[นิยายแปล] Mushi Uta ตอนที่ 1.01 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] Mushi Uta

Ch.1.01 - ชีกะ พาร์ท 1


1.01

 

ชีกะ พาร์ท 1

 

 

ตอนนั้นเอง ประกายในดวงตาที่ว่างเปล่าและไร้ชีวิตชีวาของเด็กสาวได้ฟื้นกลับมาทันที

 

ทันทีที่เด็กสาวเห็นเด็กหนุ่มผ่านหน้าต่างรถไฟ สติสัมปชัญญะของเธอก็เริ่มฟื้นคืนมาราวกับเธอเพิ่งตื่นขึ้นจากความฝันอันยาวนาน

จากนั้นจิตสำนึกของเด็กสาวก็พาเธอลงจากรถไฟด้วยความรีบร้อนอย่างไม่รู้ตัว

 

โดยไม่มีเหตุผลอะไรหรือรู้ว่าทำไม แต่หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกของความต้องการแปลก ๆ แม้เธอจะคาดหวังบางสิ่งมาจนถึงตอนนี้ แต่เธอก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งนั้นคืออะไร ถึงกระนั้นร่างกายของเธอก็ยังเคลื่อนไหวไปโดยตัวของมันเอง

 

ด้วยจิตใจที่สับสน เธอไม่แม้แต่จะเข้าใจว่าทำไมเธอต้องลงจากรถไฟ

 

ไม่สิ ตั้งแต่แรกแล้วเธอก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมเธอถึงขึ้นรถไฟ อย่าว่าแต่ตื่นขึ้นมาเลย เธอไม่ควรออกจาก "ที่นั่น" เสียด้วยซ้ำ

เพราะเมื่อสี่ปีก่อน เธอสูญเสียทุกอย่างไปแล้ว...

 

แต่ทันทีที่เธอเห็นเด็กหนุ่ม เธอก็เริ่มรู้สึกถึงหลาย ๆ สิ่งจากการตื่นขึ้นมา บางทีมันอาจเป็นความทรงจำ ความรู้สึก หรืออย่างอื่นที่เธออธิบายไม่ได้ แต่ของพวกนั้นเป็นสิ่งที่ครั้งหนึ่งชีกะเคยลืมไปแล้ว และเธอไม่เข้าใจว่าทำไมมันจึงเกิดขึ้นตอนนี้อย่างที่มันเป็นอยู่ขณะนี้

ก่อนที่เธอจะยังได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ เธอก็กำลังวิ่งอยู่กับเด็กหนุ่มที่ไม่รู้จักเข้ามาในพื้นที่โล่งของเขตที่พักอาศัย

มีพื้นที่เปิดกว้างอยู่ต่อหน้าพวกเธอ จากที่มีรถก่อสร้างจำนวนมากจอดอยู่รอบบริเวณ บางทีการก่อสร้างคงถูกดำเนินเพียงครึ่งทางเท่านั้น

แสงอาทิตย์จ้าส่องลงมาสู่พื้นที่ซึ่งอากาศบริสุทธิ์โปร่งใส

 

“ฮ่าห์…. ฮ่าห์….”

 

เด็กสาวพยายามอย่างหนักเพื่อคุมลมหายใจของเธอขณะที่มองไปรอบข้าง

 

แสงแดดยามเช้า กลิ่นของสายลม ต้นไม้ที่กำลังสั่นไหว ทุกสิ่งอย่างที่สะท้อนในดวงตาของเธอ พวกมันทั้งหมดทำให้เธอรู้สึกเหมือนว่าเธอ“มีอยู่”จริง ๆ มันรู้สึกเหมือนหลายร้อยปีได้ผ่านไปแล้ว ซึ่งทำให้เธอรู้สึกถึงหวนคิดถึงในขณะเดียวกับที่เธอไม่สามารถเชื่อความจริงที่ว่าตอนนี้เธออยู่ที่นี่ได้

ยังมีความทรงจำในของตัวเธอในอดีตอยู่ภายในใจของเธออยู่ พวกมันไม่ใช่ทั้งความเจ็บปวดหรือความสุข เป็นแค่วันคืนอันเต็มไปด้วยความซ้ำซากจำเจ – ตอนนี้พอมองย้อนกลับไปแล้ว ชีวิตเช่นนั้นเป็นเหมือนนรกที่ไม่มีวันจบสิ้น

เธอสั่นสะท้านในตอนที่นึกถึงเรื่องนั้น แม้จะไม่รู้ว่าทำไม แต่เธอก็ “กลับมามีชีวิตอีกครั้ง”

 

ถ้างั้น…แล้ว “นั่น” ล่ะ ?? ...

 

ไม่ใช่เพราะการวิ่งเต็มแรงเมื่อก่อนหน้านี้ แต่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เธอหลั่งเหงื่อเย็นเยียบด้วยความกลัว

 

ถ้าอยู่ที่นี่แล้ว ได้โปรดออกมาหาฉันทีเถอะ...

 

ชีกะเรียกขานภายในตัวเองระหว่างที่ชูมือไปข้างหน้าอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เธอหลับตาแน่นเพื่อรอสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

แต่...ไม่มีอะไรเกิดขึ้น “มัน…ไม่อยู่ที่นี่เหรอ?”

เธอลืมตาเพื่อมองไปรอบ ๆ อีกครั้ง เหงื่อเย็น ๆ ไหลเป็นสายลงมาที่คอของเด็กสาว เธอไม่เห็นเงาของ "สิ่ง" ที่เธอหวาดกลัว ดังนั้นเธอจึงรู้สึกถึงความคาดหวังดี ๆ เกิดขึ้นข้างใน แต่เธอก็ยังรู้สึก...ถึงความกังวลที่พวยพุ่งออกมาเช่นกัน

 

จริง ๆ น่ะเหรอ? ...

 

ระหว่างที่เธอกำลังสงสัยว่านี่คือความฝันหรือเปล่า เธอสังเกตเห็นเด็กหนุ่มผู้สวมเสื้อนอกสีดำกำลังหอบในขณะที่พิงเข้ากับส่วนหน้าของรถก่อสร้าง เด็กหนุ่มคือคนที่ลากชีกะมายังที่แห่งนี้

 

เขาดูเหมือนจะเป็นนักเรียนม.ธรรมดา แต่ทำไมเด็กที่น่าจะประพฤติตัวดีแบบเขา...

 

ชีกะเริ่มคิดขณะที่มองดูรูปลักษณ์ภายนอกของเด็กหนุ่ม

 

ความรู้สึกนี้คืออะไรกันนะ?……

 

เธอไม่รู้ว่าทำไม แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เธอไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้ เพียงแค่มองไปที่เขา เพียงแค่อยู่ข้าง ๆ เขา อารมณ์ของเธอจะลุกฮืออย่างรุนแรงข้างในตัว มันไม่ใช่ผลจากการที่เธอรุดโผมาที่นี่ แต่น่าจะเป็นความรู้สึกคิดถึงอันอบอุ่นที่แสนวิเศษมากกว่า

 

“เอ่อ… คือ…”

 

ชีกะพูดอย่างสุภาพต่อเด็กหนุ่ม

 

ทันใดนั้น เด็กหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นราวกับว่าเขาเพิ่งตื่นขึ้นจากอาการช็อค พูดด้วยใบหน้าขึ้นสีและแตกตื่น

 

“ขอโทษนะ! พวกเราเพิ่งเจอกัน แต่กลับต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้....” “คือ...เรื่องนั้น... ไม่หรอกค่ะ...”

 

หลังจากเห็นชีกะส่ายหัว เด็กหนุ่มก็แสดงท่าทีโล่งอกทันที จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีครามและพ่นลมหายใจเป็นหมอกขาว

 

“ดีเลย ถ้าคิดว่าผมน่ารำคาญ งั้นผมคงไม่มีทางได้คุยด้วยอีก”

“เอ๋…?”

“อะ ไม่...ไม่มีอะไรหรอก อะ ฮะ ฮะ...”

 

เด็กหนุ่มใช้รอยยิ้มปกปิดเอาไว้

 

ผลจากของพฤติกรรมแปลก ๆ ของเด็กหนุ่ม อารมณ์ของชีกะก็สงบลงจนถึงจุดที่เธอสามารถยิ้มได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

กี่ปีแล้วนะที่เรายิ้มอย่างนี้ได้?

         

เป็นเวลายาวนานจริง ๆ กว่าจะได้สัมผัสกับความรู้สึกแบบนี้อีกครั้ง นานมากจนมันจะทำให้ผู้คนรู้สึกสะทกสะท้อนใจ

ชีกะจ้องมองภาพลักษณ์ภายนอกของเด็กหนุ่ม เขาเป็นนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาที่สามารถพบเห็นได้เกือบทุกที่จริง ๆ บอกตามตรงแล้วเขาดูธรรมดามากเกินไปสักนิด

 

“อ่า… คือ…ผม…”

“อ๊ะ คะ?”

“ผมชื่อคุสึริยะ ไดสึเกะ เอ่อ…ขอถามชื่อเธอได้รึเปล่า?” หลังจากถูกไดสึเกะถาม เด็กสาวก็ตกอยู่ในความเงียบ ไม่ว่ายังไงเขาก็ดูธรรมดาเกินไปหน่อยนะ

ความทรงจำทั้งหมดที่ควรหายไปนั้นถูกปลุกขึ้นมาด้วยเหตุผลบางอย่างที่ไม่ทราบสาเหตุ มันเกือบจะเหมือนกับปาฏิหาริย์ ไม่สิ ความจริงแล้วเพราะตอนนี้เธอจำได้แล้วว่าเธอเคยอยู่ในสถานการณ์แบบไหนมาก่อน เธอจึงรู้ดีว่าเธอไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับคนแปลกหน้าไปมากกว่านี้ แต่ปากของเธอก็ยังขยับไปเองตามธรรมชาติเหมือนกับคราวก่อนนี้ที่ชานชาลา

 

“อันโมโตะ...ชีกะ ค่ะ”

แม้ว่าคำตอบรับจะถูกพูดออกมาค่อยมาก แต่มันก็เป็นการกล่าวอย่างมั่นใจ “คุณอันโมโตะ…ใช่ไหม?”

 

เด็กสาว ชีกะพยักหน้าเบา ๆ “ถ้าอย่างนั้น…”

ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มชื่อคุสึริยะ ไดสึเกะต้องการจะพูดบางอย่าง

 

“คุณอันโมโตะ! ปะ…เป็นเพื่อนกับผมจะได้รึเปล่า!” “อะ…เอ๋?”

ชีกะเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจในตัวเด็กหนุ่ม ในที่สุดเขาก็พูดหลังจากพยายามเค้นออกมาเป็นเวลานาน “อ๊ะ…ให้ผมอธิบายก่อน ผมไม่ได้พยายามจีบหรืออะไรหรอกนะ! อืม… จะพูดยังไงดีล่ะ…” ชีกะจ้องที่เด็กหนุ่มเบื้องหน้าเธอ

อยากเป็นเพื่อนด้วย?

 

เด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอพูดเช่นนั้นจริงๆ

 

เพื่อน…

 

คลื่นแห่งความสับสนระลอกแล้วระลอกเล่าซัดอยู่ภายในตัวชีกะ “ตอนที่ผมเห็น ผมก็รู้สึก…อยากจะคุยด้วยน่ะ...”

การแสดงออกบนใบหน้าของไดสึเกะเต็มไปด้วยความคาดหวังและความไม่สบายใจขณะที่รอให้ชีกะตอบกลับ

ชีกะรู้สึกเหมือนบางสิ่งที่อบอุ่นหลั่งไหลเข้ามาในหัวใจของเธอ นอกจากนี้แล้วยังมีบางสิ่งที่เธอรู้สึกอยู่ลึกลงไป ข้างในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจเธอนั้น...ความรู้สึกที่เริ่มเปลี่ยนไป แก้มของชีกะซึ่งขึ้นสีเล็กน้อยเริ่มแย้มบานออกมาเป็นรอยยิ้ม...

 

“…ได้สิ”

 

เธอพยักหน้ากลับเบา ๆ

 

เด็กหนุ่มคุสึริยะ ไดสึเกะดูเหมือนจะมีความสุขมากกับคำตอบของชีกะ

 

อย่างไรก็ตามเมื่อไดสึเกะพยายามขอเบอร์โทรศัพท์ของชีกะ เธอส่ายหัว เธอรู้อยู่แล้วว่าเธอจะไม่มีทางมีของอย่างโทรศัพท์มือถือ เมื่อไดสึเกะได้ยินดังนั้นก็ดูเหมือนจะค่อนข้างประหลาดใจ

 

ชีกะถามตัวเองว่า ทุกวันนี้การพกโทรศัพท์มือถือควรเป็นเรื่องปกติงั้นเหรอ?

 

ชีกะพยายามระลึกถึงความทรงจำในอดีตของเธอก่อนที่เธอจะกลับมายังเมืองนี้ มันอาจเรื่องจริง เพราะเธอไม่ได้เห็นทีวีมาเกือบสี่ปีแล้ว จากสิ่งที่เธอสามารถนึกได้มากที่สุดก่อนช่วงเวลาสี่ปีนั้น คือตอนที่โทรศัพท์มือถือเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ

ท้ายที่สุดชีกะก็ถามเบอร์โทรศัพท์ของไดสึเกะแทน และทั้งสองคนก็แยกทางกัน ไดสึเกะดูจะไม่พอใจมากที่ต้องไปโรงเรียน ชีกะเลยพูดไปว่าเธอต้องไปโรงเรียนเหมือนกัน

ตอนที่พวกเธอกำลังจะกล่าวลากันไดสึเกะได้ถามชีกะว่าจะทำอะไรหลังเลิกเรียนหรือเปล่า ในตอนแรกชีกะรู้สึกลำบากใจ แต่เธอก็ยังตอบคำถามของเขาอย่างซื่อตรงว่า "ไม่มีอะไรมากเท่าไหร่"

จากนั้นไดสึเกะก็บอกว่าเขาแค่ต้องสอบไฟนอลเสร็จดังนั้นวันนี้จึงเป็นเวลาครึ่งวันสำหรับเขา และทั้งสองคนก็จบลงที่การตกลงกันว่าจะพบกันอีกครั้งในตอนเที่ยง

 

 “…จะทำยังไงดี?”

 

ชีกะพึมพำกับตัวเองระหว่างเดินไปตามถนนที่พลุกพล่าน สิ่งที่ไม่น่าเชื่อมากมายเกิดขึ้นติดต่อกัน และความคิดของเธอก็ไม่สามารถตามมันทันได้

 

ทำไมเรา–

 

เบื้องหน้านี้ คือสถานที่ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้สำหรับชีกะ เธอไม่รู้สาเหตุว่าทำไมเธอจึงมาอยู่ที่นี่ตอนนี้และทำไมทั้งหมดนี้ถึงเกิดขึ้นที่เมืองโอกะ

 

คนบนถนนดูเหมือนจะไม่สนใจชีกะที่นิ่งเฉย พวกเขายังคงเดินตามกระแสของคนข้างหน้าต่อไป

เมืองโอกะเป็นเมืองใหม่ที่เริ่มการพัฒนาอย่างรวดเร็วตั้งแต่สิบปีก่อน ดูเหมือนรัฐบาลตั้งใจที่จะทำให้เมืองนี้เป็นเมืองบริวารใกล้กับเมืองหลวงอันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความตั้งใจของพวกเขาในการพัฒนาเมือง เนื่องจากเมืองนี้ก็อยู่ใกล้กับชายหาดมาก มันจึงเติมเต็มบทบาทของสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งทำให้การพัฒนาทั้งหมดประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นไปอีก และเมื่อรู้ว่าคริสต์มาสอีฟกำลังจะมาในอีกสามวัน ทุกหนแห่งในเมืองใหม่นี้จึงเต็มไปด้วยเครื่องประดับสีแดง สีขาว และสีเขียว

 

ถนนไม่สม่ำเสมอที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาเริ่มแผ่ขยายออกไปเบื้องหน้าชีกะ

แม้ในอดีตเธอจะเคยเห็นภาพเหล่านี้ทุกวัน แต่เธอก็อดไม่ได้ที่อยากจะร้องไห้ในตอนนี้จากความรู้สึกคิดถึงที่กำลังถาโถมอยู่ข้างใน

 

เมืองที่ชีกะเกิดมา

 

สี่ปีก่อน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชีกะเป็นส่วนหนึ่งของเมืองแห่งนี้เหมือนกับเด็กสาวคนอื่น ๆ ที่กำลังเดินอยู่บนถนน เธอเคยเป็นมนุษย์ธรรมดาอย่างแน่นอน

ในขอบฟ้าอันไร้จุดสิ้นสุดที่เธอกำลังจ้องมองเข้าไป เบื้องล่างคือสถานที่อันน่ากลัวที่เธอไม่อยากกลับไปอย่างเด็ดขาด

แม้แต่ตอนนี้เธอก็ไม่ควรอยู่ที่นี่ เธอไม่มีความทรงจำว่าเธอหนีจากสถานที่อันน่ากลัวนั้นได้ยังไงและเธอมาถึงที่นี่ได้อย่างไร เธอสับสนกับเรื่องสิ่งต่อไปที่จะทำและที่ที่จะไปเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เพราะความทรงจำของเธอได้กลับคืนมา เธอจึงรู้ว่าเธอควรออกจากเมืองโอกะโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ สำหรับชีกะนั้นเมืองนี้อันตรายเกินไป

 

ชีกะหันหลังกลับ คิดจะออกจากเมืองนี้ทันที

         

          แต่

 

"เราควร...ทำอะไรล่ะ?"

 

เท้าของเธอหยุดลงทันทีขัดกับความประสงค์ของเธอ เธอหันกลับไปมองที่เมืองพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง เธอประสานมือที่หน้าอกโดยไม่ได้ตั้งใจและจับกันแน่น

เธอสัญญากับเด็กหนุ่มที่เธอเพิ่งพบกันว่าจะพบกันอีกครั้งตอนเที่ยงนี้

 

แม้ว่าตอนนั้นชีกะจะไม่เต็มใจ แต่หลังจากเห็นสีหน้าหมดหวังของไดสึเกะ เธอก็อดไม่ได้ที่จะยอมรับคำขอของเขา ถ้าชีกะทิ้งเขาในตอนนี้ ไดสึเกะจะเศร้าหรือเปล่านะ? ตั้งแต่แรกแล้วก็เป็นไดสึเกะที่อยากเป็นเพื่อนกับชีกะ

ชีกะมีความสุข เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนที่อยากเป็นเพื่อนกับคนอย่างเธอ นี่อาจจะเป็นครั้งแรกเลยด้วย ตอนเธอเป็นเด็กนั้นอาจเป็นเพราะเธอขี้อายและแสดงความเห็นของตัวเองไม่เก่ง เธอจึงไม่เคยเป็นเพื่อนกับใครเลย และตอนนี้เธอกำลังคิดจะผิดนัดกับคน ๆ นั้น –

 

“อึก…”

 

ความเจ็บปวดเล็กน้อยพุ่งแปลบผ่านหน้าอก และความเจ็บปวดนั้นก็ไม่ได้เบาลงแต่ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อไปถึงหัวใจ และท้ายที่สุดก็กระจายออก

“เราต้องรีบไปจากที่นี่…” ชีกะกัดริมฝีปาก

“ถ้าอยู่ถึงแค่เที่ยง งั้นมันคงไม่เป็นอะไรใช่ไหม? พอถึงตอนนั้นแล้วเราจะจบเรื่องทุกอย่าง…”

 

ในขณะที่ชีกะพึมพำกับตัวเอง เธอบังเอิญได้ยินเสียงพูดคุยระหว่างผู้ใหญ่สองคนที่ดูเหมือนจะเป็นพนักงานออฟฟิศใกล้ ๆ เธอ

 

“นี่ ไม่ใช่ว่านั่นคือกองกำลังป้องกันตนเองเรอะ? หรือว่า[มูชิทสึกิ]โผล่มาอีกแล้ว?”“เอาจริงเหรอเนี่ย? ที่นั้นอยู่ใกล้บ้านรุ่นพี่ของฉันล่ะ!”

ชีกะตกใจ

 

เธอมองไปในทิศทางที่พวกผู้ใหญ่กำลังดูอยู่ รถของกองกำลังป้องกันตนเองสามารถมองเห็นได้จากอีกฟากของถนน

 

“รุ่นพี่ของนายอาจเป็น[มูชิทสึกิ]ก็ได้นะเว้ย!”

“ถ้าจริงก็คงจะเจ๋งไปเลยน่ะสิ! ถ้าพวกเขาพารุ่นพี่ไปสถานโดดเดี่ยวที่เรียกอะไรพิเศษ ๆ สักอย่าง ถึงตอนนั้นฉันก็จะไม่ต้องฟังเขาสั่งสอนแล้ว!”

 “ไอ้โง่ ถ้ามันเป็นจริง มันก็ไม่เจ๋งเลยต่างหาก! คิดดูสิ ถ้าเกิด[มูชิทสึกิ]โผล่อยู่ภายในบริษัท ทุกคนก็จะรู้สึกขยะแขยงและลาออกน่ะสิฟะ!”

 

ชีกะเดินโซเซผ่านฝูงชน และเข้าไปในเงามืดข้างตึกจากนั้นก็ค่อย ๆ หยุดเดิน

“…..”

 

เธอหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อทำให้ตัวเองสงบลง อาการเจ็บหน้าอกที่เธอรู้สึกก่อนหน้านี้หายไปแล้วราวกับภาพลวงตา กลับกันความอ้างว้างและความเศร้าโศกที่อธิบายไม่ได้นั้นกลับบีบหัวใจของเธอแน่นแทน

 

“เรา…”

 

ความรู้สึกไม่สบายใจโอบล้อมชีกะขณะที่เธอยกมือขึ้นสูงในระดับไหล่

 

ถ้าอยู่ที่นี่แล้ว ได้โปรดออกมาทีเถอะ…

 

เธอหลับตาลง เรียกขานอีกครั้งด้วยแรงกดดันเหมือนคราวก่อน อย่างไรก็ตามปลายนิ้วของเธอยังคงไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เธอเปิดตาขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่มีอะไรบนฝ่ามือสีขาวของเธอเลย เสียงของความโล่งใจดังออกจากมุมปากของชีกะอย่างเป็นธรรมชาติเพราะการสูญเสียความเครียดอย่างฉับพลัน เธอรู้ทันทีว่าเป็นเพราะเธอถูกปลดปล่อยจากสภาวะกังวล

"นี่ไม่ใช่….ความฝันใช่ไหม?”

 

ชีกะจับมือของเธอแน่นเข้าดวยกันราวกับพยายามจะจับลมหนาว “บางทีก่อนเที่ยง เราควรไปเดินเล่นที่ไหนสักแห่ง…”

เธอกระซิบเบา ๆ เงยศีรษะของเธอขึ้นและเผยรอยยิ้มบาง ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ




NEKOPOST.NET