(นิยายแปล)My Master Disconnected Yet Again ยอดนักดาบจืดจาง ตอนที่ 6 | Nekopost.net 
NEKOPOST

(นิยายแปล)My Master Disconnected Yet Again ยอดนักดาบจืดจาง

Ch.6 - ขอเป็นศิษย์


เมื่อเฉินหยิงตื่นขึ้นมาจากการนอนกรน เธอก็พบว่าท้องฟ้ามืดลงแล้ว เธอไม่เห็นพวกกระต่ายหรือใครคนอื่นอยู่แถวนี้แล้วด้วย นอกเสียจากผู้ชายที่ยังคงสวมชุดสีขาวเปื้อนเลือดนั่งอยู่ตรงข้ามเธอและมองเธอด้วยสีหน้างงๆ

เฉินหยิงทำหน้าเหมอมองหน้าเขาซักพักเพื่อ รื้อความทรงจำว่าเธอเคยเจอเขาที่ไหน อ้อ ไอ้หนุ่มที่ฉันขุดหลุมให้นี้เอง

 “เกิดอะไรขึ้นกับพวกกระต่าย? พวกมันหายไปไหนกันซะหมดละ?” เธอหันมองซ้ายขวาแต่ก็ไม่พบแต่เธอเห็นว่ากระท่อมนั้นซ่อมเสร็จแล้ว และมันใหญ่กว่าเดิมด้วย จากกระท่อมฟางเล็กๆโทรมๆ เปลี่ยนกลายมาเป็นบ้านฟางใหญ่ขนาดห้าห้อง กระต่ายพวกนี้งานดีจริงๆ

“หลังจากที่พวกนั้นซ่อมบ้านของท่านเสร็จแล้ว พวกเขาก็กลัวว่าถ้าปลุกท่านจะรบกวนเวลานอน เจ้าปีศาจกระต่ายพวกนั้นเลยกลับกันไปก่อน” ยี่หลิงอธิบายขณะที่ชี้ไปที่อาหาร “ส่วนนี้ราชินีกระต่ายนำมาให้ท่าน แล้วฝากข้าบอกท่านด้วย ว่าเป็นส่วนของวันนี้”

“อื้อ” เฉินหยิงเกาหัวเธอพร้อมลุกขึ้นยืดบิดขี้เกียจ ก่อนจะเดินตรงไปที่ถาดวัตถุดิบที่กระต่ายเอามาให้แล้วหยิบขึ้นมาอันนึง ก่อนที่เธอขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ทำไมมันถึงเป็นแครทอีกแล้วละเนี่ย เฮ้อ…พวกกระต่ายนี้จริงๆเลย เมื่อวานเป็นกระหล่ำแดง วันนี้ตอนเช้าเป็นหัวไชเท้า แล้วเย็นนี้ยังจะเป็นผักกาดอีกเหรอ เฮ้อ อย่าบอกฉันนะว่าพรุ่งนี้จะมีกระหล่ำม่วงให้ฉันกินหน่ะ หน้าฉันจะขึ้นสีอยู่แล้ว”

ยี่หลิงที่เดินตามเธอจากข้างหลังมองผักต่างในตระกร้าแล้วคิดในใจ แม้แต่โสมน้ำแข็งกับผักกาดพันปี แม่หญิงท่านนี้ยังทำเหมือนกับว่ามันเป็นแค่แครอทธรรมดา สมอย่างว่า สูงสุดทำเหมือนสามัญ น่านับถือจริงๆ

“อา ชั่งมันละกัน ยังไงฉันก็ต้องกินมันอยู่ดีนั้นละหน่ะ” พอเธอคิดว่ามันเป็นแครท เธอก็ถอนหายใจออกมา เธอหอบแครทในมือและตะกร้าอีกใบหนึ่งที่เต็มไปด้วยผัก เธอเคี้ยวแครทแล้วเตรียมที่จะเดินเข้าบ้าน เธอหันกลับไปมองแล้วก็ยังเห็นยี่หลิงยืนอยู่ที่เดิม

“เฮ้ แล้วทำไมนายยังไม่ไปอีกละ” เธอพูดไปด้วยเคี้ยวแครทไปด้วย “นายเดินไหวนี้ใช่ไหม แล้วนายก็คงไม่คิดจะอยู่นี้หรอกนะ เพราะที่นี้ ฉันมีแค่แครทให้นายกินอย่างเดียวเท่านั้นละ” จากนั้นเธอก็ยื่นตะกร้าให้เขาเหมือนเชิญชวนให้เขาหยิบแครอทไปได้

ยี่หลิงรู้สึกอุ่นใจ เขาโค้งอย่างเคารพ แล้วพูด “ขอบคุณท่านมาก แต่เส้นลมปราณของข้าฟื้นฟูเต็มที่แล้ว ข้าไม่จำเป็นต้องกินแล้วละท่าน”

“อ้อ” เฉินหลิงไม่รู้ว่าเขากำลังพูดอะไร แต่เธอก็เดาได้ว่าเขาคงไม่ค่อยอยากกินแครอทเท่าไร  “งั้นฉันไปก่อนนะ”เธอพูดแล้วเดินตรงเข้าไปในบ้าน

“ท่านเฉินหยิง” เขาตะโกนเรียกเธอทันที

“ฮะ ?” เฉินหยิงหันมาหาเขา “มีอะไร ?”

ยี่หลิงขมวดคิ้วแล้วผ่อนคิ้วลง สีหน้าของเขาดูเหมือนอารมณ์มันตีกันหนักมาก สีหน้าเขาเปลี่ยนไปมา จากลังเลเป็นกังวลก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นสบายใจ ตามมาด้วยความลังเลอีกรอบ หลังจากนั้นซักพักเขาก็รวบรวมความกล้า ก่อนจะทรุดคุกเข่าลงกับพื้นแล้วก้มหัวลงจนหัวแทบจะโขกพื้น “ท่านโปรดข้าเป็นศิษย์ด้วยเถอะครับ!”

 “ฮะ ?” เธอตกใจในทันที เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ? ศิษย์อะไร ? เป็นศิษย์แล้วคิดว่าฉันจะสอนอะไรเขาได้ สอนให้ขี้เกียจตัวเป็นขนจนอยากนอนมันทั้งวันงี้เหรอ หรือสอนทำอาหารใหม้ เขาอยากต้องการอะไรกับฉันกันเนี่ย ?

“ข้าน้อยเป็นแค่นักดาบพเนจร ไม่มีบ้าน ไม่มีสำนัก ข้าจะเป็นนักพรตดาบธรรมะ และข้าเองก็หวังว่าจะใช้วิชาดาบที่ข้ามีขจัดมารและอธรรมทั้งหมดบนโลกใบนี้”ยี่หลิงพูดอย่างแน่วแน่ “ข้ารู้สึกโชคดีมากที่ได้พบกับท่าน และข้าก็ชื่นชมความชอบธรรมของท่านด้วย ข้าขออภัยในความตรงไปตรงมาของข้าที่ขอเป็นศิษย์ใต้ร่มเงาของท่าน แต่ข้าเองก็หวังว่าท่านจะรับข้าเป็นศิษย์ด้วยครับ”

เขาปฏิญาณตนขอเป็นศิษย์เสียงดังฟังชัดด้วยสีหน้ามุ่งมั่นจริงจังสุดๆ

“นี้…ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย ?” ปากเฉินหยิงกระตุก สมองเขายังปรกติดีอยู่เปล่าวะ หรือเขาแพ้แครท ใช่ ต้องใช่แน่ๆ มันต้องเป็นอาการข้างเคียงจากการแพ้แครอทแน่ๆเลยทำให้เพ้อได้ขนาดนี้

“ท่านเฉิน” สีหน้าของเขาดูเลื่อมใสมากขึ้นแล้วพูดต่อ “ท่านและข้าต่างเป็นแค่คนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกัน แต่ท่านได้ช่วยชีวิตข้าในยามที่ข้าพลาดท่า แถมยังดูแลข้าอย่างดีจนข้าหายดี ข้าเกรงว่าแม้แต่ในชาตินี้ ข้าก็ยังอุทิศชีวิต ชดใช้บุญคุณให้ท่านไม่หมดเลย”

“แล้ว....นายก็เลยแบบกะจะเกาะฉันไปเรื่อยๆเลยงี้เหรอ” อยากจะอยู่กับฉันจริงๆหน่ะเหรอ ปรกติก็จนอยู่แล้ว อยู่2คนยิ่งจนเข้าไปใหญ่เลยนะ แถมอาหารก็มีแต่แครอทด้วย ไม่ใช่ความคิดที่ดีเอาซะเลย

“ท่านโปรดอย่าเข้าใจข้าผิดไปเลย” เขาอธิบาย “ข้าชื่นชมท่านจากใจจริงข้าจึงอยากเรียนรู้วิชาจากท่าน ไม่ใช่เพียงแต่วิชาดาบหรือกำลังภายใน หากแต่เป็นเพราะข้าเคารพจรรยาและศีลธรรมในตัวท่านมากกว่า”

มันเป็นที่รู้กันในหมู่ผู้ฝึกตนว่าการฝึกทั้งจิตและใจเพื่อให้บรรลุความเป็นอมตะนั้นมันเป็นวิถีดั่งเดิมพื้นฐานอย่างนึง เช่นเดียวกันกับยี่หลิงที่อุทิศตนเดินทางสายเต๋าและมุ่งมั่นหวังกำจัดมารที่อยู่บนโลกทั้งหมด เขาเป็นนักดาบเพนรจร และเขาก็พบเจอคนมามากมายที่เป็นที่โด่งดังเป็นที่รู้จัก แต่กลับหลงในลาภยศและพลังอำนาจจนหลงลืมก้นบึ้งจุดประสงค์พื้นฐานของการฝึกจิตใจแล้วก็กลายเป็นมารในร่างมนุษย์ แต่ใครกันละที่จะสามารถละทิ้งความเห็นแก่ตัว ละทิ้งความหลงโลภโกรธ ทั้งหมดและคงไว้ซึ่งความเมตตาได้ แม้แต่ยี่หลิงเองยังไม่อาจมั่นใจได้เลยว่า เขาจะไม่หลงทางไปจากวิถีเดิม เขาเลยตัดสินใจที่จะมุ่งมั่นฝึกตนอย่างโดดเดี่ยว แทนที่จะไปเป็นศิษย์แล้วเดินทางตามคนอื่น เพื่อไม่ให้เขาหลงทางไปสู่ทางบาป ถึงแม้ว่ามีวิชาดาบที่ไร้เทียมทานแต่กำเนิดก็ตาม

แต่เฉินหยิงท่านนี้ เธอต่างไปจากคนอื่นๆ ระดับของเธอตอนนี้นั้นมันอยู่ในระดับที่ทุกคนได้แต่เฝ้ามองด้วยความชื่นชมอยู่ห่างๆ มันสูงเกินเอื้อมเกินไป แต่เธอเองกลับใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและสันโดษในกระท่อมกลางป่าโบราณอย่างเดียวดายตรงปากทางเข้าโลกปีศาจ เธอคนนี้ไม่ได้ไขว่ขว้าทั้งชื่อเสียงและเงินทอง เธอไม่ได้กลัวความตายแต่อย่างใดด้วย จิตใจที่มีความเมตตาโดยไม่ลังเลยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือคนแปลกหน้าที่กำลังยากลำบาก จิตบริสุทธขนาดนี้ แม้แต่เซียนเทพยังเทียบเธอไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

ตอนนี้ในใจของเขานั้นพลุ่งพล่านไปด้วยอารมณ์ตื่นเต้น ขณะรอผลตอบรับจากผู้(ที่กำลังจะ)เป็นอาจารย์ ท่านผู้นี้สำหรับเขาเปรียบเสมือนบ่อน้ำใสสะอาดบนโลกที่โสมมแห่งนี้ เขาต้องการที่จะเป็นเหมือนกับเธอ จิตใจแน่วแน่และแข็งแกร่งให้ได้เหมือนกับเธอ

“ข้าปรารถนาจะศึกษาวิชากับท่านมาก ท่านอาจารย์ โปรดเมตตาข้าด้วย!”

“นาย…เอาจริงเหรอเนี่ย ?” ไอ้หมอนี้มันต้องเมาแครอทจริงๆแล้วแน่ๆ เอาไงดีๆ โว้ยย ปัญหาเยอะจริงๆเลย ?

“ตะวันและจันทราตลอดจนสวรรค์และพรหมโลกช่วยเป็นสักขีพยานในความมุ่งมั่นของข้าได้!”

“เหอะ เหอะ…” เฉินหยิงหัวเราะแห้งๆก่อนจะตอบ

 “ไม่เอาอะ!”

ก่อนจะหันหลังเข้าบานแล้วปิดประตูใส่อย่างแรง

จะบ้าเหรอ ลูกศิษย์เนี่ยนะ?! ตอนประถมฉันยังเป็นบ๊วยของห้องมา2ปีซ้อนเลย จะไปเป็นอาจารย์ใครได้งะ

o(╯□╰)o

....

“ท่านเทพ เพื่อนท่านทำอะไรอยู่หน่ะ?” ราชินีกระต่ายไม่สามารถห้ามตัวเองไม่ให้ถามแล้วชี้ออกไปข้างนอกของบ้านแล้วพูดว่า “ข้าเห็นเขาคุกเข่ามาสามวันแล้วนะท่าน

“เพื่อนเหรอ” เฉินหยิงนิ่งไปสักพักหนึ่ง ก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่าราชินีกำลังพูดถึงยี่หลิง “อ้อไม่มีอะไรหรอก เขาแค่จริงจังมากไปหน่อยหน่ะ” ตั้งแต่วันนั้น ยี่หลิงก็ไม่ยอมลดละในการขอเป็นศิษย์เลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าเธอจะอดทนหรือบอกกับเขายังไงเขาก็ไม่ฟังเธออยู่ดี ความตั้งใจที่จะมาเป็นศิษย์ของเขานั้นแน่วแน่ไม่สั่นไหว เขาคุกเข่าที่หน้าบ้านเธอเป็นเวลาสามวันโดยไม่ลุกไปไหนและนั้นก็ทำให้ช่วงนี้เธอนอนไม่ค่อยหลับสนิทด้วย

เธอถอนหายใจอย่างเอือมระอากับสิ่งที่เขาทำ ถ้าเธอรู้ว่าเขาจะแพ้แครอทแบบนี้เธอคงไม่ให้เขากินแครทตั้งเยอะแยะหรอก

“เออแล้ว เอาของที่ฉันขอไว้มาให้รึยัง ?”เธอหยิบตระกร้าจากมือ(อุ้งเท้า)กระต่ายมาขึ้นมาค้นดู

“แน่นอนซิว่าข้าเอามาแล้ว” ราชากระต่ายรีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ฉันจะกล้าลืมของที่ท่านสั่งได้อย่างไรกันเล่า” กระต่ายหยิบเนื้อสัตว์ออกมาจากตะกร้าซึ่งนั้นรวมถึงเนื้อหมูเนื้อแกะและเนื้อวัวด้วย “เมื่อคืนข้าได้สั่งให้ลูกหลานของข้าวิ่ง50กว่ากิโลไปหาของพวกนี้มาให้จากเมืองมนุษย์ เนื้อพวกนี้คุณภาพดีและยังสดๆอยู่เลย”

“เมืองมนุษย์งั้นเหรอ ?” เฉินหยิงหันหลังกลับไปมองกระต่าย

ราชากระต่ายร้อนรนอธิบายอย่างไฟรนก้นว่า “ก็ ก็พวกเขาแปลงร่างเป็นคนและใช้ไข่มุกที่ได้จากหอยปีศาจแลกกับเนื้อพวกนี้ไง พวกข้าไม่ได้ไปขโมยหรือฆ่าใครซักน่อย”

“อ้อ ลำบากหน่อยนะ ” เธอหยิบชิ้นเนื้อแล้ววิ่งที่ห้องครัว หลังจากที่เธอนั่งเคี้ยวแครทมาตลอดหลายวันในที่สุดเธอก็ได้กินเนื้อสักที ในหัวของเธอตอนนี้เธอคิดถึงภาพเมนูอาหารต่างๆมากมายทั้งหมูผัดเผ็ด หมูตุ๋นซอส …แค่เธอคิดน้ำลายเธอก็ไหลแล้ว

แต่ปัญหาอย่างเดียวเลยก็คือ เธอทำอาหารพวกนั้นไม่เป็น!

จ๊อกกกกก-------(╯_╰)b




NEKOPOST.NET