[นิยายแปล] Mushi Uta ตอนที่ 1.03 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] Mushi Uta

Ch.1.03 - ชีกะ พาร์ท 2


1.03

 

ชีกะ พาร์ท 2

 

 

ความสุข –

 

ชีกะรู้สึกถึงมันจากส่วนลึกของหัวใจ

 

หลังเข้ามาในสถานี ชีกะพิงเสาอยู่ชั่วครู่และรอให้เวลาผ่านไป จากนั้นเธอเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนเพดาน เป็นเวลาสิบกว่านาทีแล้วตั้งแต่เธอกับไดสึเกะแยกจากกัน ชีกะชะโงกหัวเธอออกจากทางเข้าสถานี มองอย่างขลาด ๆ ไปที่ลานสถานี

 

ไม่เป็นไร ไม่เห็นไดสึเกะคุงเลย เขาคงจะกลับไปแล้ว

 

หลังจากชีกะแน่ใจว่าไดสึเกะไปแล้ว เธอกลับไปที่ลานสถานี อากาศเย็นพัดใส่ใบหน้าของเธอแต่เธอไม่สนใจมันแม้แต่น้อย ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกเย็นยะเยือกบนแก้ม

 

มันคือหิมะ

 

เธอจ้องมองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมิด เกล็ดหิมะสีขาวทยอยตกลงมาทีละก้อน “...”

ทุกสิ่งในสายตาถูกย้อมด้วยสีขาวบริสุทธิ์ ชีกะหยุดก้าวไปข้างหน้า คำถามเริ่มปรากฏขึ้นในใจของเธอ --- ทำไมไดสึเกะถึงบอกเรื่องของตัวเองกับเธอที่เพิ่งจะเป็นเพื่อนกับเขามากขนาดนั้นกันนะ และนั่นเป็นท่าทีที่เขาจะทำกันเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนงั้นเหรอ?

 

ตั้งแต่ชีกะเกิดมา ไม่เคยมีใครปฏิบัติกับเธออย่างจริงใจและเอาอกเอาใจกันขนาดนี้ เธออดที่จะรู้สึกงุนงงไม่ได้ เพื่อนกันควรเอาใจใส่กันอย่างนี้เหรอ? เพราะอย่างนั้น เพียงคิดถึงกันหัวใจของพวกเราก็จะเต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจแบบนี้เหรอ?

 

แต่ในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกเศร้านี้คืออะไรกันนะ? ถ้าไดสึเกะรู้จัก “ตัวตนที่แท้จริง” ของชีกะ เขาจะยังพูดแบบเดียวกันอยู่หรือเปล่า? ความกังวลเต็มอยู่ข้างในใจของเธอ ความทรงจำเมื่อสี่ปีก่อนเริ่มปรากฏขึ้นทีละน้อย

 

--- เพราะถ้าเรามีชีวิตอยู่ เราจะทำร้ายคนที่อยู่รอบตัวของเรา

 

มันเป็นสิ่งที่เด็กชายตัวเล็กซึ่งอายุมากกว่าเธอไม่เท่าไหร่พูดในตอนนั้น... เพราะเขาสวมแว่นก็อกเกิลขนาดใหญ่ปกปิดใบหน้าส่วนมากของเขาเอาไว้ จึงยากที่จะบอกสีหน้าที่เขาแสดงออกมา แต่ในตอนที่เขาประกาศคำพูดสุดท้ายต่อหน้าชีกะ เสียงของเขาฟังดูเศร้า

 

“แต่… เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว…”

 

ชีกะพึมพำกับตัวเอง แต่หุบปากเธอลงทันทีเพื่อไม่ให้มีคำพูดออกมา

 

จะดีเหรอ?

 

ความไม่สบายใจที่เกาะกุมนี้จะอย่างไรก็ไม่มีทางหายไป ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับ "องค์กร" ที่ตามล่าชีกะ สิ่งเหล่านี้ไม่สำคัญสักนิด

 

เธอไม่ควรอยู่ในเมืองโอกะอีกและไม่ควรพบไดสึเกะอีกเช่นกัน

 

ชีกะรู้ดีว่าเธออยู่ในสถานการณ์ที่ต้องออกจากบ้านเกิดของเธอโดยเร็วที่สุด นับตั้งแต่เธอ “ตื่นขึ้น” สถานที่ที่เธอควรจะระวังมากที่สุดคือเมืองโอกะอย่างแน่นอน

 

--- “ถึงอย่างนั้นผมอยากบอกลาพวกเขาสักครั้งจริง ๆ”

 

คำพูดของไดสึเกะดังก้องอยู่ในใจของชีกะ ชีกะรู้สึกว่าเขาต้องผ่านหลายสิ่งมามากมายเพื่อที่จะได้ข้อสรุปเช่นนี้ ตัวเขาที่พูดอย่างอาย ๆ ได้ทิ้งความประทับใจแรงกล้าไว้กับชีกะ

 

“ขอบคุณนะ ไดสึเกะคุง……”

 

เพียงคิดเรื่องของไดสึเกะ ชีกะก็จะยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ แม้ว่าไม่มีใครตอบเธอ แม้เธอโดดเดี่ยวและไร้หนทาง เธอก็ยังยิ้มได้

 

“เพราะเธอ ในที่สุดฉันก็รวบรวมความกล้าได้บ้างแล้ว…”

 

ชีกะเดินภายใต้หิมะที่ตกลงอย่างไม่สิ้นสุด จุดหมายของเธอคือเขตที่พักอาศัยของเมืองโอกะ สถานที่ตั้งของบ้านของเธอ บ้านหลังที่เธอเกิดมา

มันใช้เวลาเกือบสี่ปี แต่ในที่สุดเธอก็สามารถก้าวต่อไปได้

 

ไม่ ความจริงคือเธอลืมไปแล้ว… นับตั้งแต่เธอสูญเสีย “ความฝัน” ของเธอไปเมื่อสี่ปีก่อน เธอลืมทุกอย่างไป… เธอไม่รู้ว่าทำไมเธอจึงนั่งรถไฟขบวนนั้น… บางที…ไม่สิ ถ้าเป็นเช่นนั้นต่อไป เธอคงไม่มีทางมาอยู่ที่นี่ เธอจะลืมทุกอย่างเกี่ยวกับความฝันของเธอ บ้าน และตัวเธอเอง และจากนั้นก็จะถูกขังในสถานที่แห่งนั้นขณะที่ใช้ชีวิตอย่างไร้ความรู้สึก

 

แต่แล้วเธอก็ได้พบกับไดสึเกะ และการพบหน้ากันนั้นก็ทำให้เธอจำทุกอย่างได้แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไม ไม่เพียงแค่นั้น ไดสึเกะยังมอบความกล้าหาญให้ชีกะมาที่นี่อีกด้วย ไดสึเกะยอมรับเธออย่างอ่อนโยน แค่นั้นก็มากพอสำหรับชีกะที่จะรวบรวมความกล้าเพื่อมาที่นี่แล้ว

 

หิมะเริ่มตกหนักขึ้นเล็กน้อย ทำให้เกิดชั้นดอกไม้สีขาวบาง ๆ บนเสื้อนอกของชีกะ ถนนที่อยู่ใต้เท้าของเธอก็ถูกย้อมด้วยสีขาวเช่นกัน เด็กผู้หญิงผิวขาวภายใต้แสงไฟจากหลอดไฟถนน ค่อย ๆ กลายเป็นภาพเกินจริงคล้ายกับความฝัน

 

ชีกะเข้าใกล้บ้านอย่างรอบคอบโดยการซ่อนอยู่หลังเสาไฟ เธอกลั้นหายใจมองไปรอบตัว ไม่มีเงาร่างแปลก ๆ อยู่รอบ ๆ ชีกะคิดว่าบางทีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเธอยังไม่ถูกสังเกตเห็น

 

ประตูบ้านเปิดออกอย่างช้า ๆ ต่อหน้าชีกะซึ่งกำลังพ่นลมหายใจเป็นหมอกขาว คนสามคนที่เป็นครอบครัวเดียวกันเดินออกมาจากประตู

 

พวกเขากำลังจะออกไปกินข้าวเหรอ?

 

ใบหน้าของพ่อแม่ยังคงเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม ลูกสาวมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้วเธอดูไม่มีความสุขนัก อาจเป็นเพราะเธอไม่พอใจกับการถูกพ่อแม่ลากไปมาแม้จะเป็นเด็กมัธยมต้นไปแล้ว? อาจเป็นสาเหตุอื่น... แต่สั้น ๆ คือ เธอกระจายบรรยากาศของการต่อต้าน

 

ครอบครัวทั้งสามคนเห็นชีกะเมื่อเธอเดินออกมาจากหลังเสา พวกเขานิ่งงันพร้อมดวงตาเบิกกว้างในตอนที่เห็นเธอ

 

“ชี…ชีกะ……?”

 

“คุณพ่อ คุณแม่ ไม่เจอกันนานนะคะ…” ชีกะพูดเบา ๆ ขณะยิ้ม

เด็กสาวกระซิบราวกับว่าเธอไม่สามารถเชื่อในสิ่งที่เธอกำลังเห็นอยู่ “เธอคือ…… ชีกะจริง ๆ เหรอ?”

“พี่ค่ะ…”

 

ชีกะจ้องไปยังเด็กสาวผมยาวข้างหน้าเธอ แม้ว่าบรรยากาศจะแตกต่างไปจากเมื่อก่อน แต่รูปลักษณ์สวยงามและความรู้สึกอ่อนโยนที่สัมผัสได้ยังคงเหมือนเดิม ส่วนที่ว่าหางตาของเธอคล้ายกับพี่สาวนั้นเป็นสิ่งที่ชีกะแอบรู้สึกภูมิใจมาตั้งแต่เด็กแล้ว

 

แม้พ่อแม่ของเธอจะค่อย ๆ ก้าวออกห่างจากชีกะ พี่สาวของเธอกลับค่อย ๆ เข้ามาหาเธอ

 

ชีกะกระซิบด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน “อย่าขยับนะคะ”

การเคลื่อนไหวในด้านตรงข้ามของคนในครอบครัวของเธอหยุดลงในเวลาเดียวกัน “ขอร้องล่ะค่ะ แค่อยู่ในที่ที่ในอยู่ตอนนี้ก็พอ ไม่นาน......หนูก็จะไปแล้ว”

“ท…ทำไมเธอถึงอยู่ที่นี่……สี่ปีก่อน ไม่ใช่ว่า…” “ลูก…หนีออกมา?”

“ลูกมาที่นี่...เพื่อแก้แค้นเหรอ?”

 

ตอนที่แม่ได้ยินคำพูดของคุณพ่อ หล่อนก็ซ่อนตัวอยู่ข้างหลังสามีของตัวเองหลังส่งเสียงกรีดร้องสั้น ๆ

 

“ชีกะ……ที่ผ่านมา เธอไปอยู่ที่ไหนน่ะ……”

 

พี่สาวพูดเบา ๆ พร้อมน้ำตาในดวงตา ชีกะรู้ว่าพี่สาวของเธอยังอยากจะเข้าใกล้เธอแม้ว่าหล่อนจะสับสน

 

พ่อแม่บังเกิดเกล้ากลัวเธอ

 

และพี่สาวที่มีท่าทีตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

         

หลังจากได้เห็นสิ่งที่ต้องการจากความตั้งใจเบื้องหลังการปรากฏตัวของตัวเอง ชีกะตัดสินใจข้างในใจ

 

เป็นมนุษย์ธรรมดาหรือเปล่านั้นไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว สถานการณ์ในตอนนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าจะอย่างไรเธอก็จะถูกไล่ตามอีกครั้ง

 

เรากลับมาที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว---

 

“…ไม่ใช่ค่ะ หนูแค่มาที่นี่เพื่อพูด…สิ่งที่หนูอยากจะพูดกับทุกคนมาตลอด”

 

เต็มไปด้วยความตัดสินใจ ชีกะหลับตาลงอย่างช้า ๆ และสูดลมหายใจลึก เติมเต็มปอดของเธอด้วยอากาศเย็น หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็เปิดตาของเธอใหม่อย่างช้า ๆ วิสัยทัศน์ของเธอเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันเนื่องจากน้ำตาที่กำลังไหลริน

 

มองตรงไปที่ครอบครัวของตัวเอง เธอยิ้ม

 

“พ่อคะ แม่คะ…ขอบคุณที่ให้กำเนิดหนู… ขอบคุณที่เลี้ยงดูหนูมา… หนูขอโทษสำหรับปัญหาที่หนูสร้างขึ้นเมื่อสี่ปีก่อน…”

 

น้ำตาอุ่น ๆ ไหลรินลงจากแก้มของเธอ

 

“พี่ค่ะ…… ขอบคุณที่เป็นห่วงหนู…… ผมของพี่ยังสวยมากเหมือนเดิมเลย!”

 

น้ำตายังคงไหลลงมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้ เธอกระซิบด้วยเสียงแผ่วเบาผ่านม่านน้ำตา “หนูมีความสุขมาก……ที่ได้เกิดมาในครอบครัวนี้…”

คำกล่าวต่อมาของชีกะถูกปกคลุมด้วยเสียงสะอื้นที่ควบคุมไม่ได้ ดังนั้นพวกเขาคงไม่อาจเข้าใจมันได้

 

“ชีกะ……จะไม่กลับมาเหรอ?”

 

คำถามกะทันหันของพี่สาวทำให้หัวใจของชีกะเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เธอหายใจเข้าลึกอีกครั้งและมองตรงไปที่ครอบครัวของเธอ แย้มรอยยิ้มอันอบอุ่นออกมาอย่างสุดความสามารถ จากนั้นเธอก็หันหลังให้กับคนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นครอบครัว

 

เธอร้องไห้ขณะที่กำลังเดิน ทิ้งรอยเท้าไว้ด้วยการเหยียบลงบนพรมสีขาว ข้าง ๆ รอยเท้านั้นมีร่องรอยของหยดน้ำตา มันไม่มีการหันหลังกลับ ครอบครัวของเธอจะรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นกับ "องค์กร" แห่งนั้นอย่างแน่นอน

 

เธอจะต้องระหกระเหินต่อไปนับจากนี้ การพบกับหญิงสวมแว่นกันแดดรูปกลม ถูกไล่ล่าโดยเด็กชายผู้สวมแว่นก็อกเกิลปิดหน้าและตกสู่นรกมืดมิดไร้ก้นบึ้ง… ประสบการณ์เหล่านั้นเธอจะต้องเผชิญหน้ากับมันอีกครั้ง...

 

หลังจากกลับมาที่ลานสถานี ตู้โทรศัพท์สาธารณะก็ปรากฏขึ้นในสายตาของเธอ กับน้ำตาที่ยังคงไหลอาบแก้มอยู่ ชีกะเดินเข้าไปในตู้โทรศัพท์สาธารณะที่ถูกปิดไว้ด้วยแผ่นกระจกและหยิบกระเป๋าเงินของเธอออกมา

 

มันเป็นกระเป๋าใบเล็กที่มีลายปักสีแดงอยู่ด้านบน มันเกิดขึ้นเมื่อชีกะอยู่ชั้นประถมหก – เมื่อรู้ตัวว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากออกจากบ้าน เธอจึงตั้งใจเอากระเป๋าเงินที่เธอรักมากับเธอด้วย และต้องขอบคุณเงินเก็บทั้งหมดที่เธอเก็บไว้ในกระเป๋า เธอจึงสามารถไปเที่ยวกับไดสึเกะได้ในวันนี้

 

ตอนนี้มีเหรียญเหลืออยู่ไม่กี่เหรียญเท่านั้น ชีกะใส่เข้าไปในเครื่องหนึ่งเหรียญและหมุนหมายเลข

 

หากพิจารณาถึงความเป็นอยู่ที่ดีของอีกฝ่ายจริง ๆ เช่นนั้นก็ไม่ควรมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างพวกเธออีก แม้แต่การติดต่อกันอย่างไม่ตั้งใจก็จะเป็นผลเสียต่อทั้งสองฝ่ายอย่างชัดเจน

 

--- ชีกะรู้เรื่องนี้ดี แต่ร่างกายของเธอถูกผลักดันด้วยแรงกระตุ้นที่ไม่รู้จัก

 

อีกฝ่ายรับสายในทันที เมื่อชีกะได้ยินเสียงประหลาดใจที่ปลายสายอีกด้านก็อุ่นใจเล็กน้อย มือของเธอกำหูโทรศัพท์ไว้แน่น…

 

ฟังเสียงของเด็กหนุ่มที่เธอเพิ่งจะพบวันนี้และกล่าวว่า

 

“……ไดสึเกะคุง? ……ขอโทษนะ ทั้งที่เพิ่งเราแยกทางกัน… ฉันแค่……อยากฟังเสียงของเธอน่ะ…”

 

******************************

จากผู้แปล

ผมแปลเรื่องนี้ด้วยความที่อยากให้หลาย ๆ คนได้อ่านกัน(ว่าง่ายๆคือหาเพื่อนคุย) ผมจะพยายามแปลให้จบเล่ม1ภายในเดือนหน้า และตั้งเป้าไว้ว่าจะแปลให้จบสัก2-3เล่มเป็นขั้นต่ำ เรื่องนี้เป็น original light novel เพราะฉะนั้นคงไม่มีดิบให้ใครไปดำได้ง่ายๆ แต่ทางbaka tsuki(กลุ่มแฟนแปลอิ้ง)เอาเรื่องนี้เป็นโปรเจคหลักและกำลังแปลโดยเรื่อยๆ โดยมีอัตราเร็วในการแปลที่6เดือน/เล่ม ซึ่งปัจจุบันเนื้อเรื่องหลักไปถึงเล่ม6แล้ว และเล่ม7น่าจะมาราวๆปลายเดือนหน้าผมเลยหยิบมาแปลเล่นรอ+อ่านซ้ำไปในตัว 

เพื่อใครอยากรู้ เรื่องนี้เลยมีAnimeด้วย(แต่ไม่ดัง) โดยเนื้อเรื่องจะอิงจากเล่ม1ทั้งหมด มีการดัดแปลงการดำเนินเรื่องเล็กน้อยแต่ให้อารมณ์คนละแบบจากนิยาย(ที่ผมว่าทำได้ดีกว่าเมะ) ซึ่งผมไม่แน่ใจนักว่าซับไทยยังเหลือรึเปล่า แต่ถ้าสนใจก็ลอง ๆ ไปหาดูได้ครับ

ความจริงคือผมกะจะเอาลงนายท่านด้วย แต่ดูระบบที่นั่นแล้วมันดูยุ่งยากพิลึกเลยไม่ได้เอาลง หวังว่าทุกคนจะอ่านกันเยอะ ๆ ครับ

ปล. ลงแบบทีละส่วนหรือทีละตอนดีครับเนี่ย ผมคิดไม่ตกจริงๆ(อย่าว่าผมนะ แต่มันแบ่งมาแบบนี้ตั้งกะต้นฉบับแล้ว)

Hikomori

7/4/2019




NEKOPOST.NET