบ

 

ขณะที่[คัคโค]วิเคราะห์สถานการณ์ ทันใดนั้นเขาก็นึกคำพูดก่อนหน้านี้ของเด็กสาวได้ --– “ฉันจะเหยียบนายไว้ใต้เท้า”

 

ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไร คำพูดเหล่านั้นก็ดูจะไม่เหมาะสมที่จะพูดกับพรรคพวกของตนเอง ตอนที่[คัคโค]มองกลับไป [มินมิน]ก็เรียก[มูชิ]ของเธอในเวลาเดียวกัน

“สมกับเป็น[คัคโค] รู้ตัวแล้วเหรอ? แต่จะยังไงมันก็สายไปแล้ว!”

 

 

[มูชิ]ปรากฏตัวขึ้นที่เท้าของเด็กสาว

 

แม้ว่ามันจะมีขนาดเล็กมากจนสามารถกุมมันไว้ด้วยมือทั้งสองข้างได้ แต่พิจารณาจากเปลือกสีน้ำตาลเข้มและดวงตาส่องประกายสี่ดวงของมัน จะใครก็สามารถบอกได้ว่ามันไม่ปกติ มันดูเหมือนจักจั่น อย่างไรก็ตามความแตกต่างระหว่างปีกทั้งหกกับร่างหลักของมันนั้นมากจนเกินไป

 

จักจั่นกระพือปีกหลังที่ด้านหลังของมันซ้ำๆ อย่างรวดเร็ว ส่งเสียงแหลมสูงเสียดแทงหู

 

การโจมตีด้วยการเปลี่ยนแปลงแรงดันอากาศมหาศาลพุ่งเข้าหา[คัคโค] จากนั้นคลื่นเสียงเสียดแทงหูที่เกินกว่าขีดจำกัดการได้ยินของมนุษย์ก็ล้อมรอบ[คัคโค]

 

ด้วย[มินมิน]เป็นศูนย์กลาง ทุกอย่างรอบตัวเธอก็เริ่มระเบิดเพราะการขยายตัวจากภายใน ต้นไม้ต้นใหญ่ ม้านั่งยาวบนทางเท้า และหลอดไฟเหนือหัวกลายเป็นเศษผงหลังการสั่นสะเทือนที่รุนแรง.

 

ได้รับผลกระทบจากคลื่นเสียงแบ่งแยกจิตใจ วิสัยทัศน์ของ[คัคโค]บิดเบี้ยวขณะที่ความเจ็บปวดรุนแรงเริ่มทำให้ทั้งจิตใจของเขาสั่นคลอน

 

“อึก…!”

 

[คัคโค]ฝืนบังคับให้คงสติเอาไว้และกระโดดจากพื้นดินขณะที่เขาจ้องมองลงด้านล่าง

 

เผชิญกับการกระทำเพื่อเพิ่มระยะห่างระหว่างพวกเธอของ[คัคโค] จักจั่นยังคงไม่เคลื่อนที่และอยู่ในจุดเดิมอย่างเงียบๆ กระนั้นเสียงอื้ออึงก็ดังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะที่ตัวของจักจั่นเริ่มสั่นจากเสียงที่มันทำ

 

[คัคโค]ล้วงมือเข้าไปในเสื้อโค้ทแล้วดึงปืนอัตโนมัติออกมา “ชิ! คัคโค!”

 

แมลงสีเขียวที่อยู่ๆ ก็โผล่ออกมาตอบรับและเกาะลงบนกระบอกปืนพก มันเป็นแมลงที่มีรูปร่างคล้ายกับด้วงประเภทหนึ่ง

 

แมลงคัคโคก็หลอมรวมเข้ากับปืนพก

 

หลังจากนั้น หนวดรับสัมผัสมากมายออกมาจากกรอบปืนและพันไปทั่วร่างกายของ[คัคโค] หนวดเริ่มหลอมรวมเข้ากับร่างกายของ[คัคโค] ขณะที่ส่วนของแขนและไหล่ของเสื้อโค้ทนั้นถูกฉีกขาดจากภายใน บนแขนขวาของเขามองเห็นลวดลายสีเขียวและสีดำอยู่

 

ทันทีที่[คัคโค]รวมร่างกับ[มูชิ]ของเขา เขาเหนี่ยวไกปืนขณะที่เล็งไปยังจักจั่นสีน้ำตาล

 

เสียงปืนดังสนั่นไปทุกหนแห่ง

 

อย่างไรก็ตาม จั๊กจั่นสีน้ำตาลกระโดดไปทางด้านข้างอย่างรวดเร็วพร้อมกับกระสุนที่พลาดไปอย่างหวุดหวิด ม้านั่งไม้บนทางเดินด้านข้างที่อยู่ข้างหลังมันถูกเป่าเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

 

“[มินมิน] เธอพยายามทำบ้าอะไร? อย่าบอกนะว่าเธอ….”

 

“นายไม่เคยคิดว่าหนึ่งในเจ้าหน้าที่จะเปลี่ยนฝ่ายไปหา[มูชิบาเนะ]เลยเหรอ? ฉันอยากจะสู้กับนายมาตลอดเลยล่ะ!”

 

จั๊กจั่นร่อนลงใกล้เท้าของ[มินมิน]ที่กำลังยิ้มกริ่ม ไม่ใช่แค่ปีก แต่ทั่วทั้งตัวของจักจั่นเริ่มสั่นอย่างรุนแรง

 

ในตอนที่[คัคโค]เล็งปืนของเขาอีกครั้ง จู่ๆ เสียงแหลมสูงของจักจั่นก็เงียบลง “หลังสะสมพลัง [มูชิ]ของฉันก็ไม่แพ้ปืนของนายหรอก!”

“…!”

 

[คัคโค]เหนี่ยวไกทันที

 

อย่างไรก็ตาม ในชั่วพริบตาจั๊กจั่นก็หายไป กระสุนที่ออกมาจากปืนพกสร้างหลุมขนาดใหญ่ขึ้นบนพื้นซึ่งไม่มีอะไรอยู่

 

หลังจากนั้น เงาที่กำลังหมุนร่างหนึ่งที่เข้ามาใกล้ด้วยความเร็วสูงก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าดวงตาของ[คัคโค] [คัคโค]หลบเงานั้นในทันทีหลังจากที่ตกลงบนพื้น และเสียงดังสนั่นก็ดังขึ้นข้างหลังเขา

 

จักจั่นขุดดินออกมาจากพื้นและปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีกครั้งหลังจากสะบัดฝุ่นดินออก

 

--- มูชิทสึกิชั้นคาชูระดับ5 [มินมิน] [มูชิ]ของเธอมีความสามารถสองอย่าง

 

หนึ่งคือการสร้างคลื่นเสียงทรงพลังผ่านการสั่นสะเทือนของปีก และสองคือการกระแทกด้วยความเร็วสูงหลังจากสะสมพลัง ในบรรดาความสามารถเหล่านั้น อย่างหลังคือความสามารถที่เทียบเคียงกับพลังการยิงของปืนของ[คัคโค]

 

“[มินมิน]! เรื่องนี้เธอเอาจริงเหรอ?”

 

[คัคโค]ปรับท่ายืนในการต่อสู้ของเขา และหลังจากยกปืนของเขาขึ้น เสียงระเบิดดังให้ได้ยินอีกครั้งในระยะไกล อย่างไรก็ตามคราวนี้มันดูจะไกลกว่าครั้งก่อนหน้า

 

ระหว่างที่[คัคโค]และ[มินมิน]กำลังเผชิญหน้ากัน ศัตรูดูเหมือนว่ากำลังจะตรงไปในทิศตรงกันข้ามและมุ่งหน้าไปทางใต้สุดของสวนสาธารณะ

 

“…บัดซบ!”

 

“ไม่ ไม่ ไม่ ตอนนี้นายไปไม่ได้แล้ว นายยังต้องเล่นกับฉันมากกว่านี้"

         

[คัคโค]สามารถได้ยินเสียงของ[มินมิน]อยู่ข้างหลังเขาขณะที่เธอพูดด้วยน้ำเสียงไม่รีบร้อนได้ สุดยอดคลื่นเสียงโหมกระหน่ำเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง

 [คัคโค]ซ่อนตัวหลังต้นไม้อย่างรวดเร็ว กระนั้นต้นซีดาร์ขนาดใหญ่ก็ระเบิดจากภายในทันทีก่อนที่จะถูกบดขยี้เป็นฝุ่นผง

 

หันหลังของเขาให้กับมินมิน [คัคโค]วิ่งด้วยความเร็วเต็มที่ไปยังทางใต้สุดของสวน เขาลงจากทางเท้าและพุ่งเข้าไปในป่า

 

ทุกๆ ครั้งที่เสียงแหลมสูงมาจากด้านหลัง ต้นไม้ในบริเวณโดยรอบก็จะระเบิดจากภายใน

 

[มินมิน]คือคาชูระดับ5 แม้ว่าพลังการยิงโดยรวมของเธอจะไม่สามารถเทียบกับ[คัคโค]ได้ เธอก็ยังคงเป็นมูชิทสึกิที่ทรงพลังอยู่ ในสถานการณ์ปัจจุบันที่[มินมิน]เปลี่ยนฝ่าย เป็นการตบหน้าฉาดใหญ่ต่อ SEPB

 

“แค่รับมือ[มูชิบาเนะ]กับฮารุคิโยะก็น่ารำคาญอยู่แล้ว แล้วตอนนี้ฉันยังต้องจัดการกับความวุ่นวายภายในสาขาอีก……นายกำลังพยายามทำบ้าอะไร ฮาจิ?!”

 

[คัคโค]บ่นกับตัวเองในขณะที่เขาพุ่งผ่านป่า ทันทีที่เขาไปถึงด้านหน้าของสระน้ำขนาดเล็ก กลุ่มเงาก็ลงมาจากท้องฟ้า มันเป็นเด็กสาวคนหนึ่งจับที่กำลังขา[มูชิ]ของเธออยู่

 

“หน้าของนายซีดจริงนะ ไม่เหมือนภาพลักษณ์เยือกเย็นที่[คัคโค]จะทำเลยสักนิด! เป็นห่วงคุณฮาจิมากขนาดนั้นเลย?”

 

จักจั่นที่ไม่ปกติเริ่มกระพือปีกของมันอีกครั้ง

 

พริบตาก่อนหน้าที่[คัคโค]จะถูกคลื่นซูเปอร์โซนิคกระแทกใส่ เขากระโดดด้วยความสามารถทั้งหมดที่มี หลังจากหลอมรวมกับ[มูชิ]ของเขา [คัคโค]ก็ได้รับความสามารถทางกายภาพที่เหนือมนุษย์ และสามารถกระโดดข้ามศีรษะของเด็กสาวได้อย่างง่ายดาย

 

“ได้ยังไง…!”

 

[คัคโค]เมินเด็กสาวที่ตะลึงอยู่และกระโดดไปข้างหน้าอีกครั้ง เขาตัดผ่านสระน้ำแล้ววิ่งผ่านกลางทุ่งหญ้าหนาที่อยู่กลางสวนสาธารณะ

 

ถ้าเขาต้องเข้าต่อสู้กับ[มินมิน]เดี๋ยวนี้ เขาก็คงจะไม่แพ้ แต่ก่อนหน้านั้นเขาต้องยืนยันเรื่องหนึ่งก่อน

         

[คัคโค]คิดกับตัวเองขณะที่เขาวิ่งด้วยความเร็วเต็มที่

 

--- คนๆ นั้นเปลี่ยนข้างจริงๆ น่ะเหรอ?

 

แม้ตัดสินจากการกระทำของเด็กสาวเมื่อครู่นี้ [คัคโค]ก็ยังพบว่ามันเชื่อได้ยาก

 

เด็กสาวที่ถูกเรียกว่า[มินมิน]เป็นที่รู้จักกันดีในสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษ เธอชื่นชมผู้บัญชาการของสาขากลางภาคตะวันออก ฮาจิ เคย์โกะในระดับที่ไม่น่าเชื่อ และเคยถูกสงสัยว่ามีความสัมพันธ์พิเศษกับฮาจิด้วยซ้ำ

 

แม้ว่าเขาจะไม่แน่ใจในความจริงของสถานการณ์ปัจจุบัน แต่[มินมิน]เปลี่ยนไปเข้าฝ่ายกบฏจริงเหรอ? ไม่ต้องพูดถึงส่วนที่ว่าเธอหลบหูตาของฮาจิ---ผู้ซึ่งกลยุทธ์และการหลอกลวงอยู่ในระดับของอัจฉริยะได้

 

คิดถึงสิ่งที่[มินมิน]พูดไว้ก่อนหน้านี้อย่างลึกซึ้งแล้ว ความฝันของเธอคือการได้เป็นมูชิทสึกิระดับท็อป ใน SEPB [คัคโค]รู้สึกว่าสิ่งที่เธอพูดน่าจะเป็นความตั้งใจจริงของเธอ

 

[คัคโค]วิ่งไปทางใต้สุดของสวนสาธารณะอย่างรวดเร็ว และเปิดลิงก์ในวิทยุไร้สายข้างในก็อกเกิลของเขา แต่กลับได้ยินเพียงรบกวนเท่านั้น เขาไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอะไร

 

หลังจากผ่านทางเดิน เขาเห็นเงาดำจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังเคลื่อนที่อยู่ข้างหน้า

 

มีคนประมาณสิบคนพร้อมกับเงา[มูชิ]ของพวกเขาอยู่ และคนที่อยู่ตรงมุมก็คือ ---

 

“หมอนั่นก็มาจริงๆ เหรอ? ไอ้บ้านั่น!”

 

[คัคโค]ดึงเสื้อโค้ทของเขาคลุมตัวเอง และพุ่งเข้าไปในศูนย์กลางของลานจัตุรัสซึ่งกลายเป็นสนามรบ

 

[มูชิ]สีเขียวที่มีดวงตาส่องประกายปรากฏขึ้นต่อหน้าดวงตาราวว่ากับมันตั้งใจจะปิดกั้นเส้นทางของเขา

 

“อย่ามาขวางทางฉัน!”

 

[คัคโค]ตะโกนออกมาและโบกมืออีกข้างซึ่งไม่ได้ถือปืนพกไปข้างหน้า [มูชิ]สีเขียวถูกส่งให้ลอยไปจากแรงกระแทกเหนือมนุษย์ขณะที่ทั้งหัวของมันถูกขยี้เป็นชิ้นๆ

 

“…….!”

 

เมื่อผู้คนในจัตุรัสสัมผัสได้ถึงการปรากฏตัวของ[คัคโค]และหันศีรษะของพวกเขากลับไปในเวลาเดียวกัน เขาใช้โอกาสนี้เคลื่อนที่ไปยังทิศตรงข้ามของจัตุรัส

 

“หายากสำหรับนายจริงๆ ที่จะตะโกนออกมาดังอย่างนั้น เป็นห่วงฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ?”

 

ชายหนุ่มร่างสูงที่สวมแว่นตาไร้กรอบกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่กังวลในจังหวะเวลาที่อึดอัดมาก แม้ว่าประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขาดูเหมือนจะทำงานได้ดี ใบหน้าของเขาก็ดูซีดเซียวเหมือนคนป่วย รูปร่างเหมาะสมของเขาในฝูงชนแบบนี้ทำให้เขาโดดเด่นมาก

 

เขาคือฮาจิ เคย์โกะ อายุประมาณ28ปี ผู้บัญชาการของสาขากลางภาคตะวันออกของสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษ

 

[คัคโค]ยืนอยู่ข้างฮาจิและก่นด่า

 

“จากน้ำเสียงของนาย นายคงรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าทำไมสถานการณ์ถึงกลายเป็นแบบนี้! หรือว่านายจงใจจัดวางเรื่องนี้ขึ้นเพื่อที่นายจะสามารถหาว่าใครเป็นคนทรยศได้?”

 

“ผิดหวังจริงๆ นายเดามันถูกแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นเอง ความจริงฉันรู้อยู่แล้วว่า[มินมิน]มีความเชื่อมโยงกับ[มูชิบาเนะ]--- ทั้งอย่างนั้นมันก็อาจเป็นเพราะฉันทิ้งเธอ มันเลยนำไปสู่การทรยศของเธอล่ะนะ แม้ว่าจากมุมมองของเราแล้วเราจะสูญเสียทรัพยากรการรบที่มีค่าไปมาก แต่มันก็ดีที่สุดสำหรับพวกเราที่จะทำความสะอาดพวกเขาทั้งหมดในทีเดียว เพราะอย่างนั้นแหละ สุดท้ายแล้วฉันถึงใช้เธออีกสักหน่อย”

 

เมื่อเห็นรอยยิ้มไม่จริงจังของฮาจิ [คัคโค]ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว

 

พูดอีกอย่างคือ ทั้งที่ฮาจิรับรู้เรื่องสถานการณ์ดี แต่ก็ยังเลือกที่จะกลายเป็นเหยื่อล่อสำหรับภารกิจอันตรายนี้ ไม่ต้องพูดถึงที่เขาส่ง[มินมิน]ให้กับศัตรูเป็นโดยพิเศษ นั่นก็แค่เพื่อที่เธอจะถูกนำไปใช้อย่างตัวเบี้ยในการรวบรวมกองกำลังทั้งหมดของศัตรูไปไว้จุดเดียวได้ ควรคิดว่าเขากล้าหาญหรือแค่ง่ายๆ ว่าเจ้าเล่ห์ดีนะ? ถึงอย่างนั้นแผนของเขาก็ดีจริงๆ พิจารณาจากความสามารถของเขา เขาสามารถรับตำแหน่งภายในกองบัญชาการกลางได้อย่างง่ายดาย---ถึงอย่างนั้นดูเหมือนว่าพวกกองบัญชาการกลางหน้าด้านจะตระหนักถึงความสามารถของเขาเป็นอย่างดี และนั่นเป็นสาเหตุที่พวกเขาจงใจแต่งตั้งตำแหน่งให้เขาอยู่ที่อื่นสินะ?”

 

หรือว่าคนจากสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษ กำลังคาดหวังว่าจะมีการคานอำนาจระหว่างพวกเขาและ[มูชิบาเนะ]?

 

[คัคโค]โหยหวนกับตัวเองในใจ

 

"ฮาจิ...นายวางแผนอะไรอยู่กันแน่? เหมือนเมื่อก่อนเลย วิธีที่นายพูดเกี่ยวกับ[ฟุยุโฮตารุ] ฉันจับไม่ได้ว่าส่วนไหนของเรื่องที่นายพูดเป็นเรื่องจริงแล้ว ไม่ต้องพูดถึงการวิจัย--- หรืออะไร... "

 

“นายไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องพวกนั้นหรอก สำหรับตอนนี้ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผนของฉัน ถึงจะยังมีปัญหาบางอย่างที่ฉันกังวลอยู่นิดหน่อยก็เถอะ”

 

“สถานการณ์ของ[นามิเอะ]ดูเหมือนค่อนข้างจะ…อ่า จะอะไรก็ช่างเถอะ เรื่องนี้สามารถตรวจสอบได้ง่ายอยู่แล้ว นายไม่จำเป็นต้องคิดมาก และเพราะตอนนี้[มินมิน]ออกจากองค์กรไปแล้ว ช่วยใส่ความพยายามมากกว่าเดิมสักสองสามเท่าเพื่อเติมเต็มช่องว่างทีละกัน!”

 

“ …ตอนนี้ฉันก็รู้สึกอยากกบฏเหมือนกันแล้ว…”

 

“ฮ่าฮ่า ฉันรู้น่าว่านายจะไม่ทำอย่างนั้น! นายยังไม่ได้เติมเต็มสัญญาของนายกับ[ฟุยุโฮตารุ]เลยใช่ไหมล่ะ?”

 

หลังจากได้ยินดังนั้น [คัคโค]ทำได้เพียงนิ่งเงียบเอาไว้

 

และเพราะการปรากฏตัวของ[คัคโค]ในสนามรบ เสียงที่กังวาลแต่ก็สงบดังขึ้น “[คัคโค]….นายอีกแล้ว? ...”

แม้ว่าเสียงจะถูกระงับเอาไว้ มันยังคงฟังได้ชัดเจนมาก [คัคโค]หันไปเผชิญหน้ากับศัตรูคู่แค้นตรงหน้าเขา

 

ล้อมรอบด้วยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษคือกลุ่มคนที่มีรูปร่างหลากหลาย ลักษณะพิเศษเพียงอย่างเดียวที่พวกเขามีร่วมกัน คือพวกเขาทุกคนสวมหน้ากากสีขาวคล้ายกับใบหน้าของหมาป่า สุนัขจิ้งจอกหรือสัตว์อื่นๆ ปิดบังบริเวณรอบดวงตาและจมูกของพวกเขา ภาพของพวกเขาที่ยืนอยู่ใต้พระอาทิตย์ตกดินให้ความรู้สึกเหนือธรรมชาติ

 

ที่ศูนย์กลางของกลุ่มคนสวมหน้ากากขาวจะเห็นคนที่สวมหน้ากากสุนัขอยู่ คนผู้นี้เป็นเพียงคนเดียวที่ดูเหมือนไม่สะทกสะท้านกับการปรากฏตัวอย่างฉับพลันของ[คัคโค] และไม่ได้ตื่นตระหนกเหมือนคนอื่นๆ ทั้งหมด แม้ว่าจะไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของบุคคลนั้นได้ แต่พิจารณาจากเสียงและโครงร่าง คนๆ นี้ควรจะเป็นเด็กผู้หญิงในช่วงวัยรุ่น ด้วยผมสวยงามยาวถึงไหล่และเสียงที่ชัดเจนของเธอ --- แม้เธอจะไม่เจตนา เธอก็สะดุดตามาก

 

“พอดีเลย ฉันได้จะฆ่านายไปพร้อมกับไอ้สี่ตานั่น!

 

กลุ่มคนสวมหน้ากากเริ่มที่จะรวมตัวกันรอบเด็กสาวที่อยู่ศูนย์กลาง

 

“นี่ เลดี้…ผู้ชายคนนั้นคือใครน่ะ? ดูเหมือนว่าเขาจะรวมร่างกับ[มูชิ]ของเขาอยู่นะ…?”

 

เด็กสาวชื่อ[เลดี้เบิร์ด]ตอบคำถามของพรรคพวกสวมหน้ากากขาวของเธอพร้อมกับแววตาเกลียดชัง

 

"หมอนั่นคือ[คัคโค] ทุกคนคงเคยได้ยินเรื่องของเขามาก่อนใช่ไหม? [มูชิ]ของเขาแตกต่างจากประเภทสมุนของพวกเรา มันเป็นประเภทหลอมรวม--- ประเภทที่พิเศษมาก"

 

“ค…[คัคโค]? เขาน่ะเหรอ?”

 

กลุ่มคนสวมหน้ากากขาวเริ่มที่จะแตกตื่น

 

“เลดี้ ยังไงเป้าหมายของเราสำเร็จลุล่วงแล้ว คุณควรถอยดีกว่า ให้พวกเราเบี่ยงเบนความสนใจของ[คัคโค]เถอะครับ! "

 

ผู้ชายผมสีน้ำตาลเข้มที่สวมหน้ากากจิ้งจอกพูดเสียงค่อยข้างๆ [เลดี้เบิร์ด] เด็กสาวจ้องมองในดวงตาของเด็กหนุ่ม

“คิดว่าฉันจะแพ้เขางั้นเหรอ เซ็นติ?”

 

“ไม่ครับ ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น อย่างที่คุณพูดก่อนหน้า จุดประสงค์ของ[มูชิบาเนะ]ไม่ใช่เพื่อการต่อสู้ แต่เพื่อช่วยมูชิทสึกิให้มากขึ้นใช่ไหมล่ะครับ?”

 

"นั่นก็ถูก แต่[คัคโค]แตกต่างออกไป นายอาจจะไม่รู้เรื่องนี้แต่พรรคพวกของเราหลายคนกลายผู้ร่วงหล่นก็เพราะเขา”

 

[คัคโค]หันเหความสนใจของเขาออกจาก[เลดี้เบิร์ด]ที่ยังคงดำเนินการโต้เถียงต่อ และมองเด็กผู้หญิงข้างๆ เธอ เธอเป็นคนเดียวในกลุ่มคนสวมหน้ากากที่ไม่มีหน้ากากสวมไว้

 

“เด็กนั่นคือเหตุผลของการต่อสู้ครั้งนี้สินะ?”

 

เมื่อได้ยินคำถามสั้นๆ ของ[คัคโค] [เลดี้เบิร์ด]ก็ย้ายเด็กผู้หญิงตัวน้อยไปไว้ข้างหลัง

 

"ใช่ เพื่อช่วยแม่ของเธอที่เกือบจะตกจากบันไดจัตุรัส เธอจึงใช้[มูชิ]ของตัวเองช่วย แต่หลังจากนั้นแม่ของเธอก็ยังวิ่งหนีจากเธอ และเริ่มพูดบางอย่างเกี่ยวกับลูกของเธอเป็นสัตว์ประหลาดได้ยังไงระหว่างที่วิ่งหนีเร็วกว่าคนอื่นๆ"

 

[เลดี้เบิร์ด]กัดริมฝีปาก

 

“ทำไม…ทำไมเด็กคนนี้ต้องได้ผ่านเรื่องพรรค์นี้ด้วย? เพราะเธอเป็นมูชิทสึกิเหรอ? เธอคือเนื้อเลือดของคุณแม่คนนั้นนะ! ทำแบบนี้จะยังไงมันก็มากเกินไปไม่ใช่รึไง? ...”

 

“ฮ่าฮ่า!”

 

เสียงหัวเราะของฮาจิดังขึ้นทั่วทั้งลานจัตุรัส

 

“จากมุมมองของประเทศ มูชิทสึกิเป็นแค่ตัวน่ารำคาญ เป็นแค่สัตว์ประหลาดบ้าคลั่งที่มีความสามารถในการรบ... ถึงการดำรงอยู่ของมูชิทสึกิจะยังไม่ได้เปิดเผยออกสู่ภายนอกของประเทศนี้ มันเป็นเรื่องของเวลาก่อนที่จะมีข่าวออกมาเท่านั้น และถ้าการมีอยู่ของสัตว์ประหลาดพวกนี้กลายเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก มันจะสร้างความโกลาหลภายในประเทศในระดับที่จินตนาการไม่ได้ ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด มูชิทสึกิจะถูกมองว่าเป็นอาวุธชีวภาพโดยประเทศอื่นๆ และจะถูกใช้เป็นเหตุผลอันสมควรในการบุกรุกเข้ามาในประเทศ”

 

เด็กสาวตะโกนกลับ

 

“ไม่อยากเชื่อเลยว่านายเรียกพวกเราว่าอาวุธชีวภาพจริงๆ…!”

 

“จริงๆ การเรียกเธอว่าอาวุธชีวภาพก็ใจกว้างมากแล้ว พวกเธอน่ากลัวยิ่งกว่าพวกอาวุธชีวภาพ“ของจริง”ซะอีก นั่นก็เพราะพวกเธอไม่อยู่ข้างใครเลย ไม่มีใครรู้ว่าพวกเธอจะทำบางอย่างเลวร้ายตอนไหน ในท้ายที่สุดเราจะพบที่อยู่ของผู้ที่ทำให้พวกเธอเป็นแบบนี้---[สามต้นกำเนิด]--- และให้[คัคโค]กำจัดพวกเขา หลังจากนั้นทั้งหมดที่เราจำเป็นต้องทำคือถอนรากถอนโคนการคงอยู่ของฝูงมูชิทสึกิที่เหมือนอย่างพวกเธอ แล้วความสงบสุขก็จะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง[เลดี้เบิร์ด]เพื่อรักษาความสงบสุขของโลกเอาไว้ ช่วยให้ความช่วยเหลือพวกเราสักระยะทีนะ แล้ว เธอคิดยังไงบ้างล่ะ?”

 

เด็กสาวโกรธอย่างเห็นได้ชัด --- แม้แต่พรรคพวกของเธอก็ล้วนแสดงอาการโกรธออกมา “นายกำลังบอกให้พวกเราไปตายรึไง?”

"ฉันไม่เคยพูดอย่างนั้น ตราบใดที่เราฆ่า[มูชิ]และเปลี่ยนพวกเธอให้เป็นผู้ร่วงหล่น เราก็สามารถที่จะไว้ชีวิตเธอได้ --- และเพราะเหตุนั้น [คัคโค]กับฉันจะเล็งไปที่[มูชิ]เพียงอย่างเดียว ทั้งอย่างนั้นก็มีหลายคนภายในสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งของฉัน... เพราะฉะนั้น...ฉันรู้สึกว่าพวกเธอควรจะขอบคุณที่ได้เจอฉันนะ~ "

 

“ฮาจิ”

 

[คัคโค]ตัดประโยคของฮาจิ และเขายักไหล่เล็กน้อย

 

“หมายความว่ายังไงที่ว่าโจมตีแค่[มูชิ]…เรื่องพรรค์นั้นมันสำคัญด้วยรึไง? รู้หรือเปล่าว่ามีกี่คนที่สูญเสียบ้านของพวกเขาไปแค่เพราะนายกับ[คัคโค]น่ะ?”

 

[คัคโค]สามารถได้ยินเสียงเด็กสาวกัดฟันของตัวเองได้

 

“ถึงพวกเราเป็นมูชิทสึกิ เราก็ควรได้รับสถานที่ที่ปลอดภัย……! แต่พวกนายก็เอาแต่ทำลายสถานที่ปลอดภัยของเราไปทีละหนละแห่ง! พวกเราทุกคนพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่…. พวกเราก็เป็นคนธรรมดาๆ ……! ทำไมเราต้องตายเพื่อเหตุผลอย่าง "เพื่อประเทศ" ด้วย?! เราแค่ใช้พลังของพวกเราเพื่อค้นหาที่ที่เดียวที่เราสามารถเรียกว่าบ้านได้เองนะ!”

 

“…นั่นเป็นเหตุผลที่เธอตั้งองค์กรของกบฏนี่ขึ้นมา?” [คัคโค]ตั้งคำถาม และ[เลดี้เบิร์ด]ตอบรับอย่างแรงกล้า

 “ใช่! เหตุผลแค่นั้นแหละ! ถ้าพวกเราสามารถกำจัด SEPB ได้ มูชิทสึกิก็สามารถหาที่ปลอดภัยได้! ฉันเองก็สามารถค้นหาสถานที่ที่เป็นของฉันได้เหมือนกัน! นั่นแหละคือความฝันของฉัน!”

 

“อา พรรคพวกผู้แบ่งปันความฝันเดียวกันกลับต้องมาต่อสู้กันเองและต้องเจ็บปวดทรมานเพราะมัน เป็นโชคชะตาที่น่าเศร้าอะไรอย่างนี้...”

 

ฮาจิพูดเบาๆ แม้แต่หลังจากที่[คัคโค]จ้องตาของเขา ชายหนุ่มยังคงไม่รู้สึกถึงความน่าละอายเลย เขาใช้นิ้วชี้เพื่อดันแว่นสายตาของเขาขึ้น ก่อนที่จะพูดต่อ

 

“[คัคโค] ฉันจะบอกนายแค่นี้ นายไม่จำเป็นต้องสู้[เลดี้เบิร์ด]อย่างจริงจังที่นี่ แค่แลกหมัดกับเธอสักหน่อยแล้วปล่อยเธอไป”

 

“…นายว่าไงนะ?”

“ฉันคิดว่าฉันบอกนายแล้วนะ ทุกอย่างถูกจัดเข้าที่ของมันแล้ว เธอมีบทอื่นให้เล่น” [คัคโค]มองที่ชายหนุ่มผู้กำลังยิ้มและยังนิ่งเงียบเอาไว้ เขาไม่สามารถทำความเข้าใจอย่างสมบูรณ์ได้ ว่าชายที่อยู่ข้างหน้าเขาได้มองล่วงหน้าไปมากแค่ไหน บางทีเด็กผู้หญิงผู้เป็นเหตุผลของการต่อสู้ครั้งนี้และการหลบหนีเข้ามาในสวนแห่งนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผน---

“…ฉันจะฟังคำสั่ง”

“นายนี่พึ่งพาได้จริงๆ ผู้คนควรจะมีเพื่อนที่แบ่งปันความเข้าใจซึ่งกันและกัน และผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีความสามารถจริงๆ นั่นแหละ และแน่นอนว่านายเป็นอย่างแรก”

 

ในตอนนั้นเอง เด็กสาวหัวกระต่ายปรากฏตัวขึ้นจากทางด้านหลังของกลุ่มคนสวมหน้ากากขาว

 

“ในที่สุดก็ตามทัน [คัคโค]นี่วิ่งเร็วจริงนะ คงจะดีถ้า[มูชิ]ของฉันสามารถบินได้ระยะทางไกลกว่านี้” เป็นอดีตสมาชิก SEPB [มินมิน] [เลดี้เบิร์ด]หันมาและถามเธอ

“[มินมิน] ไม่เป็นไรใช่ไหม? เป็นคู่ต่อสู้ของผู้ชายคนนั้นต้องค่อนข้างลำบากสำหรับคุณแน่” “ไม่เป็นไร ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ขนาดนั้น”

"อะไรกัน นายยังไม่ได้เปลี่ยนเธอให้เป็นผู้ร่วงหล่นอีกเหรอ? ฉันคิดว่านายจัดการเธอก่อนจะมาที่นี่แล้วซะอีก”

 

[คัคโค]ไม่พลาดการเปลี่ยนแปลงสีหน้าอย่างฉับพลันของ[มินมิน]เมื่อเธอได้ยินสิ่งที่ฮาจิเพิ่งพูด เด็กสาวหัวกระต่ายดูเหมือนจะต้องการพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ยอมแพ้ความคิดนั้นทันที

 

เสียงของฮาจิจะดังขึ้นทั่วทั้งลานจัตุรัส

 

“ดูเหมือนนักแสดงทุกคนจะอยู่ที่นี่แล้ว…ทีนี้ต่อไปก็ช่วยแล้วฆ่ากันเองเลยแล้วกัน! สหายมูชิทสึกิ” ท้องฟ้าเหนือสวนสาธารณะถูกปกคลุมไปด้วยเมฆสีดำในทันที

กลุ่มคนสวมก็อกเกิลและหน้ากากสีขาวทั้งหมดแยกย้ายกันในทันที

 

จากนั้นเสียงกรีดร้องของ[มูชิ]ก็ดังพ้องรับกันไปทั่วทั้งลานจัตุรัส

 

[เลดี้เบิร์ด] [มินมิน] และเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มที่สวมหน้ากากจิ้งจอก ทั้งหมดพุ่งเข้าหาฮาจิและ[คัคโค]

 

“[นานะโฮชิ]!”

 

หลังจาก[เลดี้เบิร์ด]ตะโกน เปลือกขนาดมหึมาที่เหมือนสิ่งมีชีวิตปรากฏขึ้นข้างหลังของเธอ มันมีรูปร่างกึ่งทรงกลมด้วยส่วนนูนจำนวนมากบนหลัง และด้านบนของสิ่งเหล่านั้นคือจุดสีแดงเจ็ดจุด

 

[นานะโฮชิ]คือ[มูชิ]ของ[เลดี้เบิร์ด]ที่มีสามารถเทียบเคียงกันกับคาชูระดับ1 [คัคโค]

 

ร่างกึ่งทรงกลมที่ตกลงมาบนพื้นนั้นดูเหมือนกับเนินเขาเล็กๆ [นานะโฮชิ]กางปีกของมันที่มีขนาดใหญ่กว่าร่างของ[เลดี้เบิร์ด]สองเท่า และคำรามก้อง

 

ทัศนวิสัยของ[คัคโค]ถูกปกคลุมด้วยพายุที่เกิดจากการระเบิด

 

พื้นซีเมนต์ที่ถูกยกขึ้นไปในอากาศโดยสายลมคำราม ในขณะที่เส้นทางที่โดนพายุถูกทำให้พังทลาย

 

[คัคโค]และฮาจิกระโดดไปด้านข้างหลีกเลี่ยงลมกรรโชกใหญ่ในทันที แต่เนื่องจากระยะของคลื่นกระแทกที่กว้างเกินไป พวกเขาทั้งสองจึงไม่สามารถหลบมันได้อย่างสมบูรณ์และล้มลงกับพื้น

 

ในตอนนั้น[มูชิ]ตัวหนึ่งปะทะโดยตรงจากการระเบิด ตลอดทั้งร่างของมันพ่นของเหลวออกมาขณะที่ปลิวไปเป็นชิ้นๆ เจ้าหน้าที่ SEPB ที่อยู่ในระยะไกลล้มลงสู่พื้นอย่างไร้ชีวิตจิตใจในทันที

 

ลำพังแค่การโจมตีนี้อย่างเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้หนึ่งในสี่ของทางเข้าจัตุรัสกลายเป็นพื้นที่ไร้ชีวิตแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรู พวกเขาทั้งหมดล้วนตกตะลึงกับความสามารถในการทำลายล้างที่ไม่น่าเชื่อ

 

จากนั้น[คัคโค]ก็ตะโกนไปหาฮาจิ ขณะที่เขาลุกขึ้นยืนอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

 

“ฮาจิ นายออกจากพื้นที่นี้ไปได้รึเปล่า!? แค่อยู่ที่นี่นายก็กำลังทำให้สมาธิของฉันไขว้เขวแล้วนะ”

 

“อ้าว อย่าพูดอย่างนั้นสิ นายคิดว่าใครที่สอนวิธีการใช้ปืนให้กับนายกัน? ถึงฉันจะสู้[เลดี้เบิร์ด]ไม่ได้ แต่อย่างน้อยฉันก็ยังสามารถใช้งานบางอย่างได้นะ... ตอนนี้พอฉันคิดแล้ว นายลืมบันทึกวิดีโอรึเปล่า?”

 

เมื่อได้รับการเตือน [คัคโค]แตะแว่นก๊อกเกิลของเขาและกดปุ่มใกล้ๆ กับขมับ ตอนนี้เลนส์แว่นแสดงอักษรสามตัวเป็นคำว่า “REC”

 

"ไม่เอาน่า ฉันรับงานนี้มาแค่เพื่อที่จะได้เห็นพริบตาเมื่อความฝันของคนอื่นถูกกินโดยมูชิของพวกเขานะ”

 

“…ไม่ช้าก็เร็วฉันเองก็จะกลายเป็นเหมือนวิดีโอนี้รึเปล่า?”

 

“ถ้านายกลายเป็นผู้ร่วงหล่น มันก็จะหมายถึงจุดจบของ SEPB และในเวลาเดียวกัน มันจะเป็นเวลาที่ประเทศจะไม่สามารถควบคุมมูชิทสึกิได้อีกและตกลงสู่การล่มสลาย ช่วยจำเรื่องนั้นเอาไว้ด้วยล่ะ”

 

“……”

 

หลังจากพายุที่เกิดจากการโจมตีของ[มูชิ]ของ[เลดี้เบิร์ด]หยุดลง กำแพงมหึมาอย่าง[มูชิ]ก็กระโดดขึ้นมาตรงหน้า[คัคโค] มันเป็นตะขาบยักษ์ที่ทอดตัวยาวมากกว่าสิบเมตร

 

“บอดี้การ์ดทั้งหมดเดินหน้า! ปกป้องเลดี้!” เด็กหนุ่มสวมหน้ากากจิ้งจอกตะโกน

ร่างกายและเปลือกของ[มูชิ]ซึ่งดูเหมือนตะขาบขนาดมหึมานั้น เริ่มแบ่งออกเป็นหลายท่อนและยืดออกมาเหมือนยาง เขี้ยวอันแหลมคมของมันกำลังบินไปหา[คัคโค]ด้วยความตั้งใจที่จะขยี้เขาทั้งเป็น

 

“ในสนามรบ คนที่มีชีวิตอยู่คือผู้ชนะ”

 

มือของฮาจิเอื้อมเข้าไปในกระเป๋าอย่างว่องไวและหยิบเอาปืนพกออกมา มันเป็นปืนพกกระบอกใหญ่ที่ไม่เข้ากับรูปลักษณ์ผอมบางของชายหนุ่ม

 

หลังจากนั้น เสียงปืนสองนัดก็ถูกยิงขึ้นในวินาทีก่อนที่ตะขาบจะแทงเขี้ยวของมันมาเข้ามา

 

“อัก!”

 

เด็กหนุ่มผู้สวมหน้ากากจิ้งจอกก้มโค้งลงอย่างเจ็บปวด

 

กระสุนที่ฮาจิยิงทะลุผ่านดวงตาของตะขาบไปอย่างแม่นยำ

 

เมื่อ[มูชิ]ได้รับผลกระทบจากการบาดเจ็บใดๆ มันจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพจิตใจของโฮสต์ ใบหน้าเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลบิดงอตัวด้วยความเจ็บปวดขณะที่เขากดหน้าอกของเขา

 

ฮาจิเพียงยืนตรงนั้นและยิงปืนอยู่แต่เพียงผู้เดียว --- ยิงกระสุนของเขาอย่างต่อเนื่องเข้าไปในข้อต่อของเปลือกที่ดูทนทาน แม้ว่าตะขาบจะยังคงพยายามพุ่งไปข้างหน้า มันก็ถูกบังคับให้ถอยอย่างช้าๆ ภายใต้ห่ากระสุนที่แม่นยำ

 

หลังจากสาดกระสุนจนว่างเปล่า ฮาจิหยิบซองกระสุนด้วยการเคลื่อนไหวที่เรียบง่ายและเรียบร้อยออกมาจากกระเป๋าของเขา ทันทีที่ซองว่างเปล่าตกลงบนพื้น เขาก็เริ่มต้นยิงอีกครั้งไปแล้ว ทุกๆ ครั้งที่เสียงปืนดังขึ้น แรงถีบของปืนจะกระทบกับร่างกายของฮาจิ แต่บนหน้าซีดขาวของฮาจิกลับมองเห็นแค่เพียงรอยยิ้มบางๆ เท่านั้น

 

“อ๊า… อ๊ากกก!”

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าของตะขาบยักษ์ยังไม่ยอมแพ้ เขายังคงสั่งให้[มูชิ]ของเขาพุ่งเข้าหาฮาจิอยู่

 

[คัคโค]ยกปืนที่หลอมรวมกับแมลงคัคโคและเล็งไปที่ตะขาบ ด้วยแรงทรงพลังราวกับยิงออกมาจากปืนใหญ่ หลุมขนาดใหญ่ก็ถูกเปิดขึ้นบนอกของตะขาบยักษ์

 

“อัก!”

 

“เซ็นติ หยุดฝืนตัวเองได้แล้ว! ปล่อยเจ้าพวกนี้ให้ฉันก็พอ…..!”

 

เพื่อปกป้องเด็กหนุ่ม [เลดี้เบิร์ด]ขยับ[นานะโฮชิ]ไปข้างหน้าตะขาบ แม้แต่การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยจากแขนขาบางๆ ของแมลงเต่าทองก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดแผ่นดินไหวบนพื้นดิน

 

ทันใดนั้น เงาร่างที่สวมเสื้อโค้ทสีดำก็ปิดกั้นมุมมองของ[เลดี้เบิร์ด] “ตายซะ [คัคโค]!”

จักจั่นยักษ์ของ[มินมิน]กระพือปีกของมันขณะที่มันบินลงมาจากเบื้องบน

 

คลื่นเสียงแหลมสูงที่เกินขีดจำกัดการได้ยินของมนุษย์ครอบคลุมทั่วทั้งจัตุรัส ไม่เกี่ยวว่าเป็นมิตรหรือศัตรู ทุกคนปล่อยเสียงร้องแห่งความเจ็บปวดออกมา

"ไปตายซะ! ตาย!! ทำไมคนอย่างนายต้องดีกว่าฉันด้วย…!”

 

ราวกับเป็นการตอบสนองต่อเสียงตะโกนของ[มินมิน] คลื่นเสียงที่จั๊กจั่นสร้างออกมาทวีความรุนแรงขึ้น

 

[มูชิ]มากมายที่มีเปลือกบางๆ กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดขณะที่ตัวของพวกมันแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย การโจมตีของ[มูชิ]ของ[มินมิน]ได้ผลได้ดีถึงขีดสุดต่อ[มูชิ]ตัวอื่นๆ

 

เมื่อเห็นพรรคพวกของเธอล้มลงเพราะ[มูชิ]ของพวกเขาถูกฆ่าโดยเสียงแหลมสูง ใบหน้าของ[เลดี้เบิร์ด]เปลี่ยนไปอย่างมาก เธอตะโกนขณะที่ปิดหู

 

“[มินมิน]! ทำไมถึงโจมตีพวกพ้องของเรา! คุณพยายามทำอะไร!? หยุดนะ!"

 

“อ๊า น่ารำคาญ! ขอแค่เราจัดการ[คัคโค]ได้ เรื่องเล็กน้อยพรรค์นี้ไม่สำคัญหรอก! " "อึก... อัก... ! "

[คัคโค]พยายามที่จะยกปืนของเขาขึ้นขณะที่เขาทนกับความเจ็บปวดที่หูแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ อย่างไรก็ตาม มือของเขาสั่นไม่หยุด ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถเล็งอย่างถูกต้องได้

 

การโจมตีของ[มินมิน]ก่อให้เกิดความเสียหายต่อ[คัคโค]ที่รวมร่างกับ[มูชิ]ของเขา แมลงคัคโคถูกบังคับให้แยกตัวจากปืนขณะที่ดิ้นอย่างรุนแรงด้วยความเจ็บปวด

 

เสียงร้องของจักจั่นตอนนี้ถึงจุดสูงสุดแล้ว

 

หลังจากจักจั่นสะสมพลังมากพอ มันบินด้วยความเร็วสูงตรงไปที่[คัคโค]ผู้ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ [มินมิน]ตั้งใจจะฉวยโอกาสเล่นงาน[คัคโค]ซึ่งตอนนี้เป็นมนุษย์ธรรมดา หากเขาจะรับการพุ่งชนจากจักจั่น นั่นจะแทบจะเป็นหมัดสั่งตายเลยทีเดียว

 

ไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรู [มูชิ]ทั้งหมดที่อยู่ในเส้นทางล้วนถูกจักจั่นกระแทกไปด้วย “ชิ…!”

“[คัคโค] นายนี่ไร้ประโยชน์จริงนะ! นายใช่มูชิทสึกิที่มีความสามารถของคาชูระดับ1จริงเหรอ?” เงาร่างหนึ่งเข้ามาแทรกระหว่าง[คัคโค]และจั๊กจั่น

เป็นฮาจิ เขายกปืนขึ้นและเล็งไปที่จักจั่นที่กำลังใกล้เข้ามา

 

เสียงปืนดังขึ้นเกือบจะทันทีเมื่อฮาจิถูกกระแทกไป เสียงร้องอันเจ็บปวดของจั๊กจั่นดังก้องให้ได้ยินไปทั่วทั้งจัตุรัส

 

กระสุนที่ฮาจิยิงทะลุปีกของจักจั่นในขณะที่ฮาจิโดนจักจั่นกระแทกโดยตรง ทั้งร่างของเขาปลิวไปอยู่ข้างๆ [คัคโค] จากนั้นฮาจิก็พ่นเลือดออกจากปากหลังจากเขาหยุดกลิ้ง

 

“มะ-ไม่นะ!! ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำอย่างนั้นนะคะ…คุณฮาจิ!”

 

[มินมิน]ปั่นป่วนลนลานอย่างกะทันหันและวิ่งไปหาฮาจิ “ทำไม…ทำไมคุณต้องช่วยเขาด้วย!”

“เธอพูดถูก…ฉันหุนหันเกินไป…”

 

เสียงที่สงบแต่ก็สั่นเทาของฮาจิถูกกลบด้วยเสียงปืนใหญ่ยิง

 

หลังจากจักจั่นหยุดการโจมตีของมัน [คัคโค]รวมร่างกับมูชิของเขาอีกครั้งและยิงกระสุนออกจากปืนของเขา กระสุนพุ่งสู่หน้าอกของจักจั่น ทำให้มันพ่นของเหลวจำนวนมากออกมาขณะที่ถูกเป่ากระเด็นไป

 

“อึก!”

 

ร่างกายของ[มินมิน]กระตุกราวกับว่าเธอถูกไฟฟ้าช็อต “คุณเคย์…โกะ……”

[มินมิน]มองฮาจิขณะที่เธอล้มลงอย่างช้าๆ ... ก่อนจะนอนนิ่งไม่ไหวติงบนพื้น “[มินมิน]!”

[เลดี้เบิร์ด]ร้องออกมาในขณะที่[นานะโฮชิ]ปล่อยคลื่นกระแทกลอยไปทาง[คัคโค] “...... !”

[คัคโค]มองไปที่ฮาจิผู้ล้มลงใกล้ๆ กับเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะยกปืนของเขาขึ้น

 

หากใช้เท้าที่เสริมพลังของเขาแล้ว เขาก็ควรที่จะสามารถหลีกเลี่ยงการโจมตีนี้ได้ แต่ถ้าเขาหลบมัน ฮาจิที่กำลังนอนอยู่บนพื้นจะต้องถูกคลื่นกระแทกกลืนเข้าไปอย่างแน่นอน

 

--- [คัคโค]ตั้งใจจะเก็บกำลังของเขาไว้จริงๆ แต่สถานการณ์ในปัจจุบันไม่อนุญาตให้เขาทำเช่นนั้น [คัคโค]รวบรวมพลังของเขาไปยังแขนที่กำลังถือปืนอยู่

หนวดของแมลงคัคโคที่หลอมรวมเข้ากับปืนเริ่มจะส่ายไปมา ในขณะที่ตาประกอบสีแซฟไฟร์ของมันเปล่งประกายสดใส กระสุนข้างในกระบอกปืนที่หลอมรวมเข้ากับปากของ[มูชิ]ก็ส่งเสียงแหลมเสียดแทงหูขณะที่มันหมุนด้วยความเร็วสูง

 

หลังจากนั้น เสียงปืนใหญ่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งลานจัตุรัส กระสุนที่มีความเร็วในการหมุนสูงและพลังงานที่ไม่สามารถเปรียบได้กับกระสุนตามปกติ ทำให้หัวของมันปะทะเข้ากับคลื่นกระแทก

 

ในช่องว่างระหว่างเด็กสาวผู้สวมหน้ากากสุนัขกับ[คัคโค] เกิดลมกรรโชกหนาแน่นรุนแรงพวยพุ่งออกมา

 

คลื่นกระแทกที่ถูกปล่อยออกมาจากแมลงเต่าทองและกระสุนที่ถูกยิงโดย[คัคโค]ปะทะกันอย่างรุนแรง ผลคือคลื่นกระแทกถูกอีกฝ่ายหักล้าง หลังจากถูกขัดขวางคลื่นกระแทกก็ถูกแยกออกเป็นสองสายซึ่งพลาดจากฮาจิที่ล้มอยู่ไปอย่างหวุดหวิด

 

[คัคโค]กระโดดผ่านฮาจิและเดินตรงเข้าไปข้างในภายหลังการระเบิด เขาเดินสวนฝุ่นควันที่เกิดจากการระเบิดและพุ่งตรงหา[เลดี้เบิร์ด]

 

อย่างไรก็ตาม อยู่ๆ ก็มีบางสิ่งพุ่งออกมาหยุดการรุดหน้าของเขาเอาไว้ “ว๊ากกกกกกกก!!!”

เด็กหนุ่มผู้สวมหน้ากากสุนัขจิ้งจอก --- เซ็นติกู่ร้อง ตะขาบยักษ์ยืดตัวตรง แผ่เท้าน่าขยะแขยงนับไม่ถ้วนออกและเสือกแทงกรงเล็บแหลมมาที่[คัคโค]จากทุกทิศทาง

 

“ไม่! อย่านะ เซ็นติ!” [เลดี้เบิร์ด]ตะโกน

แม้ว่า[มูชิบาเนะ]มีจำนวนมากกว่าสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษในแง่ของสมาชิก แต่มันก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับมอบระดับภายในกลุ่ม มันเป็นองค์กรที่สร้างขึ้นโดยมีความแข็งแกร่งของ[เลดี้เบิร์ด]เป็นศูนย์กลางเพียงอย่างเดียว ไม่มีทางที่[มูชิ]ของเด็กหนุ่มที่ถูกเรียกว่า "เซ็นติ" จะสามารถเอาชนะ[คัคโค]ได้

 

แต่ทว่า --- “…อัก!”

หน้าอกของ[คัคโค]รู้สึกเจ็บปวดอย่างฉับพลัน มันทำให้วิสัยทัศน์ของเขามืดมัวไปชั่วขณะ

 

พลังงานที่ใช้ไปสำหรับกระสุนนัดที่ยิงไปก่อนหน้านี้ ต้องใช้เวลาฟื้นคืนมากกว่าที่เขาคาดไว้ ในกรณีนี้มันอาจยังไม่ใช่เวลาที่ดีที่สุดของเขาที่จะเผชิญหน้า[เลดี้เบิร์ด]

 

[คัคโค]หลบตะขาบที่เข้าโจมตีจากด้านข้างและยกมือของเขาขึ้นเงียบๆ

 

เมื่อสมาชิก SEPB ที่เหลือได้รับสัญญาณ พวกเขาทั้งหมดก็พุ่งเข้าหา[มูชิบาเนะ]ในทีเดียว

 

สวนสาธารณะชายทะเลกลายเป็นสมรภูมิทันที

 

[เลดี้เบิร์ด]เดาะลิ้นของเธอ เนื่องจาก[มูชิ]ของเธอแข็งแกร่งเกินไป ครั้นเมื่อเข้าสู่สนามรบที่สับสน เธอจึงไม่สามารถที่จะใช้พลังของมันได้อย่างอิสระ

 

อย่างไรก็ตาม คลื่นกระแทกขนาดเล็กที่ส่งไปโดย[นานะโฮชิ]ก็ยังคงสามารถฆ่า[มูชิ]ของSEPBทีละตัวได้

 

“ทุกคนถอย! ถ้าเราเผชิญหน้ากับพวกเขา เราจะไม่มีโอกาสชนะ!”

 

แม้ว่า[เลดี้เบิร์ด]กำลังตะโกนด้วยเสียงอันดัง สมาชิก[มูชิบาเนะ]ก็ยังคงจดจ่ออยู่กับการต่อสู้รุนแรงกับศัตรูดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถได้ยินสิ่งที่เธอพูดได้ เด็กหนุ่มชื่อ “เซ็นติ” ก็กำลังเผชิญการต่อสู้ดุเดือดกับสมาชิกหน่วยรบสองคนและถูกผลักออกห่างจาก[เลดี้เบิร์ด]

 

[คัคโค]พุ่งเข้าไปเพียงลำพังและมุ่งหน้าผ่านสนามรบไปอย่างรวดเร็วไปยังจุดๆ หนึ่ง

 

เมื่อเห็นทิศทางที่[คัคโค]กำลังรุดหน้าไป [เลดี้เบิร์ด]เหม่อลอยไปชั่ววูบ ก่อนที่จะรู้ถึงสิ่งที่เขาพยายามจะทำ

 

“อย่าบอกนะว่า…! [นานะโฮชิ] หยุดเขา!”

 

[นานะโฮชิ]ทำตามคำสั่งของเจ้านายและกางปีกคู่ใหญ่ของมัน อย่างไรก็ตามจู่ๆ [มูชิ]ตัวหนึ่งก็เข้ามาในมุมมองของ[เลดี้เบิร์ด]อย่างกะทันหัน

“..อะไร!”

 

มันไม่ใช่[มูชิ]ที่เป็นของสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษ แต่กลับเป็นของ[มูชิบาเนะ] เป็น[คัคโค]ที่คว้าขาของ[มูชิ]ที่อยู่ใกล้ๆ ด้วยมือข้างเดียวและโยนมันโดยตรงมายังทิศทางของ[เลดี้เบิร์ด]

 

[เลดี้เบิร์ด]กระตุ้น[นานะโฮชิ]อย่างรวดเร็วเพื่อปล่อยคลื่นกระแทกแบบอ่อน [มูชิ]ของพรรคพวกของเธอตกลงตรงหน้าเส้นทางที่มันถูกขว้างมาอย่างสวยงาม แต่[คัคโค]ชิงเอาโอกาสนี้ไว้และไปถึงปลายทางของเขา

 

เบื้องหน้า[คัคโค] เด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง --- เธอคือมูชิทสึกิที่เริ่มการต่อสู้ครั้งนี้ขึ้น

เมื่อเห็น[คัคโค] ความกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้าเด็กหญิงขณะที่เธอก้าวถอยหลังอย่างไม่มั่นคง ทันใดนั้น[มูชิ]ที่มีความยาวประมาณหนึ่งเมตรซึ่งกำลังบินอยู่ก็ปรากฏขึ้นที่ข้างเท้าของเธอ [มูชิ]แบกเด็กหญิงไว้บนหลังของมันและพยายามหลบหนีโดยการบินราบไปกับพื้น

 

อย่างไรก็ตามความเร็ว[คัคโค]นั้นเหนือกว่าความเร็วในการบินของ[มูชิ]มาก ทันทีหลังจากที่เขาตามมันทัน เขาก็คว้าคอของเด็กหญิงไว้แล้วดึงเธอลงจาก[มูชิ]

 

“หยุด ---“

 

[คัคโค]ได้ยินเสียงกรีดร้องของ[เลดี้เบิร์ด]

 

ถึงกระนั้น[คัคโค]ก็ยังไม่หยุด เขาโยนเด็กหญิงตัวเล็กลงบนพื้นโดยไม่ลังเล และเล็งปืนไปยังศีรษะที่ไม่มีการป้องกันของ[มูชิ]ที่กำลังบินอยู่

 

“หยุดนะ!”

 

เสียงกรีดร้องของ[เลดี้เบิร์ด]ดังขึ้นในเวลาเดียวกับเสียงยิงปืนที่หนักแน่น

 

เด็กผู้หญิงที่ต้องการจะลุกขึ้นยืนกระตุกอย่างกะทันหันชั่วครู่ ก่อนที่ร่างของเธอจะแข็งตัวเหมือนศพ และค่อยๆ ทิ้งตัวลงไปกองกับพื้นราวกับคลิปสโลว์โมชั่น

 

“…มาม๊า…”

 

[คัคโค]รู้สึกราวกับว่าเขาเพิ่งได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ ของเด็กหญิงตัวน้อย และข้างใบหน้าของเธอซึ่งดูราวกับว่ากำลังสวดอ้อนวอน หยดน้ำตาเล็กๆ หยดหนึ่งตกลงสู่พื้น...

 

ความเงียบปกคลุมทั้งสวนสาธารณะทันที “ต่อสิ”

[คัคโค]มอบคำสั่งสั้นๆ แต่ชัดเจนให้กับสมาชิกของสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษ

 

กองกำลังที่เหลืออยู่ของกลุ่มคนสวมโค้ทดำดูราวกับว่าสติของพวกเขาเพิ่งจะกลับมา และเปิดฉากโจมตีเต็มรูปแบบกับ[มูชิบาเนะ] ในทางกลับกัน[มูชิบาเนะ]นั้นกำลังสั่นเทาอยู่อย่างชัดเจน

 

แต่ก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มขึ้น เสียงพึมพำก็ดังไปทั่วทั้งสนามรบ "…ทำไม……"

สมาชิก SEPB ทุกคนหยุดในเคลื่อนไหวในเวลาเดียวกัน “ทำไมนายต้องฆ่า[มูชิ]ของเด็กคนนั้นด้วย! [คัคโค]!” [เลดี้เบิร์ด]กู่ร้อง

อากาศรอบตัวพวกเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง --- มูชิทสึกิทั้งหมดยังคงอยู่ที่เดิมราวกับว่าพวกเขาตกตะลึง

 

ผู้นำของ[มูชิบาเนะ] – [เลดี้เบิร์ด]จ้องอย่างเกลียดชังที่[คัคโค] สามารถมองเห็นน้ำตาอยู่ภายใต้หน้ากากของเธอได้

 

“ทำไมถึงต้องเป็นเด็กคนนั้น? เด็กคนนั้น…เด็กคนนั้นเธอ…ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ[มูชิบาเนะ]หรือสำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษ เธอเป็นแค่เด็กเล็ก… แต่ทำไมนายถึงต้อง…!”

 

[คัคโค]เหลือบมองไปที่กลุ่มพรรคพวกที่เหลืออยู่ แม้พวกเขาจะได้รับขวัญกำลังใจกลับมาชั่วขณะ แต่หลังจากเห็นว่าสีหน้าของ[เลดี้เบิร์ด]เคร่งเครียดแค่ไหน พวกเขาทั้งหมดก็สิ้นกำลังใจที่จะต่อสู้

 

[คัคโค]จ้องมองที่[เลดี้เบิร์ด]อย่างเงียบๆ

 

“ดูสถานการณ์ตอนนี้สิ” “หมาย…หมายความว่ายังไง?”

“เด็กผู้หญิงคนนั้นอยู่กับ[มูชิบาเนะ] นั่นคือเหตุผลที่ฉันทำให้เธอกลายเป็นผู้ร่วงหล่น มันเป็นการสร้างตัวอย่างสำหรับอนาคต ด้วยวิธีนั้น ผู้คนจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับพวกเขา หากพวกเขาติดต่อกับเธอ ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับ[มูชิบาเนะ] --- จะถูกเปลี่ยนให้เป็นผู้ร่วงหล่น ด้วยวิธีนี้จะไม่มีมูชิทสึกิคนไหนเต็มใจที่จะช่วยเหลือพวกเธออีก

 

--- [ฟุยุโฮตารุ]ก็เป็นเหมือนกัน

 

ลึกเข้าไปในหัวใจของเขา [คัคโค]เพิ่มประโยคนั้นเข้าไป “แค่เพื่อ…เหตุผลแบบนี้…?”

ท่าทีของ[เลดี้เบิร์ด]เปลี่ยนไปอย่างรุนแรงขณะที่เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

 

“แค่เหตุผลนี้อย่างเดียว ก็พอแล้วที่จะเปลี่ยนเธอเป็นผู้ร่วงหล่น? ชิงเอาความฝันของเธอไป? ใช้พวกพ้องของนายทั้งหมดเป็นเหยื่อล่อ ใช้ศัตรูของนายเป็นโล่ แค่เพื่อให้นายสามารถเอาทุกอย่างไปจากเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างนั้น... ?”

 

“อย่าเข้าใจผิดได้ไหม สำนักงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพิเศษไม่เคยตั้งใจที่จะเชิดชูความยุติธรรม พวกเราเป็นแค่กลุ่มคนที่รวมตัวกันเพื่อปกป้องความฝันของเราเอง และยินดีที่จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องมัน เกม…อย่างการเป็นมิตรแห่งความยุติธรรม--- เธอไปเล่นกับตัวเองได้”

 

“…หมายความว่ายังไง…”

 

“ยังไงก็ช่าง พวกเราจะมีชีวิตยืนยาวกว่าพวกเธอแน่นอน” [เลดี้เบิร์ด]แสดงรอยยิ้มเย้ยหยัน

"ขอแค่ตัวของตัวเองยังรอดอยู่ก็พอ ฉันพูดถูกไหม? ทำไมนายคิดแบบนั้น...นายมีคนที่ค่อยๆ ลืมความฝันของตัวเอง และกลัวที่จะถูก[มูชิ]ของตัวเองกลืนกินอยู่ข้างๆ นายอยู่แล้ว... และเพราะนายก็กลายเป็นมูชิทสึกิ นั่นหมายความว่านายเองก็มีความฝันเหมือนกันใช่ไหม? แต่นายก็ยัง--- "

 

“ปัจจุบันนี้มีมูชิทสึกิระดับ1อยู่ห้าคน” จู่ๆ [คัคโค]ก็พูดโพล่งประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกันออกมา

“และฉันรู้ว่าพวกที่ถูกจัดระดับ1พวกนี้เป็นใคร [เลดี้เบิร์ด] จากทั้งห้าคน เธอคือคนที่อ่อนแอที่สุด”

 

ประโยคนี้ทำให้เด็กสาวถึงจุดเดือดของเธอ “ฉันจะฆ่านาย……”

[นานะโฮชิ]ที่อยู่ข้างหลัง[เลดี้เบิร์ด]กางปีกออกกว้าง ทุกอย่างในพื้นที่โดยรอบเริ่มสั่นสะเทือนอย่างกะทันหันก่อนที่จะกลายเป็นฝุ่นผง

 

“ฉันจะฆ่านายให้ได้! และหลังจากนั้นฉันจะสร้างสถานที่ที่เป็นของมูชิทสึกิ!” ราวกับตอบสนองต่อความโกรธของ[เลดี้เบิร์ด] [นานะโฮชิ]จะกระพือปีกของมันอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตามในวินาทีต่อมา จู่ๆ เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มในทัศนวิสัยของพวกเขาก็ล้มลงบนพื้น

 

“อึก…อื้อ……!”

 

[นานะโฮชิ]หยุดการเหลื่อนไหวของมันในทันที “…เซ็นติ?”

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!”

 

เด็กหนุ่มสวมหน้ากากจิ้งจอกร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

 

ฉับพลัน[มูชิ]ของเขาก็ยืนหันหน้าเข้าหาท้องฟ้า ร่างเพรียวยาวของมันเริ่มบิดไปมาอย่างรุนแรง ในขณะที่เท้านับไม่ถ้วนของมันตะเกียกตะกายอย่างหนัก ดวงตาทั้งหกของมันเองก็ส่องประกายด้วยแสงสีแดงเข้มเช่นกัน

 

การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของตะขาบยักษ์ดูเหมือนจะบ่งบอกว่ามันเจ็บปวด แต่ก็ดูราวกับว่ามันกำลังเริงระบำด้วยความปิติยินดี [มูชิ]ในบริเวณใกล้เคียงหลายตัวถูกกระแทกด้วยเท้าที่ตะกายไปมาของมัน

 

“เป็นไปไม่ได้…? เว้นแต่…”

 

[เลดี้เบิร์ด]พึมพำเงียบๆ ขณะที่เธอจ้องมองที่เซ็นติ

 

ในขณะเดียวกัน [คัคโค]เดาะลิ้นและกุมปืนพกของเขาแน่น “บ้าจริง…มันกำลัง“โตเต็มวัย”จริงๆ ด้วย!”

ทุกคนในลานจัตุรัสแตกตื่นเมื่อได้ยินคำพูดของ[คัคโค]

 

ตะขาบยังคงคำรามต่อไป เสียงแตกร้าวดังขึ้นในขณะที่มันยืดเท้านับร้อยของมันออก หนามที่อยู่บนเปลือกหนาของมันขุดพื้นซีเมนต์ออก ในเวลาเดียวกับที่บดขยี้[มูชิ]บริเวณใกล้เคียงเป็นชิ้น ๆ

 

การโตเต็มวัย -----

 

[มูชิ]จะทานความฝันของโฮสต์ของมันทีละเล็กทีละน้อย ทุกๆ ครั้งที่โฮสต์จะเรียกใช้พลังของ[มูชิ] พวกเขาจะต้องสละความฝันส่วนหนึ่งเป็นค่าตอบแทน และผลลัพธ์นั้น เหล่าผู้ที่กลายเป็นมูชิทสึกิจะลืมความฝันของพวกเขาอย่างช้าๆ และสูญเสียเส้นทางของพวกเขาไป นอกจากนี้หาก[มูชิ]ถูกฆ่าในระหว่างช่วงเวลานี้ แม้ว่ามันจะสามารถป้องกันการเสียชีวิตของบุคคลนั้นได้ มูชิทสึกิคนนั้นก็จะกลายผู้ร่วงหล่นเนื่องจากความฝันของพวกเขาถูกกลืนกินไปอย่างมหาศาล ผลลัพธ์คือการสูญเสียอารมณ์และความสามารถในการเข้าใจของพวกเขาไปทั้งหมด

 

แล้วถ้าเกิด[มูชิ]จัดการกินความฝันทั้งหมดของโฮสต์ของมันไป จะเกิดอะไรขึ้นน่ะเหรอ? นั่นก็คือการโตเต็มวัย

เมื่อ[มูชิ]จัดการกินความฝันของโฮสต์จนถึงระดับที่มันสามารถพัฒนาตัวเองได้ [มูชิ]จะทำการกบฏต่อเจ้านายของมันเป็นอันดับแรก จากนั้นมันจะออกจากตัวโฮสต์และกลายเป็น[มูชิ]โตเต็มวัย หลังจากนั้นโฮสต์ที่ถูกสูบทุกสิ่งจนไม่มีอะไรเหลือ--– ก็จะตาย

 

“เป็นไปได้ยังไง…โกหกใช่ไหม? เซ็นติ......”

 

[เลดี้เบิร์ด]ค่อยๆ ขยับเข้าใกล้เด็กหนุ่มที่ขณะนี้ขดตัวงอกุมหน้าอกของเขาอยู่

 

[คัคโค]กัดฟันกรอด

 

กำลังรบโดยรวมของสมาชิกที่เหลืออยู่น้อยเกินไป...

 

“ถ้ามันโตเต็มที่ ที่นี่ย่อยยับแน่ หน่วยแรก! เคลื่อนไปด้านหลังของผู้ชายคนนั้นแล้วทุ่มกำลังทั้งหมดจู่โจมก่อนมันจะโตเต็มที่”

 

สมาชิกหลายคนทำตามคำสั่งของ[คัคโค]และขยับไปทางด้านหลังของตะขาบที่กำลังวิวัฒนาการ

 

อย่างไรก็ตาม---

 

ด้วยเสียงหวีดดัง สมาชิกทุกคนที่เข้าไปข้างหลังก็ถูกกระแทกขึ้นสู่อากาศ ไม่มีใครหลบการโจมตีของมันได้

 

กรงเล็บแหลมคมของตะขาบซึ่งดูเหมือนแส้เริงระบำยืดออกไปหลายเมตรในขณะที่ตัดผ่านอากาศ สมาชิกที่ถูกกระแทกขึ้นไปในอากาศล้วนมีเลือดจำนวนมากพุ่งออกจากร่างกายของพวกเขา

 

 

ทุกคนที่ได้เป็นพยานการสังหารหมู่นี้นิ่งงัน “...... !”

แม้แต่[คัคโค]ก็ไม่สามารถซ่อนสีหน้าตกตะลึงของเขาได้

 

หากเขาจำได้อย่างถูกต้อง [มูชิ]ของเด็กหนุ่มที่ถูกเรียกว่า“เซ็นติ” ถูกแต่งตั้งให้อยู่ในชั้นคาชูระดับ9 เขาเป็นหนึ่งในมูชิทสึกิไม่กี่คนในภายใน[มูชิบาเนะ]ที่ได้รับการจัดระดับ

 

--- ในอดีตมีเคสของมูชิทสึกิที่ถูกจัดระดับได้โตเต็มวัยน้อยมาก แม้ว่า[คัคโค]เคยเห็นการโตเต็มวัยของ[มูชิ]ไม่กี่ครั้ง แต่ส่วนใหญ่พวกมันก็เป็น[มูชิ]ของมูชืทสึกิที่ไม่ถูกจัดระดับ อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะปราบ[มูชิ]โตเต็มวัยนั้นต้องการมูชิทสึกิที่ถูกจัดระดับ สามคนเป็นอย่างน้อย

 

หากเขามุ่งเน้นไปที่การยิงใส่ศัตรูอย่างเต็มที่ [คัคโค]คงจะไม่แพ้ให้กับมัน แต่ความเสี่ยงของการเดิมพันนี้มีมากเกินไป และตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่จะเลือกวิธีการเพื่อจัดการกับสถานการณ์พรรค์นี้

 

“…[เลดี้เบิร์ด]!”

 

[คัคโค]เรียกหาเด็กสาวผู้สวมหน้ากากสุนัข

 

“ตอนนี้เราทำได้แค่พึ่งพากันเท่านั้น ถ้าลงมือช้ากว่านี้มันจะสายเกินไป!” อย่างไรก็ตาม [เลดี้เบิร์ด]ยังคงไม่ตอบสนองต่อการเรียกหาของ[คัคโค]

เธอคว้าไหล่ของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มและเรียกเขาอย่างอ่อนแรง

 

“นี่...ไม่จริงใช่ไหม? เซ็นติ นายทำอย่างนี้ไม่ได้นะ… นายเคยบอกไม่ใช่เหรอว่านายอยากจะไปต่างประเทศและช่วยเหลือผู้คนที่แตกต่างกันไปให้มากน่ะ… ตอบฉันมาสิ!”

 

"[เลดี้เบิร์ด]! เขาจบสิ้นแล้ว! รีบลงมือซะ!”

 

[คัคโค]ตะโกนมาหาเธอ ในขณะที่เขาสั่งการให้สมาชิกคนอื่นๆ ที่เหลือมุ่งเข้าปะทะกับตะขาบ

 

ดวงตาที่ค่อยๆ พร่ามัวของเซ็นติ จับภาพเงาของพวกเขาได้ชั่ววูบขณะที่พวกเขาวิ่งเข้าหาเขา ทันใดนั้นกรงเล็บแหลมอันยาวเหยียดก็โถมลงมาใส่พวกเขา

สมาชิก SEPB ไม่สามารถหลบกรงเล็บนับร้อยได้และถูกแทงไปทีละคน แม้ว่าสมาชิกทุกคนได้ใช้[มูชิ]ของพวกเขาเป็นโล่เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บสาหัส แต่พวกเขาก็ไม่สามารถลุกขึ้นได้อีก

 

“…อัก!”

 

แม้ว่า[คัคโค]จะพึ่งพาการตอบสนองที่ว่องไวของเขาเพื่อหลบการโจมตี เขาก็ไม่สามารถหลบหนีได้โดยไร้รอยขีดข่วน เสื้อของเขาขาดขณะที่เลือดสดๆ ซึมออกมาจากผิว สำหรับเขาตอนนี้เพียงแค่หลบเลี่ยงการโจมตีก็เหนื่อยมากแล้ว ดังนั้นเขาจึงถูกบังคับให้รักษาระยะห่างระหว่างเขากับเด็กหนุ่ม

 

[คัคโค]เล็งปืนของเขาไปโดยไม่มีทางเลือกอื่น และยิงไปที่ตะขาบจากระยะไกล เสียงปืนดังสนั่นไปถึงก้อนเมฆ

เท้าของตะขาบจำนวนหนึ่งถูกเป่าเป็นชิ้น ๆ แต่ก็ไม่มีการกระทบโดยตรงกับร่างกายของมัน ดูเหมือนว่าวิธีเดียวที่จะจัดการกับมันคือการเข้าใกล้ยิ่งขึ้นหรือเพิ่มพลังการยิงของปืน อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเขาจะใช้วิธีไหน[คัคโค]ก็คงจะไม่สามารถหนีออกมาโดยไร้รอยขีดข่วน

 

“อ๊าาาาาาาาาาาาาา!”

 

เสียงร้องของเซ็นติและเสียงคำรามของตะขาบดังขึ้นในเวลาเดียวกัน แม้แต่ของพรรคพวกของเขาจาก[มูชิบาเนะ]ก็ถูกตัดด้วยระบำใบมีด

 

“เซ็นติ…ตั้งสติเอาไว้…”

 

“เลดี้ หนีไป…ผม…ไม่คิดว่าผมจะทนได้นาน…กว่านี้แล้ว…! รีบหนี... ไม่งั้น...[มูชิ]ของผมจะ….”

 

“นายกำลังพูดบ้าอะไรอยู่ ไม่มีทางที่ฉันจะทำแบบนั้น...” “[เลดี้เบิร์ด]! หมอนั่นจบสิ้นแล้ว! ยอมแพ้ซะ!”

ทนต่อความเจ็บปวด [คัคโค]ตะโกนใส่[เลดี้เบร์ด] [เลดี้เบิร์ด]หันหน้าไปหา[คัคโค]

“แต่…ถ้าเราทำอย่างนั้น [เซ็นติ]จะกลายเป็นผู้ร่วงหล่น…” “ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป เขาก็ตาย!”

“แต่ว่า...”

 

“…ตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่ จะต้องมีสักวันที่ช่วยเขาได้แน่!” [คัคโค]ตะโกน

 

ถ้าเขาใช้โอกาสที่ตะขาบยักษ์กำลังคลั่งเล็งไปที่เซ็นติจากระยะไกล เขาควรจะสามารถโจมตีเข้าได้โดยตรง ด้วยวิธีนี้ [มูชิ]จะสูญเสียโฮสต์ของมันและกลายเป็นฝุ่นหายไปก่อนที่มันจะสามารถโตเต็มวัยได้

 

อย่างไรก็ตาม [คัคโค]เพ่งความสนใจไปที่ตะขาบที่อยู่ตรงหน้าเขาเท่านั้น สี่ปีก่อน นับตั้งแต่ที่เขาชี้ปืนใส่[ฟุยุโฮตารุ] เขาสาบานตั้งแต่นั้นมา ไม่ว่าคนอื่นจะพูดยังไงเขาก็จะโจมตีแค่[มูชิ]เท่านั้น

 

การตะโกนของ[คัคโค]ส่วนใหญ่ถูกกลบด้วยเสียงคำรามของตะขาบ แต่[เลดี้เบิร์ด]ดูเหมือนจะได้ยินชัดเจนมาก เด็กสาวสวมหน้ากากสุนัขเบิกตาของเธอกว้าง

 

[คัคโค]เพิ่มแรงในมือทั้งสองข้างที่กำลังกุมปืนมากยิ่งขึ้น ตะขาบได้กลายเป็นศัตรูที่ไม่สามารถจัดการได้เว้นแต่เขาจะใช้กำลังเต็มที่แล้ว

 

“เลดี้ หนีเร็วเข้า… เป็นแบบนี้แล้วให้ผมจัดการกับไอ้สารเลวนั่นเถอะ… ถ้าเป็น[มูชิ]ที่ผมมีอยู่ตอนนี้...ผมทำได้แน่…”

 

ผู้ชายที่ชื่อเซ็นติผลักเด็กสาวสวมหน้ากากสุนัขไปข้างหลัง ราวกับว่าเขาต้องการจะปกป้องเธอ จากนั้น[คัคโค]จ้องที่ดวงตาของเซ็นติ ก่อนจะพูดว่า

“ถ้านายทำแบบนี้ต่อไป…นายจะตาย”

 

เมื่อได้ยินคำเตือนของ[คัคโค] เซ็นติตอบรับด้วยรอยยิ้ม

 

“ไม่เป็นไร…ขอแค่เลดี้ปลอดภัย… [มูชิบาเนะ]จะทำลายพวกนาย SEPB และสร้างสถานที่ปลอดภัยที่แท้จริงสำหรับพวกเราแน่นอน…”

 

[คัคโค]ยังคงนิ่งเงียบ เขามอง[เลดี้เบิร์ด]ซึ่งอยู่ข้างหลังเด็กหนุ่ม

 

เด็กสาวยักไหล่ เธอแตกต่างไปจากบุคคลก่อนหน้านี้ ผู้ที่แสดงความโกรธเหลือทนของเธออย่างสิ้นเชิง

 

[คัคโค]ถอนหายใจ ขณะที่เขาเก็บปืนกลับเข้าไปในซองหนังที่อยู่ในเสื้อโค้ทของเขา จุดสีเขียวและสีดำก็เริ่มจางลงก่อนที่จะหายไปอย่างช้าๆ

 

“[คัคโค] แกจะทำอะไร…! เข้ามาสู้กับฉันเซ่!” “ยัยโง่ ใช้เวลาตัดสินใจเป็นชาติเลยนะ…” เซ็นติขมวดคิ้ว ก่อนหันกลับมาอย่างประหลาดใจ [นานะโฮชิ]กำลังกางปีกคู่ใหญ่ของมันอยู่ด้านหลัง[เลดี้เบิร์ด]

 

“เลดี้…?”

 

“เซ็นติ ขอโทษนะ…ที่ทำให้นายเดือดร้อนมากขนาดนี้……”

 

แม้ว่า[เลดี้เบิร์ด]อยากจะยิ้ม เธอก็ไม่สามารถทำให้ตัวเองทำเช่นนั้นได้ “รอเดี๋ยวนะ…จะช่วยนายเดี๋ยวนี้แหละ…”

[นานะโฮชิ]ปล่อยคลื่นกระแทกลูกใหญ่ ระเบิดตะขาบยักษ์ออกเป็นชิ้น ๆ ในทันที

 

หลังจากกระตุกอยู่ชั่วครู่ เซ็นติก็ล้มลงกับพื้นอย่างไร้ชีวิตชีวา ขณะเดียวกัน[เลดี้เบิร์ด]หันหน้าหนี หลีกเลี่ยงภาพในสายตา เธอทนไม่ได้ที่จะเห็นรูปลักษณ์ของเซ็นติที่เป็นผู้ร่วงหล่น เธอกำหมัดขณะที่น้ำตาเปียกชื้นของเธอแห้งลง ณ ซีเมนต์เบื้องล่าง

 

“บ้า….บ้าที่สุด…”

 

หลังจากทุกอย่างจบลง ศูนย์กลางของสวนสาธารณะริมทะเลก็กลับสู่สภาพสงบสุขของมันอีกครั้ง เงาดำทอดยาวเหนือมูชิทสึกิที่หลงเหลืออยู่

 

ตอนนั้นเอง เม็ดฝนตกลงมาบนพื้นดินตรงกลางระหว่าง[คัคโค]และ[เลดี้เบิร์ด] ไม่มีใครรู้นอกจาก[คัคโค]และ[เลดี้เบิร์ด] คนอื่นๆ ทุกคนกำลังนอนราบไปกับพื้น

บางคนล้มลงเนื่องจากการบาดเจ็บ ขณะเดียวกันก็มีบางคนที่ล้มลงแม้ไม่บาดเจ็บเช่นกัน อย่างหลังอาจเป็นเพราะ[มูชิ]ของพวกเขาถูกฆ่า... แต่คนส่วนใหญ่ที่ล้มลงก็เพราะพวกเขาพยายามจะโค่น[มูชิ]โตเต็มวัย

 

“…นี่มันบ้าอะไร…”

 

[เลดี้เบิร์ด]ที่กำลังสำรวจรอบข้างอย่างเงียบ ๆ กล่าวเสียงค่อย ขณะที่หยดน้ำฝนที่ตกลงมามากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เส้นผมของเธอเปียกโชก “[คัคโค]…นี่มันบ้าอะไรกัน……?”

[คัคโค]ยังคงนิ่งเงียบ จ้องไปที่เด็กสาวผู้อยู่ตรงหน้าเขา

 

“ทำไมมูชิทสึกิเท่านั้นที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับการปฏิบัติแบบนี้? ทำไมเราต้องพบเจอกับสิ่งเลวร้ายแบบนี้……พวกเราเองก็เป็นคนธรรมดา…เพียงเพราะเราทุกคนมีความฝันเล็ก ๆ เราเลยตกเป็นเป้าหมายของ[สามต้นกำเนิด]…ความฝันของพวกเราพิเศษแบบนั้นเลยเหรอ? พวกมันสุดยอดขนาดที่ความฝันของเราต้องมาเจอบทสรุปแบบนี้จริงๆ เหรอ? เราแค่พยายามเติมเต็มความฝันของพวกเราและไล่ตามสิ่งที่เราต้องการ...”

 

“เพราะแบบนี้ไง ฉันถึงพูดว่าเธออ่อนแอ” [คัคโค]ตอบอย่างเย็นชา

“เธอคิดแต่เรื่องที่เกลียดการปฏิบัติที่เธอได้รับ เกรงกลัว[มูชิ]ขณะเดียวกันก็เกลียดชังผู้อื่น เธอกลัว กลัวมากขนาดที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ หลังจากนั้น เธอก็คิดแต่เรื่องการโทษคนอื่นเท่านั้น”

 

[เลดี้เบิร์ด]จ้องในดวงตาของ[คัคโค]

 

“มันผิดตรงไหนที่จะกลัว[มูชิ]? ถ้าท้ายที่สุดเราจะตายหลังจากที่ความฝันของพวกเราถูกกลืนกิน แน่นอนอยู่แล้วที่ทุกคนจะกลัวน่ะ! แต่นายก็ยังจะบอกว่าฉันโทษคนอื่น? ฟังดูดีซะจริงนะ แต่ถ้าไม่ใช่เพราะพวกนาย... ไม่ใช่ทั้งหมดนี้ก็เพราะพวกนายชิงเอาบ้านของเราไป บีบบังคับให้เราเข้าสู่ความสิ้นหวัง ทำให้เราพยายามหนีจากสายตาคนอื่นอย่างไม่รู้จบไม่ใช่รึไง?! ทั้งที่พวกนาย…ก็เหมือนกับพวกเรา…เราทุกคนที่เป็นมูชิทสึกิ…”

 

“เฮอะ อย่าเอาฉันไปรวมกับพวกเธอสิ”

 

[เลดี้เบิร์ด]ขยับเข้าใกล้[คัคโค]ที่กำลังเยาะเย้ยเธอ และจับเสื้อโค้ทของเขาอย่างแรง

 

“เราแตกต่างจากพวกนายยังไง? ...ไม่สิ ไม่ใช่ว่าพวกนายเป็นคนที่มีเล่ห์เหลี่ยมกว่าเหรอ? พวกนายมันก็แค่กลุ่มคนที่ไม่ใช่แค่กลัวรัฐบาลอย่างเดียว แต่ยังยินดีที่จะรับใช้ไอ้พวกคนเจ้าเล่ห์ข้างในรัฐบาลด้วย!”

 

“ฉันไม่ปฏิเสธเรื่องนั้นหรอก พวกเราเป็นคนแบบนั้นนั่นแหละ”

 

[คัคโค]ยอมรับการต่อว่าของ[เลดี้เบิร์ด]อย่างเงียบๆ ซึ่งทำให้เด็กสาวโกรธยิ่งขึ้น

 

“นั่นสินะ ที่นายหมายความว่านายแตกต่าง? ที่นายไม่กลัว[มูชิ]หรือแม้แต่ความคิดเห็นของคนอื่นๆ ที่มีต่อนาย?”

 

"ฉันไม่กลัว…"

 

[คัคโค]ตอบรับอย่างสงบนิ่งแต่ชัดเจน

 

[เลดี้เบิร์ด]พูดอะไรไม่ได้และปล่อยเสื้อโค้ทของเขา “ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่า‘สิ่งนั้น’อีกแล้ว…” “…‘สิ่งนั้น’คืออะไร?”

 

“ไม่รู้งั้นเหรอ? เพราะอย่างนี้ไง เธอถึงอ่อนแอกว่าฉัน” [เลดี้เบิร์ด]ขบฟันของเธอแล้วเบนสายตาของเธอออก

“ไม่เข้าใจเลย! ฉันไม่เข้าใจเลยว่านายพูดบ้าอะไร! ไม่อยากจะรู้ด้วย!”

 

[เลดี้เบิร์ด]โยนประโยคนี้ใส่ ก่อนที่สายฝนจะตก

 

“ครั้งหน้าฉันจะจัดการแน่….. ถ้าเราปล่อยให้ “คนนอก” เห็นเรื่องนี้ต่อไป ฉันจะหมดความอดทนจริงๆ แล้ว”

 

“รู้ตัวด้วย? ฉันคิดว่าก็คงเป็นอุเมะอีกนั่นแหละ...จะไม่พาพวกพ้องของเธอไปด้วยรึไง?” [เลดี้เบิร์ด]กำหมัดของเธอแน่น ใครก็สามารถบอกได้ว่าเธอพยายามอดกลั้นความโกรธไว้

หากเธอจะพาพรรคพวกที่กลายเป็นผู้ร่วงหล่นไปกับเธอ เธอจะต้องต่อสู้กับ[คัคโค]อีกครั้งหนึ่ง และถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้น กำลังเสริมของ SEPB จะมา และผลักดันให้[เลดี้เบิร์ด]หมดสิ้นหนทางอย่างแน่นอน หากสถานการณ์กลายเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เธอจะทำให้การเสียสละที่พวกพ้องของเธอทำไปเพื่อจะให้เธอหนีต้องสูญเปล่า

 

เด็กสาวผู้สวมหน้ากากสุนัขเดินไปหาเซ็นติที่เป็นผู้ร่วงหล่น และพูดบางสิ่งกับเขาขณะที่เธอคุกเข่า [คัคโค]ได้ยิน“…ฉันขอโทษ” นั่นคงไม่ใช่คำอำลาเรียบง่าย ดูเหมือนว่าเธออยากจะช่วยเซ็นติจริงๆ

 

“ถ้าเป็น[ฟุยุโฮตารุ]……”

 

[คัคโค]พึมพำอยู่ด้านหลัง[เลดี้เบิร์ด] ภาพเมื่อสี่ปีก่อนแว่บผ่านในใจของเขา

เด็กผู้หญิงคนนั้นกำลังร้องไห้ ต่อหน้าเขาที่ยกปืนขึ้น ถึงกระนั้นเด็กผู้หญิงผู้นั้นก็ไม่กลัวเขาหรือ[มูชิ]ของเธอ เธอเพียงแค่หลั่งน้ำตาเม็ดใสระหว่างที่กำลังยิ้มเท่านั้น --–

 

“ถ้าเป็นเธอคนนั้น เธอน่าจะเข้าใจ.... เธอคนนั้นรู้อยู่แล้วว่าอะไรคือสิ่งที่น่ากลัวจริงๆ ….”

 

[เลดี้เบิร์ด]กัดริมฝีปากแล้วลุกขึ้น

 

“ฉันได้ยินจาก[มินมิน] เกี่ยวกับข้อมูลลับของมูชิทสึกิที่ถูกเรียกว่า[ฟุยุโฮตารุ] เราจะหาเธอ ช่วยเธอ และแน่นอนว่าหลังจากนั้นเราจะช่วยพวกพ้องทั้งหมดของเราที่ถูกเปลี่ยนเป็นผู้ร่วงหล่น [คัคโค] ก่อนหน้านั้น นายจำเรื่องนี้ไว้จะดีกว่า……!”

 

[เลดี้เบิร์ด]ทิ้งประโยคนั้นใส่เขาและวิ่งจากไปทันทีหลังจากที่ฝนเริ่มจะตกหนักขึ้น [นานะโฮชิ]หดตัวลงจนมีขนาดเท่ากับลูกโป่ง แล้วตามหลังเจ้าของของมันไป

 

[คัคโค]ไม่ได้ตั้งใจจะไล่ตาม[เลดี้เบิร์ด]เลย นั่นเป็นเพราะฮาจิได้สั่งให้เขาปล่อยเธอไป

 

หลังจากที่[คัคโค]ไม่สามารถมองเห็นเงาร่างของเด็กสาวได้อีก เขาเคลื่อนที่ผ่านลานจัตุรัส

 

หลังจากตัดผ่านพื้นที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นของมูชิที่กำลังหลอมละลาย เขาเดินตรงไปที่ร่างสองร่างที่กำลังนอนอยู่บนพื้น

 

เขาก้มลงมองฮาจิที่หมดสติอย่างสมบูรณ์ และ[มินมิน]ที่ล้มอยู่ข้างเขา

 

ตอนนั้นเอง [คัคโค]ที่เงียบอยู่ก็รู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังเข้ามาใกล้ “[คัคโค]นี่สุดยอดจริงๆ นะ!”

ในตอนที่[คัคโค]มองกลับไป ร่างขนาดเล็กก็ปรากฏตัวขึ้นยืนอยู่ข้างต้นไม้ที่ล้มลงแล้ว

 

เส้นผมของร่างๆ นั้นไม่เพียงมันเงาจากการถูกสายฝนชะโลมเท่านั้น แม้แต่ดวงตากลมโตของเขาก็ดูเหมือนเต็มไปด้วยน้ำ

 

ด้วยใบหน้าที่เหมือนเด็กไร้เดียงสา มันยากที่จะบอกว่าเขาเป็นเพศไหน แขนเสื้อของแจ็คเก็ตซ้ายและขากางเกงด้านขวาของเขาดูเหมือนจะถูกฉีกออก ขณะที่เขาผูกเข็มขัดหนังไว้รอบ ๆ บริเวณนั้น ในสภาพอากาศหนาวเย็นเช่นนี้ บุคคลอย่างเขาที่แสดงแขนและขาที่ยังไม่เติบโตนั้นหาได้ยาก

 

“กลับกันแล้ว [เลดี้เบิร์ด]ก็ยังอ่อนแออยู่เหมือนเดิมเลย… ผมคิดว่าแม้แต่ผมก็เอาชนะเธอในตอนนี้ได้เลยล่ะ!”

 

บุคคลที่ไม่สามารถระบุเพศได้นี้พูดด้วยเสียงที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม น้ำเสียงของเขาไม่มีเจตนาของการดูถูก[เลดี้เบิร์ด]เลย แต่มันแบกรับความรู้สึกโดดเดี่ยวไว้มากกว่า

 

คุเสะซากิ อุเมะ.

 

[คัคโค]รู้เพียงว่าผู้ชายคนนี้เป็นหนึ่งในสมาชิกจากกลุ่มของฮารุคิโยะ ซึ่งอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังของ SEPB เช่นเดียวกับ[มูชิบาเนะ] อย่างไรก็ตาม [คัคโค]ไม่มีความตั้งใจที่จะรายงานการปรากฏตัวของอุเมะต่อ SEPB ต่อให้เป็นฮาจิก็ตาม

 

“อุเมะ นายแอบดูอีกแล้วเหรอ? แม้แต่[เลดี้เบิร์ด]ก็รู้ตัว” [คัคโค]พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

คำพูดของเขาทำให้อุเมะกัดริมฝีปาก ก่อนจะตอบด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ถ้าทำได้ผมก็อยากจะคุยกับ[คัคโค]กับ[เลดี้เบิร์ด]แบบเปิดเผยนะ”

[คัคโค]เลี่ยงสายตาของเขาออกจากอุเมะ และมองไปที่คนสองคนที่ล้มนอนอยู่บนพื้นอีกครั้ง

 

“ดีเลย นายเองก็ได้ยินข้อมูลลับเกี่ยวกับ[ฟุยุโฮตารุ]แล้ว…ช่วยส่งข้อความถึงฮารุคิโยะที” [คัคโค]พูดกับเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหลังของเขา

"อย่ามายุ่งกับเรื่องของฉัน ที่ฉันไม่ได้ลงมืออะไรเลยก็เพราะในอดีตพวกนายแค่ดูจากด้านข้างเท่านั้น แต่ถ้านายตั้งใจจะลงมือกับ[ฟุยุโฮตารุ]จริงๆ ฉันจะถือว่าพวกนายเป็นศัตรู"

 

"เข้าใจแล้ว ผมจะส่งข้อความให้เขาเอง”

 

อุเมะตอบกลับทันทีด้วยท่าทางไร้เดียงสา

 

"ถึงอย่างนั้นการตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับฮารุคิโยะนะ! เพราะไม่ว่านายจะว่ายังไง เราก็ไม่สามารถปล่อยมูชิทสึกิที่ฟื้นตัวจากสภาพผู้ร่วงหล่น! ไว้เฉยๆ ได้หรอก แม้แต่[เลดี้เบิร์ด]ก็พูดอย่างนั้น... สำหรับตอนนี้มันยังไม่ชัดเจนว่า [มูชิ]ของ[ฟุยุโฮตารุ]คืนชีพรึยังใช่ไหม? นั่นหมายความว่ามูชิทสึกิยังมีโอกาสที่จะกลับเป็นมนุษย์ธรรมดาอีกครั้งใช่ไหม?”

 

เสียงของอุเมะดูเหมือนจะระงับความคาดหวังเอาไว้ได้ยาก

 

“สำหรับผมที่เป็นมูชิทสึกิเหมือนๆ กัน ไม่มีเหตุผลที่ผมจะปล่อยคนที่มีวิธีแก้ปัญหานั้นไว้เฉยๆ หลังจากที่รู้เรื่องหรอก ถึงจะเป็น[คัคโค]ก็ไม่สามารถสู้กับ[เลดี้เบิร์ด]และจัดการกับพวกเราในเวลาเดียวกันได้ใช่ไหมล่ะ?”

 

“…”

 

“คำพูดนายดูเหมือนจะขัดแย้งกับการกระทำของนายนะ? นายคงไม่ได้สนใจ[ฟุยุโฮตารุ]อยู่ใช่ไหม? นายฉีกเอกสารด้วยซ้ำ ถ้าอย่างนั้นทำไมมันถึงสำคัญกันล่ะว่าใครจะเอาตัวเธอ…”

 

ก่อนจะพูดจนจบ อุเมะหุบปากอย่างกะทันหัน คงจะเป็นเพราะเขาสังเกตเห็นว่า[คัคโค]กำลังกำหมัดอยู่

 

“ผมขอโทษ…นายโกรธเหรอ?”“ฉันไม่ได้โกรธ ไอ้เด็กเวร!”

“โกรธอยู่จริงๆ ด้วย! ผมคิดว่าผมควรไปจากที่นี่ก่อนดีกว่า บ๊ายบายนะ [คัคโค]! คงจะดีถ้าเราได้เจอกันอีกครั้งแบบที่ยังมีชีวิตอยู่”

 

เจอกันอีกครั้งแบบที่ยังมีชีวิตอยู่ --- เมื่อ[คัคโค]ได้ยินประโยคนี้ เขาเพิ่มแรงเข้าไปมือที่กำลังกำอยู่โดยไม่รู้ตัว เป็นมูชิทสึกิแล้ว ไม่มีทางที่เขาจะสามารถยืนยันได้ว่าพวกเขาจะพบกันแบบมีชีวิตอีกได้

 

คาเสะซากิหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเหมือนกับที่เขาปรากฏตัวขึ้น

 

“……”

 

ตอนนั้นเอง ฮาจิส่งเสียงครวญครางขึ้นเล็กน้อยใกล้ๆ กับเท้าของ[คัคโค] ดูเหมือนว่าเขากำลังจะตื่น

 

จากนั้น[คัคโค]ก็มอง[มินมิน]ที่อยู่ข้างๆ ฮาจิ แม้ว่ามันดูเหมือนว่าเธอกำลังมองฮาจิอยู่ นัยน์ตาของเธอกลับคล้ายของคนตาย

 

“[มินมิน] ลุกขึ้น” [คัคโค]กล่าว

หลังจากนั้น[มินมิน]ก็ลุกขึ้นราวกับไม่มีอะไรเลย เธอไม่แม้แต่จะมองฮาจิ แค่จ้องตรงมาที่[คัคโค]ด้วยตาสีซีดที่ว่างเปล่า มูชิทสึกิคนหนึ่งผู้สูญเสียความรู้สึกทั้งหมดของเธอไปพร้อมๆ กับคราบน้ำตากำลังยืนอยู่ตรงนี้

 

“รู้ว่า [GARDEN] อยู่ที่ไหนใช่ไหม? นำผู้ร่วงหล่นที่นี่ไปพื้นที่ “EAST- 33”

 

[มินมิน]ไม่ตอบรับต่อคำสั่งของ[คัคโค] ไม่แม้แต่พยักหน้ายืนยัน --- แต่กลับหันร่างของเธอเงียบ ๆ และเดินเข้าไปใกล้มูชิทสึกิที่เป็นผู้ร่วงหล่นซึ่งอยู่ข้างๆ แทน

 

มูชิทสึกิที่[มูชิ]ของพวกเขาถูกฆ่าจะกลายเป็นผู้ร่วงหล่นที่ไม่มีทั้งความฝันหรืออารมณ์ความรู้สึก แม้ว่าร่างกายของพวกเขาจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ พวกเขาก็จะเชื่อฟังคำสั่งจากภายนอก และเพราะพวกเขาไม่มีความต้องการ ตราบเท่าที่พวกเขาไม่ได้รับคำสั่งใด ๆ พวกเขาก็จะหิวจนตายหรือเสียชีวิตเนื่องจากสาเหตุอื่น

 

ครั้งเมื่อคน ๆ หนึ่งกลายเป็นผู้ร่วงหล่น พวกเขาจะไม่สามารถรับเอาอารมณ์ความรู้สึกของพวกเขากลับมาได้ นั่นคือสิ่งที่ในอดีตผู้คนเคยคิด

[ฟุยุโฮตารุ]---

 

“ยัยโง่นั่น…ทำไมถึงกลับมาที่เมืองโอกะ...”

 

[คัคโค]เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มีฝนตก เม็ดฝนถูกปิดกั้นไว้โดยแว่นก๊อกเกิล ในขณะที่มันเปลี่ยนเป็นหยดน้ำและไหลลงจากใบหน้าของเขา

 

SEPB จะไม่มีวันปล่อยมูชิทสึกิคนไหนที่ฟื้นจากสภาพผู้ร่วงหล่น ด้วยความคิดนี้ในใจ ฮารุคิโยะและ[มูชิบาเนะ]จึงได้แบ่งปันสถานการณ์เดียวกัน การรักษาสมดุลที่ยาวนานในหมู่ทั้งสาม ตอนนี้กำลังจะพังทลาย และสาเหตุของสิ่งนี้คือ[ฟุยุโฮตารุ]

 

--- ความฝันของฉัน…คือการหาที่ที่ให้ฉันอยู่...สถานที่ที่เป็นของฉัน...

 

ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา [คัคโค]ไม่เคยลืมเสียงขลาดๆ นั้น จากนั้น[คัคโค]ก็นึกถึงร่างเล็กๆ ของเด็กผู้หญิงคนนั้น ผู้ซึ่งถูกแต่งตั้งชื่อของอิชูระดับ1เนื่องมาจากความสามารถอันทรงพลังของเธอ

 

“จะไม่ดีกว่าเหรอ ถ้าเราไม่มีความฝัน? แบบนั้นแล้ว…สำหรับพวกเราอาจจะง่ายกว่า…” ไม่มีใครสามารถตอบเสียงกระซิบอันเงียบงันของเด็กหนุ่มได้

 

****************************

จากผู้แปล

ทิ้งช่วงยาวพอควรเพราะความยาวของตอนนี้จริงๆ นั่งแปลๆไปจรู้ตัวอีกทีก็เกิน40หน้าA4แล้ว คราวนี้ผมอยากบอกว่าMushi Utaนี้ ในเล่ม1จะเป็นเสมือนบทนำ เล่ม2คือแนวทางของเรื่อง เล่ม3คือบทประกาศสงคราม ผมอยากให้หลายๆคนได้อ่านเรื่องนี้(เพราะมันนอกกระแสเหลือเกินจริงๆ) เลยอยากแจ้งให้ทราบก่อนว่าอยากเพิ่งทิ้งเลยครับ อยากแนะนำให้ลองอ่านสัก3เล่มก่อนตัดสินมันนะครับ

ปล.จบตอนนี้เนื้อหาในเล่ม1ก็เกือบถึงครึ่งแล้ว ถ้าสปีดผมไม่ตก เราคงได้อ่านเล่ม1จนจบก่อนเดดไลน์

Hikomori

17/4/62




NEKOPOST.NET