(นิยายแปล)My Master Disconnected Yet Again ยอดนักดาบจืดจาง ตอนที่ 11 | Nekopost.net 
NEKOPOST

(นิยายแปล)My Master Disconnected Yet Again ยอดนักดาบจืดจาง

Ch.11 - มาร


“ฮ่าๆ ในที่สุดระฆังปีศาจนี้ก็เป็นของข้า” ใครคนนึงปรากฏตัวขึ้นมาท่ามกลาวงแหวนเวทและขวากหนาม อายุ40-50ปลายๆสวมชุดผ้าคลุมสีดำปิดหน้าปิดตาด้วยผ้าสีดำ แต่ดูจากน้ำเสียงแล้วเหมือนจะตื่นเต้นกับกล่องดำที่ชิงมาจากนายน้อยที่ทำหลุดมือไปอยู่

“เป็นเจ้าเองซินะ!” ทันทีที่นายน้อยหลูปลุกผู้หญิงที่ยืนหลับอยู่ข้างๆ เขาก็มองไปที่ชายคนนั้น

“ท่านรู้จักเขาเหรอ ?” ยี่หลิงถาม

“เขา... เขาเป็นคนที่ประมูลวัตถุธรรมแข่งกับข้าเมื่อกี้” ท่านลูเหลือบมองไปที่ชายคนนั้นผู้ซึ่งมีใบหน้าที่ถูกปกปิดด้วยผ้าสีดำเขากลับตอบกลับว่า “ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะเป็นฝ่ายมาร”

“หึ ไอ้เด็กเมื่อวานซืนเอ้ย!” ฝั่งมารหยิบวัตถุธรรมรูปร่างคล้ายระฆังออกมาจากกล่อง แล้วจ้องมองไปที่นายน้อย“ระฆังปีศาจนี้ควรจะเป็นของฝั่งอธรรมมาตั้งแต่แรกแล้ว เด็กเมื่อวานซืนอย่างเจ้ากล้าดียังไงมาแย่งของไปจากข้า!”

“ไร้สาระหน่ะ วัตถุธรรมมันไม่ใช่สิ่งของที่มีวิญญาณ มันไม่มีเจ้าของตายตัวหรอก แต่ข้าตั่งหากที่เป็นคนซื้อ ส่วนเจ้าหน่ะเป็นขโมย”

“หึ เจ้าซื้อได้ก็จริง แต่มาดูกันดีกว่าว่าเจ้าจะได้มีชีวิตอยู่ใช้มันไหม” พูดจบแล้วเขาก็สะบัดมือ1ครั้ง ขวากหนามและเถาวัลย์จำนวนมหาศาลพุ่งขึ้นจากพื้นตามบัญชา และพุ่งเลื่อยตรงหาพวกเขาทันที

ยี่หลิงก็วิ่งตรงเข้าหาหนามที่ตรงเข้ามาทันที เพลงดาบตวัดกวัดไกวไปอย่างพลิ้วไหวฟาดฟันไปบนเถาวัลย์เหมือนกับว่ากระบี่มีชีวิตของมันเอง ภายในชั่วพริบตา พุ่มที่แน่นไปด้วยขวากหนามก็ถูกหั่นเป็นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วร่วงลงมากับพื้น

 “จอมยุทธระดับแกนทองคำงั้นเหรอ?!” ปีศาจตนนั้นขมวดคิ้ว ใบหน้าของเขาตอนนี้นั้นเริ่มมีความกลัวแฝงเข้ามา แล้วเขาก็จ้องมาที่นายน้อยหลูที่ยืนอยู่ใกล้ๆ “ไอ้เด็กเวรเอ้ย ไม่คิดเลยว่าจะมีจอมยุทธฝีมือดีคอยคุ้มกันด้วย.. แต่แย่หน่อยนะ...” เขาร่ายมนตร์เพื่อปลดผนึกแล้วยิ้ม “ที่พวกเขาต้องมาเจอกับข้าที่นี้ พวกเจ้าทั้งหมดก็ตายไปพร้อมๆกันเนี่ยละ”

วินาทีต่อมาวงแหวนเวทบนพื้นก็เปลี่ยนเป็นสีแดงและเถาวัลย์ที่เคยถูกสับลงก็แตกตัวกลายเป็นควันดำลอยขึ้นมาจากพื้นดินเป็นจำนวนมาก ในชั่วพริบตานั้นทั้งป่าปกคลุมไปด้วยหมอกควันและอากาศที่เย็นยะเยือก

“นี้มัน หมอกพิษงั้นหรอ!” ยี่หลิงจับดาบไว้แน่นแล้วหันหลังกลับมาเตือน “ถอยไป ปิดหูปิดตาไวด้วย อย่าสูดดมหมอกพิษเข้าไปเชียว””

นายน้อยหลูรีบทำอย่างที่เขาบอก ก่อนจะเริ่มสร้างเขตอาคมป้องกัน แล้วเตือนผู้หญิงที่ยืนหลับอยู่ข้างๆเขาว่า “ท่าน เข้ามาอยู่ในเขตอาคมเร็วเข้า หมอกพิษนั้นอันตรายน่าดูเลยนะ”

แต่เสียงที่ตอบกลับมานั้นกลับเป็นเสียงกลน

“…”

ยัง…ยัง…ยังหลับอยู่ นี้เธอเดินละเมอมาตลอดทางถึงนี้เลยรึไงวะเนี่ย

(╯°Д°)╯(┴┴

หมอกพิษนั้นเริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ทำให้รอบข้างทางมืดลง ขากหนามก็โผล่ออกมาจากวงแหวนเวทนั้นเรื่อยๆ และใช้หมอกพิษนั้นเป็นเหมือนโล่กำบังสายตา แล้วโจมตีรุกหนักเข้ามาเรื่อยๆ ยี่ฉิงเองก็ฟันหนามนั้นขาดท่อนแล้วท่อนเล่า แต่เขาก็สังเกตุเห็นว่าฝ่ายมารนั้นตั้งใจเล็ง2คนข้างหลังมากกว่า

ดูเหมือนว่าฝั่งมารตนนั้นไม่ได้ตั้งใจจะขโมยแค่ของอย่างเดียว แต่เขาก็ต้องการที่จะฆ่านายน้อยหลูด้วย ยี่หลิงขมวดคิ้วของเขา ก่อนที่จะรวบรวมพลังลมปราณทั้งหมดในร่างกายของเขาเพื่อปลดปล่อยพลัง ก่อนจะสร้างดาบพลังงานขึ้นมา10เล่มรอบตัวเขา ก่อนที่แสงสว่างวาบเกิดขึ้น ตอนที่ดาบพวกนั้นพุ่งตัดผ่านทุกอย่าง ทั้งขวากหนาม หมอกพิษ รวมไปถึงวงแหวนเวทที่ฝั่งมารสร้างขึ้นด้วย

วงแหวนเวทใต้เท้าของฝั่งมารแตกกระจายออกมาพร้อมกับดาบพลังงานของยี่หลิงที่แทงทะลุน่าอก เขากระอักเลือดออกมาแล้วมองเขม็งยี่หลิง “บ..บ้าหน่า เป็นไปได้ยังไงกัน วงเวทมารของข้า... แก เจ้าจอมยุทธกระบี่บ้าเอ้ย!” ระดับจอมยุทธของอีกฝ่ายนึงมันเหนือกว่าเกินไป ปรกติวงแหวนเวทแบบนี้ มันไม่มีทางที่คนธรรมดาหรือนักดาบปรกติจะทำลายทิ้งได้ – มีเพียงแต่จอมยุทธกระบี่ระดับสูงเท่านั้นที่จะทำแบบนั้นได้

จอมยุทธกระบี่ในโลกนี้นั้น คือคนที่ฝึกวิชาดาบเต๋า ที่มุ่งเน้นฝึกวิชาดาบในมือ ให้จิตใจและดาบเป็นหนึ่งเดียวกันโดยไม่พึ่งพิงเวทมนตร์หรือคาถาใดๆ วิชาสายนี้นั้นจะต้องอาศัยแรงกายและแรงใจของผู้ฝึกเองล้วนๆ เพราะงั้น มันจึงมักจะแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนแขนงอื่นๆในระดับเดียวกัน หาผู้ใดเทียมได้ยาก แล้วจอมยุทธในโลกนี้จริงๆแล้วก็มีระดับสูงน้อยมากด้วย แต่คนที่ฝั่งมารกำลังเจออยู่ตอนนี้ คือจอมยุทธกระบี่ ระดับแกนทองคำของจริง  

 “ข้ามีนามว่ายี่หลิง เป็นจอมยุทธกระบี่” ยี่หลิงพูด

“ยี่หลิงงั้นเหรอ” อีกฝ่ายตกใจเมื่อนึกถึงบางอย่างในขณะที่ใบหน้าตอนนี้ของเขาซีดเผือกเหมือนกระดาษ “เจ้า... เจ้าคือคนที่สังหารรุยมิ!” สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแล้วไม่รอให้ยี่หลิงตอบใดๆ เขาซัดควันพิษรูปกระโหลกเข้าจู่โจมก่อนที่ตัวเองจะตั้งท่าหนี

ยี่หลิงเปลี่ยนท่าดาบเพื่อฟันฝ่าควันพิษนั้น ก่อนที่จะใช้ดาบพลังงานรอบกายเขาพุ่งไปทางที่ฝั่งมารไป และมันก็ได้เข้าล้อมฝั่งมารไว้หมด จนกลายเป็นกับดักที่มีแต่ฝั่งมารอยู่ด้านใน

มารคนนั้นลนลาน เขาพยายามที่จะฝ่าออกไปจากวงดาบนั้น แต่ก็ไม่เป็นผลอะไร ตอนนี้ใบหน้าของเขาซีดเผือกจนไม่มีเลือดฝาด เขาลนมากกว่าเก่าเมื่อเห็นยี่หลิงเดินตรงเข้ามาเรื่อยๆ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจโยนวัตถุธรรมที่ขโมยมาทิ้ง

“นี้..นี้ไง เอาไปเลย ข้าไม่เอาแล้ว ไหนๆก็ได้ของคืนแล้วช่วยปล่อยข้าไปทีเถอะ ข้าก็แค่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เท่านั้นเอง ข้าขอร้องละ!”

“เจ้าเป็นฝ่ายอธรรม” ยี่หลิงก้าวเข้ามาใกล้เขาอีก “และนี้ก็คงไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าฆ่าคนแล้วขโมยของ ก่อกรรมไปทั่ว ถ้าข้าปล่อยเจ้าไป เจ้าก็จะกลับไปทำอย่างเดิมอีก ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปอีกแล้ว”

เขายกดาบขึ้นสูงเมื่อสิ้นคำพูดเขาและอาบดาบของเขาด้วยพลังลมปราณก่อนจะพุ่งแทงดาบตรงไปที่ฝั่งมารตรงหน้า

 “ไม่ๆ อ้ากกกกกกก....” เฒ่าฝั่งมารตะโกนออกมาด้วยความหวาดกลัว และก่อนที่ดาบนั้นจะเสียบทะลุร่างของมัน-เสียงระฆังก็ดังขึ้น-วัตถุธรรมรูประฆังนั้นก็ส่งเสียงพร้อมตกลงมาตรงหน้าของยี่หลิงพอดี

“ท่านจอมยุทธระวัง!” นายน้อยหลูตะโกนออกมา

ดาบในมือของยี่หลิงชะงักก่อนที่ร่างกายจะตอบสนองด้วยการหลบวัตถุธรรมนั้น แต่ในตอนนั้นเองที่ฝั่งมารหลุดจากจองจำกระบี่ แล้วจ้วงฝ่ามือตรงเข้าจู่โจมหน้าอกของยี่หลิง

ไม่โดน

แต่ถึงจะไม่โดน ดูเหมือนว่าเจ้านั้นจะหยิบอะไรบางอย่างไปด้วย!

แย่ละ

“แท่นกลืนวิญญาณ!”

“ฮ่าๆ…” ฝั่งมารนั้นถือแท่นกลืนวิญญาณในมือพร้อมทั้งปล่อยควันพิษออกมาทันทีที่หลุดจากจองจำ “หลอกง่ายเหมือนกันนี้เจ้าหน่ะ 5555555”

เสียงหัวเราะเริ่มบ้าขึ้นและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “ตอนแรกข้าก็ว่าจะมาขโมยวัตถุธรรมเล็กๆซักหน่อย ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอแท่นกลืนวิญญาณที่นี้ แล้วเจ้าเองก็โง่พอที่จะเอาติดตัวไว้ด้วย! เจ้าคิดจริงๆเหรอว่ากรงดาบโง่ๆของเจ้ามันจะขังข้าได้!”

เขาตั้งใจโดนกรงดาบขังเพื่อที่จะได้โยนระฆังล่อก่อนที่จะโจมตีทีเผลอ เป้าหมายของเขาจริงๆแล้วคือแท่นกลืนวิญญาณของยี่หลิงตั่งหาก

ยี่หลิงงานเข้ากว่าเดิมอีก เขาสะเพร่ามากเกินไป ถึงแม้แท่นนั้นจะถูกผนึกอยู่ แต่วิญญาณร้ายก็ยังคงอยู่ในนั้น เขาเคยคิดว่าลมปราณของเขาอย่างน้อยก็น่าจะผนึกวิญญาณของแท่นไว้ได้ เขาจึงเอามันติดตัวมาด้วยเพื่อที่มันจะได้ไม่หลุดการควบคุม แต่เขาเองก็ลืมไป ว่าวิญญาณร้ายเพียงเล็กน้อยก็ถูกฝั่งมารเห็นง่ายโดยง่ายโดยที่คนอื่นๆมองไม่เห็น

“ปล่อยแท่นกลืนวิญญาณลงซะ!”

“ปล่อยงั้นเหรอ”ฝั่งมารยิ้ม “เจ้าคิดว่าข้าโง่เหมือนไอ้โง่รุยมิรึไง อุส่าห์มีของดีอยู่ในมือแล้วแท้ๆ จะมาแพ้เจ้าได้ไงกันเล่า! ถึงเจ้าจะเป็นจอมยุทธกระบี่ก็เถอะ แต่วันนี้เจ้าต้องมาสังเวยวิญญาณให้กับแท่นแล้วละ”เขาพูดก่อนจะร่ายพลังมารแล้วอัดมันลงในผนึกของแท่นทันที

“หยุดเดี๋ยวนี้!”ยี่หลิงพุ่งตรงไปหยุดเขาทันที แต่มันสายเกินไป ผนึกที่เขาใช้กับแท่นนั้นแตกลงแล้ว วิญญาณร้ายเริ่มโพยพุ่งออกมาทำให้อุณหภูมิรอบข้างลดลงอย่างรวดเร็ว

“5555555 แท่นกลืนวิญญาณเป็นของข้าแล้ว”ฝั่งมารหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก่อนจะมองดูวิญญาณร้ายที่ก่อตัวรอบตัวเขา “นับแต่นี้ไปก็จะไม่มีใครต้านทานพลังของข้าได้แล้ว วิญญาณนับล้านอยู่ภายใต้อาณัติของข้า และข้าก็จะเป็นราช...อั้ก!!!” ก่อนที่เขาจะได้พูดจบ เลือดของเขาก็กระอักออกปากซะก่อน สถานการณ์มันพลิกไปอย่างรวดเร็ว

กรงเล็บคมกริบ ทะลุหน้าอกของฝั่งมาร กรงเล็บนั้นไม่ได้มีรูปร่างที่แน่นอน แต่มันก่อตัวขึ้นจอกควันสีดำทมิฬ แต่มันก็เจาะทะลุหน้าอกของเขา แล้วถือเอาหัวใจที่ยังเต้นอยู่ของเขาเอาไว้แน่น

ฝั่งมารที่กำลังตกใจ ได้แต่มองหัวใจตัวเองสดๆที่พึ่งควักออกจากอก แต่เขาเจ็บปวดเกินกว่าจะทำอะไรได้ ก่อนที่กรงเล็บนั้นจะบีบหัวใจนั้นจนแตกกระจาย

“......”

“ราชันต์..ภูติ!”คำพูดสุดท้ายของฝั่งมาร ก่อนที่เขาจะสิ้นใจไป ดวงตาของเขายังคงเบิกกว้างมองคว้างบนท้องฟ้า 

จากนี้ในNekopost จะลงอาทิตย์ละตอนนะคะ ถ้าใครอยากติดตามต่อเร็วๆ สนับสนุนได้ที่ https://www.storynovelclub.com/novel/68045/ หรือ https://bit.ly/2Ky4y12 ซึ่งจะลงอาทิตย์ละ7ตอนคะ ขอบพระคุณที่ติดตามนะเจ้าคะ 




NEKOPOST.NET