(นิยายแปล)My Master Disconnected Yet Again ยอดนักดาบจืดจาง ตอนที่ 10 | Nekopost.net 
NEKOPOST

(นิยายแปล)My Master Disconnected Yet Again ยอดนักดาบจืดจาง

Ch.10 - งานพิเศษ


“เอ้า ถ้าไม่มีมุก ไม่มีตังก็หลบๆไปอย่ามาเกะกะขว้างทางคนอื่นเขา” ยามโบกมือไล่พวกเขาทั้งคู่ ก่อนที่จะเรียกให้คนถัดไป คนต่อไปที่เข้าแถวยื่นไข่มุกหนึ่งกำมือส่งให้เขา จากนั้นก็เดินเข้าวงแหวนไป

“ท่านอาจารย์…” ยี่หลิงรู้สึกผิดทันที หลังจากการต่อสู้กับรุยมิ แค่เขามีชีวิตอยู่รอดมาได้ก็ถือว่าปาฏิหาริย์มากๆแล้ว เขาเลยลืมไปสนิทเลยว่าสัมภาระของเขามันหายไประหว่างการปะทะ “มันเป็นความผิดของข้าเองละ ถ้าข้าไม่เอาแต่รีบเอาแท่นกลืนวิญญาณไปส่งที่สำนักเทวทมิฬละก็ ท่านคงไม่ต้องพาท่านมาลำบาก”

“เอ่อ…” เปล่า ฉันไม่มีเงินซักแดงติดตัวจริงๆนั้นละ

“ทำไมท่านไม่ลองเดินดูของในเมืองก่อนละ ส่วนเงิน50ไข่มุกนั้นไม่ได้มากมายนัก เดียวข้าหางานพิเศษแถวนี้ทำ และข้าก็น่าจะสามารถหาเงินเพียงพอสำหรับเดินทางก่อนพระอาทิตย์ขึ้นแน่นอน” เขาพูดอย่างมุ่งมั่น

“อา ชั่งมันเถอะ ไปด้วยกันดีกว่าหน่ะ” เฉินหยิงพยักหน้า “ช่วยกันทำงาน2แรงหาเงินได้เร็วกว่านะ” ก่อนที่เขาจะตอบอะไรเธอก็ลากเขาออกจากจตุรัสใจกลางเมือง

ยี่หลิงเองก็ดูเหมือนจะมีประสบการณ์ด้านนี้อยู่มากโข หลังจากถามไถ่ชาวบ้านแถวนั้นไปได้ซักพักหนึ่งแล้ว เขาก็พอจะรู้ข้อมูลมาแล้วเขาก็พาเธอไปยังอาคารสูงที่สุดในเมือง ก่อนที่เขาจะได้พบกับผู้ว่าจ้าง เขาทำความเคารพแล้วพูดต่อหน้าชายคนนั้นว่า “สวัสดีท่าน, ข้าได้ยินมาว่าที่แห่งนี้ต้องการการปกป้องงั้นรึ”

นายจ้างคนนั้นนอบน้อมและแสดงความเคารพกลับ ก่อนที่จะมองดูพวกเขาซักพักแล้วพูด “ท่านมาถูกที่แล้ว หอสมบัติของข้ากำลังจะมีการขนย้ายขุมทรัพย์หน่ะ ข้าเลยต้องการจอมยุทธที่แข็งแกร่งมาคุ้มกันซัก2-3คน? แล้วท่านคือ...”

“ข้าเป็นจอมยุทธกระบี่ ระดับแกนทองคำหน่ะ”

“จอมยุทธกระบี่ระดับแกนทองคำเลยเหรอ!” สจ๊วตนั้นยิ้มร่าและดูตื่นเต้นมากในขณะที่เขาโค้งคำนับอีกครั้ง “งั้นท่านก็คงเป็นระดับเจ้าแห่งเต๋าเลยซิท่า”

“ข้ามีคุณสมบัติพอจะรับงานนี้ไหมละท่าน”ยี่หลิงถ่อมตน

“โอ้ ระดับท่านสูงอย่างท่านต้องก็ต้องพออยู่แล้ว” ผู้ว่าจ้างคนนั้นฉีกยิ้มอย่างยินดี ของที่นำมาประมูลในวันนี้ก็พิเศษมากๆ ในตอนแรกเขาคิดว่าแค่ได้จอมยุทธขั้นแรกๆมาคอยคุ้มกันก็ดีพอแล้ว แต่นี้กลับเป็นจอมยุทธระดับแกนทองคำมารับงานแบบนี้ซะได้ “งานของท่านเพียงแค่ปกป้องผู้เข้าร่วมประมูลให้มาและกลับอย่างปลอดภัยหลังจากจบงานไปแล้วแค่นั้นเอง ค่าตอบแทนต่อการพาไปส่ง1รอบ ข้าจะให้หินวิญญาณระดับล่าง2ก้อน ท่านคิดว่าไง?”

ยี่หลิงคิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามว่า “ข้ามากัน2คนนะ หมายความว่าเป็นคนละ2ก้อนเหรอ ?”

“สองคนงั้นเหรอ?” ผู้ว่าจ้างนิ่งไปแล้วหันไปมองซ้ายขวาหลายๆรอบก่อนจะสังเกตเห็นเฉินหยิงที่ยืนอยู่ข้าง เอ๋ เดี๋ยวนะ คนๆนี้มายืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไรกัน ทำไมข้าพึ่งจะสังเกตเห็นได้ละ? พอมองดูดีๆแล้ว เธอเองก็ไม่ได้มีทั้งพลังลมปราณ แล้วก็ดูเหมือนมนุษย์ธรรมดาๆเอามากๆเลยด้วย แต่คนที่เธอมาด้วยนั้นกลับเป็นถึงจอมยุทธระดับแกนทอง ซึ่งก็ดูน่าเชื่อถือได้อยู่ เขาเลยถาม “เออ ท่าน.. ท่านมาที่นี่เพื่อรับงานคุ้มกันด้วยงั้นรึ? ขออภัยที่เสียมารยาท แต่ท่านช่วยบอกระดับของท่านหน่อยจะได้ไหม”

 “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันหน่ะ”

“…” ไม่รู้เหรองั้นเหรอ? แล้วจะมาคุ้มกันอะไรได้ละเนี่ย นายจ้างปากกระตุก แต่เขาเองก็ไม่อยากมีเรื่องกับจอมยุทธระดับสูงที่ยืนอยู่ข้างเธอ เขาเลยพูด “งั้น ท่านทั้ง2คน รวมกันได้หินวิญญาณระดับต่ำ รอบละ3ก้อนเป็นไงครับ”

“ตกลงเลย” เฉินหยิงพยักหน้า มันเป็นราคาเหมาก็จริง แต่เธอยังไม่รู้ว่าค่าเงินของที่นี้ 1ก้อนหินวิญญาณนั้น เท่ากับ 100มุกวิญญาณ ซึ่งเอาจริงๆ แค่ก้อนเดียวก็เพียงพอต่อการไปแล้ว

ยี่หลิงเองก็กำลังจะอธิบายแต่เขาก็ต้องกั้นคำอธิบายนั้นเอาไว้ไม่ให้หลุดออกจากปาก ใช่แล้ว ท่านอาจารย์คงไม่อยากให้เราทำอะไรโจ่งแจ้งแน่ๆ ขืนอธิบายไปต้องมีเรื่องแน่ๆ

 “พวกท่านตามข้ามา” นายจ้างเดินนำพวกเขาไปที่ชั้นสองและเมื่อพวกเขาไปถึงก็รับรู้ได้ทันทีว่าสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเสียงผู้คนที่กำลังตะโกนเลขราคาเพื่อประมูลสินค้ากันอยู่ เหมือนเป็นงานประมูลสินค้าย่อมๆได้เลย

นายจ้างให้พวกเขารอตรงบริเวณทางเข้าเล็กๆ ยี่หลิงก็เริ่มอธิบายเรื่องของงานชั่วคราวพวกนี้ งานที่พวกเขารับนั้นส่วนมากจะเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ โดยปรกติแล้วหลังจากที่พวกประมูลกันเสร็จแล้ว ผู้ว่าจ้างก็จะจ้างจอมยุทธพวกนี้เป็นเหมือนบริการหลังการขาย คอยส่งผู้เข้าร่วมประมูลให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัยไม่โดนดักตีหัวกลางทาง มันเป็นงานง่ายๆที่จอมยุทธระดับเริ่มต้นก็ทำได้ แถมได้เที่ยวไปในตัวด้วย

“ตอนที่ข้าพึ่งเป็นจอมยุทธระดับเริ่มต้นๆ ข้าเองก็รับงานแบบนี้อยู่เรื่อยๆเหมือนกัน ท่านอาจารย์ ท่านโปรดวางใจเถอะ เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ อาณาเขตไม่ได้กว้างอะไรมาก การเดินทางก็ไม่ได้ไกลมาก จบงานได้ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นแน่นอน ไม่เสียเวลาหรอกขอรับ”

“เค เค” เฉินหยิงพยักหน้า สรุปสั้นๆว่างานนี้ทั้งประหยัดเวลาและพลังงาน ว่าแต่… ไอ้จอมยุทธระดับเริ่มต้นนี้มันต้องขนาดไหนกันละเนี่ย

พวกเขารอเกือบสามชั่วโมง ท้องฟ้ามืดสนิทแล้วและมีเสียงประมูลที่ค่อยๆซาลง ผู้คนเริ่มทยอยออกกันมาเรื่อยๆ จนกระทั้งนายจ้างพาลูกค้าคนนึงเดินตรงมาหาทั้งคู่

 ยี่หลิงมองดูคนๆนั้น แล้วก็เห็นว่าเขายังหนุ่ม เป็นผู้ฝึกตนระดับ9 ใส่ชุดผ้าธรรมะระดับ3สวยงาม หมายความว่าเขาน่าจะเป็นนายน้อยจากตระกูลใหญ่โต ในมือของเขามีกล่องสีดำซึ่งก็น่าจะวัตถุธรรมที่เขาพึ่งจะประมูลมาได้

“ท่านจอมยุทธ ท่านผู้นี้คือนายน้อยหลู เขาเป็นลูกค้าที่ท่านต้องอารักขากลับไปวันนี้ ท่านต้องพาเขาไปส่งที่ฝั่งตะวันตกของคฤหาสต์ตระกูลหลู”

ยี่หลิงพยักหน้าก่อนที่จะพาชายหนุ่มคนนั้นออกมา ชายคนนั้นดูสุภาพมาก บางทีอาจจะเป็นเพราะเขาได้รับการคุ้มกันจากจอมยุทธระดับแกนทองคำด้วยละมั่ง เขาเลยดูตื่นเต้นไปตลอดการเดินทางเลย เขาพูดไม่หยุดเกี่ยวกับเรื่องการประมูลในวันนี้ เกี่ยวกับเรื่องวัตถุธรรมที่อยู่ในมือของเขาขณะที่พวกเขากำลังเดินไปฝั่งตะวันตกของเมือง

ตระกูลหลู ถือว่าเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในแถบนี้ แต่ที่พำนักของตระกูลกลับอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองชุนหยู อีกอย่าง พวกเขาต้องออกจากเมือง แล้วทะลุป่าไผ่หนาที่เต็มไปด้วยหมอกหนาทึบ ซึ่งไม่เหมาะกับการขี่กระบี่ไปอย่างยิ่ง ของที่ประมูลมาก็เป็นวัตถุธรรมระดับ4ที่หายาก นั้นเป็นเหตุผลที่ทำไมทางหอสมบัติจึงจัดจอมยุทธฝีมือดีที่สุดมาอารักขาแขกคนสำคัญคนนี้ เผื่อว่าจะมีใครดักทำร้ายแล้วชิงวัตถุธรรมไป

ส่วนเฉินหยิงเองก็ไม่พูดอะไรมาก แต่ก็แอบคิดอยู่ในใจ...ว่าทำไมไอ้งานประมูลนี้มันเลิกดึกจังงะ ง่วงงงโว้ยยยยย อยากนอนนน เดินกลางดึกแบบนี้ โคตรง่วงงงเลยยยย

 “ท่านจอมยุทธ พอเราเดินออกจากป่าไผ่แล้วก็จะถึงคฤหาสต์ของตระกูลหลูแล้วละขอรับ” นายน้อยหลูชี้ไปข้างหน้า “ขอบคุณท่านมากสำหรับการคุ้มกันข้าตลอดการเดินทางครั้งนี้ด้วย”

“มันเป็นหน้าที่ของข้าเอง ข้ายินดี” ยี่หลิงมองไปรอบๆก่อนจะพูดว่า “แต่ข้าก็เกรงว่าในป่าลึกเช่นนี้ อาจจะมีอันตรายได้”

“โถ่ว ท่านจอมยุทธ ไม่ต้องกังวลไปหรอก” หลู ไม่ได้สนใจคำพูดของยี่หลิง ก่อนจะพูดต่อว่า “เมืองฉุนหยูอาจเป็นแค่เมืองเล็กๆ แต่มันก็เงียบสงบมาโดยตลอด มันไม่ค่อยมีอะไรเกิดขึ้นหรอกหน่า”

“ปลอดภัยไว้ก่อนจะดีกว่านะขอรับ”

“ท่านจอมยุทธ ไม่ต้องกังวลไปหรอก เพราะถึงแม้จะขี่ดาบผ่านทางนี้ไม่ได้ แต่ว่าข้าเดินทางเส้นทางนี้บ่อย ยังไม่เคยเจอปัญหาอะไรเลย” หลูพูดอย่างไม่ระวัง “คงเป็นเพราะหัวหน้าหอสมบัติกังวลมากเกินไปหน่อย ยังไงเขาก็ยืนยันว่าอยากให้มีคนไปส่งข้าให้ได้ วัตถุธรรมระดับ4 ถึงจะหายากในแถบนี้แต่โลกภายนอกนั้นมันค่อนข้างหาได้ทั่วไปเลยทีเดียว คงไม่มีใครโผล่ออกมาขโ…”

ยังพูดไม่ทันจบประโยค ก็เกิดแสงวาบสีขาวขึ้นมาใต้พื้นของเขา แสงนั้นก่อตัวเกิดเป็นวงแหวนอาคม ก่อนจะทำให้ผืนแผ่นดินสั่นไหว และมีเถาวัลย์และพืชหนามออกมาจากวงแหวนอาคมนั้น ก่อนจะโพยพุ่งตรงไปหานายน้อยหลูทันที

นายน้อยหลูผงะตกใจ จนทำกล่องดำในมือหลุดมือไปที่เถาวัลย์ที่หมุนพันไปอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่เถาวัลย์จะมัดกล่องนั้นแล้วหดตัวกลับลงไปใต้ดินอย่างรวดเร็ว

 “วัตถุธรรมของข้า!!…”

“ระวัง!” ยี่หลิงคว้าแขนแล้วเหวี่ยงไปด้านหลังเขา ก่อนจะเรียกกระบี่ของเขาออกมาและฟันมันไปข้างหน้า ดาบลมปราณของเขาพุ่งไปที่เถาวัลย์นั้นอย่างรุนแรง เกิดแสงวาบตวัดไปมา จนเถาวัลย์นั้นขาดสบั้น แต่พอเส้นนึงขาด เถาวัลย์อีกนับ10ก็พุ่งออกมาจากพื้นเพิ่มอีกเพื่อเตรียมจู่โจม

ยี่หลิงผลักนายน้อยหลูให้ออกห่างจากโซนอันตราย ก่อนจะพูด “หลบหลังข้าไว้ แล้วก็อย่าออกห่างจากอาจารย์ข้าด้วย”

เขาทั้งตกใจแล้วก็งง นายน้อยหลูคิด เดี๋ยวนะ อาจารย์ อาจารย์ไหนอะ เขาหันไปมารอบๆก่อนจะเห็นหญิงสาวในผ้าคลุมสีเทา โผล่ออกมาเขาขนลุก

เดี๋ยวๆๆๆ อยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย ไม่ใช่ว่าข้าเดินทางมากับท่านจอมยุทธแค่2คนหรอกเหรอ แล้วคนๆนี้มาไงเนี่ย?

(⊙ o ⊙)

แต่พอนึกถึงคำบอกของท่านจอมยุทธแล้ว เขาก็อยู่หลบอยู่ข้างๆผู้หญิงคนนั้นทันที เพราะขนาดจอมยุทธระดับแกนทองคำยังเรียกเธอคนนี้ว่าอาจารย์ เธอก็คงจะเชื่อถือได้(มั้ง)และทำให้เขาปลอดภัยได้ละหน่า

“ขอบคุณท่านมากนะ”นายน้อยพูดอย่างสุภาพกับหญิงสาว แต่เธอกลับยืนตัวตรงแล้วก้มหัวลง แต่ไม่ตอบอะไรกลับ เขาก็คิดว่าเธอคงโกรธที่เขาเมินเธอโดยสิ้นเชิง(เรียกว่าไม่ทันมองจะดีกว่า) เขาเลยขยับเข้าไปใกล้ๆแล้วพูด “ขออภัยที่ข้าไม่ทันสังเกตเห็นท่าน ข้าคงอ่อนล้าจากการเดินทาง หวังว่าท่านคงจะไม่โกรธข้านะ ท่านจอมยุทธ... ท่านจอมยุทธ....ท่าน? ท... เดี๋ยวๆๆ”

จังหวะนั้นเองที่เขาได้ยินเสียงกรนเบาๆออกมา

เธอ หลับ อยู่ เนี่ยนะ

Σ(°△°|||)

“.....” หลับได้แม้กระทั้งในสถานการณ์แบบนี้เนี่ยนะ ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย?!

(จากผู้แปล ยี่หลิงกับนายน้อยหลู เป็น Cultivator ในลัทธิเต๋า(Dao) เหมือนกัน แต่ยี่หลิงเป็น Sword Cultivator จึงแปลแบบเรียบง่ายว่าเป็นจอมยุทธ ส่วนนายน้อยเองเป็น Cultivator เลยยังแปลว่าเป็นผู้ฝึกตนอยู่ สามารถแนะนำการแปลได้นะคะ)

 




NEKOPOST.NET