[นิยายแปลWN] นักไสยศาสตร์ผู้ที่ไม่อาจเป็นผู้กล้าได้ ตอนที่ 2 | Nekopost.net 
NEKOPOST

[นิยายแปลWN] นักไสยศาสตร์ผู้ที่ไม่อาจเป็นผู้กล้าได้

Ch.2 - ตอนที่ 2 [เท็นชูกุ-จูจุซึชิ]


ความหนาวเย็นจากหยดน้ำได้กระทบลงบนเปลือกตา จนทำให้ชั้นลืมตาตื่น

 

“ยังมีชีวิตอยู่…”

 

ชั้นจำไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

 

ชั้นรู้สึกสับสนมึนงง และรู้สึกทึ่งที่ยังรอดชึวิตได้เช่นนี้

 

นั่นก็เพราะก่อนหน้านี้ชั้นพึ่งจะถูกก้นอันใหญ่ยักษ์ของคุณฟิตะบะกระแทกจนกระเด็นออกมาสู่ห้วงลึกที่มืดมิดข้างนอกห้องเรียนนั่นเอง

 

แขนและขาของชั้นยังอยู่ดี และยังไร้ซึ่งรอยบาดแผล

 

โชคดีโฮก !

 

แถมตอนนี้ชั้นรู้สึกว่าสามารถแต่งบทกวีเกี่ยวกับความงดงามของธรรมชาติออกมาได้เลยละ

 

เพราะว่าตรงหน้าของชั้นนั้น คือสวนธรรมชาติที่งดงาม

 

มันแผ่กว้างไกลออกไปข้างหน้า ภูเขาสูงที่อุตมสมบูรณ์สูงห้าร้อยเมตร อีกทั้งยังความงดงามของผืนป่าที่กว้างไกล

 

ชั้นคงยังไม่ได้ตายใช่ไหมเนี่ย…

 

คงไม่มีเส้นบอกทางหนีกลับไปสู่เมืองหรืออะไรแบบนี้ท่ามกลางป่าทึบหรอก

 

ประสบการณ์ท่ามกลางธรรมชาติที่ชั้นเคยเจอ ก็มีแต่ออกค่ายสองวันหนึ่งคืนกับเพื่อนซี้เท่านั้นเอง

 

แล้วก็มีทดสอบความกล้าอะไรอีกนิดหน่อย

 

แต่สิ่งตรงหน้านี่แบบว่า… ต้นไม้ ต้นไม้ แล้วก็ต้นไม้

 

แถมยังเป็นต้นไม้ที่กว้างขนาดต้องใช้คนห้าคนโอบอีกด้วย ถึงจะโอบรอบมันไหวได้

 

หญ้าเองก็สูงเหยียดฟ้าราวกับจะไปแทงทะลุสวรรค์ ใบของมันเองก็ใหญ่ยักษ์ผิดธรรมชาติจนแทบไม่เห็นพระอาทิตย์

 

ถึงที่นี่จะไม่มืดสนิทเหมือนทีแรก แต่หัวใจของชั้นกลับมืดมิดไปด้วยความสิ้นหวัง

 

“จริงสิ วงแหวนเวทมนต์ไง !”

 

ชั้นไม่คิดว่าตัวเองจะเก่งกาจอะไร

 

แต่ชั้นยังมีกระเป๋าใบนี้ ชั้นยังจำเรื่องที่ชายคนนั้นพูดถึงวงแหวนเวทได้อยู่

 

ชั้นเปิดกระเป๋า แล้วหยิบสมุดจดออกมา เปิดหน้าที่เป็นวงแหวนเวทมนต์ขึ้น แล้วรอ

 

รอ…

 

และก็รอ…

 

“เออ… เอามือไปทาบ แล้วร่ายบริกรรมคาถาสินะ ?”

 

ชั้นพยายามจดจำสิ่งที่จำได้ ...อืม คงมีเท่านี้นั่นละที่ต้องทำ

 

ชั้นไม่ได้ลืมในสิ่งที่ได้ยินจากในห้องเรียนนั้น

 

“เอาละ มาเริ่มกันเลย !”

 

หากคิดไปมากกว่านี้ พลายจะคิดติดลบไปเสียเปล่า ๆ

 

ว่าแล้วก็ลงมือลุยเลยดีกว่า

 

“โอ้ว แด่พระเจ้าเบื้องบนเจ้าข้า ได้โปรดช่วยมอบปาฏิหาริย์---”

 

ถึงวงแหวนเวทนี้จะถูกเขียนด้วยดินสอ แต่พอชั้นเอามือไปทาบและร่ายมนต์ มันก็เริ่มทำงานอย่างที่ว่าจริง ๆ

 

เส้นหมึกสีดำได้เริ่มส่องแสงสีขาวเจิดจ้า

 

ชั้นใจเย็น ตั่งจิตให้สงบ แล้วเริ่มร่ายมนต์ต่อ

 

“--โปรดมอบพลังเพื่อให้พวกเราอยู่รอดด้วยเถิด”

 

ร่ายต่อจนจบ

 

ทันใดนั้นเอง

 

“เหวอ !?”

 

ด้านหลังมือที่ว่างเปล่า ได้เกิดแสงสีแดงส่องสว่างในรูปลักษณ์เดียวกับลวดลายวงแหวนเวนมนต์บนหน้ากระดาษนั้น

 

ราวกับว่าลวดลายนั้นได้ถูกสลักลงไปอยู่ ณ ผิวหนังโดยตรง

 

“ว้ากกกกก !”

 

ชั้นกรีดร้องออกมา

 

ความเจ็บปวดแบบฉับพลันได้ถาโถมโจมตีร่างกาย

 

เจ็บ ๆ ๆ ๆ !

 

เจ็บโว้ย !

 

เสียงกรีดร้องแห่งความเจ็บปวดได้ดังก้องอยู่ภายในหัว

 

ความหวาดกลัวได้จู่โจม

 

ราวกับว่าร่างกายของชั้นได้ถูกตราตรึงด้วยบางสิ่งที่ชั่วร้าย

 

บางสิ่งที่เลวร้ายอย่างมาก…

 

ชั้นตายแน่

 

ชั้นรู้สึกเช่นนั้น

 

ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวได้เบือนหายไปกลายเป็นความมืดมิดอีกครั้ง

 

แล้วสติของชั้นก็จมดิ่งสู่ห้วงลึกอีกครั้ง

 

“...”

 

เสียง

 

"هوى، مؤمن أو ظهرت في عدة أيام"

 

ชั้นได้ยินเสียง

 

ช่วยพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นได้มั้ย ? พอดีว่าภาษาอังกฤษของชั้นมันเลวร้ายไปหน่อยนะ

 

"الآن، يمكنك حتى دون فهم، لا يهم"

 

โอเค ชั้นเข้าใจแล้ว แต่ยังไงช่วยพูดเป็นภาษา…

 

เดียว !?

 

ชั้นยังมีชีวิตอยู่ !

 

“-- ฮ่า !?”

 

ชั้นลุกขึ้นมาพร้อมกับเปิดเปลือกตาของตัวเอง

 

สติสตังยังอยู่ครบ ร่างกายยังอยู่ดี

 

ชั้นยังไม่ตาย..

 

“ชั้นยังไม่ตาย...ฮะ ฮะ ใช่ ยังไม่ตาย…”

 

หรือไม่ก็ชั้นได้มาปรากฏอยู่ที่ขุมนรกไปแล้ว

 

ที่ปรากฏอยู่ในดวงตานั้น มันก็คือสถานที่มืดมิดไร้แสง

 

เป็นพื้นที่มืดมิดแบบเดียวกับก่อนหน้านี้ที่เห้นจากในห้องเรียน

 

แต่จะอยู่ตรงไหนก็ไม่สำคัญแล้วตอนนี้ สิ่งสำคัญคือ…

 

"ليس مخيفا"

 

ไอเจ้าตัวที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงหน้าต่างหาก

 

สิ่งมีชีวิตที่กำลังพยายามพูดกับชั้นอยู่ตรงหน้านั้น ก็คือบางสิ่งบางอย่างที่รู้จักในชื่อว่า [กริม รีปเปอร์]

 

[กริม รีปเปอร์] สิ่งมีชีวิตรูปร่างกระดูกมนุษย์ในเสื้อคลุมสีดำทั้งตัว

 

โครกระดูกเปล่า ๆ ที่ไร้ซึ่งเนื้อหนัง แต่กลับมีแสงไฟชีวิตสะท้อนอยู่ในเป้าตาที่ว่างเปล่า

 

มันสูงกว่าชั้น

 

และด้วยความที่มันเป้นโครงกระดูกพูดได้ สามัญสำนึกของชั้นเลยยิ่งปลิวกระเด็นไปไกล

 

“เออ...ขอโทษครับ…”

 

ได้โปรดไว้ชีวิตลูกช้างตาดำ ๆ ด้วยครับ…

 

แต่พูดไปมันจะได้ผลเรอะ ? ให้ตายเถอะโยม คงจะได้ผลหรอกนะ

 

แถมมันยังพูดภาษาบ้าอะไรก็ไม่รู้อีก

 

“เออ---อั๊ก !?”

 

มือของกริม รีปเปอร์ได้พุ่งเข้ามาบีบคอของชั้น

 

ชั้นรู้สึกได้ถึงความเย็นไร้ชีวิตของกระดูกตรงหน้า

 

รู้สึกได้ถึงสัมผัสหยาบโล้นของกระดูกที่ไร้ซึ่งเนื้อหนัง

 

มันคิดที่จะถลกชั้นออกเป็นชิ้น ๆ ในตอนนี้เรอะ !?

 

"انه لامر مؤلم قليلا، ولكن لا تجعل مثل هذه الضجة على"

 

มันเขานิ้วขึ้นมาจิ้มตรงหัวสมองของชั้น

 

แว้กกกกกกกกกกกกกกกกกกกก !

 

นิ้วของมันจับหัวของชั้นเอาไว้

 

ชั้นไม่เห็นว่ามันทำอะไรกับหัวชั้น แต่ชั้นรู้สึกได้

 

รู้สึกได้ว่านิ้วของมันกำลังจิ้มทะลุลงไปในสมองของชั้นอยู่

 

ชั้นรู้สึกได้ว่ามันกำลังล้วงลงไปในสมองอยู่

 

แล้วความเจ็บปวดก็ตามมาหลังการกระทำเช่นนั้น

 

“อั๊ก --”

 

ความเจ็บปวดแสนสาหัสได้จู่โจมสมองของชั้นเป็นเวลายาวนานนับสิบนาที

 

หรืออาจะเพียงแค่สิบวินาทีในโลกของความจริง

 

“อ๊ะ !?”

 

ชั้นแทบจะสิ้นสติ แต่แล้วมันก็เอานิ้วที่แทงทะลุออกไปจากหัวชั้นก่อน

 

“จงเอยนามของเจ้า เอยนามของผู้ศรัทธา”

 

ชั้นได้ยินและเข้าใจในสิ่งที่กริม รีปเปอร์พูดแล้ว

 

เป็นเสียงที่ฟังดูลึกลับจนไม่อาจเดาถึงเพศสภาพและอายุได้

 

แต่สิ่งที่สำคัญนั้น คงเป็นเรื่องที่ว่าเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นแล้วมากกว่า

 

เรื่องยิบย่อยอื่น ๆ ช่างมันไปเถอะ

 

“เร็ว เจ้าผู้ศรัทธา เอยนามมาซะ”

 

“โม... โมโมะคะวะ โคทาโร่”

 

ชั้นตอบมัน เพราะหากไม่ตอบ คงได้ตายแน่

 

“โมโมะคะวะ โคทาโร่ เจ้าผู้ศรัทธาผู้เรียกหาตัวข้าเอย”

 

เอ๊ะ ? อะไร ?  

 

แต่ถ้าหากชั้นถามอะไรออกไปตอนนี้ บางทีอาจจะถูกเขาฆ่าเลยก็เป็นได้

 

“พวกเราถูกเรียกขานด้วยนาม [เทพเจ้าแห่งการสาปแช่ง-เคริส ก๊อต  รูนเฮลเดอร์] และพรแห่ง [ความชำนาญอาชีพ-เท็นชูกุ (天職)] ที่เราจะมอบให้เจ้าก็คือ---”

 

อะไร อะไร ? แล้วชื่อแบบตะวันตกที่ยาวเหยียดนั้นคืออะไร ?

 

ความชำนาญอาชีพ ?

 

นี่ ชั้นยังเป็นแค่นักเรียนเองนะ

 

แต่ชั้นกลับส่งเสียงออกไปได้แค่ว่า “ฮืม ?”

 

ทั้งที่มีคำถามอยากถามมากมายแท้ ๆ

 

“--นักไสยศาสตร์-จูจุซึชิ (呪術師)”

 

พอเขาประกาศก้องกังวาลเช่นนั้น หัวใจของชั้นก้ถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปพร้อมกับสมุดจดเล่มนั้น

 

พร้อมกับชุดนักเรียนของชั้น

 

พวกกับกระเป๋าของชั้น

 

ทะลุทะลวงหน้าอกซ้าย แล้วคว้านลึกลงไปข้างในนั้น

 

“เจ้าได้ทำสัญญากับเราแล้ว [โมโมะคะวะ โคทาโร่] เป็นเกียรดิอย่างยิ่งที่ได้เจ้ามาเป็นผู้ศรัทธาติดตามของพวกเรา”

 

แล้วร่างของชั้นก็จมดิ่งสู่ห้วงลึกอีกครั้ง

 

***

 

[ความชำนาญอาชีพ-เท็นชูกุ (天職)] สิ่งนั้นคือของขวัญ เป็นพรที่มอบจากเทพเจ้าผู้ปกปักรักษาโลกใบนี้ให้แก่ผู้คน

 

พระเจ้าจะเลือกสรรค์คนที่ตรงตามเงื่อนไข และจะมอบพรให้กับคนผู้นั้น

 

นักเรียนจำนวน 41 ชีวิตของโรงเรียน [ชิระมิเนะ] ห้องเรียนที่ 2-7 จำเป็นต้องรับความชำนาญอาชีพที่ว่านั้น เพื่อให้ตัวเองสามารถเอาชีวิตรอดในโลกที่โหดร้ายแห่งนี้

 

ไม่งั้นก็ต้องตาย

 

พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

 

ความจริงความชำนาญอาชีพก็คือพรคุ้มครองจากเทพเจ้านั่นละ

 

ด้วยพรคุ้มครองนี้ มันจะทำให้พวกเขามีพลังพิเศษได้

 

เช่น [นักรบ] ที่จะมอบพลังความสามารถในการใช้อาวุธได้อย่างรุนแรงชำนาญ

 

[จอมเวทแห่งเปลวเพลิง] ที่สามารถทำให้ใช้เวทมนต์ธาตุไฟได้

 

แต่อย่าได้พึ่งทนงตนไปกับพลังเหล่านั้น เพราะพรที่พึ่งได้รับมานั้น มันไม่ใช่สิ่งสะดวกสบายเช่นนั้น

 

พวกเขายังเป็นเพียงแค่มือใหม่ซึ่งยังไม่อาจปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาได้

 

พวกเขาจะต้องใช้พลังซ้ำไปมาเพื่อฝึกฝน หรือไม่ก็ผ่านเงื่อนไขและบททดสอบบางอย่างของเทพเจ้าเพื่อให้ได้มาซึ่งพลังใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

 

สรุปคือพวกนักเรียนต้องสู้ สู้ และสู้กับมอนสเตอร์เพื่อการอยู่รอดนั่นเอง

 

“...เข้าใจละ”

 

สิ่งเหล่านี้ได้ถูกอธิบายลงบนหน้าจอโน๊ตบุคของชั้น

 

มันถูกส่งมาเป็นข้อความผ่านหน้าจอของเครื่องไฮเท็คชิ้นนี้โดยตรง

 

ดูท่าคำพูดของเสียงลึกลับนั้นจะเป็นความจริง

 

วงแหวนเวทมนต์สามารถใช้งานได้จริง

 

แต่ช่างหน้าเศร้าที่ชั้นไม่สามารถเลื่อนดูข้อความอื่นบนหน้าจอได้

 

ไม่สามารถเลื่อนเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้

 

ราวกับว่ามันเป็นเพียงแค่กระดาษธรรมดาแผ่นหนึ่งเท่านั้น

 

“อาชีพ [นักไสยศาสตร์-จูจุซึชิ] พรของ [เทพเจ้าแห่งการสาปแช่ง-เคริส ก๊อต  รูนเฮลเดอร์] อย่างงั้นหรือ… อืม…”

 

ชั้นรู้สึกตัวขึ้นมาที่ป่านั้นอีกครั้งในห้านาทีที่แล้ว

 

มันเป็นฝันร้าย ใช่ เป็นฝันร้ายที่เกิดขึ้นหลังจากใช้เวทมนต์ที่ว่านั้น

 

แล้วพอได้อ่านข้อความบนจอคอมนี้ ชั้นก็ยิ่งเข้าใจเหตุการณ์ในฝันร้ายนั้น

 

ชั้นได้รับพลังอาชีพมาแล้ว

 

เป็นพลังที่ได้รับจากพรคุ้มครองของเทพเจ้าแห่งคำสาปแช่ง

 

เลยยิ่งเข้าใจได้ว่าทำไมตัวตนของเทพเจ้าแห่งคำสาปนี้จึงเป็นโครงกระดูก

 

เขาคงต้องเคยทำอะไรที่เลวร้ายมาก่อนในชีวิตแน่นอน ถึงได้มามีสภาพเป็นเช่นนั้น

 

“เอาละ งั้นมาดูสิว่าพลังของนักไสยศาสตร์ทำอะไรได้บ้างนะ”

 

ชั้นรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในร่าง

 

ชั้นเข้าใจภาษาของโลกนี้

 

บางทีคงเป็นเวทมนต์แปลภาษาร่ายเข้ามาฝั่งอยู่ที่หัวโดยตรงนั่นละ

 

หนึ่งเหตุผลที่ยืนยันว่าชั้นสามารถแปลภาษาต่างโลกได้ นั่นก็เพราะชั้นสามารถอ่านข้อความบนโน๊ตบุคเครื่องนั้นได้

 

ข้อความที่ถูกส่งมานั้น มันไม่ใช่อักษรญี่ปุ่น

 

เป็นภาษาที่ไม่เคยเห็นแต่กลับสามารถเข้าใจได้

 

ชั้นรู้สึกขนลุกกำวิ่งที่เปลี่ยนไปกับตัวเอง แต่ช่วยไม่ได้ ตอนนี้คงต้องมีแต่พึ่งมันเท่านั้น

 

ชั้นพยายามขุดความทรงจำที่ถูกยัดเยียดเข้ามาใหม่ภายในร่างนี้

 

ชั้นรู้สึกถึงมันได้…

 

“บทบริกรรมคาถา…”

 

มันเป็นคำร่ายเวทที่อยู่ ๆ ชั้นก็จดจำขึ้นมาได้

 

“ถึงจะเป็นวลีที่สั้น แต่นี่คือเวทมนต์แน่นอน ไม่สิ...ชั้นคือนักไสยศาสตร์ คงต้องเรียกว่า [คำสาป] มากกว่า”

 

เอาละ ว่าแล้วก็เริ่มทดลองสาปแช่งเลยดีกว่า

 

“จมปลักในความร้อน สาปส่งสู่ร่างอริศัตรู [ไข้หวัดแดง-เรด พีเวอร์] !”

 

ฮาโดเค้น ! …. “ปุ !”

 

มือที่ชั้นยื่นปล่อยพลังออกไปในอากาศนั้น ไร้ซึ่งการเปลี่ยนแปลงใด ๆ

 

อืม...คงเป็นรูปแบบโจมตีที่ต้องสัมผัสกับเป้าหมายละมั้ง

 

แถมที่สำคัญ มาดูผลลัพธ์ของเวท [ไข้หวัดแดง-เรด พีเวอร์] นี่สิ…

 

[ไข้หวัดแดง-เรด พีเวอร์] : สามารถทำให้เป้าหมายเป็นไข้ตัวร้อนเล็กน้อยธรรมดาได้

 

นี่คือข้อมูลที่ถูกส่งตรงมาที่สมองของชั้น

 

“บ้า..บ้าแล้ว…”

 

ทำให้เป็นไข้ตัวร้อน ? หมายถึงทำให้อุณหภูมิร่างกายร้อนผ่าวขึ้นมาที่ 37.5 องศาเรอะ !?

 

แล้วของแบบนี้จะไปปราบมอนสเตอร์ได้ยังไงฟะ !

 

“นี่มันบ้าเชี่ยอะไรเนี่ย !?”

 

สรุปแล้วชั้นจะไปโต้ตอบอะไรศัตรูได้เนี่ย ? ชั้นต้องสู้ด้วยกำลังของตัวเองอยู่ดีไม่ใช่เรอะ !

 

แถมตอนนี้ชั้นนึกไม่ออกเลยว่านักไสยศาสตร์จะมีเวทมนต์ที่สามารถระเบิดภูเขาเผ่ากระท่อมได้นะ

 

อย่างน้อยก็ช่วยมอบเวทขั้นต้นที่สามารถสาปให้ติดพิษหรืออะไรแบบนั้นมาเซ่ !

 

“ไข้หวัด… ไ- ตูดหมึก…”

 

ชั้นพึมพำคำหยาบออกมา

 

ทำให้เป้าหมายตัวร้อนระหว่างสู้เพื่อ !? นี่มันโคตรจะไร้ประโยชน์เลยไม่ใช่เรอะ !

 

“เอาละ...มาใจเย็นก่อนดีกว่า บางทีนี่อาจจะเป็นพลังหนึ่งในพลังหลาย ๆ อย่างที่มีก็ได้”

 

บางทีมันอาจจะทำอะไรได้มากกว่าทำให้เป็นไข้

 

อย่างเกมส์ RPG หลาย ๆ เกมส์ บางสกิลก็มีผลลัพธ์ซ้อนที่คาดไม่ถึงอยู่นะ

 

งั้นลองค้นข้อมูลที่ยัดเข้าหัวอีกครั้งดี ๆ ซิ

 

[ไข้หวัดแดง-เรด พีเวอร์] : สามารถทำให้เป้าหมายเป็นไข้ตัวร้อนเล็กน้อยธรรมดาได้

 

ไม่มีข้อมูลอื่นใดนอกจากนี้อีก

 

ไม่สิ คิดในแง่หนึ่ง ทำให้เป้าหมายเป็นไข้ มันก็ย่อมเหนื่อยง่ายมากขึ้น พอมันอ่อนแอ ชั้นก็ปิดฉากมันง่ายขึ้นสินะ

 

อืม… แต่ดูแล้วมันไม่ใช่ประเภทที่จะเพิ่มความรุนแรงตามเวลาที่ผ่านไปด้วย

 

“แล้วชั้นเองก็ไม่น่าจะสามารถสู้ถ่วงเวลาได้อีกด้วยนะ”

 

แย่ เลวร้ายสุด ๆ  กลายเป็นทักษะขยะเป็นที่เรียบร้อย

 

“เออ.. ท่านเทพเจ้าครับ ? ช่วยกรุณามอบปุ่มย้อนกลับให้ผมจะได้ไหมครับ ? ขอให้ผมได้เลือกสกิลใหม่อีกครั้งเถอะนะครับ ? นะ นะ ?”

 

ไม่มีเสียงตอบกลับจากหมายเลขที่ท่านเรียก…

 

“จะ-ใจเย็นก่อน ! ยังมีอีกตั้งสองคำสาปนี่ ! ยังมีความหวังอยู่น่า !”

 

จากคำอธิบายที่ส่งมา ชั้นที่อยู่ระดับฝึกหัดนั้น จะได้รับความสามารถแรกมาทั้งหมดสามอย่าง

 

เอาละ งั้นมาดูสองอย่างที่เหลือซิ

 

เวทมนต์แรกกลายเป็นชยะสดไปแล้ว งั้นเพื่อความสมดุล สองอย่างที่เหลือต้องทรงพลังมากแน่นอน !

 

“ขอละท่พระองค์เจ้ารูนเฮลเดอร์ ! ได้โปรดมอบพลังขี้โกงให้กับชั้นด้วยเถิด !”

 

แล้วชั้นก็เหลือบไปดูพลังที่สองบนหน้าจอ

 

[คืนความเจ็บปวด] คืนความเจ็บปวดและอาการบาดเจ็บทุกสิ่งไปสู่ผู้โจมตี

 

โอ้ว ! นี่มันสุดยอดพลังเลย ! ไม่ว่าจะเจออสูรร้ายแบบไหน บาดแผลทั้งหมดก็จะถูกส่งกลับไปที่ผู้โจมตีได้ !

 

มันตีชั้น มันก็เจ็บเหมือนกัน

 

พอชั้นตาย มันก็ตายตาม วู้ฮู้ว ! สุดยอดพลังไป---

 

เดียวดิ…

 

เออ แปลว่ามันจะตายก็ต่อเมื่อชั้นตายก่อน !?

 

“เออ ตายก็จบไม่ใช่หรือไงฟะ...”

 

สรุปง่าย ๆ แบบนี้

 

มอนสเตอร์ที่ทำร้ายชั้น ชั้นก็จะทำให้มันบาดเจ็บตามได้

 

แต่ตราบให้ที่ชั้นยังไม่ตาย ศัตรูเองก็คงไม่ตายเหมือนกัน

 

ยอกตัวอย่าง ถ้าหากชั้นถูกช้างอินเดียเหยีบแบนเป็นกล้วยปิ้ง นั่นละ ถึงจะทำให้ศัตรูตายตามได้

 

แต่มันต้องแลกด้วยชีวิตของตัวเองนี่สิ

 

ปราบศัตรูหนึ่งตัวด้วยชีวิตตัวเอง

 

ใช้ได้ครั้งเดียวจบปิ้งเลย

 

มันคงเป็นทักษะที่น่ากลัวสำหรับคนที่คิดจะพลีชีพ

 

แต่ชั้นยังเป็นนักเรียนมัธถยมที่รักตัวกลัวตายอยู่นะเฟ้ย !

 

“แย่ยิ่งกว่าทักษะเมื่อกี้อีกเนี่ย…”

 

ชั้นก้มหัวขอขมาเทพเจ้า

 

“ขอร้องละครับท่านเทพเจ้า… ได้โปรด ได้โปรดดดด ขอแค่ทักษะเดียวก็ยังดีครับ...”

 

ชั้นภาวนาอย่างสิ้นหวัง แล้วก็เหลือบไปดูทักษะสุดท้าย

 

“อากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!”

 

มันเกี่ยวข้องกับเวทมนต์สายคำสาปตรงไหนฟร้า !

 

แล้วทักษะเกี่ยวกับการโจมตีของชั้นมันไปอยู่มุมไหนของโลกก้านนน !

 

แล้วก็นะตอนนี้ชั้นมีแค่กระดาษ ปากกา แล้วก็ชุดพละ

 

จะเอาวัตถุดิบที่ไหนมาทำยากันได้ละฟร้า !

 

ท่านได้สกิลขยะมาอีกหนึ่งชิ้น

 

สรุปเวทที่มีประโยชน์ในการต่อสู้สุด คงเป็น [ไข้หวัดแดง-เรด พีเวอร์]

 

“ฮะ ฮะ ฮะ… ไม่หรอก ไม่หรอก… มันต้องมีทักษะลับที่สี่ซ่อนอยู่แน่”

 

ชั้นหนีความจริง

 

มันไม่มีอะไรสะดวกสบายแบบนั้นหรอก

 

เทพเจ้าไม่ได้มอบพลังขี้โกงให้ชั้นเลย

 

[เทพเจ้าจะมอบพรให้กับคนที่ตรงเงื่อนไขของตัวเอง] เพราะแบบนั้น เพราะว่าชั้นไม่ใช่คนพิเศษ เลยได้ของแบบนี้มาใช่ไหม ?

 

ชั้นคงหวังพึ่งเทพเจ้าไม่ได้แล้ว

 

ไม่อาจพึ่งปาฏิหาริย์ได้

 

มีแต่ต้องเดินไปด้วยพลังของตัวเองเท่านั้น

 

แต่หากไร้ซึ่งพลัง ชั้นก็อาจจะ…

 

“แย่ เลวร้ายที่สุด เป็นทักษะที่เลวร้าย เป็นเกมส์ที่เลวร้าย เป็นไปไม่ได้เลย ชั้น...ตายแน่”

 

ชั้นเอนพิงต้นไม้อย่างหมดพลัง

 

หากนี่เป็นเกมส์ ชั้นคงหาปุ่มเริ่มใหม่กดแล้ว

 

แต่นี่คือความจริง

 

“โอ้ย !... เอาจริงดินี่…”

 

หรือว่าจะฆ่าตัวตายไปเลย… ไม่ ชั้นกลัวตายงะ

 

อีกอย่าง ชั้นไม่กล้าพอที่จะฆ่าตัวตายอีกด้วย

 

อย่างถ้าหากกินเห็นพิษตรงหน้าลงไป คงตายแบบเจ็บปวดแน่นอน

 

เจ้าเห็นที่งอกตรงโคนต้นไม้นั้น มีสีแดงสดบ่งบอกว่ามีพิษร้ายชัดเจน

 

กินไปปุบ เจ็บปวดแสบร้อนราวกับร่างกายถูกแผดเผา ก่อนที่จะเอาชีวิตเราไปอย่างทรมาน

 

ไม่เอาด้วยหรอก

 

“...อืม”

 

เดียวสิ ทำไมชั้นถึงรู้ได้ ว่าพอกินลงไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นตามมาได้นะ ?

 

“เป็นเพราะทักษะ [ปราชน์แห่งเภสัชศาสตร์] ละมั้ง”

 

ภาพตัวเองน้ำลายฟูมปากได้เด้งเข้ามาในหัว ราวกับว่าชั้นเคยมีประสบการณ์ตรงกินมันมาก่อนเอง

 

พอเห็นความสามารถของมัน ชั้นก็เริ่มรู้สึกสนุกสนใจขึ้นมา

 

ชั้นเริ่มมองหาเห็ดในทันที

 

ชั้นสามารถรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าพวกมันสามารถสัมผัสได้ด้วยมือเปล่า

 

บางทีเห็ดนี้อาจจะมีผลกับพวกมอนสเตอร์ก็เป็นได้…

 

หากมนุษย์เจ็บป่วยเป็นไข้ โดยสัญชาตญาณ พวกเขาก็ต้องหาอะไรทานลงไปเพื่อเติมพลังร่างกายและฟื้นฟูส่วนที่สึกหร่อ

 

และมันนาจะไม่ต่างกันกับมอนสเตอร์

 

“บางทีอาจจะใช้ได้…”

 

ชั้นพูดด้วยความหวังแล้วเก็บมันยัดลงกระเป๋า

 

[ไข้หวัดแดง-เรด พีเวอร์] [คืนความเจ็บปวด] [ปราชน์แห่งเภสัชศาสตร์] คงเอาไปใช้ต่อสู้ไม่ได้

 

แต่ชั้นสามารถหาวัตถุดิบทำยาพิษและยารักษาโรคได้อยู่

 

บาดเจ็บก็สามารถทำยารักษาแผลได้ด้วยสมุนไพร

 

ด้วยยาพิษ บางทีก็น่าจะเอาชนะมอนสเตอร์ได้

 

“เยี่ยมไปเลย ! ด้วยของเหล่านี้ บางที… บางทีชั้นอาจจะ…”

 

ชั้นอาจจะเอาตัวรอดได้

 

พวกมันน่าจะใช้งานได้

 

ทำไมต้องดิ้นรนถึงขนาดนี้หรือ ? ก็ชั้นยังไม่อยากตายนี่น่า




NEKOPOST.NET