[นิยายแปล] เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า ตอนที่ 21 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปล] เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า

Ch.21 - เล่มที่ 1 บทที่ 21 โต้เถียงกับผู้อาวุโส


   

    เพื่อไม่ให้เป็นที่น่าสนใจให้คนสังเกตได้  ผู้อาวุโสเป่ยได้ตัดสินใจส่งหลินเฟิงไว้ข้างหลังภูเขาสถานที่พักของศิษย์สายนอก

 

        เมื่อหลินเฟิงลงมาสู่บนพื้นดิน เขาก็รีบเดินมุ่งหน้าไปหาหานหมาน เมื่อเขาเดินผ่านห้องพักของตัวเอง เขาแทบจะไม่หันหน้าไปมอง

 

        " หลินเฟิง "

 

        ขณะนั้นเอง ก็มีเสียงดังขึ้นมา เมื่อหลินเฟิงหันหน้ากลับไปมอง ก็พบว่าห้องที่ตัวเองพักอาศัยอยู ประตูเปิดอ้าอยู่ และหน้าประตูก็มีคนหนึ่งคนกำลังพิงประตูอยู่

 

        เหตุการณ์นี้ทำให้หลินเฟิงขยับม่านตาเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ เพราะห้องพักถือเป็นสถานที่ส่วนตัวของศิษย์แต่ละคน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนบุกรุกเข้าไปในห้องพักของตัวเอง แล้วยังอยู่ในห้องเขาอย่างไม่สำนึกอีก ถ้าหากว่าในห้องของเขาเกิดอะไรขึ้นมาล่ะก็ ?

 

        " เจ้าไม่รู้หรืออย่างไรว่าที่นี้มีกฎว่า ไม่ควรเข้าไปบุกรุกในห้องของคนอื่น ? " หลินเฟิงใช้น้ำเสียงเย็นชากล่าวขึ้น หลินเฟิงรู้จักศิษย์คนนี้ เขามีนามว่า โหวชิ่ง เขาเป็นศิษย์ที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในลำดับที่ 10 ขณะเดียวกัน เขายังทำหน้าที่เป็นผู้รักษากฎของนิกาย และด้วยฐานะนี้ทำให้หลินเฟิงรู้จักเขา และเขาเองก็รู้จักหลินเฟิงด้วย

 

        ในนิกายหยุนไห่ ม่อชั่งหลันมีศักดิ์เป็นผู้อาวุโสใหญ่ เขามีสถานะที่สูงส่ง มีหน้าที่รักษากฏ นอกจากนี้เขายังมีเจ้าหน้าที่รักษากฎของนิกาย ซึ่งเจ้าหน้าที่เหล่านี้มีอยู่ทั่วอาณาเขตนิกาย ทั้งในและนอกอาณาเขต โหวชิ่งก็เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่นอกอาณาเขต

 

        โหวชิ่งมักจะใช้อำนาจในฐานะศิษย์ผู้ควบคุมกฎนอกอาณาเขตนิกายของตัวเองในการข่มขู่ศิษย์อื่น แต่หลินเฟิงคิดไม่ถึงว่าเขาจะทำเกินไปขนาดนี้ ถึงขั้นบุกเข้าไปในห้องพักส่วนตัวของตัวเอง ทั้งที่ตัวเองเป็นผู้รักษากฏแต่กลับทำผิดกฏซะเอง

 

         " แน่นอนว่าข้ารู้ดี แต่สำหรับขยะอย่างเจ้า ไม่จำเป็นต้องมาใช้กฏอะไรทั้งนั้น " โหวชิ่งกวาดสายตามองไปทางอื่นขณะที่กล่าวขึ้น ไม่แม้แต่กระทั่งเหลือบมองหลินเฟิงเลยแต่น้อย ในสายตาของเขาแล้ว หลินเฟิงแทบจะไม่มีตัวตนเลย เป็นเพียงแค่ 'ขยะ' เท่านั้น

 

        " อีกอย่าง ตอนนี้เจ้าต้องไปกับข้า " โหวชิ่งกล่าวขึ้น

 

        " ไม่ว่าง " หลินเฟิงเริ่มก้าวเท้าเดินออกไป เพราะตอนนี้หานหนานมีอาการบาดเจ็บสาหัส ที่กำลังรอคอยยาเม็ดจากเขาอยู่ ส่วนโหวชิ่ง....คอยกลับมาคุย

 

        " หืม ? " เมื่อโหวชิ่งเห็นท่าทีของหลินเฟิงที่ไม่ได้ให้ความสนใจต่อเขา โหวชิ่งก็ชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาเปล่งประกายความอาฆาต แล้วเงาของเขาก็หายไปชั่วขณะ

 

        แล้วก็มีลมพัดเทมา ทันใดนั้นเบื้องหน้าของหลินเฟิงก็ปรากฏเงาขึ้น เงานั่นคือโหวชิ่งนั่นเอง

 

        โหวชิ่งรู้สึกพอใจกับพลังการเคลื่อนที่ของเขา และยิ่งเห็นหลินเฟิงขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดเช่นนี้ เขาก็ยิ่งได้ใจ ถึงอย่างไรในสายตาของเขาหลินเฟิงก็ยังคงเป็นเศษสวะ

 

        " ผู้อาวุโสของนิกายต้องการที่จะพบกับเจ้า หรือเจ้าจะไม่ไป? " โหวชิ่งแสดงสีหน้าเยาะเย้ยหลิงเฟิง ดูเหมือนเขากำลังรอดูหลินเฟิงขายขี้หน้าอยู่

 

        ผู้อาวุโสต้องการที่จะพบข้างั้นหรือ ? ” หลินเฟิงรู้สึกประหลาดใจ หรือจะเป็นเพราะเรื่องที่ลานประลองความเป็นตาย? เป็นไปไม่ได้ ผู้อาวุโสคงไม่ได้ไปบอกใครหรอก เพราะตัวเขาเองก็กำชับเราไม่ให้บอกใคร และถ้าหากว่าผู้อาวุโสท่านอื่นทราบเข้า ก็ไม่น่าจะเรียกใช้โหวชิ่งตามมาเรียกหาเราหรอก อีกทั้งเวลาก็ดูไม่สมควรด้วย

 

        แต่ในเมื่อผู้อาวุโสต้องการพบหลินเฟิง เขาเองก็คงไม่มีอะไรต้องปฎิเสธ

 

        " เจ้ารอสักครู่ แล้วข้าจะรีบกลับมา " หลินเฟิงวิ่งตัดหน้าโหวชิ่งไปหน้าตาเฉยด้วยเหตุนี้ยิ่งทำให้โหวชิ่งชักงักไปอีกครั้ง เจ้าคนนี้พอรู้ว่าผู้อาวุโสต้องการพบยังกล้าให้ตัวเขารออีก มันน่านัก แต่พอนึกถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นกับหลินเฟิงอีกสักครู่ โหวชิ่งจึงไม่โต้เถียงอะไรกับหลินเฟิง

 

        ไม่นานหลินเฟิงก็วิ่งเข้าไปภายในห้องของหานหมาน ไม่ทันพูดจาสักคำ เขาก็รีบหยิบเม็ดยาสามเม็ดออกมาป้อนใส่ปากของนานหนามทันที แล้วก็นั่งรอดูผลข้างๆตัวของเขา

        

        " หลินเฟิง นี่เจ้าไปหน้าผานั่นจริงๆหรอ? " จิ้งหยุนจ้องมองไปที่หลินเฟิง

 

        หลินเฟิงหยักหน้าเล็กน้อย หลินเฟิงไม่อยากโกหกจิ้งหยุน แต่เมื่อเขานึกถึงคำพูดของผู้อาวุโส เขาก็ไม่พูดอะไรต่อ

 

        จิ้งหยุนรู้สึกประหลาดใจ เมื่อเขามองไปที่แววตาของหลินเฟิงที่มั่นอกมั่นใจ เขาก็มั่นใจว่าหลินเฟิงไปที่หน้าผานั่นแล้วจริงๆ อีกทั้งยังเอาเม็ดยากลับมาด้วย หลินเฟิงก็น่าจะผ่านบททดสอบของหน้าผานั่นได้แล้ว

 

        หานหมานรู้สึกถึงคลื่นพลังที่แปลกประหลาดบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ในตัวของหลินเฟิง เขาลืมตาขึ้นและจ้องมองไปที่หลินเฟิง โดยไม่เอ๋ยปากพูดประโยคซาบซึ้งสักคำ แต่หัวใจและร่างกายของเขากลับมีความรู้สึกอบอุ่นใจไหลเวียนอยู่

 

        เพียงช่วงเวลาสั้นๆที่อยู่ด้วย " หลินเฟิง " คำสองพยางค์นี้ กลับถูกสลักลึกลงไปในก้นบึ้งหัวใจของหานหมานแล้ว

 

        หลินเฟิงยอมสังหารจิ่งเฟิงและยอมรับความผิดเพียงคนเดียว เขายังแบ่งปันแกนอสูรอันมีค่าที่ได้รับจากการฆ่าสัตว์อสูรที่เขาเป็นคนสังหารอย่างเท่าเทียม เขายังสามารถที่จะสังหารเจี่ยงฮ่วยและจิ่งห้าวด้วยตัวเองเพื่อให้มิตรสภาพได้รับชัยชนะ เขายังเลือกที่จะไปยังหน้าผาเพื่อที่จะช่วยเหลือหานหมานอีก ชั่งน่าประทับใจยิ่งนัก

 

        เพียงแค่เวลาช่วงสั้นๆ หานหมานก็รู้สึกได้ถึงอิทธฤทธิ์ของยาที่กำลังฟื้นฟูอย่างรวดเร็วในร่างกายของตัวเอง เขาไม่รู้สึกเจ็บปวดจากการแตกหักของกระดูกซี่โครง แต่เขาแค่รู้สึกคันเล็กน้อย ดูเหมือนว่าความรู้สึกคันนี้กำลังบ่งบอกว่ากระดูกกำลังเชื่อมต่อกันอยู่

 

        แม้แต่จิ้งหยุนก็รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของหานหมาน ไม่นานใบหน้าที่ซีดเซียวก็เผยสีหน้าชีวิตชีวาขึ้น จนทำให้จิ้งหหยุนเอ๋ยปากชมถึงฤิทธิ์ของเม็ดยานี้

 

        " สมกับเป็นเม็ดยาวิเศษจริงๆ " หลินเฟิงก็เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของหานหมานเช่นกัน ซึ่งบนใบหน้าของหานหมานเผยรอยยิ้มผ่อนคลายด้วย

 

        " หานหมาน เจ้าพักผ่อนไปก่อน ข้ายังมีอีกเรื่องที่ต้องรีบไปจัดการ งั้นข้าขอตัวไปก่อนน่ะ "

        

        

        ก่อนที่หลินเฟิงจะจากไป เขาได้เทเม็ดยาออกมาอีก 3 เม็ดบนฝ่ามือของเขา หลังจากนั้นเขาก็มอบให้กับจิ้งหยุนพร้อมกล่าวขึ้นว่า  " จิ้งหยุน เจ้าช่วยข้าดูแลหานหมานให้หน่อยน่ะ หากว่าอาการยังไม่ดีขึ้นอีกล่ะก็ เจ้าให้เขากินยานี้ต่อไปน่ะ "

 

        " ได้เลย หลินเฟิง เจ้าวางใจเถิด " จิ้งหยุนรับยาจากมือของหลินเฟิงพร้อมกับรับปาก หลังจากนั้นหลิงเฟิงก็จากไป

 

        หุบเขาเมฆพายุ ลานประลองความเป็นตาย หลินเฟิงเดินตามหลังโหวชิ่ง รอบข้างมีแต่ศิษย์จำนวนมาก ไม่รู้เลยว่าที่นี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง ถึงได้เรียกทุกคนมารวมตัวกันที่นี้

 

        อีกอย่าง ไม่รู้ว่าผู้อาวุโสท่านไหนต้องการพบตัวเอง ? ต้องการพบเพราะเรื่องอะไร?

 

        " ท่านประมุข ผู้อาวุโสม่อ ข้านำตัวหลินเฟิงมาแล้วขอรับ ” โหวชิ่งพาหลินเฟิงไปที่ลานประลองความเป็น และกล่าวออกไปด้วยความนอบน้อมต่อบรรดาคนที่อยู่บนลานประลองความเป็นตาย

 

        " นี้คือท่านประมุขหนานกงหลิง และผู้อาวุโสใหญ่ม่อชั่งหลัน "

 

        หลินเฟิงตกใจไม่กล้าสบตา เขาแทบคาดไม่ถึงว่าคนที่ต้องการพบตนนั่นเป็นบุคลคลสำคัญเช่นนี้ เมื่อเขามองไปรอบๆ หลินเฟิงก็เห็นฉู่จ่านเผิงและหลินเชียน หลินเชียนจ้องมองมาที่ใบหน้าของเขาอย่างเย็นชา

 

        " นางมาอยู่ที่นี้ได้อย่างไรกัน ?"

 

        " หลินเฟิง เจ้ารู้ถึงความผิดที่เจ้าได้กระทำไปหรือไม่? ” ม่อเสียกล่าวถามหลินเฟิงด้วยท่าทีคุกคามพร้อมเดินเข้าไปใกล้ๆ

 

        " ผู้อาวุโส ข้าไม่เข้าใจ ” หลินเฟิงส่ายหัว ม่อเสียเป็นถึงผู้อาวุโสที่มีอานุภาพทรงพลังร้ายกาจ แค่น้ำเสียงธรรมดา ก็ทำให้หลินเฟิงถึงกับตกใจกลัว

 

        " ไม่ทราบอย่างงั้นหรือ ? เจ้าเป็นเพียงแค่ศิษย์ แต่กลับไม่ให้ความเคารพแก่ผู้อาวุโส และยังทำร้ายลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง ดูถูกผู้อาวุโส อีกทั้งยังสร้างความอัปยศต่อนิกายหยุนไห่ของเราอีก เจ้ามันไอ้ขยะ ” ม่อเสียกล่าวหาหลินเฟิงอย่างรุนแรง ทั้งที่จริงๆแล้ว ตัวเขาเองเป็นคนที่เห็นด้วยที่จะมอบตัวหลินเฟิงแก่ฉู่จ่านเผิงจัดการเอง เดิมทีหลินเฟิงเป็นเพียงแค่ศิษย์สายนอกคงไม่มีใครสนใจ แต่การมาของฉู่จ่านเผิงกลับทำให้ผู้คนต่างพากันประหลาดใจ

 

        เพื่อปกปิดพฤติกรรมของตัวเองที่มอบศิษย์ของตัวเองให้กับคนนอกจัดการ เขาจึงทำได้เพียงแค่ตามคำพูด

 

        " น่าอัปยศ? ขยะ? ทำให้นิกายเสียหน้า? ” เมื่อหลินเฟิงฟังคำเหล่านี้ ดวงตาของเขาก็แฝงเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ แต่พอเมื่อจ้องมองไปที่หลินเชียน ทำให้เขาค่อยๆเริ่มเข้าใจในทันทีถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่เขาไม่เข้าใจนั่นคือ ทำไมผู้อาวุโสม่อถึงอยู่ข้างหลินเชียน เพราะถึงแม้เขาจะเป็นเพียงศิษย์สายนอกที่ไม่มีชื่อเสียง แต่เขาก็ยังถือเป็นศิษย์ของนิกายหยุนไห่คนหนึ่ง

 

        " ทำไมเจ้าไม่พูด กลัวล่ะสิ? ” ม่อเสียกล่าวอย่างเย็นชา ขณะที่มองไปยังหลินเฟิงที่ยืนอยู่เงียบๆ เขาก็กล่าวขึ้นว่า

 

        " ผู้อาวุโส ท่านได้แต่กล่าวหาว่าข้าและยังโยนความผิดให้ข้า ข้าเป็นเพียงศิษย์สายนอกต่ำต้อยคนหนึ่งเท่านั้น ที่คำพูดไม่มีความสำคัญอะไร ต่อให้ข้าพูดออกมาก็ไร้ประโยชน์ ใช่หรือไม่? " หลินเฟิงกล่าวด้วยความสุขุม แต่แฝงไปด้วยการประชดประชัน

 

        " บังอาจ " ม่อเสียตะโกนออกไป เขาคาดไม่ถึงว่าหลินเฟิงจะพูดเช่นนี้ออกมา คำพูดของหลินเฟิงที่ดูธรรมดา แต่แฝงไปด้วยความหมายที่ว่า ผู้อาวุโสท่านนี้ไม่ให้ความสำคัญต่อศิษย์คนธรรมดา อีกทั้งยังกล่าวหาลอยๆอีกด้วย

 

        " เจ้ากล้าเถียงข้ารึ! ข้าเป็นถึงผู้อาวุโสของนิกายหยุนไห่ ทำหน้าที่ดูแลงานหลวง ขยะอย่างเจ้าไม่เพียงไม่รู้จักยอมรับผิด แต่ยังกล้าเล่นหัวผู้อาวุโสซึ่งนับว่าเป็นความผิด หลินเฟิง เจ้ารู้ไว้เสียด้วย "

 

        " ข้าไม่ได้กล่าวอะไร ท่านนั่นแหละเอาแต่ยัดเยียดความผิดมาให้ข้า พอข้าเริ่มเอ๋ยปากพูดเจ้าก็หาว่าข้าไม่ให้ความเคารพต่อผู้อาวุโส และยังกล่าวหาข้าอีก ตัวข้าหลินเฟิงก็แต่อยากถามท่านอาวุโสเพียงเท่านั้นเองว่า ท่านทำงานงานหลวงอะไรหรือ ท่านกำลังทำงานเพื่อใครอยู่หรือ ? " สายตาของหลินเฟิงเผยแววตาอาฆาต พร้อมกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

 

        ตั้งแต่หลินเฟิงมาถึงก็ถูกม่อเสียกล่าวหาและยัดเหยียดความผิดให้ อีกทั้งยังด่าทอว่าเขาเป็นขยะ หลินเฟิงรู้ดีว่า ม่อเสียผู้นี้จะสร้างความลำบากให้แก่ตัวเขาเอง และไม่ว่าอย่างไรก็ตามการโต้เถียงของเขาก็ยังถือเป็นความผิด แล้วทำไมเขาจะต้องสนใจอะไรอีกด้วย ในเมื่อยังไงเขาก็เป็นคนผิดอยู่ดี?

 

        หลินเฟิงสบตาม่อเสียอย่างไม่กระพริบ ท่ามกลางศิษย์ของนิกายหยุนไห่

 



NEKOPOST.NET